“อย่าเสียใจให้มากเลยนะ หลินเอ๋อร์เ้าร้องไห้มากมายเช่นนี้ ลี่ถังกับลี่มี่จะเสียใจนะที่ทำให้เ้าร้องไห้”มหาเทพหยางหลงเอ่ยปลอบเสวี่ยหลิน มหาเทวีอันเป็ที่รักยิ่งของเขา นางกำลังร้องไห้เพราะแมวขาวตัวโปรดทั้งสองตัวเพิ่งตายไปร่างบอบบางอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น มือใหญ่บรรจงเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน
“พวกมันก็อายุสองหมื่นห้าพันปีแล้วแมวหิมะมักจะมีอายุเพียงนี้เท่านั้น ยามนี้เ้ายังมีลี่กว่างและลี่หรูลูกของพวกมันอยู่นะ ลี่กว่างกับลี่หรูเพิ่งอายุได้ห้าวันเองเ้าต้องดูแลพวกมันให้ดี ให้สมกับที่ลี่ถังและลี่มี่ไว้ใจฝากลูกของมันไว้กับเ้า”
เสวี่ยหลินพยักหน้าใบหน้างดงามน่ารักซบอยู่กับอกแกร่งของเขา แขนเรียวกอดเขาไว้แน่นอ้อมแขนอบอุ่นสวมกอดนางไว้อย่างปลอบประโลม เขาทราบดีว่าฟูเหรินของเขารักแมวแค่ไหนเขาเองจากที่ไม่เคยใส่ใจแมวก็ยังต้องรักใคร่เอ็นดูพวกมันไปโดยไม่รู้ตัว
เสวี่ยหลินใช้เวลาทำใจกับการจากไปของแมวหิมะตัวโปรดลี่ถังและลี่มี่ เพียงสามเดือน เพราะนางต้องดูแลเอาใจใส่ลูกแมวน้อยลี่กว่างและลี่หรูลูกของลี่ถังและลี่มี่ ทำให้ความโศกเศร้าของนางกินเวลาไม่นาน
ผ่านมาอีกหกเดือนยามนี้เสวี่ยหลินเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้ นางกำนัลสองคนเดินตามหลัง และมีลูกแมวน้อยขนขาวั์ตาสีฟ้าใส สองตัววิ่งนำหน้า
“ลี่กว่าง ลี่หรู รอแม่ด้วย” นางร้องบอกด้วยน้ำเสียงเอ็นดูอย่างยิ่งหากเ้าลูกแมวน้อยทั้งสองยังคงวิ่งไล่แข่งกันอย่างไม่สนใจนาง
“ลี่กว่างกับลี่หรูนี่ซุกซนเหมือนลี่ถังกับลี่มี่เลยนะเพคะ”นางกำนัลที่เดินตามหลังชวนเสวี่ยหลินพูดคุย
“ก็ลูกของมันนี่นา แต่พวกมันก็น่ารักมากจริงๆมหาเทวีถึงโปรดพวกมันนัก ข้าเองก็ยังชอบแมวเหมือนมหาเทวีเลย” นางกำนัลอีกคนตอบ
“พวกเ้าต้องชอบพวกมันมากแน่ๆข้าเห็นพวกเ้าตามใจลี่ถัง ลี่มี่ จนมาถึงลี่กว่าง ลี่หรูตามใจจนเสียแมวแล้วกระมัง” เสวี่ยหลินตอบกลับอย่างขบขัน
“แหมพวกมันแค่มาอ้อนนิดหน่อยเองนะเพคะ พวกมันแค่อยากกินขนมที่มหาเทวีทำเก็บไว้แค่นั้นเอง”นางกำนัลผู้หนึ่งแก้ตัว
“ไม่หน่อยกระมัง ข้ามาดูทีไรขนมที่ข้าทำไว้ให้มหาเทพ แทบจะไม่เหลือ จนท่านบ่นแล้วว่าถูกแมวแย่งขนมของท่านไปหมดข้าแทบจะถูกท่านงอนใส่แล้วนะว่าข้าทำขนมให้แต่แมว ไม่ทำขนมเผื่อท่านเลย”
“เป็ความผิดของมหาเทวีเพคะทรงทำขนมอร่อยเกินไปและทำน้อยเกินไป” นางกำนัลอีกคนแก้ตัวด้วยสีหน้าทะเล้น
“อ้าว !กลายเป็ความผิดข้าเสียแล้ว” เสวี่ยหลินตอบด้วยรอยยิ้มขบขันหากเพียงครู่มือขาวผ่องก็ยกขึ้นแตะขมับตนเองก่อนจะหลับตาลงคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน หลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดดับ
“ว้ายยยยยยยย มหาเทวี ! ทรงเป็อะไรเพคะ” เสียงอุทานอย่างใของนางกำนัลดังขึ้นเมื่อเห็นเสวี่ยหลินพลันล้มลงหมดสตินางรีบเข้าประคองร่างของเสวี่ยหลินไว้ทันที
“เ้ารีบไปทูลมหาเทพมหาเทวีประชวรหมดสติ” นางกำนัลผู้นั้นร้องสั่ง
ไม่กี่อึดใจร่างของมหาเทพหยางหลงก็ปรากฏ อ้อมแขนแข็งแรงโอบอุ้มร่างบอบบางอย่างระมัดระวังก่อนจะเร่งพานางเข้าไปนอนพักมือใหญ่แตะตรวจชีพจรเพียงครู่ก็ยิ้มกว้าง
“ไม่มีอะไรน่ากังวลเป็เื่ดีอย่างยิ่ง” มหาเทพกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง
“เื่ใดพ่ะย่ะค่ะ”หย่งเสียนถามขึ้นอย่างงุนงง
“หลินเอ๋อร์ของข้าตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว”
ข่าวมหาเทวีเสวี่ยหลินตั้งครรภ์ได้สองเดือนแพร่กระจายไปทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนอย่างรวดเร็วเหล่าเทพเซียนต่างยินดีที่จะได้มีองค์ชายน้อยหรือองค์หญิงน้อยจากมหาเทพหยางหลงทั้งสิ้นมหาเทพแต่งมหาเทวีมาได้สองหมื่นสามพันปีแล้วแต่ยังไม่มีบุตรเลยสักคน
เมื่ออายุครรภ์ได้ห้าเดือนจึงชัดเจนว่ามหาเทพหยางหลงจะได้องค์ชายน้อย
“อุแว้ อุแว้ อุแว้”
วันนี้ครบเก้าเดือนแล้วและถึงกำหนดคลอดเสียงทารกร้องไห้ดังออกมา สร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนที่มารออยู่หน้าห้องไม่นานนักประตูห้องก็เปิดออก
“ยินดีด้วยเพคะ องค์ชายน้อยน่ารักมากเลย”เป็พระชายาเหม่ยเมิ่ง พระสัสสุ (แม่ยายหรือแม่สามี) ของมหาเทพหยางหลงอุ้มทารกน้อยที่ยามนี้อยู่ในห่อผ้าหนานุ่มมายื่นให้เขา
เขายื่นมือไปรับมาด้วยความดีใจอย่างที่สุดบัดนี้เขามีบุตรแล้ว เป็ความฝันที่เขาแทบไม่อยากเชื่อว่าจะเป็ความจริง
ร่างเล็กจ้อยในห่อผ้าส่งเสียงอ้อแอ้พร้อมขยับตัวเล็กน้อยจุมพิตอบอุ่นแตะลงที่หน้าผากนั้นด้วยความรักเปี่ยมล้นเขาโอบกอดร่างน้อยนั้นอย่างทะนุถนอมยิ่งราวกับกำลังประคองดวงแก้วอันเปราะบาง
“ส่งหลานมาให้ข้าดูหน่อย”เสียงชราเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น
“มหาเทพผู้สร้าง !” เทพเซียนที่อยู่รายรอบอุทานขึ้นอย่างใก่อนจะรีบประสานมือถวายความเคารพ
มหาเทพหยางหลงยื่นทารกน้อยให้“เสด็จพ่อ ประทานนามให้บุตรของข้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
มหาเทพตว๋อเทียนรับมาเพ่งพิศแล้วจึงค่อยก้มลงจุมพิตหน้าผากก่อนจะกอดไว้ครู่หนึ่ง
“หลานปู่ ข้ามีหลานแล้ว” เสียงชราเอ่ยอย่างปลื้มใจก่อนจะครุ่นคิดครู่หนึ่งค่อยเอ่ยปาก
“หยางเทียน นามของหลานชายข้าคือหยางเทียน”
แม้องค์ชายน้อยหยางเทียนจะยังเป็ทารกน้อยหากก็ถูกเสวี่ยหลินอบรมสั่งสอนั้แ่อยู่ในครรภ์เพราะนางจะพูดคุยกับเขาอยู่เสมอเพื่อกระตุ้นให้ลูกน้อยของนางคุ้นเคยกับนางและมหาเทพหยางหลงจนมหาเทพเองที่เริ่มแรกมองด้วยความแปลกใจก็เริ่มกลายเป็สนใจและเรียนรู้ไปพร้อมกับนาง
เพราะเมื่อทราบว่าตนเองตั้งครรภ์เสวี่ยหลินก็ขนซื้อตำรับตำราจากแดนมนุษย์มามากมาย เพื่อศึกษาให้ทราบว่าตนเองต้องปฏิบัติตัวอย่างไรระหว่างตั้งครรภ์แน่นอนว่าหมอที่จะดูแลครรภ์ของนางย่อมเป็มหาเทพหยางหลง
มหาเทพและหย่งเสียนถูกเสวี่ยหลินเกณฑ์ให้มานั่งศึกษาตำราเหล่านี้ไปพร้อมกับนางพวกเขาจึงทราบชัดเจนว่าสมควรดูแลทารกเซียนในครรภ์อย่างไร ดังนั้น อาหารบำรุงร่างเซียนและบำรุงครรภ์โอสถบำรุงครรภ์ ล้วนถูกมหาเทพคัดสรรและลงมือปรุงด้วยตนเองทั้งสิ้นเพื่อให้มั่นใจว่าฟูเหรินและบุตรของเขาจะได้รับแต่สิ่งที่ดีเลิศองค์ชายน้อยหยางเทียนจึงคลอดออกมาแข็งแรงสมบูรณ์อย่างยิ่ง
ยามนี้เมื่อคลอดเ้าตัวเล็กออกมาแล้วเสวี่ยหลิน มหาเทพหยางหลง และหย่งเสียนที่ศึกษาหาความรู้จากทุกตำรับตำราในแดนมนุษย์ถึงวิธีการเลี้ยงดูเด็กมาแล้ว ก็ทราบอย่างละเอียดว่าสมควรเลี้ยงดูองค์ชายน้อยผู้นี้อย่างไร
“เทียนเอ๋อร์ หยิบขนมมาให้ลี่กว่างลี่หรูสิลูก” เสวี่ยหลินเอ่ยบอกบุตรชายตัวน้อยที่ยามนี้อายุหกพันปี(เทียบเป็อายุมนุษย์ได้สามปี)
“พ่ะย่ะค่ะ” เสียงเล็กๆตอบรับก่อนจะวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ห้องครัวเล็กในตำหนัก
ไม่นานนักร่างเล็กก็วิ่งกลับมานั่งลงข้างมารดา พร้อมกับวางขนมไว้ตรงหน้าเ้าแมวน้อยลี่กว่างและลี่หรู
“กินเยอะๆ นะลี่กว่าง ลี่หรู จะได้โตเร็วๆ”หยางเทียนน้อยเอ่ยบอก น้ำเสียงบอกชัดถึงความรักใคร่เ้าแมวน้อยทั้งสอง
ั้แ่ที่เสวี่ยหลินตั้งครรภ์เ้าแมวน้อยลี่กว่างและลี่หรูจะชอบมานอนซบกับครรภ์ของนางคล้ายพวกมันรับรู้ว่าพวกมันมีพี่น้องอยู่ในครรภ์นี้ เมื่อคลอดหยางเทียนน้อยแล้วเ้าแมวน้อยทั้งสองจะมาคลอเคลียคอยเล่นกับเด็กน้อยอยู่เสมอจนทุกคนในวังั์คุ้นชินกับภาพที่องค์ชายน้อยหยางเทียนจะมีลูกแมวขาวสองตัวคอยอยู่เป็เพื่อนตลอดเวลาแม้ยามมหาเทพพาเสวี่ยหลินและบุตรชายมาพักผ่อนที่แดนพายัพ ทุกคนในแดนพายัพก็จะเห็นหยางเทียนน้อยกับแมวขาวสองตัวที่อยู่ด้วยกันเสมอ
“นิสัยรักสัตว์ของเทียนเอ๋อร์จะทำให้เขาอ่อนโยนมีเมตตา เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น นี่เป็คุณสมบัติที่เขาต้องมี ส่วนเื่การมองคน พวกเราค่อยๆสอนเขาเมื่อเขาอายุสักสองหมื่นปีเถิด ตอนนี้เขายังเยาว์นัก เร็วเกินไปที่จะสอนเขาในเื่นี้”เสวี่ยหลินเอ่ยบอกเมื่อมหาเทพหยางหลงเกรงว่าบุตรชายจะไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมผู้อื่น
“พวกเราต้องทำให้เทียนเอ๋อร์รู้สึกว่าเขาสามารถพูดคุยกับพวกเราได้ทุกเื่ไม่ว่าจะเป็เื่ไร้สาระสักเพียงไหนหรือเื่ร้ายแรงสักเพียงใดทำให้เขารู้สึกว่าพวกเราเป็ทั้งบิดามารดา สหายสนิท เป็ทุกอย่างของเขาเพียงเท่านี้เขาก็จะปลอดภัยจากหลายสิ่งแล้ว”
“ท่านคงไม่ลืมว่าพวกเราไม่อาจปกป้องเขาได้ตลอดเวลาและตลอดไปแต่การสอนของพวกเราจะทำให้เขาปกป้องตนเองได้เป็อย่างดี”คำพูดนี้ทำให้มหาเทพหยางหลงเห็นด้วยทันที
เสวี่ยหลินทราบดีว่านางควรตระเตรียมสิ่งใดและสอนบุตรชายของนางอย่างไรเพื่อให้เขาแข็งแกร่งเช่นมหาเทพหยางหลงผู้เป็บิดา และเฉลียวฉลาดเท่าทันผู้อื่นเช่นบิดาและมารดาอย่างนาง
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่พรุ่งนี้ลูกต้องไปเรียนที่บูรพานิรันดร์แล้ว ลูกต้องคิดถึงเสด็จพ่อกับเสด็จแม่มากๆเลย” องค์ชายน้อยหยางเทียนบอกออกมา ยามนี้หยางเทียนอายุครบสองหมื่นห้าพันปีแล้วถึงเกณฑ์ที่ต้องไปศึกษาที่บูรพานิรันดร์
“เ้าเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างไปจากพ่อกับแม่แล้วไปศึกษาเพิ่มเติมที่บูรพานิรันดร์ จะช่วยให้เ้ามีภูมิความรู้กว้างไกลขึ้นทั้งยังจะได้พบปะคบหาผู้อื่น จะได้เรียนรู้ได้มากขึ้น”มหาเทพหยางหลงบอกกับบุตรชายสุดที่รัก
นั่นเพราะหยางเทียนมีสหายไม่มากนักเขาศึกษาร่ำเรียนกับมหาเทพหยางหลงและมหาเทวีเสวี่ยหลินมาโดยตลอดมิตรสหายของเขามีเพียงหย่งเสียนเซียนกวน เซียนรับใช้คนสนิทของบิดาของเขา ส่วนที่วังพายัพในแดนพายัพของมารดาเขาก็มีญาติที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาสามคน คนแรกคือเสวี่ยจงไท่จื่อ อายุสองหมื่นแปดพันปีโอรสของาาเสวี่ยซานผู้เป็พระปิตุลา (ลุงหรืออา) ของเขาคนที่สองคือองค์ชายเสวี่ยไห่ อายุสองหมื่นเจ็ดพันปี โอรสของาาเสวี่ยซานกับจินกุ้ยเฟยคนที่สามคือองค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยน อายุสองหมื่นหกพันปี ธิดาของาาเสวี่ยซานและหลี่ซูเฟย
“จำไว้ให้ดีนะลูกห้ามบอกผู้ใดว่าเ้าจตุธาตุอัญมณีผู้ที่มีจตุธาตุอัญมณีนี้มีเพียงเจ็ดคนคือ พ่อกับแม่ เสด็จตา เสด็จยายเสด็จลุงเสวี่ยซาน พี่ชายเสวี่ยจงของเ้า และตัวเ้า” เสวี่ยหลินเอ่ยบอก
“ลูกทราบแล้ว จะไม่บอกผู้ใดเด็ดขาด”หยางเทียนน้อยรับคำเขาตั้งใจแน่วแน่อยู่แล้วว่าของสำคัญเช่นนี้ไม่สามารถให้ผู้ใดล่วงรู้ได้
“จำคำแม่ไว้ให้ดี ‘รู้หน้าไม่รู้ใจ’ และ ‘คนไม่ผิด ผิดที่หยก’ สองประโยคนี้ เ้าต้องยึดถือไว้ให้มั่น จะช่วยให้เ้าเรียนรู้เื่ราวได้มากขึ้น”
“และจำไว้ให้ดีว่าอย่าทะนงตนว่าเ้าเป็บุตรของมหาเทพหยางหลง หลานชายของมหาเทพผู้สร้างตว๋อเทียนศักดิ์ฐานะนี้แม้สูงส่งอย่างที่สุดแต่เ้าต้องตระหนักให้ดีว่ายิ่งเ้าอยู่สูงเท่าใด เ้ายิ่งต้องอ่อนน้อมถ่อมตนเท่านั้นรู้กาลเทศะให้มาก ความควรไม่ควรใด เ้าต้องตระหนักไว้เสมอ เ้าต้องนั่งในใจเขาอย่านั่งบนศีรษะเขา เข้าใจนะลูก”
“ลูกทราบแล้วจะไม่ทำให้เสด็จแม่และเสด็จพ่อผิดหวังเด็ดขาด”
“เ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อหาพ่อกับแม่ได้ทุกเมื่อนะลูก” มหาเทพหยางหลงบอกกล่าวก่อนจะส่งหยกปราณสีเหลืองทองที่สลักเป็รูปเศียรัให้
“พ่ะย่ะค่ะ”
เช้าวันนี้มหาเทพหยางหลงและมหาเทวีเสวี่ยหลินให้องค์ชายหยางเทียนเสด็จมาที่บูรพานิรันดร์เองเพื่อฝึกให้เขาช่วยเหลือตนเองและคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้เร็วขึ้นเทพเซียนในบูรพานิรันดร์ที่พบเห็นเขาต้องแปลกใจว่าไยองค์ชายน้อยหยางเทียนจึงเสด็จเพียงลำพังไร้เงาของมหาเทพและมหาเทวี กระทั่งหย่งเสียนเซียนกวนก็ยังไม่ติดตามมา
“พี่ชายจง พี่ชายไห่ พี่สาวเยวี่ยน”หยางเทียนเรียกขึ้นด้วยความดีใจเมื่อพบเห็นลูกพี่ลูกน้องที่เข้าเรียนก่อนเขามารอรับที่เรือนกลางของหุบเขาบูรพานิรันดร์
“ในที่สุดน้องเล็กของพวกเราก็มาเสียที”เสวี่ยจงไท่จื่อทักขึ้นด้วยรอยยิ้มแจ่มใส
“อาหญิงเสวี่ยหลินบอกพวกเราไว้แล้วว่าเ้าจะมาวันนี้ท่านจึงฝากให้ดูแลเ้าด้วย รีบเข้าไปข้างในเถิดจะได้จัดการเื่ที่พักและชุดนักเรียนให้เรียบร้อย” องค์ชายเสวี่ยไห่บอกเล่าออกมา
“อาหญิงฝากของมาให้ข้าด้วยหรือไม่”องค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยนทักถามขึ้น
“ฝากขอรับ เสด็จแม่ฝากตำราอาหาร ขนมหวานและของว่างมาให้ด้วยท่านเพิ่งเขียนเสร็จเมื่อสามวันก่อน”บอกแล้วหยางเทียนก็ยื่นส่งตำราเล่มหนึ่งให้นาง
“เสด็จแม่บอกว่าพี่สาวเยวี่ยนต้องหัดทำให้ข้าพี่ชายจง และพี่ชายไห่รับประทาน ฝีมือท่านจะได้ดีขึ้น”
“อาหญิงบอกหรือเ้าบอกกันแน่”เสวี่ยเยวี่ยนกล่าวอย่างรู้เท่าทัน
“เหมือนๆ กันแหละขอรับพี่สาวเยวี่ยนจะให้พวกข้าสามคนอดตายหรือไร”
“ชิส์ ทำให้ก็ได้”เสวี่ยเยวี่ยนส่งเสียงอย่างแง่งอนหากก็ยอมทำให้ เพราะนางก็อยากลองทำอยู่แล้วทราบดีว่าของทุกอย่างในร้านชาลี่ถังลี่มี่ล้วนรสชาติดีทั้งสิ้นนางเคยไปฝึกฝนเรียนรู้วิธีปรุงอาหารและการให้บริการลูกค้ากับเสด็จปู่เสวี่ยิและเสด็จย่าเหม่ยเมิ่งจึงได้รับรู้ว่าการฝึกฝนนั้นเข้มงวดอย่างยิ่งเพื่อให้ร้านชาแห่งนี้รักษาคุณภาพการให้บริการไว้ในระดับดีเลิศตลอดเวลา
ความสัมพันธ์ระหว่างเสวี่ยจงไท่จื่อองค์ชายเสวี่ยไห่ และองค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยนแน่นแฟ้นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาทั้งสามถูกเลี้ยงดูร่วมกันทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างทัดเทียมถ้าจะมากกว่าผู้อื่นไปบ้างก็จะเป็เสวี่ยจงไท่จื่อ เพราะเขาเป็ไท่จื่อของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางที่ต้องสืบบัลลังก์ต่อจากาาเสวี่ยซาน
โดยกฎเกณฑ์ของทุกเผ่าผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำเผ่าได้ต้องเป็สายเืแท้ของเผ่าเท่านั้นองค์ชายเสวี่ยไห่ที่เป็ลูกครึ่งเผ่าจิ้งจอกเก้าหางและเผ่าสิงโตองค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยนที่เป็ลูกครึ่งจิ้งจอกเก้าหางและเผ่ากิเลนจึงไม่สามารถรับตำแหน่งผู้นำของเผ่าใดได้ หากพวกเขาไม่เคยต้องน้อยเนื้อต่ำใจเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง เผ่าสิงโต และเผ่ากิเลนให้เกียรติพวกเขาอย่างยิ่งเพราะพวกเขาคือผลสำเร็จของการเชื่อมไมตรีเมื่อเจ็ดหมื่นแปดพันปีก่อน
หากเสวี่ยจงไท่จื่อก็ถูกอบรมสั่งสอนให้รักใคร่พี่น้องต่างมารดาไม่ต่างจากพี่น้องร่วมอุทรเพราะาาเสวี่ยซานไม่้าให้บุตรของเขาต้องพบเจอสภาพเลวร้ายเช่นที่หยางเค่อพบเจอดังนั้น สามคนพี่น้องต่างมารดาจึงรักใคร่กลมเกลียวกันอย่างยิ่ง ราชินีหนิงเหมยจินกุ้ยเฟย และหลี่ซูเฟยจึงสบายใจที่ไม่ต้องมีเื่เดือดเนื้อร้อนใจเช่นพระชายาเอกหวงจื่อเสียมารดาของหยางเค่อ
แม้หยางเค่อจะเป็เผ่าัหากยามนี้เขารั้งตำแหน่งอุปราชของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเขาจะทำหน้าที่ช่วยเหลือราชกิจของาาจิ้งจอกเก้าหางและว่าที่าาคนใหม่และที่ผ่านมา เขาไม่ได้กลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่ทะเลบูรพาเลยเขาอยู่เพียงแดนพายัพหรือเดินทางท่องเที่ยวในสี่ทะเลแปดดินแดนบ้างหลานรักของเขาย่อมต้องเป็เสวี่ยจงไท่จื่อ องค์ชายเสวี่ยไห่ องค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยนและองค์ชายหยางเทียน
หยางเทียนศึกษาเล่าเรียนที่บูรพานิรันดร์ด้วยวิธีการเดียวกับที่เสวี่ยหลินเคยศึกษาที่นี่และเป็วิธีที่เหล่านักเรียนทั้งหลายต่างใช้วิธีนี้ศึกษาเช่นกันนั่นคือ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง หากมีข้อติดขัด เขาจึงจะสอบถามอาจารย์ประจำวิชาด้วยความขยันหมั่นเพียรและอุตสาหะ เขาจึงใช้เวลาเพียงสิบปีก็สำเร็จและก็เหลือเพียงวิชาต่อสู้เท่านั้น ที่เขาทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับมันเมื่ออายุสามหมื่นปีเขาจึงสามารถสำเร็จการศึกษาที่บูรพานิรันดร์พร้อมกับเสวี่ยจงไท่จื่อองค์ชายเสวี่ยไห่ และองค์หญิงเสวี่ยเยวี่ยน จากนั้นเขาจึงกลับมาศึกษาเล่าเรียนกับมหาเทพหยางหลงและมหาเทวีเสวี่ยหลินจนกว่าเขาจะมีอายุครบสี่หมื่นปี
เสวี่ยหลินได้ปรับเปลี่ยนค่าสถานะของหยางเทียนให้อยู่ในสถานะที่เหมาะสมที่สุดมาั้แ่เขาอายุได้เพียงหนึ่งหมื่นปีเพื่อให้ร่างเซียนของเขาอยู่ในสภาวะที่ดีที่สุดเสมอรวมทั้งของวิเศษอันล้ำเลิศมากมายที่จำเป็สำหรับเขาเสวี่ยหลินก็เสาะหาวัตถุดิบมาสร้างสรรค์ให้เขาอย่างเต็มที่ เพื่อให้บุตรชายของนางยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับมหาเทพหยางหลงผู้เป็บิดา
ระหว่างที่เขาร่ำเรียนกับมหาเทพและเสวี่ยหลินมหาเทพจึงเปิดเผยเื่สมดุลพลังอันเป็ความลับสูงสุดของสี่ทะเลแปดดินแดนและเื่ราวของมหาเทวีเสวี่ยหลิน มารดาของเขา เขาจึงได้ทราบสาเหตุที่บิดารักใคร่ทะนุถนอมมารดาอย่างที่สุดเขายิ่งซาบซึ้งกับสิ่งที่มารดากระทำ และตื้นตันกับความเพียรพยายามและความอดทนของมหาเทพหยางหลงบิดาของเขาที่กว่าจะได้มารดากลับคืนมา
“โอสถพันจันทรานี้เป็มารดาของเ้าใช้ร่างและชีวิตของนางสร้างมันขึ้นมา สรรพชีวิตในสี่ทะเลแปดดินแดนได้อยู่อย่างสงบสุขอีกครั้งก็เพราะนางดังนั้น ทุกครั้งที่เ้ารับประทานโอสถนี้ พึงระลึกไว้เสมอว่าเ้ากำลังรับประทานเืเนื้อของมารดา”
“ที่พ่อให้เ้ารับประทานก็เพื่อบำรุงร่างเซียนของเ้าให้แข็งแกร่งไม่ต่างจากพ่ออีกประการก็เพื่อช่วยรักษาสมดุลพลังแม้มันจะไม่จำเป็เพราะพ่อรักษาอยู่แล้วก็ตาม”
นั่นเพราะหากรับประทานโอสถพันจันทราทุกวันวันละห้าเม็ด ครบทุกหนึ่งร้อยปีจะสามารถเพิ่มพูนค่าสถานะของร่างเซียนให้เพิ่มขึ้นหนึ่งในหมื่นส่วนตะวันร้อยจันทร์สามารถสร้างโอสถพันจันทราได้วันละสิบเม็ด ดังนั้น นับจากที่ตะวันร้อยจันทร์ให้กำเนิดโอสถพันจันทรายามนี้ผ่านมาแปดหมื่นสามพันปีแล้วหากแต่สามหมื่นปีแรกที่เสวี่ยหลินกลับมาถือกำเนิดเป็ครั้งที่สองนั้นนางยังมิได้รับประทานโอสถพันจันทรามันจึงยังคงเหลืออยู่ห้าสิบสี่ล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นเม็ด
แต่เมื่อเสวี่ยหลินแต่งให้มหาเทพหยางหลงเขาจึงให้นางรับประทานโอสถนี้ด้วยทำให้นับแต่นั้นมาจนกระทั่งหยางเทียนอายุครบสามหมื่นปีจึงไม่มีโอสถพันจันทราใน่เวลานี้เหลืออยู่เลยมันคงเหลือเพียง่สามหมื่นปีแรกที่มีห้าสิบสี่ล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นเม็ดเท่านั้นนี่เป็ส่วนที่มหาเทพหยางหลงมอบให้หยางเทียนรับประทานทั้งหมด
เมื่อใดที่โอสถส่วนนี้หมดลงเสวี่ยหลินจะไม่รับประทานโอสถพันจันทราที่ตะวันร้อยจันทร์สร้างขึ้นอีกต่อไปแต่นางจะมอบให้บุตรชายของนางได้รับประทาน ทว่ากว่าโอสถส่วนแรกจะหมดลงก็เป็เวลาอีกสามหมื่นปีข้างหน้า
“ลูกทราบแล้วจะไม่ทำให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่ผิดหวังเด็ดขาด” หยางเทียนให้สัญญาอย่างหนักแน่นมารดาของเขาดีงามถึงเพียงนี้ เขาไม่มีทางทำให้มารดาที่รักเขาอย่างยิ่งผิดหวังแน่นอน
เมื่อหยางเทียนอายุครบสามหมื่นสองพันปีจึงเข้าพิธีสือเจีย ซึ่งเป็พิธีสวมกวานครั้งแรก เพื่อแสดงว่าเขาได้เติบโตเป็ผู้ใหญ่มีสิทธิและอำนาจในการปกครองคนขั้นต้นแล้ว แต่อย่าได้หลงลืมตนยังต้องปรับปรุงพัฒนาตนให้สมกับความเป็ผู้ใหญ่ต่อไป
พิธีไจ้เจียหรือพิธีสวมกวานครั้งที่สองกระทำเมื่อเขาอายุสามหมื่นหกพันปีพิธีนี้ก็เพื่อหวังให้ชายหนุ่มที่สวมกวานมีความราบรื่นก้าวย่างอย่างมั่นคงในหน้าที่การงานและพิธีซานเจียหรือพิธีสวมกวานครั้งที่สามได้จัดขึ้นเมื่อเขาอายุสี่หมื่นปี เพื่อบอกว่าเขาเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวและสามารถเข้าร่วมงานพิธีการต่างๆได้แล้ว
ระดับพลังของหยางเทียนในยามนี้อยู่ที่เทพเทวาขั้นเจ็ดเป็รองจากมหาเทพหยางหลงหนึ่ง่ชั้นใหญ่กับสามขั้นย่อยเพราะยามนี้มหาเทพอยู่ในระดับวิถีเริ่มต้นขั้นที่สิบนี่เป็เพราะเสวี่ยหลินส่งเสริมบุตรชายของนางอย่างถึงที่สุด นางจึงซื้อหาโอสถเพิ่มพูนลมปราณจากระบบเกมที่นางได้รับจากมหาเทพผู้สร้างตว๋อเทียนมอบให้เขาทำให้การฝึกฝนของเขารุดหน้ายิ่งกว่าผู้ใด
หลังเสร็จสิ้นพิธีซานเจียมหาเทพหยางหลงจึงให้หยางเทียนมาเรียนรู้และช่วยราชกิจของหยางิ่ไท่จื่อโอรสของหยางเจี้ยนเทียนจวินและกุ้ยตานเทียนโฮ่วรวมทั้งเป็องครักษ์ให้กับหยางิ่ไท่จื่อด้วยเพื่อที่เขาจะได้เรียนรู้ทั้งบู๊และบุ๋นไปพร้อมกัน
หยางเทียนเรียนรู้จากหยางิ่ไท่จื่ออยู่ห้าหมื่นปีและไปเรียนรู้อีกห้าหมื่นปีกับเสวี่ยจงไท่จื่อ แล้วจึงขอมาเรียนรู้ที่แดนหรดีของเผ่าสิงโตในฐานะหลานชายฝ่ายภรรยาของจินกุ้ยเฟยอีกห้าหมื่นปีและไปเรียนรู้ที่แดนอิสานของเผ่ากิเลนในฐานะหลานชายฝ่ายภรรยาของหลี่ซูเฟยอีกห้าหมื่นปีจากนั้นจึงอาศัยความสัมพันธ์อันดีระหว่างเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง เผ่าเสือขาว และเผ่าเต่าัเพื่อไปเรียนรู้ที่แดนประจิมของเผ่าเสือขาวและแดนอุดรของเผ่าเต่าัแห่งละห้าหมื่นปี
ยามนี้หยางเทียนอายุสามแสนสี่หมื่นปีแล้วและกลับสู่วังั์ของมหาเทพหยางหลง
“เ้าจะไปเรียนรู้ที่แดนทักษิณต่อเลยหรือไม่พ่อจะได้บอกกล่าวกับฉิงเซียง” มหาเทพหยางหลงถามขึ้นเมื่อเห็นบุตรชายเข้ามาพบหลังกลับจากแดนอุดรได้เจ็ดวัน
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ ถึงเื่จะผ่านมานานมากแล้วแต่นางทำอะไรไว้กับเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกจำได้ดี”น้ำเสียงของหยางเทียนเรียบสนิทเมื่อเอ่ยถึงเื่นี้นี่เป็เื่เดียวที่เขาตั้งข้อรังเกียจเผ่าหงส์แดง
“เช่นนั้นก็ตามใจเ้าแต่ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อใด ก็บอกพ่อ แล้วพ่อจะจัดการให้”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าไปเรียนรู้มาทั่วสี่ทะเลแปดดินแดนแล้วไม่ถูกตาต้องใจเซียนสตรีนางใดบ้างเลย?”
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะหากลูกจะแต่งเซียนสตรีใด ลูกก็ต้องหาให้ได้อย่างเสด็จแม่ หากไม่ดีเท่าเสด็จแม่ลูกอยู่เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ดีกว่า”
มหาเทพหยางหลงต้องยิ้มออกมาอย่างขบขัน“กว่าเ้าจะหาได้ เกรงว่าจะอายุเท่าพ่อกระมังพ่อได้พบแม่เ้าครั้งแรกก็เมื่ออายุสี่แสนหนึ่งหมื่นแปดพันปีที่งานเลี้ยงน้ำชายามบ่ายของหยางเจี้ยนยามนั้นแม่ของเ้าเพิ่งอายุหนึ่งหมื่นแปดพันปีเท่านั้น กระทั่งพ่อและนางยังคาดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะเป็คู่วาสนากันได้”
“ไม่เป็ไรพ่ะย่ะค่ะเื่นี้ไม่ใช่เื่เร่งด่วนอะไร พบเมื่อใดก็เมื่อนั้น หรือไม่พบเลยก็ไม่เป็ไร”
“แล้วจากนี้เ้าจะทำสิ่งใด”
“จะกักตัวฝึกฝนพ่ะย่ะค่ะยามนี้ลูกอยู่ในระดับเทพเทวาขั้นเจ็ดกักตัวฝึกฝนสักระยะจะได้เลื่อนถึงเทพเทวาขั้นสิบเท่าเสด็จตา เสด็จยาย”
“เช่นนั้นเ้าก็ไปฝึกฝนในถ้ำทิพย์บูรพาเถิดที่นั่นมีปราณอันแข็งกล้าที่กักเก็บไว้จะเป็ประโยชน์ในการเลื่อนระดับพลังของเ้า”
เผ่าหงส์แดงที่รอคอยการมาขององค์ชายหยางเทียนจึงได้รับแจ้งจากวังั์ว่าองค์ชายไม่ว่างเสด็จมาเรียนรู้ที่แดนทักษิณเพราะยามนี้ทรงกักตัวฝึกฝนแล้ว แม้จะเป็เหตุผลที่สมเหตุสมผล แต่เผ่าหงส์แดงก็ทราบได้ทันทีว่าสมควรเป็เื่เมื่อสามแสนหกหมื่นสามพันปีก่อนที่ราชินีฉิงเซียงและเฟิงชิงกุ้ยเฟยก่อเื่ไว้ทำให้องค์ชายหยางเทียนไม่เสด็จแดนทักษิณทั้งๆที่เสด็จไปเรียนรู้จากทุกแดนในสี่ทะเลแปดดินแดน