พาร์ทของโอเชี่ยน
1.ไอ้หน้าดำผมยาวหนวดเครารุงรัง
“นั่นใครอ่ะ เห็นมาทุกวันเลย ? ”
“นั่งอยู่แบบนั้นทั้งวันเนี่ยนะ?”
“เค้าก็แต่งตัวสะอาดสอ้านดีไม่น่าเป็คนบ้าหรอก”
“หล่อดีนะไม่น่าขี้เมาเลย”
“เขาไม่ได้บ้าใช่ไหม?”
“โคตรเสียดายหน้าตาไม่น่าบ้าเลยว่ะ”
“คนไทยป่าววะ?”
“กระป๋องเบียร์กองเท่าูเาแม่งแดกหรืออาบวะ ?”
“ฉันเห็นมาทุกเย็นเลยนะบางทีฝนตกก็ยังนั่งอยู่แบบนั้น”
“อย่าเดินไปทางนั้นลูกมีคนบ้านั่งอยู่”
“เอาเงินมาจากไหนซื้อเบียร์ได้ทุกวันแบบนี้?”
ชายหาดทรายสีขาวที่เต็มไปด้วยเม็ดทรายทั้งน้อยใหญ่สุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้าทอดออกไปท้องทะเลสีส้มปนน้ำเงินมันเปล่งประกายราวกับอัญมณีมีค่าที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เมื่อยามต้องกับแสงอาทิตย์ยามอัสดงเสียงคลื่นสาดกระทบหาดทรายเป็จังหวะตามความแรงของคลื่น ความเย็นของลมที่พัดเข้ามาบนหาดในตอนเย็นของวันศุกร์สุดท้ายของเดือนในหน้าร้อน เสียงทางมะพร้าวที่ปลิวกระทบกันไปตามแรงนั้นเสียงผู้คนคุยที่สนทนากันจอแจบ้างะโบ้างหัวเราะดังลั่น เสียงเครื่องเสียงจากรถยนต์ที่ขับผ่านไปมากลิ่นปลาหมึกย่างกุ้งเผาคอยยั่วน้ำลายให้กับทุกคนที่ได้สูดดม ทุกสิ่งทุกอย่างดูเคลื่อนไหวไปในทิศทางของมันยกเว้นบางอย่างที่ยังสงบนิ่ง ...นิ่ง และนิ่งจนเหมือนจะแทบไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรนอกซะจากทรวงอกที่กระเพื่อมตามจังหวะของการหายใจเท่านั้น
คลื่นลูกใหญ่ซัดขึ้นมากระทบชายหาดเสียงดังและแรงพอที่จะกระเซ็นมากระทบเท้าสภาพของผมตอนนี้ไม่รู้ควรจะใช้คำจำกัดความตัวเองว่าอะไรดีถึงจะเหมาะ ลองจินตนาการตามนะครับชายหนุ่มตัวโตคนนึงที่หนวดเคราขึ้นหนาไร้การัักับความคมกริบมีดโกนมาราว 3อาทิตย์ ใบหน้าดำคล้ำจากการตากแดดแถมกร้านซะจนกลัวว่ามือจะถลอกถ้าเผลอเอามาลูบหน้ามันเข้าไหนจะผมเผ้าที่ไม่ได้ตัดแถมไม่ได้เซ็ตให้เป็ทรงจนกระเซอะกระเซิงตามแรงลมที่ชายทะเลที่ทำให้ทั้งแห้งและเหนียวเสื้อเชิ้ตยืดสีอ่อนคอกว้างถูกสวมทับด้วยเสื้อฮู๊ดสีกรมท่าพร้อมกับกางเกงยีนส์สีเข้มรองเท้ารัดส้นสีดำคู่เก่งที่ถูกถอดวางอยู่ไม่ไกล คงไม่แปลกที่จะได้รับคำวิจารณ์จากผู้คนที่ผ่านไปมาในละแวกนี้แบบเละเป็ขี้(เมา) แม้มองเผิน ๆ อาจจะดูมอมแมมไปสักนิดสกปรกไปสักหน่อยก็เถอะเห็นแบบนี้ผมก็อาบน้ำอาบท่าเหมือนคนปกติทั่วไปเอาเป็ว่าถ้าได้มองชัด ๆ แบบไร้อคติอาจจะดูเซอร์ ๆ มากกว่าคำว่าสกปรกอยู่หลายขุมอย่างแน่นอน
คลื่นระลอกสองซึ่งแรงกว่าสาดเข้ามากระทบหาดทรายทำให้เท้าใหญ่ยิ่งเปียกแถมเลยมาถึงกางเกงตัวเก่งกระป๋องเบียร์เปล่าที่ถูกดื่มจนหมดแล้ววางเกะกะบริเวณข้าง ๆ ก็ไหลลงไปตามกระแสน้ำ สิ่งเ่าั้ปลุกให้ไอ้ขี้เมาออกจากภวังค์ออกจากสถานะเพิกเฉยต่อทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวหรือที่ผมเรียกว่า โหมดชัตดาวน์ตัวเองที่กำลังเป็อยู่
“ไม่ต้องทิ้งลูก ป้าขอนะขายได้ตั้งหลายตัง”
เสียงของหญิงวัยสูงอายุท่านหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินสะพายถุงใบใหญ่เพื่อมาเก็บกระป๋องเบียร์ซึ่งถ้านับไม่ผิดก็น่าจะราว 10 กระป๋องเห็นจะได้ ไม่ยักรู้ว่าหาดนี้มีบริการเก็บขยะด้วยสงสัยพวกหย่อนมารยาททิ้งขยะเรี่ยราดน่าจะเยอะจัดและผมเองก็อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มพวกไร้จิตสำนึกถ้าขืนทำตัวแบบนั้นคลื่นทะเลปลุกจากภวังค์ส่วนคุณป้าปลุกจิตสำนึกรักษ์โลกของผม !
<...>
ร่างสูงใหญ่ก้มหัวลงอย่างสุภาพเป็การรับรู้ก้าวเท้าไปเก็บกระป๋องพวกนั้นส่งให้กับหญิงวัยสูงอายุที่แทนตัวเองว่าคุณป้า ซึ่งจากการประเมินด้วยสายตาแล้วแม้สุภาพสตรีท่านนี้จะแต่งตัวด้วยชุดธรรมดาแต่ด้วยกิริยาท่าทางผิวพรรณ ก็ไม่น่าใช่ชาวบ้านในละแวกนี้แน่ ยิ่งเป็คนเก็บขยะยิ่งไม่มีทางใช่เด็ดขาด
“มานั่งทำอะไรมืด ๆ ตรงนี้คนเดียว”
คุณป้าเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเปิดปากถุงให้หย่อนกระป๋องลงไปโดยที่ไม่ได้สังเกตว่าผมได้หย่อนโทรศัพท์มือถือลงไปด้วย อันที่จริงก็แทบไม่ได้ใช้มันเลยใน่ที่ผ่านมานอกจากใส่มันไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วเอาออกมาดูเวลาแค่นั้นเองเชื่อว่าคงมีใครหลายคนที่เป็เหมือนกัน ใส่นาฬิกาข้อมือแต่แม่งเสือกหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาแต่เชื่อเถอะอาการแบบนี้ไม่ได้บ้าหรอกก็แค่อยากใช้มือถือให้มันคุ้มค่าซักหน่อยเครื่องนึงแม่งซื้อมอเตอร์ไซค์สี่จังหวะขับได้สบาย
“เก้าอี้ผ้าใบตรงนี้เป็ของป้า นั่งได้เลยนะไม่คิดตัง”
พูดจบก็ใช้มือควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบมันออกมาส่งให้พร้อมรอยยิ้ม
“ทานนี่ซะเผื่อมันจะช่วยได้”
มือใหญ่ยื่นไปรับซองขนมสีเข้มแล้วพยายามเพ่งมองมันอย่างตั้งใจชอคโกแลตเนี่ยนะเข้ากะหนังหน้าผมตายล่ะ ว่าแต่ให้กินไอ้นี่แกล้มเบียร์เนี่ยนะป้า ?
“คุณแม่คะ กลับบ้านกันเถอะค่ะ ! ”
เสียงผู้หญิงะโขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาด้วยความเร็วสูงการที่คุณแม่มาของเธอมายืนคุยอยู่กับคนสารรูปแบบผมตอนนี้เป็ใครก็คงไม่มีทางไว้ใจอยู่แล้วขืนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาเจอเข้าคงโดนถามเป็อันดับแรกว่าเสพหรือค้าก่อนจับตรวจเยี่ยวหาสารเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท
“ป้ากลับก่อนนะพ่อหนุ่ม อย่าดื่มเยอะนักล่ะ”
คุณป้าสะพายถุงใบใหญ่เดินจากไปแต่เหมือนจะนึกขึ้นได้จึงหันกลับมาและะโเรียกผมอีกครั้ง
“พ่อหนุ่ม พ่อหนุ่ม ! ”
พร้อมกับเอามือป้องปากแล้วลดระดับความดังของเสียงลงเล็กน้อย
<...>
ร่างสูงใหญ่หันไปตามเสียงแล้วตั้งใจฟังพยายามแยกโสตประสาทตัวเองระหว่างเสียงของคลื่นทะเลกับเสียงของคุณป้าซึ่งมันก็ต้องใช้สกิลระดับเทพเชียวล่ะ
“ถ้าดื่มอีกเก็บกระป๋องไว้ให้ป้าด้วยนะ”
แล้วก็หัวเราะเสียงดังพร้อมแจกรอยยิ้มระรื่นที่สวยสมวัยมายังไอ้ขี้เมาอีกครั้งการกระทำนั้นทำให้กล้ามเนื้อใบหน้าบริเวณมุมปากทั้งสองข้างค่อย ๆ ยกขึ้นพร้อมกันโดยที่ไม่ได้ตั้งใจไงนะ นี่กูกำลังยิ้มอยู่เหรอ ?
<...>
ร่างสูงใหญ่ส่งยิ้มกว้างแล้วหันหน้าออกไปทะเลคนเดียวพร้อมกับบิดขี้เพื่อลดอาการเมื่อยล้าจากการนั่งอยู่แบบนั้นมาเกือบชั่วโมง ไม่ใช่สิน่าจะสักราวๆ สองชั่วโมงเห็นจะได้ แล้วตูดกูจะเป็แผลกดทับไหมวะเนี่ย ?
จะว่าไปไอ้รอยยิ้มที่ว่านี้นานแค่ไหนนะที่ไม่ได้เจอกับมันถ้าจำไม่ผิดก็คงน่าจะไม่ถึงสองปีเพราะขาดไปตั้งสามเดือน นั่นสินะไอ้ขี้เมาไม่มีรอยยิ้มมาแต่งแต้มใบหน้ากร้านดำและสากเป็ผิวคางคกเกือบสองปีแล้วเหรอผมถึงกับหลุดหัวเราะเบา ๆ ให้กับความรู้สึกสมเพชตัวเองที่ผุดเข้ามาในหัวจะมีสักกี่คนมานั่งทำอะไร
บ้าบออย่างที่ผมกำลังทำอยู่จากนั้นก็เดินหน้านิ่งลากสังขารไปยังร้านสะดวกซื้อละแวกนั้น เพื่อนำแอลกอฮอล์มาเติมให้กับร่างกายมันคงพร่องลงไปบ้างเพราะสติสัมปชัญญะเริ่มจะมาแล้ว พักหลังนี้ชักจะ้ามันมาเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายซะเหลือเกินไม่รู้ทำไม
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ”
เสียงพนักงานสาวกล่าวต้อนรับตามสเต็ปการบริการของร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่เพียงแต่จะไม่ตอบอะไรไอ้ขี้เมากลับไม่หันไปมองด้วยซ้ำ ไม่มีอารมณ์แสดงมารยาทใดๆ ใน่เวลานี้ทั้งนั้น ผมก้มหยิบตะกร้าเพื่อนำไปใส่ในสิ่งที่้ามันคือเบียร์กระป๋องสีเขียวอ่อนขนาด490ซีซี ยัดมันลงตะกร้าสีส้มหูสีขาวจนแน่นขนัดถึงกับต้องออกแรงยกเพราะน้ำหนักที่พอสมควรของมันถ้าเ้าของเครื่องดื่มยี่ห้อนี้เปิดแข่งขันการบริโภคขึ้นมาล่ะก็ไอ้ขี้เมาอย่างผมก็คงจะได้รางวัลโดยไม่ยากเย็นนักโดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปีนี้กราฟการแดกมันพุ่งขึ้นแบบก้าวะโไปบนยอดเขาเอฟเวอเรสต์ผิดกับระดับความสุขที่ดำดิ่งลงเหวใต้ท้องทะเลลึกของมหาสมุทรแปซิฟิก
“เอ่อพี่ไหวนะคะ ?”
พนักงานเกิดสงสัยขึ้นมาหลังจากเห็นใบหน้าของลูกค้าเอ่อ นี่คงเป็การบริการพิเศษของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้สินะ ถ้าไม่ไหวแล้วไงจะช่วยเหลืออะไรขนไปส่งที่หาดงั้นเหรอแม่คุณ
<...>
ผมยื่นแขนซ้ายไปข้างหน้าพร้อมทั้งชี้นิ้วให้ดูนาฬิกาหรูที่ไม่ได้ยืมเพื่อนมาจากนั้นก็หยิบบัตรประชาชนและเงินสดไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ที่จริงก็ไม่ได้อยากกวนส้นตีนอะไรหรอกแต่ไอ้ขี้เมาคนนี้เป็ลูกค้ามาซื้อของจะอะไรกันนักกันหนากันวะเนี่ย
“เขาอายุเกิน 20 ปีบริบูรณ์ ซื้อในเวลาที่อนุญาตให้จำหน่ายไม่ได้ทำผิดกฎหมายแล้วที่สำคัญมีตังด้วย”
พนักงานชายอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงขบขันนั่นสิ ขาย ๆ ไปเหอะ อย่าเื่มากนักเลยอีหนู
“ค่าขายค่าาา”
พนักงานหญิงพูดลากเสียงใส่เพื่อนก่อนหันมาส่งยิ้มให้แต่ไม่ใช่แค่เธอที่ยิ้มแต่ทุกคนในเคาน์เตอร์หันมามองแล้วยิ้มกันหมด ตอนแรกคิดว่าคนเ่าั้จะกลัวและไม่กล้าคุยเพราะสารรูปเหมือนโจรหรือไม่ก็กลัวว่าไอ้ขี้เมาจะไม่มีปัญญาจ่ายแต่อาจจะเพราะใบหน้าและใบหูที่มีสีแดงทำให้ชวนขบขันมากกว่าถึงได้ถามออกมาแบบนั้น ซาบซึ้งถึงความห่วงใยจนน้ำตาจะไหล!
ผมเป็คนประเภทที่ว่าหน้าแดงและตัวแดงเวลาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทั้แ่แก้วแรกแม้จะมีเปอร์เซ็นต์ของมันเพียงแค่3 ตรงฉลากก็ตาม เคยพยายามหาสาเหตุของอาการนี้อยู่เหมือนกันว่ามันเกิดจากอะไรกันแน่เกิดจากเปอร์เซ็นต์ไหมก็ไม่น่าใช่ ปริมาณการดื่มก็ไม่น่าเกี่ยวยี่ห้อเหรอยิ่งแล้วใหญ่ ก็แต่ต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปในที่สุดเพราะรู้ไปก็เท่านั้นหน้าแม่งจะสีม่วงครามน้ำเงินเขียวเหลืองแสดแดงแล้วไงไอ้ขี้เมาอย่างผมก็ยังดื่มจนหัวราน้ำอยู่ดีคนพวกนั้นคงคิดว่าไอ้คนหิ้วกระป๋องเบียร์อยู่ตอนนี้เป็พวกคออ่อนสินะ แต่เชื่อเถอะเบียร์เพียงแค่นี้ทำอะไรคนระดับคอทองแดงเสริมตะกั่วไม่ได้หรอก
“คนอะไร...ล้อหล่ออ่ะแกเมายังหล่อ” เสียงซุบซิบกันไล่หลังตามมาไม่ห่าง
“เขากวนตีนมึงขนาดนั้นก็ยังหล่ออีกเหรอวะ ? ”
“ถ้าไม่ติดเข้ากะนะมึงแม่จะตามไปยกเบียร์ให้ถึงห้องเลย”
พนักงานสาวประเภทสองพูดเสียงสองดังลั่นแบบไม่เกรงใจหลังจากที่ผมเดินออกมาจากเคาน์เตอร์เหมือนจงใจให้ได้ยินถ้าน้องเขาทำอย่างที่ว่าจริง ๆ ไอ้ขี้เมาว่าจะออเดอร์ไปสักสี่ห้าลังเดี๋ยวจะส่งโลเคชั่นไปให้ตามหลังเอาให้แบกกันหลังเดี้ยงไปเลยดูสิคราวหน้ายังจะกล้าพูดแบบนี้อีกรึเปล่า
ไม่รู้ว่าร้านสะดวกซื้ออยู่ไกลหรือต่อคิวจ่ายเงินนานเกินไปพอเดินหิ้ว
ของโปรดประโยชน์เยอะมาถึงจุดเดิมที่เคยนั่งแช่จนเกือบเป็แผลกดทับก็พบว่าระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นและกระแสลมพัดแรงกว่าเดิมการที่ต้องพยายามเดินหาที่เดิม
ที่เคยนั่งไม่ใช่ด้วยเหตุผลอื่นใดมันเพราะตรงนี้มันได้อารมณ์ที่สุดโดยเฉพาะตอนที่เริ่มมืดและเงียบแบบนี้ ใช่แล้วครับผม้าสงบและเป็ส่วนตัวให้มากที่สุด
...ก็แค่นั้นเอง
เวลา23.58 น. ที่ร้านสะดวกซื้อแห่งเดิมไอ้ขี้เมาคนเดิมและพนักงานกลุ่มเดิม ๆ ที่เพิ่มเติมคือระบบการสูบฉีดเืขึ้นมายังใบหน้า(มึงจะแดงไปไหนเนี่ย) เราทั้งหมดได้มาประสบพบเจอกันอีกครั้งประหนึ่งว่าชาติที่แล้วได้ร่วมทำบุญถวายของมึนเมาร่วมกันมาณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้
“สวัสดีค่ะเชิญค่ะ”
เสียงการกล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่นกลับมาอีกครั้งราวกับยินดีและเต็มใจเมื่อลูกชายสุดที่รักกลับบ้านเปล่าหรอกครับใครเข้าแม่งก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้นแหละเพราะน้อยนักที่จะเดินเข้ามารับแอร์เย็นฉ่ำแล้วไม่เสียตังซื้ออะไรออกไปเอาเป็ว่าเราพักเื่การวิพากษ์วิจารณ์กิจการที่กระจายไปทุกหย่อมหญ้าเอาไว้ก่อนตอนนี้ภารกิจระดับชาติรออยู่เบื้องหน้าภายใต้เวลาที่จำกัดไอ้ขี้เมาจึงตอบรับมันด้วยการสวมิญญานักกรีฑาทีมชาติไทยชุดโอลิมปิกอย่างไม่รีรอก้าวเท้าไปยังตู้แช่เครื่องดื่มหยิบเบียร์มาจำนวนหนึ่งกระป๋องถ้วนแล้วเดินกลับมาที่เคาเตอร์คิดเงินก่อนจะยกมือกางนิ้ว10 นิ้ว พร้อมกับควักธนบัตรฉบับละพันมาหนึ่งใบ นับว่าโชคดียังเข้าข้างเพราะตอนนี้เคาเตอร์โคตรจะว่างจะว่าไปแล้วผมน่าจะเป็ลูกค้าเพียงคนเดียวในร้านในตอนนี้
พนักงานหญิงคนเดิมทำหน้างง ไอ้นี่มันบ้าหรือมันเมาวะเธอไม่ได้พูดหรอกครับเดาเอาจากสายตาล้วน ๆ ใครเข้าใจที่ผมทำตอนนี้ ยินดียกเงินทอนให้ทั้งหมดเลยเอ้า!
“คิดเงินไปเลย10 กระป๋องเดี๋ยวหมดเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นี่จะเที่ยงคืนแล้ว”
ไอ้พนักงานชายคนนี้มันเข้าท่าดีว่ะเข้าใจที่ผมสื่อสารซะด้วยแล้วเสียงนั้นทำให้น้องผู้หญิงหน้าเคาเตอร์ผู้ดำรงตำแหน่งแคชเชียร์สมองเบลอรีบรัวยิงบาร์โค๊ดส่วนไอ้หนุ่มคนนั้นหยิบตะกร้าไปใส่เบียร์อีกกระป๋องมาให้ผมอีก9 กระป๋องถ้วน
“ยอดชำระXXX บาท รับเงินมาหนึ่งพันบาทถ้วนนะคะ”
<...>
“เงินทอนXXXบาท รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มไหมคะ”
พอเริ่มเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้า้าก็เริ่มมีสติมากขึ้นสินะแม่สาวน้อยแถมรีบนำเสนอโปรโมชั่นเสริมอีกต่างหากสิ้นปีน่าจะส่งรายชื่อเข้าประกวดพนักงานดีเด่นสาขาส่งเสริมการขายอาจมีลุ้นในโค้งสุดท้ายถ้าไม่ลำบากผมจะช่วยโหวตสักยี่สิบสามสิบบาท
<...>
ผมส่ายหัวหลังรับเงินทอนแล้วยื่นมือไปรับถุงบรรจุเบียร์เย็นฉ่ำไว้ข้างในใจจริงก็อยากจะรักษ์โลกด้วยการไม่รับถุงพลาสติกแต่ไอ้ครั้นจะหอบหิ้วกระป๋องเบียร์มากมายขนาดนั้นบวกกับสารร่างเทรนด์จอมโจรแบบนี้กลัวคนเขาจะหาว่าเป็หัวขโมยซะมากกว่าแล้วมือใหญ่ก็ยื่นเงินทอนวางที่เคาเตอร์ด้านหน้าของพนักงานชายตามที่พนันไว้ในใจคนเดียว
“อุ๊ย! มีติ๊บด้วย อย่าบอกนะว่าชอบมึงอ่ะ ?”
ผู้หญิงหน้าเคาเตอร์เอ่ยอีกครั้งแหม ทีงี้ล่ะเร็วเชียวนะแม่คุณ แล้วนี่พวกมึงจะแซวลูกค้าออกนอกหน้าในชุดพนักงานกันเลยแม่งไม่ได้สนจงสนใจลูกค้าดีเด่นประเภทเครื่องดื่มมึนเมาซักนิด จะให้กูชอบไอ้แว่นหนาผมสีชมพูเนี่ยนะคิดไปได้แต่ไอ้ขี้เมาก็ไม่ได้สนใจหรอกครับมันเดินต่อไปยังจุดหมายเดิม เด็กชงเหล้ายังเคยให้มากกว่านี้อีก
“ชอบเหี้ยอะไรล่ะพวกมึงอะโง่เองเขากลัวเกินเวลาขายเหล้ากูรู้หรอก”
ไอ้แว่นทำหน้ากวนตีนมือเก็บเงินทอนใส่กระเป๋ากางเกงแล้วยกมาเสยผมสีชมพูที่คิดว่าเท่ของมัน มึงจบกฎหมายมารึไงวะเนี่ยถึงได้รู้ขนาดนี้แต่ก็ต้องยอมว่าเจตนาของผมคือแบบนี้มันว่าจริง ๆ การที่ไม่ค่อยชอบเดินไปซื้อที่ร้านขายของชำริมหาดเหตุผลก็คือ...กลัวเ้าของร้านไม่เชื่อว่าจะมีตังจ่าย
“อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง”
พนักงานหญิงเงยหน้ามองนาฬิกาที่ผนังก่อนจะหันมามองหน้ากันแล้วพูดขึ้นมาพร้อมกันแต่ก็นั่นแหละใครจะโง่จะฉลาด ไอ้ขี้เมาสนใจซะที่ไหน ถึงจะเมาจนขาดสติแต่คนเราก็ควรมีสมองคิดจะเมาควรจะเมาอย่างต่อเนื่องไม่งั้นจะไม่ตรงคอนเซปต์ นั่งแดกเบียร์โง่ ๆ ริมทะเลคนเดียว ผ่าม !
“แต่เสียดายอ่ะไม่น่าหยิ่งเลยแซวอะไรก็ไม่หือไม่อือหรือว่าจะเป็ใบ้วะ ?”
เสียงพนักงาน2 คนพูดทิ้งท้ายก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเดินออกจากประตูเลื่อนอัตโนมัติทำเอาไอ้ขี้เมาต้องหยุดเดินทันทีเป็ใบ้งั้นเหรอ ริมฝีปากบางแสยะยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับเดินหลบเ้าด่างสุนัขเ้าถิ่นที่ชอบนอนขวางประตูเลื่อนอย่างคล่องแคล่วการันตีได้แน่นอนว่าไม่ได้เมาอย่างแน่นอน ถึงจะดูเหมือนอาการหนักก็เถอะ
“หมดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วค่ะ”เสียงพนักงานสาวประเภทสองเอ่ยขึ้นขณะเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังหยิบเบียร์มาจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์
“หูย! พี่นิดหน่อยเองไม่หยวนเลยหรอ” เสียงโอดครวญจากเด็กหนุ่มผอมแห้งหัวฟู
“ไม่ได้จริงๆค่ะเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว”
เด็กหนุ่มแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัดแล้วก็เดินออกมาจากร้านโดยไม่ยอมนำเบียร์ตะกร้าใหญ่กลับไปแช่ในตู้เย็นตามเดิมแบบนี้เขาเรียกว่าเสียมารยาทหรือว่ากวนตีนกันวะ แต่ถ้าเป็ผมที่อยู่ใน่จังหวะแบบนั้นน่ะเหรอ...จ้างให้ก็ไม่เอาไปเก็บเหมือนมันล่ะสะใจดี
“พี่ครับผมขอซื้อเบียร์ต่อซัก 2 กระป๋องได้มั๊ยอ่ะ?”
ร่างสูงใหญ่หันไปมองเ้าของคำถามนั่นก็คือไอ้เด็กผอมแห้งหัวฟูเห็นเป็นักดื่มเหมือนกันเลยใจดีหยิบเบียร์ให้ 2 กระป๋อง มันรีบกุลีกุจอควักเงินยื่นให้ทันทีแต่ผมโบกมือเป็เชิงปฏิเสธเพราะตั้งใจจะไม่คิดตั้งั้แ่แรกเด็กนั่นเลยยกมือไหว้แบบท่วมหัวก่อนจะรีบเดินหายไป คนอะไรแม่งบื้อชะมัดอยากแดกแต่เสือกไม่รู้เวล่ำเวลา
ไม่นานผมก็ลากสังขารตัวเองไปยังจุดหมายเดิมคือที่เดิมบรรยากาศเดิมัักับความรู้สึกเดิม นั่งนิ่ง ๆ ปล่อยความคิดให้ไหลไปอย่างเรื่อยเปื่อยไร้ทิศทางการที่ลิ้นได้ลิ้มรสเบียร์เย็น ๆ ทิ้งตัวลงบนพื้นทรายนุ่มดื่มด่ำบรรยากาศของชายหาดยามค่ำคืน ัักับสายลมลมเย็นพัดเอื่อย ๆ และความเป็ส่วนตัวไร้การก่อกวนแสนวุ่นวายจากผู้คนทุกอย่างที่ชอบมันถูกรวมไว้ตรงนี้หมดแล้วอย่างครบถ้วนผมไม่้าอะไรเพิ่มเติมอีกให้ยุ่งยากมากความไม่สนใจอะไรทั้งนั้นรวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งให้คุณป้าไปด้วย หลายคนก็คงเคยจะมีความรู้สึกที่อยากจะทำแบบที่ไอ้ขี้เมาอย่างผมทำอยู่แต่ถ้าไม่บ้าบอจริง ๆ ก็คงทำไม่ได้หรอกจริงไหม
โลกอีกใบของผมเริ่มหมุนรอบตัวเอง เมื่อโลกสีน้ำเงินที่แสนโหดร้ายนี้หยุดลง
“มึงมันก็แค่ไอ้โง่ที่ตกเป็เหยื่อของคนฉลาดอย่างพวกกู”
“โถๆ พ่อคนดี ก็เป็แบบนี้ไงถึงได้โดนหลอก”
“มึงมันโง่ไอ้เชี่ยนมึงมันโง่”
“โลกนี้ไม่มีที่ให้สำหรับคนอย่างมึงหรอก”
“โอ๋ๆ เชี่ยนน้อยไม่ร้องนะครับ”
“ฮ่าๆ ๆ ไอ้โง่”
“มึงมันโง่!”
เสียงของคนสองคนดังก้องออกมาจากความมืดน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันอย่างยิ่งยวดแม้จะไม่เห็นหน้าแต่ก็รู้ว่าพวกมันเป็ใครผมเอามือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดหูแล้วเดินออกมาแต่เสียงนั้นก็ยังตามไล่หลังมาไม่หยุดและไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงมันยังตามหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้นทุกจังหวะของการก้าวเดินราวกับว่ากำลังตามไปทุกที่จนต้องเร่งฝีเท้าเพื่อให้ออกจากที่นั่นโดยเร็ว
ผมเดินหลบเสียงนั้นมาจนถึงหน้าห้องที่มีบานประตูสีขาวเสียงนั้นใกล้เข้ามาทุกทีจนต้องรีบหันหน้ากลับมามองเพราะกลัวว่ามันจะมาถึงตัวก่อนหันกลับมามองบานประตูอีกครั้งอย่างชั่งใจควรจะเปิดมันดีไหมนะไม่อยากเจอกับอะไรบางอย่างที่อยู่หลังประตูบานนี้ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยื่นมือไปจีบลูกปิดก่อนจะหมุนมันแล้วดันบานประตูเข้าไปเพื่อเผชิญหน้ากับบางอย่างในนั้น...
“อีกๆ ถอยอีก พอ ไอ้เหี้ยพ้อ !”
เสียงคนะโให้สัญญาณคนขับรถเก็บขยะดังขึ้นไม่ไกลใครเอาเหี้ยมาปล่อยให้วิ่งเพ่นพ่านตรงนี้กันเหรอวะ แม่งดังมากจนทำให้ผมได้สติตื่นขึ้นมาจากความหลับใหลบนที่นอนเกรดพรีเมี่ยมงัวเงียลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมองตามเสียงเหี้ย เอ๊ย เสียงเรียกนั้นรถเก็บขยะสีเขียวเข้มคันใหญ่กำลังออกปฏิบัติงานโดยมีพนักงานช่วยกันทำงานอย่างแข็งขันนี่มันจะเช้าแล้วเหรอผมหลับไปั้แ่ตอนไหนกัน คนดีๆ ที่ไหนจะนั่งพิงต้นมะพร้าวหลับทั้งที่มือจากกระป๋องเบียร์อย่างนี้ไม่แปลกหรอกที่ใคร ๆ จะมองว่าเป็ไอ้คนขี้เมา ลองนึกภาพว่าถ้าย้ายสารร่างของผมไปนอนข้างถังขยะเ่าั้พวกพี่ ๆ เขาจะเลือกปลุกให้ตื่นหรือเลือกที่จะเก็บไปรวมกับขยะกันแน่ ถ้าต้องเข้าไปนอนรวมกับขยะพวกนั้นจริงๆ รบกวนช่วยจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มขยะรีไซเคิลนะพี่ ร่างนี้มันน่าจะยังพอมีประโยชน์ต่อโลกสีน้ำเงินใบนี้อยู่บ้าง!
ผมส่ายหัวอย่างนึกขำตัวเองก่อนจะเหยียดแขนขึ้นเหนือหัวบิดตัวเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าและอาการง่วงเหงาหาวนอนที่หลงเหลืออยู่นอนพิงต้นมะพร้าวมันไม่ได้เท่เหมือนพระเอกเอ็มวีหรอกแม่งเมื่อยชิบหายร่างสูงใหญ่เดินเอากระป๋องเปล่าไปวางรวมกันบนเก้าอี้ผ้าใบของคุณป้าตามคำขอร้องแกมบังคับทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ผ้าใบ ไหน ๆ ก็จ่ายค่าที่นั่งเป็กระป๋องเบียร์แล้วขอนั่งให้คุ้มหน่อยละกันเออ แบบนี้ค่อยสบายตัวหน่อย
จะว่าไปนานแค่ไหนแล้วที่พึ่งพาสิ่งพวกนี้เพื่อประคับประคองชีวิตบัดซบของตัวเองให้ผ่านพ้นคืนวันที่แสนเลวร้ายนี้ไปแต่ละวัน นานแค่ไหนที่จมอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ แบบไร้จุดหมายและใช้ชีวิตแบบไร้แก่นสารแม้จะมีคำตอบให้กับตัวเองอย่างชัดเจนแต่ก็ไม่อยากนึกถึงมันอีก มือใหญ่ทั้งสองข้างยกขึ้นมาเกาหัวตัวเองแรงๆ อย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเอาเื่ราวผ่านมา เื่แย่ ๆ ที่ยังคงเก็บไว้กับหัวให้มันหายไปกับทะเลทั้งหมดให้โซเดียมคลอไรด์จากน้ำทะเลและอัตราเร็วของคลื่นพัดพาทุกอย่างออกไปจากชีวิตห่วย ๆนี้
ใช่แล้ว !มันคงถึงแก่เวลาที่สมควรจบทุกอย่างลงเสียที เหนื่อยมากพอกับการใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว
ร่างสูงใหญ่ของไอ้ขี้เมาค่อยๆ บรรจงถอดเสื้อหมวกตัวนอกที่แสนหวงแหนเหลือเพียงเสื้อยืดสีอ่อนด้านใน ถอดรองเท้าคู่ชีพออกช้าๆอย่างใจเย็นแล้ววางมันไว้ในจุดที่คาดว่าไม่น่าจะโดนคลื่นสาดถึง ก่อนบิดี้เีอีกครั้งเตรียมตัวเตรียมใจสูดลมหายใจให้ทั่วปอดหลับตาลงสักพัก แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าเดินอย่างช้าๆ ลงไปสู่ท้องทะเลเบื้องหน้า...