ตอนที่7 เสี่ยง
เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารของบาทหลวงเปาโลฉันมีหน้าที่ต้องยกอาหารมาให้ถึงที่ห้องเอกสารเพราะดูเหมือนว่ากำลังยุ่งเื่การส่งตัวเบต
ระหว่างที่ฉันยกเอาอาหารมาให้บาทหลวงเปาโลก็เหลือบไปเห็นกองเอกสารกองหนึ่งซึ่งเหมือนจะเป็รายชื่อของคนในโบสถ์แห่งนี้แต่ตอนที่ฉันกำลังพยายามจะอ่านก็ถูกบาทหลวงเปาโลขัดจังหวะ
“นี่เธอน่ะ อยากเป็ซิสเตอร์จริงๆ อย่างนั้นหรอ”
“เอ๊ะ เอ่อ ชะ...ใช่ค่ะ”
“ทำไมถึงอยากจะมาเป็ซิสเตอร์ล่ะ มีเหตุผลส่วนตัวหรือเปล่า”
คงเป็บททดสอบที่ใช้ถามคนที่จะมาเป็ซิสเตอร์ล่ะมั้ง
ถ้าเป็แบบนั้นก็คงจะต้องตอบอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ตอบไปตามความจริงก็แล้วกัน
“คือว่า....”
มาเลยน้ำตาของสาวน้อย
“ฉะ...ฉันไม่เงินที่จะไปซื้อของกินค่ะ”
ก็ฉันใช้เงินของท่านพ่อนี่นะ
“ครอบครัวเองก็มีแค่ฉันกับคุณพ่อพวกเราแทบไม่ได้เจอหน้ากันเพราะคุณพ่อต้องออกไปทำงาน”
“อะไรกัน....”
“ฉันคิดว่าถ้าได้เป็ซิสเตอร์อย่างน้อยก็จะได้มีข้าวกิน”
ถึงปกติจะมีกินอยู่แล้วก็เถอะ
“เื่ครอบครัวของเธอพระผู้เป็เ้าท่านทรงรับรู้แล้วหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะดีขึ้นฉันรับรอง”
“ขอบคุณท่านบาทหลวง”
เหมือนบาทหลวงเปาโลจะเชื่อในเื่ที่ฉันกำลังพูด
“ว่าแต่สีผมนั่น”
“นี่หรอคะ”
“ที่จริงก็เห็นั้แ่วันแรกที่เธอมาพบฉันที่นี่แล้วล่ะนะแต่พึ่งมีโอกาสได้ดูใกล้ๆ สวยจริงๆ”
“คะ...ค่ะ”
ฉันรีบปัดผมที่อยู่ด้านหน้าให้ไปอยู่ด้านหลังเพราะรู้สึกได้ถึงสายตาแบบเดียวกับที่มองฉันในตอนที่ฉันเจอกับบาทหลวงเปาโลครั้งแรก
ในตระกูลไลออนฮาร์ทเองก็ไม่มีคนที่มีผมสีเหมือนกับฉันเลยแม้แต่คนเดียว
เส้นผมสีแดงสดราวกับลูกแอปเปิลที่เป็ผลไม้ชนิดหนึ่งของประเทศตะวันตกที่อยู่ในดินแดนซึ่งห่างไกลจากที่นี่ผลของมันจะมีสีแดงที่สดและน่าดึงดูดจากคนที่ได้เห็นจนอยากที่จะลิ้มลองสักครั้ง
ในราชอาณาจักรคูราเซียหรือแม้แต่เขตของท่านพ่อก็มีผลไม้ชนิดนี้ขายอยู่เช่นกันแต่เนื่องจากเป็ของนำเข้าจึงทำให้มีราคาค่อนข้างแพง
มันเป็ที่นิยมในหมู่ขุนนางและชนชั้นสูงทั่วไปเนื่องจากคนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้บ่อยนักเพราะราคาที่แพงเกินไป
ฉันเองก็เคยสงสัยในสีผมของตัวเองอยู่เหมือนกันจนท่านพ่อก็บอกกับฉันว่ามันเป็สีผมของแม่อันนาลิน่าหรือก็ท่านยายของฉัน
ด้วยความที่เป็เด็กจึงไม่ได้สนใจและใส่ใจกับสีผมของตัวกลับกันฉันดีใจเสียด้วยซ้ำ
เพราะคนที่มีผมแดงสดนี้ภายในราชอาณาจักรคูราเซียมีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น
หลังจากที่หมดธุระฉันจึงออกไปหาคุณเชลก้าเพื่อทำหน้าที่ของผู้บำเพ็ญตน
ส่วนงานของผู้บำเพ็ญตนที่ฉันคิดไว้ก่อนหน้านี้ต่างกับสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่เนื่องจากเป็งานธรรมดาทั่วไป
ฉันมีหน้าที่ถอนหญ้าในตอนเช้าที่แสงแดดยังไม่ร้อนนัก
ใน่สายของวันก็จะไปเข้ารับการสวดภาวนา
“ในทุกๆวันของที่นี่ก็จะต้องประกอบพิธีเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนทำให้ผู้บำเพ็ญตนบางคนล้มเลิกไปกลางคัน”
“คะ?”
“เบตเป็เด็กที่มีนิสัยดี ขยันมั่นเพียรแล้วก็ยังไม่เคยบ่นว่าน่าเบื่อเลยสักครั้ง”
“เพราะว่าคงได้เป้าหมายมาจากคุณเชลก้าแน่เลยค่ะเลยทำให้เบตกลายเป็คนแบบนั้น”
“ไม่ใช่ดิฉันหรอกค่ะ เป็คุณต่างหาก”
“ฉันหรอคะ”
“คุณที่เป็เหมือนคนที่มาช่วยชีวิตและโบสถ์ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของเด็กคนนั้นเอาไว้”
“มะ...ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“ฝากเด็กคนนั้นด้วยนะคะ”
คุณเชลก้าพูดราวกับว่าหลังจากนี้จะเกิดเื่อะไรขึ้นจนเธอต้องฝากเบตไว้กับฉันซึ่งฉันเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่คุณเชลก้า้าจะสื่อออกมา
แล้วนี่ฉันแนะนำตัวกับคุณเชลก้าแล้วอย่างนั้นหรอ?ทำไมคุณเชลก้าพูดราวกับว่าเธอรู้จักตัวจริงของฉันได้ล่ะ
เบตอาจจะเป็คนเล่าให้ฟังก็ได้
ฉันที่สวดภาวนาเสร็จแล้วกำลังยกอาหารกลางวันไปให้บาทหลวงเปาโลที่ห้องเอกสารเหมือนเดิมทุกครั้ง
หลังจากวันที่ฉันได้กลายมาเป็ผู้บำเพ็ญตนที่โบสถ์แห่งนี้เวลาก็ผ่านมาแล้วสามวันยิ่งเข้าใกล้วันที่เบตจะถูกส่งตัวไปเมืองหลวงมากขึ้นทุกที
แต่ฉันก็ยังหาหลักฐานเพื่อมัดตัวบาทหลวงเปาโลที่ส่งพวกซิสเตอร์ไปให้กับพวกขุนนางที่เมืองหลวงไม่พบ
ส่วนเบาะแสเดียวก็คือห้องเอกสารที่ฉันกำลังยกอาหารไปให้บาทหลวงเปาโลห้องนั้นจะเปิดแค่เฉพาะตอนที่บาทหลวงเปาโลเข้าไปใช้งานเท่านั้น
ถ้าหากจะเข้าไปในห้องนั้นก็ต้องมีกุญแจที่ใช้เปิดซึ่งมันอยู่ติดตัวกับบาทหลวงเปาโลตลอดเวลาทำให้เป็ไปได้ยากที่จะแอบเข้าไปในห้องนั้น
คลาวด์ที่คอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบาทหลวงเปาโลจากนอกโบสถ์เองบ้างครั้งก็มารายงานว่าไม่มีอะไรที่ผิดปกติ
ทางฝั่งของเนเน่เองก็ยังไม่มีการติดต่อมา
หรือว่าฉันจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง
ถ้าหากไปได้สวยอาจจะสามารถหาหลักฐานมัดตัวบาทหลวงเปาโลได้และช่วยเบตได้ในเวลาเดียวกัน
ถึงจะเคยสัญญากับคลาวด์ไว้ก็ตามสงสัยครั้งนี้ฉันจะต้องเป็ฝ่ายผิดสัญญาซะแล้วล่ะ
ฉันเดินยกอาหารมาให้บาทหลวงเปาโลที่กำลังดูเอกสารบางอย่างอยู่
กองเอกสารยังคงวางอยู่เต็มโต๊ะทำงานของบาทหลวงเปาโล
ถึงจะบอกว่าตัวเองยุ่งมากจนไม่มีเวลาไปที่ห้องครัวก็ตามทีแต่ภาพตรงหน้าฉันก็มีแค่ชายคนหนึ่งกำลังเซ็นเอกสารบางอย่างด้วยความเกียจคร้าน
เอกสารบางฉบับเขายังไม่แม้แต่จะอ่านมันเลยด้วยซ้ำ
ถ้าเป็ตัวฉันอีกคนล่ะก็คงได้ปวดหัวกับหัวหน้างานแบบแล้วไปยื่นหนังสือลาออกให้มันจบๆไปเลยแน่
เหมือนบาทหลวงเปาโลจะสังเกตเห็นฉันที่กำลังเดินเข้ามาจึงหยุดมือวางปากกาแล้วหันมาสนทนากับฉันแทน
“อ้าวแองจี้มาแล้วหรอ”
“ขออนุญาตค่ะ”
“เข้ามาได้”
ฉันวางอาหารไว้บนโต๊ะอีกตัวหนึ่งเพราะโต๊ะที่บาทหลวงเปาโลทำงานอยู่เต็มไปด้วยเอกสารต่างๆจนไม่มีที่ว่างพอ
และนั่งลงตรงที่นั่งสำหรับแขกของในห้องนี้
เหลือเวลาอีกแค่4 วันเท่านั้นเบตก็จะถูกส่งตัวไปยังเมืองหลวงแล้วถ้าจะให้รอมากกว่านี้ก็อาจจะสายเกินไป
เป็ไงเป็กัน
ถ้ามันจะช่วยเบตได้ฉันก็จะทำ
“ท่านบาท--”
“ท่านบาทหลวงเปาโลคะมีคนจากเมืองหลวงมาขอพบค่ะ”
“เชลก้าเองหรือแล้วมีอะไรล่ะ”
“บอกแค่ว่าคนชื่อโมริสส่งมาค่ะ”
“ได้ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
บาทหลวงเปาโลเร่งรีบไปพบกับคนที่ถูกคนชื่อโมริสส่งมาจนลืมล็อคห้องเอกสารที่ทุกครั้งเวลาบาทหลวงเปาโลจะออกจากห้องมักจะต้องล็อคห้องนี้ทุกครั้ง
“คุณน่ะอย่าได้ทำสิ่งที่ไม่จำไปมากกว่านี้เลยถือว่านี่เป็การเตือนจากฉันที่อยู่ที่นี่มากว่า 30 ปี”
พอคุณเชลก้าพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง
ทำให้ภายในห้องเอกสารตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียวที่กำลังนั่งรออยู่
ฉันจะไม่ยอมปล่อยโอกาสทองแบบนี้ไปเด็ดขาด
ฉันทำการค้นหาสิ่งที่คาดว่าจะเป็หลักฐานจากภายในห้องเอกสารที่บาทหลวงใช้ทำงานทุกวันอย่างไม่รอช้า
ชั้นหนังสือที่มีหนังสือเก่าๆกับสมุดบัญชีขอโบสถ์และก็พวกเอกสารอื่นๆ ซึ่งยังไม่ใช่สิ่งที่ฉันกำลังตามหาอยู่บนโต๊ะทำงานเองก็มีแค่พวกหนังสือสัญญาเกี่ยวกับพวกซื้อขายธรรมดาจำพวกเสบียงอาหารภายในโบสถ์ทั้งยังมีจำนวนเงินแปลกๆ ที่มีอยู่ในสมุดบัญชีพวกนี้อีก
ฉันลองเอาสมุดบัญชีเก่าๆของโบสถ์มาเทียบกันดูก็เห็นได้ว่ารายจ่ายของโบสถ์มีขึ้นกว่าที่ผ่านมาค่อนข้างมากและที่แปลกคือยังตรงกับ่เวลาที่บาทหลวงเปาโลได้ดำรงตำแหน่งบาทหลวงที่เขตเทราเรียของท่านพ่ออีกด้วย
ทั้งๆที่ถ้าได้มีการตรวจสอบสักหน่อยก็คงมีคนจับผิดเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลของบาทหลวงเปาได้ไม่ยาก
แต่ทำไมถึงไม่มีคนมาตรวจสอบที่นี่เลย
ทหารที่มาประจำการที่เมืองท่าแห่งนี้ไม่ได้ผิดสังเกตกับการกระทำของบาทหลวงเปาโลบางเลยหรือไงกัน
ฉันเผลอกำสมุดบัญชีในมือแน่นจนมีรอยยับ
ท่านพ่อสร้างเมืองนี้จนกลายเป็เมืองท่าที่สำคัญอันดับหนึ่งของราชอาณาจักรให้เงินทางโบสถ์เพื่อปรับปรุงแก้ไขและซ่อมแซมโบสถ์รวมไปถึงทำให้เด็กกำพร้าทุกคนมีอาหารกินกันครบทุกมื้อไม่ต้องอดอยากเหมือนสมัยก่อน
แต่ความหวังดีของท่านพ่อกลับถูกคนในโบสถ์หักหลังจนเกิดเป็รอยร้าวระหว่างโบสถ์กับเขตเทราเรีย
ถึงเื่เกี่ยวกับการยักยอกเงินของบาทหลวงเปาจะไม่ได้เกี่ยวกับเป้าหมายในตอนแรกของฉันที่้าจะช่วยเบตแต่มันก็เกี่ยวข้องกับเขตเทราเรียและท่านพ่อที่เป็คนสนับสนุนโบสถ์โดยตรงมาตลอด
ฉันยกกล่องลังสีดำที่อยู่ล่างสุดของชั้นหนังสือออกมาเพื่อตรวจสอบดูก็เจอเข้ากับหลักฐานชิ้นสำคัญเข้าอย่างจังในกล่องลังนี้มีสมุดรายชื่อของคนในโบสถ์ที่เขตเทราเรียและจดหมายส่งตัวของเบต
รายชื่อ
- หัวหน้าบาทหลวงประจำเขตเทราเรียบาทหลวงเปาโล
- ซิสเตอร์ประจำเขตเทราเรียซิสเตอร์เชลก้า
(ตรงนี้จะเป็1 หน้าต่อ 1 รายชื่อนะ เพราะจะมีประวัติเขียนเอาไว้ด้วย)
ที่จริงฉันก็คิดว่าซิสเตอร์ที่โบสถ์ที่นี่มีน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของโบสถ์ที่ใหญ่โตเกินไปแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีแค่คุณเชลก้าที่เป็ซิสเตอร์ ในหน้าอื่นๆของสมุดรายชื่อก็มีซิสเตอร์กับคนอื่นๆ แต่ไม่ได้ทำหน้าที่อยู่ที่โบสถ์หลังนี้แล้ว
ถ้ามีสมุดรายชื่อของคนในโบสถ์ก็สามารถโต้แย้งได้ว่าบาทหลวงเปาโลไม่ได้ส่งตัวซิสเตอร์ไปที่เมืองหลวงจริงและยังมีจดหมายส่งตัวของเบตที่มีลายเซ็นของบาทหลวงเปาโลเขียนไว้อย่างชัดเจนเท่านี้ก็เป็หลักฐานได้
ฉันรีบรวบรวมหลักฐานสำคัญที่จะใช้มัดตัวบาทหลวงเปาโลก่อนที่เขาจะกลับมา
“อื้อ”
มีมือของใครบางคนจากด้านหลังปิดปากฉันเอาไว้ในผ้าที่ใช้ปิดปากเองก็มีกลิ่นแปลกติดอยู่จนทำให้ฉันที่ใเผลอสูดมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัวฉันพยายามขัดขืนในแรงเฮือกสุดท้ายแต่ว่าร่างกายค่อยๆอ่อนแรงลงเละสติเองก็กำลังเลือนหายไป
ช่วยด้วยเบตคลาวด์ เนเน่ ท่านพ่อ...