บทที่ 22 เรือนผมสีชมพูยาว
“หลิวชิงต่างจากพวกเราอยู่ประการหนึ่ง... ร่างกายของเขาไม่สามารถดูดซับตบะจากสัตว์ิญญาได้” พี่รองเสี่ยซ่านเริ่มวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องทุ่มเทอย่างหนักให้กับเคล็ดวิชาลับเพื่อลบจุดด้อยของตนเอง ข้าลองคิดดู... ตอนที่หลิวชิงยังมีตบะเพียงระดับเซียน เคล็ดวิชาเสริมกำลังขั้นสูงสุดของเขากลับทรงพลังทัดเทียมกับระดับาาเซียนไปแล้ว หากบัดนี้เขาบรรลุถึงระดับาาเซียน เคล็ดวิชาเสริมกำลังนั่นมิใช่ว่าจะก้าวข้ามไปถึงระดับจักรพรรดิแล้วหรือ?”
“จะว่าไป... ในวันนั้นที่หลิวชิงใช้เคล็ดวิชาเสริมกำลังใส่ผู้าุโสวีกังหลง ผู้าุโสวีเคยบอกกับข้าว่านั่นเป็เพียงระดับหนึ่งของเคล็ดวิชาเท่านั้น มิใช่ระดับสูงสุดแต่อย่างใด”
เย่กู่อี้เอ่ยขึ้นทันทีด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนั้นเขาใอย่างมาก ร่างกายแข็งค้างจนขยับมิได้ ทำได้เพียงจำใจต้องแบกรับพลังของหลิวชิงเอาไว้ฝ่ายเดียวเท่านั้น”
“ถึงพวกเราจะเอาชนะหลิวชิงได้ไม่ยากนัก แต่การจะให้ศิษย์ของพวกเราเอาชนะศิษย์ของเขานั้น... มิใช่เื่ง่ายเลย” จงหลิงเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาบรรยากาศในโต๊ะน้ำชาเริ่มตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา
“ข้ามีวิธี! พวกเราก็วางยาศิษย์สำนักเซียนของหลิวชิงเสียเลยเป็อย่างไร พอถึงเวลาประลองจะได้ท้องเสียจนขึ้นสังเวียนมิได้” ถังอู่เล่อเอ่ยขึ้นทีเล่นทีจริงพลางหัวเราะร่า
ทว่ายังไม่ทันขาดคำเมิงฉินก็ฟาดฝ่ามือลงบนศีรษะของเขาดัง ปึก! หนึ่งทีพร้อมกำราบว่าเื่เสื่อมเสียเช่นนั้นมิควรนำมาพูดเล่นเป็อันขาด ทุกคนในตำหนักชาที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข พลางหยอกเย้ากันว่าคู่รักคู่นี้ช่างหยอกล้อกันรุนแรงสมกับเป็คู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก
ไม่นานเสียงหัวเราะที่เคยดังระงมภายในตำหนักน้ำชาค่อยๆ เงียบลง เมื่อคำถามหนึ่งดังขึ้นจากปากของเฉิงเว่ยชิง
“ขออภัยหากข้ากล่าวล่วงเกิน... แต่พวกท่านยังคิดจะกลับไปทดสอบที่เกาะ์ชำระล้างกันอีกหรือไม่? ที่ข้าเอ่ยถามมิใช่ว่าอยากจะเหนี่ยวรั้งหรือห้ามปราม เพียงแต่ข้าอดเป็ห่วงพวกท่านมิได้”
บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เฟยหลงจะวางจอกน้ำชาลงแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่สุขุม
“พวกเราเคยคุยกันไว้บ้างแล้ว... หากคิดจะกลับไปจริงๆ ก็คงมิใช่ในเร็วๆ นี้เป็แน่ หรือหากพวกเรามิอาจฝึกฝนให้แข็งแกร่งไปกว่าที่เป็อยู่ ก็อาจจะต้องยอมจำนนและละทิ้งความคิดนั้นเสีย แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องศึกษากฎเกณฑ์ของประตูเบิก์ให้ถ่องแท้ ว่ามัน้าอะไรนอกจากความแข็งแกร่งหรือไม่ เ้ามิต้องกังวลใจไปหรอก”
“มีอีกเื่หนึ่ง...” เฉิงเว่ยชิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมกว่าเดิม “ข้าไม่รู้ว่าจะเป็เื่จริงหรือไม่ แต่ข้าเพิ่งได้รับรายงานมาเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าประตูเบิก์ บนเกาะ์ชำระล้างได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว”
เหล่าเซียนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างชะงักงันกับข่าวที่ได้รับ
“แม้แต่เศษซากก็มิหลงเหลือให้เห็น พื้นที่ตรงนั้นกลับกลายเป็ป่าไม้ที่เขียวขจี ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดตั้งอยู่ตรงนั้นมาั้แ่แรกเริ่ม”
เสี่ยซ่านขมวดคิ้วมุ่นพลางเอ่ยขัดขึ้นด้วยความไม่เชื่อ “จะเป็ไปได้อย่างไร... ประตูเบิก์นั่นพวกเราต่างก็รู้ดีว่ามันตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่นมาเป็หมื่นๆ ปี เหตุใดจู่ๆ ถึงได้หายวับไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้?”
เฉิงเว่ยชิงทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ ด้วยความหนักใจไม่แพ้กัน “เื่นี้ข้าเองก็ยังหาคำตอบมิได้... แต่ข้าได้ส่งคนไปตรวจสอบให้แน่ชัดอีกครั้งแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็คงจะกลับมารายงานความคืบหน้า”
“หากเป็เช่นนั้นจริง ก็คงช่วยมิได้... หากประตูเบิก์หายไป เราก็คงต้องล้มเลิกความตั้งใจเสีย” เฟยหลงเอ่ยขึ้นพลางครุ่นคิดอย่างหนัก “บางทีมันอาจจะหมดอายุขัยของมันเอง พวกเราต่างก็มิรู้ว่าประตูนั้นตั้งตระหง่านมานานเท่าใดแล้ว หากมันจะเลือนหายไปก็คงมิใช่เื่แปลก หรืออีกนัยหนึ่ง... ์อาจจะหมดศรัทธาในตัวพวกเราแล้วก็ได้”
“ดื่มชาต่อเถอะ... คิดไปมีแต่จะปวดหัวเปล่าๆ มิสู้รอคนของเฉิงเว่ยชิงกลับมารายงานข่าวให้แน่ชัดเสียก่อนจะดีกว่าหรือ?” จงหลิงเอ่ยตัดบทเพื่อคลายความตึงเครียด
ทุกคนในโต๊ะต่างพยักหน้าเห็นพ้องกับนาง ก่อนจะพากันเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปเป็เื่อื่น เพื่อรักษาบรรยากาศการพักผ่อนในตำหนักชาให้กลับมาผ่อนคลายดังเดิม
สี่เดือนต่อมา...
หลิวชิงมุ่งหน้าเดินทางกลับสู่นครเยว่เฉิง หลังจากที่เขาจากมาเป็เวลานาน อีกเพียงไม่กี่วัน การประลองสำนักอันดับหนึ่งก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เขาไม่อาจปล่อยให้เหล่าศิษย์ต้องเผชิญหน้ากับการประลองเพียงลำพังโดยขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเขาได้
ใจจริงเขาเองก็มิอยากทอดทิ้งศิษย์ไว้เช่นนี้นานนัก แต่ในเมื่อรับปากเย่กู่อี้เอาไว้แล้วเขาก็มิอาจคืนคำสัตย์ที่ให้ไว้ได้
ระหว่างทางหลิวชิงอดคิดมิได้ว่าปีนี้สำนักของเขาจะยังรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งเอาไว้ได้อีกหรือไม่ แต่เขาก็ยังคงเชื่อมั่นในตัวลูกศิษย์ เพราะรู้ดีว่าต่อให้ไม่มีเขาคอยคุมทุกคนก็คงทุ่มเทฝึกฝนกันอย่างหนักอยู่ดี
เขาเดินทางมาเนิ่นนานจนดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ความเหนื่อยล้าเริ่มเกาะกินสายตา ก่อนจะเข้าสู่ตัวนครเยว่เฉิง หลิวชิงคิดว่าควรจะหาที่อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อย
ไม่นานนักเขาก็เหลือบไปเห็นลำธารสายหนึ่งที่ดูเงียบสงบ เขาจึงค่อยๆ ทะยานร่างลงสู่พื้นดิน
ทว่าในขณะที่เขากำลังเดินเลียบไปตามลำธารเพื่อหาจุดที่เหมาะสมสำหรับอาบน้ำล้างตัว สายตาของเขาก็บังเอิญไปเห็นใครบางคนกำลังอาบน้ำอยู่ในลำธารนั้นพอดี
หลิวชิงมั่นใจในทันทีว่าเ้าของเรือนผมสีชมพูยาวสลวยที่งดงามเช่นนั้น มีเพียงคนเดียวในมหาจักรวรรดิชิงกั๋ว นางคือเมิงฉินสหายสนิทของเขาและยังเป็คนรักของถังอู่เล่ออีกด้วย
ท่ามกลางความเงียบสงบของลำธาร เมิงฉินกำลังดื่มด่ำกับการอาบน้ำโดยมิรู้ตัวว่ามีผู้มาเยือน อาภรณ์ทุกชิ้นของนางถูกถอดวางไว้บนโขดหินใกล้ๆ ร่างกายเปลือยเปล่าไร้สิ่งปิดบัง
นี่เป็ครั้งแรกที่หลิวชิ ได้เห็นนางในสภาพเช่นนี้ แม้จะเป็ความบังเอิญที่เขามิได้ตั้งใจล่วงเกิน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เขาหยุดชะงัก ร่างกายของนางั้แ่่สะโพกลงไปจมอยู่ใต้ผิวน้ำที่ใสสะอาด เห็นเพียงท่อนบนที่เผยให้เห็นผิวพรรณขาวอมชมพูเนียนละเอียด เรือนร่างของนางช่างสมส่วนและงดงามจนยากจะละสายตาไปได้ในทันที
ทว่ายังไม่ทันที่หลิวชิงจะได้ตั้งสติหรือสำรวจภาพตรงหน้าให้หนำใจ คิ้วของเมิงฉินก็กระตุกขึ้นทันที หลิวชิงรู้ได้ในวินาทีนั่นว่าสัญชาตญาณของนางััได้แล้วว่ามีคนกำลังแอบมองอยู่
นางหันขวับมาทางทิศที่เขาซ่อนตัวอยู่ทันที แววตาที่เคยผ่อนคลายกลับกลายเป็คมกล้า ก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าของนางจะพุ่งทะยานเหนือน้ำเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!
หลิวชิงพยายามจะหลบหนีแต่กลับทำมิได้ ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด เพียงพริบตาเดียวฝ่ามือของเมิงฉินก็พุ่งเข้าตะครุบลำคอของเขาไว้แน่น กงเล็บของนางจิกลึกเข้าเนื้อจนเืไหลซิบ
นางออกแรงดันร่างของหลิวชิงกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนหักโค่นไปกว่าสิบต้นรวด ก่อนจะไปสิ้นสุดที่กำแพงหินหนาจนแตกละเอียดเป็หลุมลึกตามแรงปะทะที่มหาศาล
ทันทีที่ร่างกระแทกเข้ากับกำแพงหิน แสงจันทร์สลัวก็สาดส่องลอดผ่านความมืดเข้ามา ทำให้หลิวชิงเห็นร่างของนางได้อย่างเต็มตาในระยะประชิด
ร่างกายของเมิงฉินยังคงเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด ความงดงามของเรือนร่างเบื้องหน้าทำเอาหลิวชิงถึงกับตาค้าง
ทว่าในขณะเดียวกัน ร่างของนางก็แผ่ซ่านไปด้วยตบะอันน่าเกรงขามของจักรพรรดิจิ้งจอกเก้าหาง บนศีรษะมีหูจิ้งจอกผุดขึ้นเป็รังสีใสแต่เข้มข้น เช่นเดียวกับบั้นท้ายที่มีหางทั้งเก้าโบกสะบัดเป็รังสีพลังงานที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังอันเปี่ยมล้น
และเพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้นเมิงฉินก็ได้เห็นใบหน้าของผู้ที่แอบมองนางอาบน้ำชัดถนัดตา นางใจนรีบชักมือออกจากลำคอของเขาในทันที แรงกระชากนั้นทำให้หลิวชิงถึงกับกระอักเืออกมาคำโต