บทที่9
ตอนเทพบุพเพผู้เฒ่า
ตำหนักด้ายแดงเงียบสงบ หลี่หยวนยืนอยู่หน้าตำหนักมองซ้ายแลขวาก่อนย่างกรายถือวิสาสะผลักประตูไม้ตำหนักบานใหญ่เข้าไปหน้าตาเฉยทว่ามารยาทพลันบังเกิดหลี่หยวนจึงคล้อยหลังกลับไปปิดประตูให้ดังเดิม
แต่เพียงพริบตากลับมีสายลมหอบหนึ่งพัดผ่านมาจากข้างหลังหลี่หยวนเหลือบสายตาตามสัญชาตญาณพร้อมเบี่ยงตัวหลบ ยกแขนขึ้นมาบังใบหน้าทันควัน
ไม้เท้าที่ทำมาจากต้นไต้ฟูแดนสววรรค์มันง้างฟาดลงมาโดนปอกแขนสีดำอย่างแรงเสียงฟาดดังสนั่นหลี่หยวนกัดฟันตั้งรับก่อนจะใช้จังหวะนั้นนำฝ่ามือที่ว่างอยู่ซัดพลังเซียนตบไม้เท้าออกไปอย่างแรงเช่นเดียวกัน
หลี่หยวนหันกายเผชิญหน้ากับเ้าของไม้เท้าทันใดก่อนที่จะโดนฟาดอีกหน
เทพผู้เฒ่าเตรียมง้างไม้เท้าค้างอยู่กลางอากาศเมื่อได้เห็นใบหน้าอันคุ้นตาของชายหนุ่มตรงหน้าแววตาพลันเบิกกว้างมือไม้สั่นประหนึ่งพบเจอภูตผี สีหน้าเหยเกอย่างบอกไม่ถูก
“จะ…เ้าคือ…”
หลี่หยวนทำหน้าเหยเกตามเหมือนลุ้นอยู่ว่าสหายเก่าของตนผู้นี้จะตอบว่าอะไร
เทพบุพเพผู้เฒ่าแทบไม่เชื่อสายตาตนเองและยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าตนต้องเรียกชื่อสหายเก่าที่ตายจากไปตั้งหกหมื่นปีอีกครั้ง
“…หลี่ชงหยวน…เ้าคือหลี่ชงหยวนใช่หรือไม่”
ปลายนิ้วเหี่ยวย่นชี้หลี่หยวนสั่นไปมา
หลี่หยวนถอนหายใจเอ่ยตอบปิดบังกันผิดพลาด “…ไม่ใช่ขอรับข้าคือหลี่หยวน”
เทพบุพเพขมวดคิ้วเหมือนนึกคิดก่อนจะคลายปมหัวคิ้วแล้วเลิกคิ้วแทน “หลี่หยวน…อ่อ…ศิษย์ใหม่ของสำนักฟางหรูที่มาจากเผ่าเซียนใช่หรือไม่”
ท่าทางอยากรู้อยากเห็นของเทพผู้เฒ่าดูตื่นเต้นกว่าปกติจนหลี่หยวนทำตัวไม่ถูกเพราะเื่เล่ามากมายบนแดนเทพนี้กว่าจะมาถึงหูผู้เฒ่าได้ก็คงใช้เวลาสักร้อยปีได้แต่นี้กลับผ่านไปวันเดียวเื่ของตนกลับลอยมาเข้าหูเขาได้เหล่าเทพทั้งหลายคงพูดถึงตนไม่น้อยทีเดียว
แต่ที่แน่ๆหลี่หยวนไม่อาจวางใจบอกความจริงได้ว่าเป็ใครหลังจากตายหนนั้นหลี่ชงหยวนกลับมิอาจไว้เนื้อเชื่อใจผู้ใดได้เต็มที่อีก
“ขอรับ”
หลี่หยวนพยักหน้าตอบไปตามนั้น
เทพผู้เฒ่าหัวเราะยิ้มเบิกบานพร้อมเคาะไม้เท้าชอบใจ
“ไหนๆเ้าก็เข้ามาในเขตตำหนักข้าแล้ว” ผู้เฒ่ากวักมืออย่างเป็กันเอง“เข้ามานั่งดื่มชาเป็สหายข้าก่อนข้าไม่ได้ออกไปไหนมาหลายหมื่นปีจึงเหงาอยู่บ้าง”
เมื่อตนถูกเชิญชวนเช่นนี้สิ่งแรกที่หลี่หยวนคิดขึ้นมาในหัวเลยก็คือชาหอม ของตำหนักบุพเพที่ไม่เหมือนใครนี้ยากปฏิเสธ
หลี่หยวนไม่ปฏิเสธคำชวนนั้น เพราะไม่ใช่เื่ง่ายที่ตนจะได้ดื่มชาหอมของตำหนักบุพเพเหมือนดั่งเมื่อหกหมื่นปีก่อน
"ได้ขอรับ"
เทพผู้เฒ่าพยักหน้ายิ้มแป้นดีใจพลางกวักมือเดินนำ
"มา ตามข้ามา"
หลี่หยวนเดินตามอย่างเคยชินสายตากวาดมองบรรยากาศโดยรอบ ต้นไม้หลายพืชพันธุ์ยืนต้นสูงสง่าใต้ร่มเงานั้นมีด้ายแดงผูกห้อยตามกิ่งไม้ปลายเส้นด้ายผูกกระดาษที่เขียนนามเ้าของด้ายไว้ส่วนปลายด้ายอีกด้านก็ผูกมัดกับด้ายคนรักวิธีการขอพรเทพบุพเพเช่นนี้หลี่หยวนเห็นจนชินตาทุกปีที่ผู้เฒ่าเปิดตำหนักจัดงานพบรักให้แก่เหล่าเทพหนุ่มสาวที่ชอบเขินอายไม่กล้าบอกความในใจมักนิยมทำเช่นนี้เสมอวันนั้นก็จะเป็วันที่ผู้เฒ่าหลับดึกไม่น้อยเพื่อที่จะเชื่อมวาสนารักให้คนทั้งคู่
หลี่หยวนหวนนึกถึงวันวุ่นวายแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผู้คนมากมายก็อดยิ้มไม่ได้ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับอยู่ได้ไม่นานเมื่อเดินมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งหลี่หยวนจำได้ไม่เคยลืมว่าตนเห็นไป๋ชางหลินและสหายคนสนิทของชางหลินอย่างหวงลู่เหวินมาผูกด้ายแดงกันที่ต้นไม้ต้นนี้
ครานั้นตนยืนดูพวกเขาอยู่ห่างๆจากที่ลานไม้ข้างเรือนของเทพผู้เฒ่า
“เ้าจะมองต้นไม้ต้นนั้นไปไยรีบตามข้ามา”
เทพบุพเพเร่งรีบพลางกวักมือเรียกหลี่หยวนไม่หยุดหลี่หยวนจึงทำได้เพียงหันหนีเดินตามต่อโดยไม่พูดอะไร
“เชิญนั่ง เชิญนั่ง”
ท่านผู้เฒ่าหย่อนกายนั่งอย่างสบายอารมณ์พลางเชิญชวนหลี่หยวนไม่ขาดปากมือไม้เหี่ยวย่นเอื้อมจับกาน้ำชาร้อนรินใส่จอกหลี่หยวนยืนมองการกระทำตรงหน้าครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับอีกฝ่ายอย่างไม่ถือตัว
มือเหี่ยวยกชาหอมมาไว้ให้ตรงหน้าถึงที่หลี่หยวนเหลือบมองชาหอมไม่วางตา เทพผู้เฒ่าพยักพเยิดให้หลี่หยวนลองชิม
เ้าไม่ต้องเชิญข้า ข้าก็จะดื่มต่อให้ตาเฒ่าอย่างเ้าไม่ไปต้มชาข้าก็จะใช้ให้เ้าไปต้ม…
หลี่หยวนปั้นหน้ายิ้ม ทว่าในใจดันหยอกสหายตรงหน้าอย่างเคยชิน
หลี่หยวนจับจอกน้ำชาที่หอมเย้ายวนชวนดื่มอยู่ตรงหน้าปลายจมูกสูดดมกลิ่มหอมอยู่นานเพื่อดื่มด่ำกับตัวกลิ่นชาและลมธรรมชาติที่พัดผ่านอ่อนๆชวนให้จิตใจสงบก่อนจะยกดื่มไปหนึ่งอึก หลี่หยวนหลับตาัักับรสชาติหอมหวานที่ปลายลิ้นก่อนจะยกขึ้นดื่มอีกหนึ่งอึกให้หมด
ขนตายาวเป็แพรประกบกับขนตาล่างยามหลับตาัักับรสชาติหลี่หยวนลืมตาขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับวางจอกชาพลางยิ้มให้เทพบุพเพประหนึ่งเป็การบอกให้ผู้เฒ่าเติมชาหอมให้ตนอีกสักหน
ทว่าผู้เฒ่ากลับผ่ายมือร่ายเวทเก็บชาหอมทันใดสร้างความงุนงงให้หลี่หยวนอยู่ไม่น้อยเทพบุพเพเฒ่าเปลี่ยนสีหน้าเป็นิ่งสงบก่อนคว้าไม้เท้าฟาดหลังมือหลี่หยวนอย่างว่องไว
“เลิกหลอกข้าได้แล้วหลี่ชงหยวน”
เสียงชราพลันแข็งกร้าวชวนผวาขึ้นมาทันใด
“เ้ารู้ได้อย่างไร”หลี่หยวนทำหน้าเหวอไปชั่วขณะพร้อมชักมือตนมาลูบๆให้คลายเจ็บ
“จะมีใครดื่มชากินลมชมทิวทัศน์อย่างเ้าอีกเล่า”หนวดขาวกระตุ้นด้วยความเดือดดาล “ข้าอยู่มาหลายแสนปีแก่กว่าอาจารย์ของเ้าอีกทำไมข้าจะดูไม่ออกถึงเ้าจะได้ถือกำเนิดใหม่ยากจะคาดเดาแต่นิสัยของเ้า…ข้าเห็นเพียงหางตาก็ดูออกแล้ว
อย่าลืมว่าั้แ่อาจารย์เ้าช่วยเ้ามาข้าคนหนึ่งก็แทบจะเป็ปู่บุญธรรมช่วยนางเลี้ยงดูเ้ามาต่อให้เ้าใช้มือเดินเท้าชี้ฟ้าข้าก็รู้ว่าเป็เ้า” เทพบุพเพใช้ไม้เท้าโคกศีรษะหลี่หยวนไปอีกหนึ่งทีหลี่หยวนหลบแทบไม่ทัน
“สหายเฒ่าเยว่หลางหยุดๆ หยุดตีข้าก่อน” หลี่หยวนรีบยกมือขึ้นห้ามไม้เท้าง้างค้างอยู่กลางอากาศก่อนจะถูกเก็บไปดังเดิมหลี่หยวนจับจ้องมองไม้เท้านั้นไม่วางตา
“เ้าตายไปแล้ว…”เทพบุพเพเยว่หลางขมวดคิ้วเป็ปม “จะกลับมาเกิดใหม่โดยที่มีความจำจากชาติก่อนครบถ้วนได้อย่างไรเ้าทำได้อย่างไร”
หลี่หยวนเกาศีรษะหวนนึกถึงตอนที่ิญญาตนเองถูกกระชาก “ข้าไม่ได้เป็คนทำ”เยว่หลางลูบหนวดยาวพลางขบคิดอยู่หลายตลบหลี่หยวนเห็นดังนั้นจึงกล่าวเสริมอีกว่า “แต่ว่า…เป็ใครมากกว่าที่ทำ”
“น่าคิดเพราะเ้าไม่น่าทำได้” เยว่หลางเอ่ยจากความจริงจากใจ
“…” หลี่หยวนลิ้นแทบจุกปากทว่ายังคงเอ่ยวาจาถอนงอกขึ้นมาได้ “ข้าจะทำไม่ได้ก็ไม่แปลกเพราะเ้าก็เป็หนึ่งในคนที่เลี้ยงข้าขึ้นมานี่เนอะ”
“เ้าเด็กบ้า!”เยว่หลางคิ้วกระตุกหนวดสั่น ไม้เท้าในมือสั่นตามหลี่หยวนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเปลี่ยนเื่
“ข้ามีเื่ถามเ้า”
“ก็ว่ามาก่อน เดี๋ยวข้าจะถามเื่ที่ข้าอยากรู้เช่นกัน”เยว่หลางค่อยๆวางไม้เท้าลง
หลี่หยวนเริ่มสงสัยใคร่รู้ยิ่งนักว่าผู้เฒ่าจะถามอะไรตนจึงกล่าวเปิดประเด็นให้ “ข้าว่าเ้าถามข้ามาก่อนเลยดีกว่า”
“เช่นนั้นก็ได้”เยว่หลางเลิกคิ้ว “ใครกันที่กล้าสังหารเ้า”
หลี่หยวนไม่คิดว่าจะเจอคำถามตรงๆเช่นนี้แล้วยิ่งถูกสายตากดดันอีกยากนักที่จะโป้ปด แต่ก็ยากนักที่จะเผยความจริงที่ตาเห็นทว่าอีกใจหนึ่งกลับเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใช่ไป๋ชางหลินหรือไม่ที่สังหารตน “ข้าไม่รู้”
เยว่หลางจ้องหลี่หยวนไม่วางตาก่อนจะปล่อยผ่านถอนหายใจเอนหลังอย่างสบาย “เ้าไม่ใช่ไม่รู้แต่เ้าไม่ยอมบอก เพราะความไม่แน่ใจ”
หลี่หยวนสบตากับเยว่หลางนิ่งงันผู้เฒ่าแสยะยิ้มมุมปาก “ข้าเดาถูกสินะ”
หลี่หยวนเบี่ยงสายตาหนีพลางถอนหายใจ “ข้ากำลังสืบอยู่”
“เอาเถิดเื่นี้เ้าจะไม่บอกก็ไม่เป็ไร”เยว่หลางยักไหล่ “เื่นี้เ้าอยากสืบก็สืบไปแต่ข้าขอสืบเื่ที่ว่าใครดึงดวงิญญาของเ้ามาเกิดใหม่ดีกว่า น่าสนใจกว่าเยอะ”
“เ้าจะเอาเช่นนั้นจริงๆหรือ”สีหน้าหลี่หยวนกังวลขึ้นมาทันใด
“จริง” เยว่หลางตอบทันควัน “ถึงข้าจะเป็เทพบุพเพผู้ผูกด้ายแดงแต่เื่สืบหาพลังเทพที่ใช้เวทโบราณเป็ของถนัดข้าที่สุด”
หลี่หยวนยิ้มรับพร้อมกวนประสาทเล่น “ของเก่าแก่กับของเก่าแก่เป็สิ่งคู่กันสินะ”
“เดี๋ยวเถอะ!” ผู้เฒ่าทำตาดุใส่ “สักวันปากเ้าจะโดนข้าเย็บด้วยด้ายแดง!”
หลี่หยวนทำมือรูดปากปิดทันใด เยว่หลางเหลือบมองพลางส่ายหน้าไปมาก่อนเอ่ยถามขึ้นอีกครา
“แล้วเ้าอยากถามอะไรข้า”
“ความจริงก็ไม่เชิงถามแต่เรียกว่าขอร้องให้ช่วยมากกว่า” หลี่หยวนเปิดปากตอบ
“เ้าเนี่ยนะขอร้องให้ข้าช่วย”เยว่หลางเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “น่าตื่นเต้นเสียจริง”
“เ้าก็ถือว่าเป็เื่สนุกยามแก่ก็แล้วกัน”หลี่หยวนยิ้ม
“ฮึกวนประสาทนักนะไม่แปลกใจไยถึงโดนสังหาร” หนวดผู้เฒ่ากระตุกตลอดเมื่อต่อปากต่อคำกับสหายเก่าเช่นหลี่ชงหยวน“เ้าจะให้ข้าทำอะไรกันแน่”
หลี่หยวนเข้าเื่ “เ้ารู้หรือไม่ว่าศาสตราวุธของข้าไปอยู่ที่ใด”
“รู้ไป๋ชางหลินเป็คนเก็บไว้ในห้องศาสตราวุธเทพ” เยว่หลางตอบตามที่เคยเห็นเพราะครั้งนั้นตนไปร่วมงานที่สำนักใหญ่มี่เตี่ยนจึงได้เห็นผ่านตามาบ้าง
หลี่หยวนเลิกคิ้ว “เขารึ?”
“ใช่ก็เป็เทพศาสตราวุธนี่”
“ก็ถูก” หลี่หยวนกล่าวออกมาส่งๆ
“เ้าจะให้ข้าทำอะไร”
“ไปสกัดกั้นศาสตราวุธของข้าทีอย่าให้มันมาหาข้าเด็ดขาด” หลี่หยวนสั่งอย่างเด็ดขาด
เยว่หลางถอนหายใจก่อนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เ้าคงไม่อยากใครรู้ตัวตนของเ้าสินะแล้วทำไมถึงต้องเป็ข้า”
“เพราะเ้าเป็คนเก่าคนแก่น่าจะรู้วิธีสกัดอาวุธเทพได้ดีที่สุดถ้าไม่นับเทพศาสตราวุธ” หลี่หยวนตอบตามตรง
เทพผู้เฒ่าค่อยๆยันกายยืนขึ้นพลางกล่าวถาม “แล้วไยเ้าไม่ให้ไป๋ชางหลินทำ”
“…” หลี่หยวนยันกายลุกขึ้นบ้าง
“อ้อ…ข้าเข้าใจละเขาคงเป็อีกคนที่เ้าสงสัยสินะ ข้าเข้าใจ” เทพบุพเพเดินมาหาตนพลางเอื้อมมือตบบ่าเบาๆก่อนที่สหายทั้งสองพยักหน้าให้กันอย่างรู้ทัน
ณ ลานประลองเรียกศาสตราวุธเทพ
“หลี่หยวนศิษย์สำนักฟางหรูออกมาเรียกศาสตราวุธเทพได้!”
เสียงประกาศดังก้องกังวานทว่าไร้วี่แววเ้าของชื่อ ผู้คนต่างหันมองไปทางสำนักฟางหรูเป็ตาเดียวเทพจิงเซียนปั้นหน้านิ่งสงบทว่าอวิ้นหยางกลับเป็เดือดเป็ร้อนแทนก่อนจะคิดไปหาท่านอาจารย์เพื่อขอไปตามหลี่หยวน แต่จิงเซียนกลับโบกมือปฏิเสธ
ผู้คนต่างเริ่มซุบซิบนินทากันไปต่างๆนานาจนอวิ้นหยางทนไม่ไหวกล่าวอาสาอย่างไม่ติดขัด
“ข้าอวิ้นหยางจะเป็ผู้เรียกศาสตราวุธเทพให้ศิษย์น้องหลี่หยวนเองขอรับ”
“ไม่ได้!”
หลี่หยวนตะเบ็งเสียงก้องกังวานโต้กลับทันควันจากหลังแถวเหล่าเทพต่างเปิดทางให้พร้อมจ้องมาที่เขาหลี่หยวนเดินมาหยุดตรงหน้าอวิ้นหยางพลางกล่าวอย่างใจเย็น
“ข้าไม่ยอมให้ศิษย์พี่มาลำบากแทนศิษย์น้องอย่างข้าหรอก”
ข้าไม่อยากติดหนี้ใครไปมากกว่านี้แล้ว
หลี่หยวนยิ้มให้อวิ้นหยางก่อนจะก้าวขึ้นลานประลองเพื่อเรียกศาสตราวุธเทพ
สายตาเ็าของหลี่หยวนพลันสบตาเข้ากับบุรุษผู้หนึ่งที่สวมชุดเกราะสีเงิน…และห้อยหยกประจำตัวของเทพา!
หวงลู่เหวิน!