บทที่ 1 เฟิ่งหวงผงาดกลับมาจากกองเพลิง
ในลานเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ มีเพียงคนรับใช้ไม่กี่คนที่เดินเข้าออก ภายในห้องที่มีดอกจื่อเถิง*[1] วางอยู่ริมหน้าต่าง ทำให้บรรยากาศภายในดูอึมครึมยิ่งนัก เหล่าคนรับใช้ในเรือนนี้ต่างก็ไม่กล้าส่งเสียงอะไรมากนัก เพียงแค่เข้ามาอย่างเงียบเชียบแล้วเดินออกไป แม่นมหลินที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงมองสีหน้าของคุณหนูที่นอนอยู่บนเตียง หัวใจของนางค่อย ๆ กลายเป็หนักอึ้ง ก่อนที่นางจะเงยมองท้องฟ้าด้านนอก เผยให้เห็นสีหน้าอันร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ว่าไปเรียกหมอตั้งนานแล้วหรอกหรือ เหตุใดตอนนี้ถึงยังไม่มา หมอผู้นั้นก็กระไร คิดว่าจะรับงานจากจวนตระกูลฉินหรือไม่ก็ไม่สำคัญงั้นหรือ” แม่นมหลินโมโหจนพูดจาไม่คิดแล้ว แม้แต่สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ นางก็ไม่กล้าส่งเสียงใดออกมา ความจริงแล้วในใจพวกนางก็รู้สึกว่าหมอผู้นี้ช่างย่ำแย่ยิ่งนัก คุณหนูของพวกนางป่วยหนักถึงเพียงนี้แล้วยังจะไม่รีบมาดูอาการอีก
ชิงเหอสาวใช้คนสนิทเดินเข้ามาในห้องอย่างแ่เบา นางพูดปลอบแม่นมหลิน “แม่นมหลิน เราลองไปเชิญหมอท่านอื่นมาดีหรือไม่เ้าคะ ข้ามองแล้วอาการของคุณหนูทรุดหนักลงเรื่อย ๆ หากยังรอต่อไปเกรงว่าจะไม่ดีแน่ ส่วนฮูหยินตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา ถ้าคุณหนูเกิดเื่อะไรขึ้นมาจริง ๆ…”
หลังจากที่ชิงเหอพูดถึงตรงนี้ นางก็ไม่กล้าพูดต่อ ส่วนผู้อื่นที่อยู่ภายในห้องต่างคิดไปต่าง ๆ นานา ฮูหยินถูกนายท่านส่งไปถือศีลที่วัด วัน ๆ ต้องกินเจและสวดภาวนาเป็เวลาหนึ่งเดือน ส่วนคุณชายก็ถูกสั่งให้ไปสำนึกผิดในลาน ตอนนี้คุณหนูไข้ขึ้นสูงเพราะตกน้ำ ดังนั้นเวลานี้ในจวนตระกูลฉินจึงไม่มีผู้ใดกล้าตัดสินใจ และหากเกิดเื่อะไรกับคุณหนูขึ้นมาจริง ๆ พวกสาวใช้รวมถึงคนรับใช้อย่างพวกนางคงไม่พ้นโดนลงโทษเป็แน่
แม่นมหลินเป็แม่นมที่ฮูหยินเลือกมากับมือ ปกตินางใส่ใจคุณหนูตลอด แต่ผู้ใดจะรู้ว่าเพียงแม่นมหลินออกไปส่งของที่วัดไม่นานเท่านั้น คุณหนูก็เกิดเื่แบบนี้ขึ้น
“จะเกิดเื่งั้นหรือ?! ปากเสียนัก เห็นทีพวกเ้าคงต้องโดนทำโทษเสียหน่อยแล้ว ก่อนหน้ายามข้าไม่อยู่พวกเ้าดูแลคุณหนูอย่างไร ถึงได้ปล่อยให้นางตกลงไปในทะเลสาบที่เย็นเฉียบได้ เ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เป็เดือนอะไร แม้แต่ผู้ใหญ่ตกลงไปก็ยังยากจะรอดชีวิต พวกเ้านี่มัน นี่มัน…” แม่นมหลินพูดเสียงสั่น ตาจ้องมองสาวใช้ภายในห้องอย่างโกรธเกรี้ยว
คนรับใช้เหล่านี้ดูเผินแล้ว ๆ คล้ายจะไว้ใจได้ แต่แท้จริงกลับไม่ใช่เช่นนั้น เห็นทียามฮูหยินกลับมา นางคงต้องรีบแจ้งให้ฮูหยินจัดหาคนรับใช้ในเรือนนี้เสียใหม่ ไม่อย่างนั้นต่อจากนี้จะเป็อย่างไร?
หลังจากที่แม่นมหลินก่นด่าคนในห้องเสร็จ นางก็เอื้อมไปจับมือที่เย็นเฉียบของคุณหนูซึ่งนอนป่วยอยู่บนเตียง ก่อนที่ั์ตาของแม่นมจะมีน้ำตารื้นขึ้นมาพร้อมด้วยหัวใจที่สั่นระริก “คุณหนู ท่านต้องตื่นมานะเ้าคะ! ถ้าท่านเป็อะไรไป ฮูหยินจะอยู่อย่างไร! ฮูหยินรักท่านที่สุด ท่านจะไม่ทำให้ฮูหยินเสียใจใช่หรือไม่เ้าคะ”
เมื่อคำพูดของแม่นมหลินจบลง ก็ไม่เห็นคนบนเตียงขยับเขยื้อน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องรู้สึกสิ้นหวัง
ในตอนนี้ฉินหยวนรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางหมอกหนา นางพยายามจะเดินทะลุผ่านมันไป แต่ด้านหน้ากลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย คล้ายมีอะไรบางอย่างปิดบังดวงตาของนางเอาไว้ หญิงสาวจะได้ยินก็เพียงเสียงที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนและคุ้นเคย แม้นางจะรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก ทว่าด้วยมองไม่เห็นหน้าของเ้าของเสียง นางจึงไม่รู้ว่าเป็ผู้ใด
“หยวนเอ๋อร์ เ้าดูเถิด ดอกจื่อเถิงพวกนี้ช่างงามเสียจริง!”
“พวกเราผู้หญิงก็เหมือนกับไม้เลื้อยเหล่านี้ ปกติก็แค่เกาะติดกับต้นไม้ใหญ่ข้าง ๆ แต่หยวนเอ๋อร์เอ๋ย แม่ขอบอกเ้าว่าอย่าเอาแบบอย่างแม่เชียว หวังว่านิสัยของเ้าจะมั่นคงและเข้มแข็ง แม้จะไม่พึ่งพาผู้ชายก็สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้ เ้าต้องจำไว้นะ” เสียงที่อ่อนโยนดังห่างออกไปเรื่อย ๆ ราวกับถูกใครดึงออกไปไกลแสนไกล
หลังจากนั้น ก็มีเสียงปนเปกันดังเข้ามาในหัว คนที่นอนอยู่บนเตียงขมวดคิ้วเล็กน้อย ริมฝีปากที่เม้มแน่นบ่งบอกถึงความเ็ปของนาง
“หยวนเอ๋อร์ เ้าไม่ต้องสนใจแม่หรอก เ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี อย่าลืมดูแลน้องชายของเ้าด้วย”
“ฉินหยวน ถึงแม้เ้าจะเป็บุตรสาวคนโตของฮูหยินเอกก็ตาม อย่างไรเ้าก็ยังต้องคุกเข่าอยู่ใต้ฝ่าเท้าข้า แล้วขอร้องอ้อนวอนตัวข้าผู้นี้อยู่ดี”
“ชัดเจนอยู่แล้วว่าข้านั้นดีกว่าเ้าทุกประการ แล้วเหตุใดเ้าถึงได้แต่งงานกับเขา? ข้าเองก็แค่ชอบเขาเช่นกันและเขาก็ตกลงที่จะแต่งงานกับข้าแล้ว ดังนั้นพี่สาว ท่านควรทำใจเสียเถอะ”
“น้องชายของเ้าก็ถูกข้าฆ่า แล้วอย่างไรเล่า?!”
“ผู้หญิงชั่วช้าอย่างเ้าไม่ตายดีแน่”
เสียงคำพูดเหล่านี้ราวกับไข่มุกดำที่ร่วงหล่น เมื่อความทรงจำเริ่มเชื่อมโยงกัน หมอกที่ปกคลุมตรงหน้าก็ค่อย ๆ จางหายไป ฉินหยวนมองเห็นคนตรงหน้า รวมถึงได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดอย่างชัดเจน และเข้าใจได้ว่าตัวเองนั้นอยู่ที่ไหน
…ใช่แล้ว! นางได้ตายไปนานมากแล้ว นานจนลืมเื่บางอย่างไปแล้ว แต่เมื่อความทรงจำหลั่งไหลกลับมา นางถึงได้พบว่าที่แท้ความทรงจำเ่าั้ต่างสลักลึกอยู่ในใจของนางจนไม่อาจลบเลือนไปได้
“แม่นม แม่นม ไม่ดีแล้ว ไม่ดีแล้ว” เสียงของเสี่ยวหลิ่วจื่อดังมาจากลานกว้างนอกเรือน ก่อนเ้าตัวจะมาถึงที่หน้าทางเข้าออก เผยให้เห็นสีหน้าที่ดูร้อนอกร้อนใจเป็อย่างยิ่ง
“เกิดอันใดขึ้น? ตอนนี้คุณหนูยังสบายดีอยู่เลย เ้าอย่าได้ปากเสียพูดเื่อัปมงคลเชียว!” แม่นมหลินไม่ชอบฟังคำพูดเป็ลางเช่นนี้ ดังนั้นทันทีที่ได้ยินเขาพูด นางจึงรีบขัดขึ้นมาทันที
เสี่ยวหลิ่วจื่อคล้ายจะตระหนักได้ว่าตนพูดผิดไป จึงรีบตบหน้าตัวเองไปหนึ่งที ทำให้เกิดรอยฝ่ามือแดง ๆ บนใบหน้าขาวนวลของอีกฝ่าย ก่อนที่เสี่ยวหลิ่วจื่อจะเริ่มเล่าในสิ่งที่รู้ออกไป
“ท่านหมอที่พวกเราเชิญมาให้คุณหนูถูกคนอื่นแย่งตัวไปแล้ว เป็อนุหลี่ที่แย่งท่านหมอไป แบบนี้จะทำอย่างไรดี!” เสี่ยวหลิ่วจื่ออายุยังน้อย เมื่อเจอเื่แบบนี้ จะให้ใจเย็นได้อย่างไร ดังนั้นพอพูดจบก็ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา
เมื่อแม่นมหลินได้ยินคำพูดของเขา มือของนางก็สั่นเทาด้วยความโกรธ นางไม่คาดคิดเลยว่าท่านหมอที่นางเชิญมาจะถูกหญิงผู้นั้นแย่งตัวไป หากเป็ในยามปกติก็ช่างเถิด แต่ตอนนี้มันเป็เวลาอะไร หญิงผู้นี้มีหรือที่จะไม่รู้ถึงอาการป่วยของคุณหนูของนาง?!
“อนุหลี่นางช่างกล้าหาญเสียจริง กล้าขัดขวางท่านหมอไม่ให้มารักษาคุณหนู …ช่างบังอาจนัก!” แม่หนมหลินถลกแขนเสื้อขึ้นอย่างเดือดดาล เรียกชิงเหอให้ไปยังเรือนหยกที่อีกฝ่ายอาศัยอยู่ทันที
ที่พักของอนุหลี่คือเรือนหยก เรือนแห่งนี้ถือว่าดีที่สุดในบรรดาเรือนทั้งหมดของอนุภรรยาตระกูลฉิน เนื่องจากนางเป็คนที่นายท่านฉินโปรดปรานมากที่สุด ดังนั้นเมื่อมีสิ่งของดี ๆ อันใดก็จะถูกส่งไปให้อนุหลี่ก่อนเสมอ คนรับใช้ในจวนตระกูลฉินทุกคนต่างรู้ดี แม้แต่ฮูหยินเอกก็ยังไม่อาจเทียบกับอนุภรรยาผู้นี้ได้ ไม่เช่นนั้นอนุหลี่จะกล้าแสดงความเย่อหยิ่งได้อย่างไร! ปกตินางไม่เพียงแค่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเื่ต่าง ๆ ในจวนตระกูลฉินเท่านั้น แต่ยังคอยหาเื่กลั่นแกล้งฮูหยินอยู่เสมอ คนรับใช้ที่ทำงานในจวนตระกูลฉินมานานต่างก็รู้เื่นี้ดี!
ความสัมพันธ์ระหว่างฮูหยินและนายท่านคงใกล้จะถึงจุดจบแล้ว
เรือนหยกแห่งนี้เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน บนขอบหน้าต่างห้องของอนุหลี่เต็มไปด้วยดอกโบตั๋นสีแดงสดใส กลิ่นหอมของดอกไม้โชยเข้ามาในห้อง แม้เพียงแค่ก้าวเข้ามาก็รู้สึกเหมือนถูกกลิ่นหอมของดอกไม้โอบล้อมไว้
[1] ดอกจื่อเถิง หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันว่าวิสทีเรีย (Wisteria) เป็ต้นไม้ที่มีดอกดก กลิ่นหอม มีหลากหลายสายพันธุ์ และแต่ละชนิดจะมีสีแตกต่างกันออกไป มีั้แ่สีม่วงเข้ม ม่วงอ่อน ชมพู ไปจนถึงสีขาว