อภินิหารเทพปฐมภพ

    เล่มที่ 1 บทที่ 26 อะดีนาลีน

    " เพียง..ที่จารึกในคัมภีร์ย้อนสวรรค์ครึ่งเล่ม ไม่คิดว่าอวี๋เปี้ยนไท่ศิษย์น้องของเซียนไร้โอสถจะทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ได้จริงๆ " อู๋ซ๋าจ่าย " .......?...... " " คัมภีร์ย้อนสวรรค์ หนึ่งในคัมภีร์สวรรค์ อันเป็นคัมภีร์เหนือกาลเวลาที่ขัดต่อหลักฟ้าดิน " อู๋ซ๋าจ่าย " ......???........ " " ในร่างกายของมนุษย์เราจะมีเนื้อสารแห่งความสุขสรรค์ ที่หลั่งออกมาเมื่อมนุษย์เรารู้สึกโกรธา ตื่นตกใจอย่างยิ่งยวด ถือเป็นเนื้อสารแห่งความโกรธ ดุเดือด พลุ่งพล่านอย่างที่สุด ไม่คิดว่าอวี๋เปี้ยนไท่ที่เป็นจอมแพทย์มารของนิกายพิษอสูรผู้นี้จะเชื่อฝังใจกับจารึกของคัมภีร์ย้อนสวรรค์ ใช้เข็มทองเจาะเข้าไปในก้านสมองผู้คนบังคับให้ชนชาวยุทธ์พวกนี้วิ่ง ทำให้ขณะร่างกายคนเหล่านี้กำลังตื่นกลัวสมองหลั่งเนื้อสารนี้ออกมา แล้วใช้ด้ายแดงสุริยาดูดซับเนื้อสารนี้ไว้ใช้ย่นระยะเวลาการฝึกปรือร้อยปีของมัน " อู๋ซ๋าจ่าย " ......????........ "หลังจากฟังจนเขาไม่อาจงงได้มากไปกว่านี้แล้ว ก่อนที่ลุงจะไปไกลไปกว่านี้จนกู่ไม่กลับ กลัวจากเมาแดดจะกลายเป็นอย่างอื่นที่น่ากลัวไปยิ่งกว่า" ข้าคิดว่าลุงอาจจะไม่คุ้นกับแดดที่ออกจะร้อนอยู่สักหน่อย อาการเมาแดดเกิดขึ้นบ่อยนัก ข้าก็เคยเป็น ปะๆ เราไปพักเสียที่ใต้ต้นไม้ริมทาง อาการลุงอาจจะดีขึ้นมาบ้าง "อู๋ซ่าจ่ายชี้ไปข้างทางทำท่ากวักมือเรียกชายชราร่างเล็กผู้นี้ อู๋ซ๋าจ่ายคล้ายไม่อยากเกี่ยวข้องหรือสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงเพิงร้างนั้นเท่าใดนัก ต่อให้เขาสนใจก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ ชายชราร่างเล็กไม่ตอบแต่กล่าวถามแผ่วเบาขึ้นว่า" เจ้ามีจุดไฝเจ็ดดาวที่ฝ่าเท้าใช่หรือไม่ " " ทะท่านรู้ได้เช่นไร " คราวนี้อู๋ซ๋าจ่ายถึงกลับเต้นผางขึ้นจริงๆยิ่งกว่าที่เห็นผู้ที่ชายชราร่างเล็กเรียกว่าอวี๋เปี้ยนไท่เจาะกระโหลกผู้คนกระไรนั้น เพราะผู้ที่รู้ว่าเขามีไฝเจ็ดดาวที่ฝ่าเท้ามีเพียงบิดามารดา พี่น้องคนใกล้ชิดไม่กี่คน และเรื่องจุดไฝที่ฝ่าเท้านี้เขาไม่เคยเล่าให้ผู้ใดฟัง " รึท่านคือ..เซียนฟ้าพยากรณ์ ยอดคนพิสดารผู้นั้นจริงๆ " " ถ้า...ข้าบอกว่าใช่ ถ้าเจ้าเชื่อก็คือใช่ ถ้า..ข้าบอกว่าใช่ เจ้ามิเชื่อ มีอันใดต่าง..กัน " ชายชราร่างเล็กทวนคำตอบเดิมอีกครั้ง " งั้นข้าขอถามเจ้ากลับ หากข้าตอบว่าใช่ และที่ข้ามาในที่แห่งนี้... "ชายชราร่างเล็กหยุดหันมาใช้ตาที่ลืมเพียงข้างเดียวจับจ้องมาที่อู๋ซ๋าจ่าย เอ่ยคำถามขึ้นอย่างช้าๆ ที่ทำให้ความสงสัยในใจของเขาผุดขึ้นมาระลอกแล้วระลอกเล่า " ข้ารอผู้ที่เกิดมามีไฝเจ็ดดาวที่ฝ่าเท้าอันเปี่ยมด้วยพลังจิตวิญญาณแห่งฟ้าดินที่เข้มข้นถึงที่สุด เพื่อรับผู้นั้นเป็นศิษย์เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่..อู๋ซ๋าจ่าย..หรืออีกชื่อหนึ่ง อู๋ตงเทียน คุณชายสามของตำหนักภูติสวรรค์ แห่งวังวารีเทพ ...ข้ากล่าวถูกหรือไม่ หรือเป็นข้าละเมอเพ้อเพราะเมาแดดไป.." อู๋ซ๋าจ่ายหรืออู๋ตงเทียน " ????????????????????? "  ......................................  ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนแรง " มารร้าย ! หยุดไว้ เจ้าเป็นใครกล้ามาก่อกรรมทำเข็ญในเขตมณฑลใหญ่ภาคกลางแห่งนี้? "แสงแดดร้อนแรงแผดเผา คำกล่าวก็ดังกึกก้องจนขบวนมนุษย์หยุดชะงักลง ฝุ่นผงคลุ้งตลบอบอวลจนเกิดความสับสนอลหม่านขึ้นทันที ผู้กล่าววาจาเป็นรองจ้าวผู้ตรวจมณฑลในชุดเกราะแดงเข้ม ของวังอ๋องเลี่ยนแห่งมณฑลใหญ่ภาคกลาง นามว่า ต่งเปียนเจียง ร่างของเขาตั้งตรงไม่แพ้ง้าวด้ามทองที่ปักตรึงลงพื้นไว้ข้างกายวันนี้เขาเดินทางมาปราบมารร้ายที่อาละวาดด้วยตนเองพร้อมด้วยนายกองในสังกัดทั้งห้า " ฮี่ๆ ถึงกับมีแมลงวันจิ๊บจ๊อยที่มิกลัวร้อนแดดตายมาบินว่อนอยู่แถวนี้ถึงห้าหกตัว ฮี่ๆ "เสียงที่เย้ยหยันดวงตาที่แดงกล่ำของชายชราผมเผ้ายาวยุ่งเหยิงจนปลิวไสวไปกับสายลมเหลือบมองลงมาจากรถลากสีแดงเพลิง กระทบร่างแมลงวันในชุดเกราะแดงเข้มทั้งหกตัวในสายตาของอวี๋เปี้ยนไท่ ควันโขมงคลุ้งขึ้นมาเมื่อขบวนมนุษย์หยุดอย่างกะทันหัน พลันมีชาวยุทธ์สองคนในขบวนของมันที่ตาเหลือกล้มกลิ้งชักลงกับพื้นดินก่อนที่จะแน่นิ่งไปในที่สุด ขวับๆ เข็มทองที่ร้อยบนด้ายแดงสุริยาถูกมันดึงออกจากกะโหลกศีรษะของทั้งสองอย่างรวดเร็วทิ้งจุดดำคล้ำเล็กๆไว้บนกะโหลก" อ่อนแอยิ่งนัก ตายไปอีกสอง แต่ได้เพิ่มมาอีกหก ถือว่ากำไรอักโขอยู่ ฮี่ๆ " " มารร้าย ! ช่างไม่รู้จักชั่วดี " เสียงต่งเปียนเจียงดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งเขากระทืบที่พื้นอย่างแรง ง้าวด้ามทองที่ปักตรึงพื้นทะยานขึ้นฟ้า ร่างเขาทะยานตามไปขึ้นจับด้ามสีทองในมือ ควงร่างม้วนตัวคู่ง้ามด้ามทองทะยานขึ้นไปสูงจนเหนือร่างของอวี๋เปี้ยนไท่ที่อยู่บนรถลากสีแดงเพลิงเสียอีก ดวงตาอวี๋เปี้ยนไท่วาวขึ้น ขวับ! มันตวัดซัดพุ่งเข็มทองร้อยด้ายแดงออกจากใต้กรงเล็บมือพุ่งตรงขึ้นไป เป้าหมายคือศีรษะของต่งเปียนเจียงที่ทะยานลอยร่างเหนือขึ้นไปกว่าสิบวา ที่ลอยตัวอยู่ทั้งคนทั้งง้าวไหนเลยเกรงกลัวเข็มทองที่มันพุ่งออกมา  ง้ามด้ามทองถูกมือของเจ้านายมันรวบไว้กวัดแกว่งไปปะทะทันที " เปรี้ยงง! " เข็มทองถูกง้าวด้ามทองสะท้อนออก อวี๋เปี้ยนไท่ดึงด้ายแดงร้อยเข็มทองที่กระดอนออกกลับไปอีกครั้ง ขวับๆๆๆๆ พลันเข็มทองอีกห้าเล่มถูกอวี๋เปี้ยนพุ่งตามติดออกมาหมายทะลวงเจาะเข้าสู่ศีรษะของนายกองทั้งห้าที่อยู่ด้านล่างพร้อมกัน พลันที่อวี๋เปี้ยนไท่เปิดฉากโจมตีด้วยเข็มทองด้ายแดงนายกองที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็กวัดแกว่งทวนในมือต้านรับไว้ แต่กลับมีเสียงนายกองที่ชะล่าใจของต่งเปียนเจียงคนหนึ่งดังขึ้นมา " อ้ากก " นายกองคนนั้นร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เข็มทองเจาะทะลวงเข้าไปที่ศีรษะของเขาแล้ว " นายกองเซี่ยหรง " " เซี่ยหรง " ต่งเปียนเจียงที่ร่างเพิ่งทะยานพุ่งลงมาที่พื้นร้องขึ้น พร้อมนายกองอีกสี่คนต่างหันไปมองเขาแล้วเรียกชื่อเขาออกมาแทบพร้อมกัน ผ่านไปชั่วอึดใจพลันเซี่ยหรงคล้ายคนคลุ้มคลั่งแววตาขึงขังทวนในมือกวัดแกว่งกระโดดเข้าใส่ต่งเปียนเจียง จนนายกองอีกสี่คนตกตะลึง ต่งเปียนเจียงเห็นเช่นนั้น ร่ำร้องตะโกนขึ้น" เซี่ยหรงคลั่งไปแล้ว ทุกคนระวัง "ง้าวด้ามทองถูกเขาดันขึ้นรับปลายทวนที่ฟาดลงมาอย่างแรงของเซี่ยหรง เขารีบย่ำเท้าสลับไปมาหลบหลีกเซี่ยหรงที่กำลังฟาดทวนออกมาอย่างบ้าคลั่งสับสนวุ่นวาย ปานคนคลุ้มคลั่ง " ท่านรองต่ง ระวัง " เสียงนายกองที่เหลือร้องขึ้นเมื่อพวกเขาเห็นต่งเปียนเจียงรับมือกับเซี่ยหรงที่คลุ้มครั่ง แต่เสียงขวับของเข็มทองดังขึ้นอีกครั้ง พุ่งมาทางพวกเขาทั้งสี่โดยไม่ให้ทันตั้งตัว ไหนเลยทั้งสี่จะมีเวลาห่วงนายของพวกเขาอีก คนทั้งสี่ต่างแตกกระจายออก เมื่อเห็นสภาพของเซี่ยหรงทุกคนรู้ว่าเข็มทองด้ายแดงอันตรายเพียงใด แต่ก็มีนายกองที่ชักช้ากลับเสียหลักล้มลงไปผู้หนึ่ง เข็มทองด้ายแดงพุ่งตามติดทะลวงเจาะเข้าไปที่หลังของนายกองคนนั้นขณะที่เขาล้มลง อ้ากกก ! เสียงร้องของเขาดังพร้อมกับปลายเข็มสีแดงโผล่ทะลุออกมาทางอกซ้ายก่อนจะถูกอวี๋เปี้ยนไท่กระชากกลับออกทางด้านหลังกลายเป็นสีทองเช่นเดิม ..............................