ยายแก่ต้าหลี่ชื่อถือกระต่ายทั้งสองตัวไว้ในมือ
ข้าง ๆ ยายแก่ยังมีผู้หญิงตามมาด้วยอีกสองคน ในนั้นมีคนหนึ่งรูปร่างหน้าตาใช้ได้ ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ดูเรียบร้อย เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ซักสะอาดจนขาว ตามความทรงจำเดิมจึงรู้ว่านี่คือ
“สวีชื่อ”
แม่ของเ้าของร่างเดิม ในมือของสวีชื่อยังถือปีกของไก่ป่าทั้งสองตัวไว้อีกด้วย
ส่วนอีกคนหน้าตาคล้ายกับยายแก่ต้าหลี่ชื่อ หน้าบานอย่างกับแผ่นแป้ง หัวเหมือนผักกุ้ยช่าย เ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดกระ
“เสี่ยวหลี่ชื่อ”
เมียของลุงสอง และยังเป็หลานของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ ยิ่งไปกว่านั้น เสี่ยวหลี่ชื่อยังแบกกวางป่าจากูเาที่เธอพยายามล่ามันมาด้วยความยากลำบากไว้บนบ่า
อาหารที่เธอพยายามล่ามาด้วยร่างกายที่าเ็ คาดไม่ถึงว่าจะมีคนคิดมาฉวยไปอีก สำหรับหนิงเยี่ยนแล้วนี่เป็เื่ที่เธอทนไม่ได้
ต้าหลี่ชื่อใช้ดวงตาทรงสามเหลี่ยมของเธอกวาดมองหนิงเยี่ยน พอสังเกตเห็นาแบนหน้าผากของหนิงเยี่ยนก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ นังบ้านี่มันพยายามฆ่าตัวตายจริง ๆ ด้วย แผลบนหน้าผากใหญ่ขนาดนั้นคงจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้แน่ อย่างนี้ไอ้ขาเป๋บ้านข้าง ๆ จะยังชอบนังนี่อยู่ไหมนะ
“อีนังหนู มาก็ดีแล้ว รีบมาเอาไอ้เด็กเวรนี่ออกไป กล้าดียังไงมาลงไม้ลงมือกับย่าของตัวเอง ได้ดูแลสั่งสอนมันบ้างไหม!”
ได้ยินคำพูดของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ เ้าหนูน้อยก็เงยหน้าขึ้นมองแม่ เมื่อเห็นหน้าแม่ที่โกรธจนขึ้นสี ความหวังในดวงตาก็หายไปอย่างช้า ๆ พอย่ามาที่บ้านทีไร เขาต้องถูกตีเสียทุกครั้ง
อย่างไรก็ตามไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเื่ราวมันจะดำเนินไปอย่างไร
หนิงเยี่ยนถกแขนเสื้อขึ้น จ้องเขม็งไปยังหัวขโมยจอมแอบอ้างทั้งสาม แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ
“เอาของทั้งหมดวางลงเดี๋ยวนี้!”
เสี่ยวหลี่ชื่อถึงกับผงะเพราะเสียงคำรามของหนิงเยี่ยน เธอทำหน้าเหยเกแล้วตอบกลับว่า
“นังหนู เป็บ้าอะไรขึ้นมา เวลานี้แกควรจะสอนไอ้เด็กเวรที่ไม่รู้จักมารยาทนี่ต่างหาก”
“โอโฮ้........”
เดิมทีหนิงเยี่ยนไม่ได้คิดจะลงไม้ลงมือ เพียงแต่การรับมือกับพวกคนไร้ยางอายบางทีก็ต้องมีหมัดมีมวยกันบ้าง หนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปฉุดกวางป่าที่เสี่ยวหลี่ชื่อแบกอยู่ลงมาจากบ่า เมื่อเ้ากวางที่ยังมีชีวิตถูกสะบัดจนหลุด ก็ตกลงไปนอนกองกับพื้นลานบ้าน และส่งเสียงร้องออกมาอย่างคร่ำครวญ
เสี่ยวหลี่ชื่อมองไปยังมือที่ว่างเปล่าของตน เธออ้าปากเสียจนกว้างแล้วตวาดออกมา
“นังหนู นี่แกถึงขนาดกล้าลงไม้ลงมือกับข้าแล้วเหรอ!”
ฟันเหลือง ๆ ที่โผล่ออกมาทำเอาหนิงเยี่ยนแทบอยากจะอาเจียน
หนิงเยี่ยนชี้ไปยังกวางที่ตกลงมาบนพื้น แล้วค่อย ๆ เดินไปประชิดตัวยายแก่ต้าหลี่ชื่อ สายตาทอดมองไปยังกระต่ายป่าที่อยู่ในมือยายแก่
“พวกนี้เป็ของครอบครัวข้า เป็ของข้า!”
ยายแก่ต้าหลี่ชื่อตัวสั่น ส่วนกระต่ายที่อยู่ในมือก็ถูกหนิงเยี่ยนแย่งไปแล้ว
กระต่าย !กระต่ายของนางงั้นหรือ!เมื่อมองตามกระต่ายที่ถูกโยนใส่ในสุ่มไก่ ยายแก่ต้าหลี่ชื่อก็โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ
เมื่อเห็นแววตาที่โกรธสุดขีดจนแทบจะลุกเป็ไฟของยายแก่ต้าหลี่ชื่อ หนิงเยี่ยนจึงแสยะยิ้มขึ้นมา ฟันขาวส่องแสงประกายแวววาว และมองยายแก่ที่เกิดอาการวิงเวียนจนลมแทบจับ
เมื่อยายแก่ต้าหลี่ชื่อตั้งสติขึ้นมาได้ พอนึกออกว่าเธอถูกหนิงเยี่ยนตัวดีทำให้ลมแทบจับ ก็โกรธจนเป็ฟืนเป็ไฟ และพยายามจะฟาดฝ่ามือเข้ากับใบหน้าของหนิงเยี่ยน
แน่นอนว่าหนิงเยี่ยนไม่ยอมยืนเฉย ๆ ให้ยายแก่ทำร้ายได้ตามใจชอบ หน้าผากของเธอยังมีาแ รักษามาจนถึงตอนนี้โดยที่ยังไม่มีอาการไข้ก็นับว่าเป็ไปได้ยากแล้ว
ถ้าหากมาโดนตบซ้ำจนาแเปิดหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาอีก เกรงว่าเธอคงไม่รอดแน่ เธอเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งจึงทำให้เธอรักและหวงแหนชีวิตมากขึ้น
หนิงเยี่ยนก้าวเท้า เบี่ยงตัวหลบออกจากที่ที่เธอเคยยืนอยู่ อย่างไรก็ตามฝ่ามือที่จะตบไปที่หน้าของหนิงเยี่ยนนั้น ยายแก่ไม่มีทางชักกลับมาได้ทัน เพราะเธอนั้นแก่จนเคลื่อนไหวได้ช้า ร่างของเธอจึงเซไปข้างหน้า “กร็อบ” เสียงเอวของเธอดังลั่น
ต้าหลี่ชื่อล้มลงกับพื้นขยับตัวไม่ได้ เธอตบมือลงบนพื้นพลางส่งเสียงะโ
“ตายแน่ ข้าตายแน่ วันนี้ข้าไม่รอดแน่ นังตัวดีกล้าลงไม้ลงมือกับผู้สูงอายุ ตระกูลหนิงของข้าทำไมถึงมีคนสารเลวแบบนี้ ยายแก่คนนี้อยู่มาครึ่งชีวิตแค่อยากจะกินเนื้อก็ยังถูกทำร้าย หญิงสารเลวเช่นนี้อีกไม่นานก็จะถูกนำไปใส่ชะลอมหมูถ่วงน้ำ!”
......หน้าผากของหนิงเยี่ยนเหยียดเป็เส้นตรง เธอไม่ได้เจาะจงจะทำร้ายใคร คนจะถูกตบเบี่ยงตัวหลบมันผิดหรือไงกัน ?
ผู้คนมักกล่าวกันว่าคนจนกลัวคนไม่มีเหตุผล คนไม่มีเหตุผลกลัวคนบ้า ส่วนคนบ้านั้นกลัวคนไม่กลัวตาย ในเมื่อครอบครัวนี้ไม่ให้โอกาสเธอเป็คนดี เช่นนี้แล้วเธอก็จะเป็คนชั่วให้เสียเลย
เธอเอื้อมมือไปคว้ายายแก่ที่พื้นพร้อมกับหิ้วขึ้นมา และโยนออกไปยังประตู
“ไสหัวออกไป!”
ยายแก่ต้าหลี่ชื่อแทบไม่ส่งเสียงใด ๆ พลางลอบมองแขนของหนิงเยี่ยน และไม่สามารถปกปิดความใในแววตาได้ เธอรู้มาตลอดว่านังหนูคนนี้มีพละกำลังมหาศาล แต่ไม่รู้มาก่อนว่ามันจะมากถึงเพียงนี้ แค่มือข้างเดียวก็หิ้วตนขึ้นมาได้แล้ว
หนิงเยี่ยนไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเกรงกลัวยายแก่ต้าหลี่ชื่อ เธอเดินเข้าไปหาสวีชื่อ มองไก่ป่าที่อยู่ในมือ และพูดออกมาอย่างหนักแน่น
“ไก่ของข้า”
คนคนนี้เป็แม่ของเ้าของร่างเดิม แต่เป็แม่ที่ไม่รู้จักดูแลลูก แล้วยังรวมหัวกับย่าและลูกพี่ลูกน้องมาฉกฉวยของไปแบบนี้ นี่สินะที่เขาว่า โลกใบนี้มีคนอยู่ทุกรูปแบบ
“ย่าของแกอยากจะกินเนื้อ แกก็มีอาหารป่าออกเยอะแยะ แบ่งให้คนในบ้านบ้างจะเป็อะไรไป ทำไมแกถึงได้ไม่รู้เื่รู้ราวเลยนะ มิน่าล่ะคนอื่นขึ้นไปกลับไม่เจออะไร แต่แกกลับถูกพวกโจรูเามันข่มขืนเอา”
หนิงเยี่ยนได้ฟังคำพูดที่ไร้สาระของแม่ เธอยื่นนิ้วมือออกไปชี้แผลที่เพิ่งตกสะเก็ดบนหน้าผาก แล้วเอ่ยออกมาเสียงเบา ๆ
“ถูกโจรูเาข่มขืน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า ข้าไม่ได้เต็มใจ อีกอย่างข้าเกือบตาย พวกท่านยังกล้ามาแย่งของคนตายหรือไง ?”
ไม่รู้ทำไมขณะที่หนิงเยี่ยนเอ่ยประโยคนี้ สวีชื่อจึงรู้สึกขนลุกขนชัน มองไปยังใบหน้าของลูกสาว แล้วก็รู้สึกอึดอัดไปทั่วร่าง
เธอยื่นไก่คืนให้หนิงเยี่ยนโดยร่างกายขยับไปเอง….
ร่างของยายแก่ต้าหลี่ชื่อที่นอนขดอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวหลี่ชื่อ มองสวีชื่อที่ส่งเนื้อในมือคืนให้กับหนิงเยี่ยน จึงโกรธเสียจนดุด่าออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“สวีชื่อ ไร้ประโยชน์ แค่อีนังตัวดียังจัดการไม่ได้ แกอยากกลับบ้านแม่แกแล้วใช่ไหม บ้านตระกูลหนิงของข้าไม่้าลูกสะใภ้แบบนี้!”
สวีชื่อหน้าขาวซีด เธอหดมือคืนกลับมาทันใด เนื่องจากไม่อยากกลับไปบ้านแม่ ถ้ากลับไปจะต้องโดนพี่ชายและพี่สะใภ้รังแกเป็แน่ พอคิดได้แบบนั้นความกล้าก็กลับคืนมา
“แกมันก็แค่อินังเด็กเลว แม่อยากกินแค่นี้จะเป็อะไรไป ถ้ารู้ว่าเ้าจะโตมาแบบนี้ ไม่รู้บุญคุณ ไม่กตัญญูเช่นนี้ ข้าคงเอาเ้าถ่วงน้ำตายไปั้แ่ปีนั้น”
“ถ้าปีนั้นโดนถ่วงน้ำตายก็ดีสิ ชีวิตที่เหลือของข้าจะได้ไม่ต้องถูกย่ำยี !”
หนิงเยี่ยนพูดจบก็แย่งกระต่ายป่าทั้งสองตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
ถ้าสวีชื่อพูดกับเธอดี ๆ เธอคงจะยกกระต่ายทั้งสองตัวให้สวีชื่อไปแล้ว ยังไงความเป็แม่ลูกก็ตัดไม่ขาด แต่แค่อ้าปากก็มีแต่คำด่าเสีย ๆ หาย ๆ แล้วเธอก็ไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไป ทำไมจะต้องเอาสัตว์ที่ล่ามาอย่างยากลำบากให้คนพวกนี้ด้วย
เพราะเธอคนนี้เป็แม่ของเ้าของร่างเดิมอย่างงั้นหรือ แต่เ้าของร่างคนเดิมตายไปแล้ว แล้วยังถูกคนในครอบครัวมาตามขู่เข็ญแบบนี้อีก
เธอปิดประตูรั้วบ้านท่ามกลางสายตาที่ใของสวีชื่อ เมื่อมองไปยังท่าทางที่ไม่ยอมแพ้ของทั้งสาม หนิงเยี่ยนจึงยักไหล่ เธอมองกลับไปยังเ้าหนูน้อยที่ฟุบอยู่กับพื้น เขากำลังใช้สายตาที่เปล่งประกายจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจ และความปีติยินดี ไม่น่าเชื่อเลยว่าสายตาของเด็กน้อยจะมีอารมณ์ที่ซับซ้อนมากมายเช่นนี้
นี่เป็ครั้งแรกที่หนิงเยี่ยนเป็แม่จริง ๆ หนิงโหย่วหยูไม่ใช่ทหารในปกครองของเธอ เธอจึงเอ่ยกับเขาอย่างอ่อนโยน
“ลุกขึ้นมาเถอะ”
“อื้อ!”
เ้าหนูน้อยลุกขึ้นแล้วปัดเสื้อผ้า
“ท่านแม่เก่งสุดยอด!”
เมื่อถูกเ้าหนูน้อยมองอย่างนับถือขนาดนี้ หนิงเยี่ยนก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมา บ้าจริง เ้าหนูนี่ใช้ยาเสน่ห์หรือไงกัน ผอมอย่างกับตะเกียบยังน่ารักขนาดนี้ ถ้าขุนให้อ้วน ๆ จะต้องน่ารักกว่านี้แน่
“เอากระต่ายไปขังสิ ให้เ้าเลี้ยงดีไหม?”
“ดี!”
เ้าหนูน้อยรีบเอากระต่ายเก็บไว้ในสุ่มไก่ เ้าหนูหนิงโหย่วหยู ตัวไม่ได้ใหญ่โต แต่ความแข็งแกร่งคงจะได้รับจากแม่มา เขาอุ้มไก่ป่าขึ้นมาราวกับไม่ได้ออกแรงแม้แต่น้อย
มองดูสัตว์ที่ล่ากลับมาอยู่ที่เดิม หนิงเยี่ยนก็สบายใจขึ้นมานิดหน่อย เธอพาเ้าหนูน้อยกลับไปนอนที่เตียงไม้ในกระท่อมฟาง
“นอนเถอะ ถ้านอนน้อยจะไม่สูงนะ”
เ้าหนูน้อยที่เดิมทีจะไปเก็บฟืน ร่างกายก็แข็งทื่อขึ้นมาทันที เขาค่อย ๆ นอนราบลงไปกับเตียงไม้ สำหรับเ้าหนูหนิงโหย่วหยูที่กำลังเติบโต การบอกว่าจะไม่สูง นับว่าเป็คำพูดที่ทำให้เขากลัวที่สุด
และแล้วทั้งสองก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างช้า ๆ
................