“คุณคะ ฉันขอถามได้ไหมคะว่าคุณขายราคาเท่าไหร่?”
“ไม่ปิดบัง ที่แถบในเมืองขาบกันตารางวาละ 12 หยวน บ้านของฉันมีพื้นที่ทั้งหมด 60 ตารางวา แต่เพราะบ้านหลังนี้ทรุดโทรมไปมากแล้ว ฉันเลยจะขายแค่ 650 หยวนเท่านั้น” เ้าของบ้านพูดขึ้น
หยางจูมองบ้านที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เงิน 650 หยวน ถ้าหากสร้างที่ชนบทแน่นอนว่าต้องได้บ้านสองชั้นขนาดใหญ่ แต่ถ้าเทียบกับราคาที่ดินในเมือง ราคานี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
“คุณจะว่าอะไรไหมถ้าหากว่า ฉันแค่พูดเผื่อเอาไว้น่ะค่ะ คุณก็รู้ว่าอะไรก็ไม่แน่นอนสักอย่าง ถ้าหากว่าคนที่มาซื้อบ้านตัดหน้าฉันไป เขากู้เงินโรงงานไม่ได้ คุณอย่าลืมนึกถึงฉันนะคะ"
“ดะ ได้ แต่ฉันจะติดต่อคุณยังไงล่ะคะ? คุณทำงานที่โณงงานไหนเหรอ?”
“ฉันอยู่ที่หมู่บ้านแถบชนบท อยู่ห่างจากที่นี่ไปสี่หมู่บ้านค่ะ คุณไปตามหาฉันได้ที่บ้านของผู้นำหมู่บ้าน ฉันเป็ลูกสะใภ้คนที่สามของบ้าน” ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้การติดต่อสื่อสารยากลำบาก
“ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ไว้ฉันจะติดต่อกลับไปนะคะ” เ้าของบ้านพยักหน้าแล้วก็เดินจากไป
หยางจูหันกลับไปมองบ้านเดี่ยวชั้นเดียวอีกครั้ง จากนั้นเธอก็เดินคอตกกลับบ้าน คิดว่าวันนี้ไม่น่าจะใช่วันของเธอ สู้กลับบ้านไปทำอาหารอร่อยๆให้ลูกชายดีกว่า
อีกทางด้านหนึ่ง ณ ค่ายทหาร
"เขาาเ็มากเกินไป คงยากที่จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม"
“เขียนจดหมายแจ้งกับที่บ้านเขาหรือยัง?”
“แจ้งไปแล้วครับ คาดว่าทางนั้นน่าจะเพิ่งได้รับจดหมาย” ลูกน้องรายงานเสียงหนักแน่น
“อากวง ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นายเป็ลูกน้องใต้บังคับบัญชาฉันดีมาก พวกเราผ่านร้อนผ่านหนาวกันมามากจริงๆ ถึงคราวที่ฉันต้องตอบแทนความจงรักภักดีของนาย ให้นายได้กลับบ้านเกิดไปพักฟื้นแล้วล่ะ” หัวหน้าพูดกับลูกน้องด้วยความเสียดาย
หวงจิ่นกวง มองดูแผลที่อยู่ตรงหน้าท้องอย่างไร้ความรู้สึก เขาจากบ้านมาหลายปี เพียงเพื่อ้าให้ครอบครัวมีความเป็อยู่ที่สบายขึ้น คิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าถ้าหากผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนั้นรู้ข่าว ว่าเขากลายเป็คนไร้ประโยชน์แล้วเธอจะทำอย่างไร
เ้านายเห็นลูกน้องนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เขาก็เข้าใจความรู้สึกดี แต่พอมองไปหาลูกน้องอีกคนที่าเ็ไม่แพ้กัน แต่ดีกว่าคนน้องเยอะก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะหวงจิ่นกวงเอาตัวเองเข้าปกป้องลูกพี่ลูกน้องอย่าง หวงิลู่ ทำให้ตัวเขาต้องได้รับาเ็สาหัส
ทางด้านหวงิลู่ที่แกล้งไม่ได้สติ แต่หูทั้งสองข้างก็คอยฟังอยู่ตลอด ว่าเ้านายจะทำอย่างไรต่อไป ถ้าถามเขาคือไม่อยากเป็ทหารอีกต่อไปแล้ว ครั้งนี้ยังดีที่รอดชีวิตมาได้ แต่ใครจะรับประกันว่าจะมีครั้งหน้าอีก
“ท่านครับ แล้วหวงิลู่ล่ะครับ” ลูกน้องถามด้วยความลำบากใจกับตัวถ่วงของกอง
“เฮอะๆ คนไร้ประโยชน์แบบนั้นส่งกลับบ้านไปเถอะ หัวหน้าเฉินตามผมมาปรึกษาเื่เงินชดเชยที่จะให้กับนายทหารทั้งสองคน”
ดูเหมือนว่า์จะได้ยินคำอ้อนวอนของ หวงิลู่ ทำให้เขาได้รับการปลดประจำการก่อนกำหนด อีกทั้งยังจะได้เงินชดเชยอีกด้วย
“หัวหน้าเฉิน บอกผมทีว่าลูกน้องของคุณเป็อย่างไรบ้าง”
“หวงิลู่ ถึงจะขี้ขลาดไปบ้าง แต่ก็เข้ากับพี่น้องได้ ช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ เพียงแต่วันนั้นโชคร้ายที่ให้ฝ่ายนั้นจับตัวไป จนทำให้จิ่นกวงต้องตามไปช่วย ถ้าจะพูดถึงคุณความดีก็คงจะไม่เท่าจิ่นกวง แต่ก็สมควรได้รับค่าตอบแทนชดเชยครับ” หัวหน้ารายงานไปตามความจริงให้ผู้บังคับบัญชาของกองฟัง ต่อให้เป็คนที่ไม่ได้เื่ที่สุด แต่เขาก็สมควรได้รับค่าชดเชย เพราะแค่กล้ามาสมัคร เอาชีวิตเข้ามาเสี่ยง ก็ถือว่ามีคุณงามความดีแล้ว
“อืม”
“ส่วนหวงจิ่นกวง คงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะไม่มีส่วนไหนเลยที่เขาทำได้ไม่ดี เขาได้ใจพี่น้องในกองทุกคน นายทหารทุกคนยกให้เขาเป็หัวหน้า และด้วยหน้าที่ทำให้เขาทิ้งหวงิลู่ไม่ได้ จนทำให้ตัวเองาเ็สาหัส”
“สารเลว ฉันต้องเสียคนเก่งๆไปแท้ๆ” เสียงรอดไรฟันไม่ดังเท่าไหร่ แต่ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุก
“บอกฝ่ายการเงิน ให้ค่าชดเชยหวงิลู่ 2000 หยวน คูปองทั่วประเทษอีก 200 ใบ ส่งตัวกลับบ้านทันที่ ส่วนหวงจิ่นกวง ให้ค่าชดเชย 5000 หยวน คูปองทั่วประเทศ 500 ใบ ฉันจะไปติดต่อกับโรงงานเหล็กล้าที่ตัวเมืองของเขา ให้บรรจุชื่อเข้าเป็หัวหน้าทีมช่างที่โรงงานเหล็กกล้าได้รับเงินเดือนทันที หากร่างกายหายดีแล้วค่อยไปเริ่มทำงาน รักษาตัวหายแล้วค่อยส่งกลับบ้าน”
“รับทราบ”
คืนนั้นหวงจิ่นกวงได้รับรายงาน รวมถึงค่าตอบแทนที่เขาจะได้รับ ทำงานมาเกือบ 4 ปี เงินเดือนแค่ 40 หยวน ยังไม่ได้เยอะเท่าาเ็ครั้งนี้เลยด้วยซ้ำ
เงิน 5000 หยวน มากพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นใช้ได้อีกหลายปี พักรักษาตัวสักระยะเขาก็คงจะไปทำงานที่โรงงาน ส่งเงินให้กับทางบ้านได้เหมือนเดิมแล้ว
เช้าวันถัดมา หวงิลู่ออกจากค่ายทหาร เนื่องจากาแที่เขาได้รับ นอกจากแผลฟกช้ำตามร่างกายแล้วก็ไม่ได้รับาเ็ตรงส่วนอื่น
“ทำไมไม่รอให้ผมหายดีก่อนล่ะครับหัวหน้าเฉิน?”
“แค่ฉันพูดให้นายได้รับเงินชดเชยก็ดีแค่ไหนแล้ว ท่านผู้บัญชาการจะไม่ยอมให้เงินนายด้วยซ้ำ”
“จิ่นกวงล่ะ? มันได้เท่าผมหรือเปล่า?” ตัวเองยังได้ตั้ง 2000 หยวน ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นต้องได้เยอะกว่าเขาแน่ ถึงแม้ว่าเขาและหวงจิ่นกวงจะอายุเท่ากัน แต่เขาแก่เดือนกว่า เขาจึงเป็พี่ของอีกฝ่าย
“เื่นั้นฉันไม่รู้ ต้องคงจะได้ตามเกณฑ์ทั่วไปนั่นแหละ นายอย่าพูดมากอยู่อีกเลย ถ้าเกิดมีคนมาเห็นเข้า แล้วเอาไปรายงานผู้กองฉันจะซวยไปกับนายด้วยนะ” อีกฝ่ายเร่ง
“หึ ทีอย่างนี้ก็ถีบหัวส่งกันเลยนะ ใช่สิ มีลูกน้องคอยรับใช้ใหม่แล้วสินะ”
“พูดบ้าอะไรของนาย ฉันบอกแล้วว่าอย่าพูดถึงมันอีก เอานี่ไป…ฉันช่วยนายได้เท่านี้” หัวหน้ายัดก้อนเงินก้อนหนึ่งใส่มือของหวงิลู่
เขานับมันต่อหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็หัวหน้าอย่างไม่เกรงกลัว พบว่าในก้อนนี้มีเงินมากถึง 500 หยวน ถ้าเทียบกับเงินเดือนของอีกฝ่ายแล้วถือว่าเงินจำนวนนี้ไม่น้อยเลยจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าก็ดูแลตัวเองให้ดีนะครับ ผมคงไม่ไปไหนไกลหรอก จะอยู่คอยรับใช้หัวหน้าแถวๆนี้แหละ” หวงิลู่ยกยิ้มเบาๆแล้วก็เดินออกจากค่ายทหารมา เขาจะกลับบ้านเวลานี้ไม่ได้ อีกอย่างตัวเขาก็ไม่คิดจะกลับไปบ้านหลังนั้นด้วยเช่นกัน
เมษายน 1976 หวงจิ่นกวงปลดประจำการจากค่ายทหาร เขาได้รับการเลี้ยงส่งจากเพื่อนทหาร รวมไปถึงหัวหน้า ผู้บัญชาการเป็อย่างดี
“ไม่ต้องห่วงอนาคตต่อจากนี้ รักษาตัวให้หายก็เข้าไปทำงานที่โรงงานได้เลย”
“ขอบคุณครับ” หวงจิ่นกวงทำความเคารพแบบฉบับทหารต่อหน้าผู้บัญชาการ
“นี่เป็น้ำใจเล็กๆน้อยจากพวกเราพี่-น้องทหารทุกคน เอาไว้รักษาตัว”
หวงจิ่นกวงมองหน้าทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ จากนั้นก็รับซองสีขาวมาด้วยความตื้นตัน เขาไม่รู้หรอกว่าแต่ละคนให้มาเท่าไหร่ แต่เพียงได้ยินว่าเป็น้ำใจของพี่น้องเขาก็รู้สึกดีแล้ว
ชายหนุ่มร่างหนา สูงใหญ่กว่าเมื่อก่อนมาก เขาไม่ใช่หนุ่มอ้อนแอ้นหน้าหวานเหมือนแต่ก่อนแล้ว ผิวขาวเนียนละเอียด ถูกแทนที่ด้วยสีกระดำกระด่างจากการถูกแสงแดดเผา บ่งบองถึงความเป็ชายชาตรีในตัวเขาได้เป็อย่างดี
แต่ถึงอย่างนั้น ใบหน้าสวยหวานเหมือนผู้หญิงข้อนี้ก็ยังคงอยู่ เ้าของใบหน้าเรียวยาว คิ้วโก่งเข้มรับกับจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงติดคล้ำเพราะสูบบุหรี่เป็เวลานาน
เวลานี้เขากำลังอยู่ที่สถานีรถไฟ แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางก็คือสถานที่ซึ่งจากมา ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกชายจะเป็อย่างไรบ้าง ปีที่แล้วเขาเดินและเรียนชื่อพ่อได้แล้ว ปีนี้ไม่รู้ว่าเขาจะยังจำพ่อคนนี้ได้หรือเปล่า ส่วนผู้หญิงคนนั้น…ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเธอคงไม่ใส่ใจเขาเท่าไหร่หรอก