จวนตระกูลหลิว
หลิวอี้เฉิงมีคำสั่งให้ลี่เฉี่ยวเข้าวังไปเรียนมารยาทในวัง ลี่เฉี่ยวนางไม่ได้คิดอะไรมาก นางเข้าใจว่าบิดาคงหวังดีอยากให้เป็กุลสตรีที่เพียบพร้อมจึงไม่ขัดอะไรแต่ทว่าในความเป็จริง หลิวอี้เฉิงทำเพื่อให้ลี่เฉี่ยวได้เข้าใกล้องค์ชายรองและองค์ชายรองจะได้เข้าใกล้ลี่เฉี่ยวได้ง่ายมากขึ้น
“ท่านพ่อข้าเรียนมาหลายวันแล้ววันนี้ขอพักได้ไหม ข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นบ้าง”
“ไม่ได้ แล้วเ้าได้เจอกับองค์ชายรองบ้างไหม”
“แน่นอนต้องเจออยู่แล้ว พอองค์ชายรองกำลังจะเดินมาหาข้า ข้าก็รีบปลีกตัวหาข้ออ้างไปทางอื่นข้าไม่อยากคุยด้วย”
ลี่เฉี่ยวพูดน้ำเสียงเรียบเฉย
สีหน้าขุนนางสีไม่พอใจ
“ข้าส่งเ้าไปเรียนมารยาทแต่กลับไร้มารยาทกับองค์ชายรองเช่นนี้ ทำไมเ้าจะต้องหลบหน้าพระองค์ด้วย”
ลี่เฉี่ยวคิ้วขมวด
“ข้าแค่ไม่อยากคุยด้วยไร้มารยาทตรงไหน ไม่เห็นมีข้อไหนที่นางกำนัลอวุโสบอกข้าว่าไม่อยากคุยกับใครแล้วไร้มารยาทนี่เ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็บอกเ้าอยู่นี่ ครั้งหน้าถ้าองค์ชายรองเดินมาหา หรือเรียกเ้าเ้าต้องทำตามที่เขาสั่ง อย่าขัดใจองค์ชายรองเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่”
“เ้าค่ะ” ลี่เฉี่ยวตอบรับน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจหน้าก็นิ่วคิ้วขมวด
“รีบไปได้แล้ว”
ลี่เฉี่ยวนั่งรถมาออกไปกับซูปี้สาวใช้แต่นางเพียงไปส่งเท่านั้นไม่ได้เข้าไปในวังด้วย รถม้าลี่เฉี่ยววิ่งสวนกับรถม้าอีกคันคนที่อยู่บนรถเปิดหน้าต่าง พร้อมกันกับลี่เฉี่ยวทั้งสองสบตากันเป็สีฟางเหนียงนางร้องเรียกลี่เฉี่ยว ให้หยุดรถก่อน ฟางเหนียงบอกกับลี่เฉี่ยวว่า
“ข้ากำลังจะไปหาเ้าที่จวนเจอตรงนี้ก็ดีแล้วข้าคุยหน่อยด้วยได้ไหม”
“อืม...ได้สิ”
“แม่นางฮุ้ยเจียงอยากคุยกับเ้า”
ลี่เฉี่ยวทำหน้าสงสัยแล้วเอ่ยถาม
“นางมีเื่ใดจะคุยกับข้า”
“นางบอกข้าว่านางเป็คู่หมั้นของคุณชายหลี่เฟยินางได้ยินข่าวมาว่าเ้ากับหลี่เฟยิเคยนัดพบกันใช่หรือไม่เขาเห็นว่าข้าเป็เพื่อนกับเ้า เลยขอร้องไห้ช่วยนัดหมายเ้าให้”
ลี่เฉี่ยวได้ยินคำว่าคู่หมั้นเฟยิ ก็รู้สึกหงุดหงิดอารมณ์ฉุนเฉียว
“ข้าไม่มีเวลามาพูดคุยเื่ไร้สาระพวกนี้คู่หมั้นใคร ก็ไปคุยกันเอง ข้าไม่เคยนัดพบกับหลี่เฟยิ ข้าต้องเข้าวังแล้ว”
ฟางเหนียงรีบดึงแขนลี่เฉี่ยวไว้ก่อนที่ขึ้นรถม้า
“ใจเย็นก่อนข้ารับปากนางแล้วข้าไม่อยากเสียหน้า ไปกับข้าสักประเดี๋ยวนะ”ฟางเหนียงออดอ้อนลี่เฉี่ยวจนลี่เฉี่ยวยอมตกลง
“ก็ได้แต่ข้ามีเวลาไม่มาก”
“งั้นไปรถข้า” สีฟางเหนียงดึงแขนลี่เฉี่ยวขึ้นรถม้าตัวเอง ซูปี้สาวใช้รีบทัก
“เอ๊ะ!..ไปรถม้าของคุณหนูก็ได้ข้าจะได้ไปด้วย”
ฟางเหนียงรีบตอบทันใด “เ้าไม่ต้องไป รออยู่นี่ประเดี๋ยวก็กลับ”
ซูปี้ไม่พอใจนางส่งเสียงดังขึ้น
“ได้ไง ข้าต้องดูแลคุณหนู” ลี่เฉี่ยวหันกลับมาพยักหน้าให้แล้วพูดว่า
“ข้าไปแป๊บเดียวเดี๋ยวเดียวก็กลับเ้ารออยู่นี่แหละ”
ฟางเหนียงมองหน้าซูปี้ยิ้มมุมปากใส่เล็กน้อย แล้วนางก็บอกให้รถม้าออกไป
“หน้าตาไม่น่าไว้ใจสักนิดคุณหนู น่ะ คุณหนู”
ฟางเหนียงพาลี่เฉี่ยวเริ่มออกนอกเส้นทางห่างตาผู้คน
“จะพาข้าไปที่ใดมันเริ่มจะไกลแล้วนะ”
“ข้าก็อยู่ด้วยเ้าจะกลัวอะไรใกล้แล้วหล่ะ”
สักพักฟางเหนียงให้รถม้าหยุดพาลี่เฉี่ยวเดินในเส้นทางที่แคบเข้าไปซึ่งรถม้าเข้าไม่ได้
“ข้านัดนางที่นี่สักพักนางคงมา”
“ทำไมต้องนัดสถานที่แบบนี้ที่อื่นมีตั้งเยอะแยะ”
ฟางเหนียงยิ้มสีหน้าสะใจ
“นั่นน่ะสิทำไมต้องนัดสถานที่แบบนี้ ข้าเองก็สงสัยเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า”
“เ้าขำอะไร”
“อ๋อไม่มีอะไร โอ๊ยข้าปวดท้องข้าขอไปเอายาที่รถประเดี๋ยวนะ เดี๋ยวข้ามา” ฟางเหนียงเดินไปที่รถม้านางแอบคิดใน
“โง่จริงเชียวขอให้เ้าโชคดีนะ หลิวลี่เฉี่ยว” แล้วนางก็นั่งรถม้าออกไปอย่างรวดเร็วลี่เฉี่ยวพอได้ยินเสียงรถม้าวิ่ง นางก็รีบจะวิ่งตาม แต่ไม่ทันได้ก้าวเท้าก็มีชายชุดดำ สองคนโผล่ออกมายืนตัดหน้า
“จะไปไหน” เสียงของชายชุดดำอีกคนพูดขึ้น
“พวกเ้า เป็ใครเป็คนของฟางเหนียงงั้นเหรอ”
“เป็ใครไม่สำคัญ สำคัญที่เ้าต้องเป็ภรรยาของข้าทั้งสอง ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พวกเขายืนล้อมลี่เฉี่ยว แล้วพุ่งเข้าจับฉุดกระชากรากกันสักพักแขนเสื้อชายชุดดำถูกถลกขึ้นลี่เฉี่ยวเห็นสัญลักษณ์ที่แขนมันช่างคุ้นตามาก นางยังคิดไม่ออก รู้แต่ว่าเวลานี้ต้องเอาตัวรอดไว้ก่อนจากที่เฟยิเคยสอนวรยุทธ์ให้นางมาบ้าง นางสามารถสลัดตัวเองออกจากคนทั้งสองได้แล้ววิ่งพร้อมเสียงร้อง ะโขอความช่วยเหลือ โดยที่คนร้ายก็ตามนางมาติดๆดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงร้องของนางนางจึงเลือกที่จะเงียบและแอบซุ่มในพุ่มไม้ ครั้นสิ้นสุดเสียงร้องของลี่เฉี่ยว ชายชุดดำทั้งสองก็คิดว่าลี่เฉี่ยวคงยังไม่ได้ไปไหนไกล พวกเขาเดินวนหารอบๆ เห็นด้านหลังนางที่แอบซุ่มหลังพุ่มไม้ ทั้งสองจู่โจมนางด้านหลังจนลี่เฉี่ยวต้องร้องขอความช่วยเหลือแบบสุดเสียง นางโดนกระชากเสื้อจนขาดเผยไหล่ที่ขาวเนียน
“ว้าวขาวยิ่งกว่าหยวกกล้วยเสียอีก”
ชายชุดดำดึงผ้าที่ปิดหน้าตัวเองออก
“ไหน ๆ ก็ ไหน ๆแล้วเห็นหน้าสามีก็ไม่เป็ไรหรอก เขากำลังจะก้มหน้าเข้าหาลี่เฉี่ยวแต่กลับโดนของแข็งบางอย่างฟาดลงมาด้านหลังอย่างจังจนล้มลงไปต่อหน้าลี่เฉี่ยวมองไปยังคนที่ฟาด นางร้องเรียกด้วยความดีใจ รู้สึกปลอดภัย
“เฟยิ! ช่วยข้าด้วย”
สีหน้าดุดันด้วยความโกรธ ไม่ท่อนใหญ่ในมือเขาถูกฟาดลงใส่คนร้ายชุดดำไม่ยั้งจนทั้งสองหมดสติไป แต่ยังไม่ถึงกับชีวิต เขา้ารู้ว่าใครเป็ผู้บงการเฟยิจับทั้งสองมัดมือเท้าติดกับต้นไม้
ลี่เฉี่ยวโผเข้ากอดเฟยิแน่น ตัวสั่นน้ำตาซึม เฟยิก็โอบกอดนางแน่น มืออีกข้างยกขึ้นลูบที่หัวนาง พร้อมปลอบนาง
“ไม่เป็ไรแล้วข้าอยู่นี่” น้ำเสียงนุ่มนวล
เฟยิถอดเสื้อคลุมของเขาใส่คลุมให้กับลี่เฉี่ยว เฟยิเห็นว่าลี่เฉี่ยวคลายความใ และมีสติมากขึ้นจึงค่อยๆถามนางเื่เป็มาอย่างไร
“ข้ากำลังจะเข้าวัง บังเอิญเจอกับสีฟางเหนียงนางบอกข้าว่า มีแม่นางฮุ้ยเจียงอยากคุยกับข้า เขาบอกว่านางเป็ว่าที่คู่หมั้นท่านอยากคุยกับข้า”
ใบหน้าเฟยิทำสงสัย
“คู่หมั้น อะไร”
“แล้วแม่นางผู้นั้น งานเลี้ยงในวังข้าเห็นว่าท่านกับแม่นาง กะหนุงกะหนิงกันอยู่ยังจะปฏิเสธอีก”
ลี่เฉี่ยวแสดงสีหน้าไม่พอใจยังกับภรรยาที่กำลังงอนสามี เฟยิอมยิ้มหันหน้าไปอีกทางเพราะกลัวจะหลุดขำเสียงดัง
“หึงข้ารึ” สายตาจ้องที่ลี่เฉี่ยว
“ใครหึงท่าน! เพียงแต่ข้าเห็นกับตาแล้วท่านจะยังมาปฏิเสธ แบบ....”
ลี่เฉี่ยวยังพูดไม่จบคำ เฟยิใช้มืออ้อมด้านหลังดึงลี่เฉี่ยวเข้ามาจูบััริมฝีปากลี่เฉี่ยวขยี้ด้วยปากเล็กน้อยเปลือกตาเริ่มหลับลง ลี่เฉี่ยวในตอนแรกใอึ้งเบิกตากว้างสักพักหลับตาปี๋ปล่อยไปตามความรู้สึก
จู่ๆ คนร้ายทั้งสองรู้สึกตัวส่งเสียงโอดครวญทำให้เฟยิกับ ลี่เฉี่ยวต้องหยุดการจูบกะทันหัน หันไปมองคนร้ายแป๊บหนึ่ง แล้วหันกลับมาพูดกับลี่เฉี่ยว
“นางเป็ญาติผู้น้องของพี่สะใภ้ข้าท่านพ่อจะให้นางหมั้นกับข้า แต่ข้าไม่ยอมหมั้นกับนางและก็ไม่ได้สนใจอะไร นางก็ไม่ได้มายุ่งกับข้าแล้ว”
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน
คนร้ายทั้งสองเหมือนกำลังพยายามล้วงเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างในชุดของตนแต่พวกเขายังถูกมัดแน่นจึงไม่สามารถทำได้อย่างง่าย เฟยิหันไปเห็นจึงเข้าไปสำรวจในร่างกายของพวกเขา เจอบางสิ่งเป็เม็ดกลมสีดำคาดว่าน่าจะเป็ยาสำหรับจบชีวิตแต่ทว่าพวกเขาไม่สามารถทำได้สำเร็จ เป็เฟยิที่ขัดขวาง นำยานั้นทิ้งไป
ลี่เฉี่ยวจับแขนเสื้อคนร้ายขึ้นดูสัญลักษณ์ที่แขน เขากำลังพยายามคิด เฟยิเองก็คุ้น สักพักเฟยิเอ่ยขึ้น
“ข้าเคยสัญลักษณ์นี้ในวันเทศกาลโคมไฟ” ลี่เฉี่ยวพูดขึ้นต่อ
“ใช่ในวันที่ข้าโดนลอบทำร้าย ก็มีสัญลักษณ์นี้ที่แขน”
ทั้งสองมองหน้ากัน