บทที่ 8 แผนในอนาคต
ประการแรก การลงไปชนบทนั้นเป็เื่ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ดังนั้น สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือการเตรียมตัวก่อนลงไปชนบท
ปัจจุบันคือ 1973 เหลือเวลาอีกสี่ปีก่อนที่จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง นั่นหมายความว่าเธอจะต้องใช้เวลาอยู่ในชนบทอย่างน้อยสี่ปี
ลู่เซี่ยไม่เคยไปชนบท แต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ก็ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่ยากจนแห่งหนึ่ง ที่พักก็เป็เพียงบ้านชั้นเดียว
และเนื่องจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ายากจนมาก ผู้อำนวยการจึงได้พาพวกเขาไปถางที่ดินรกร้างใกล้ ๆ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อทำการเกษตรไว้เลี้ยงตัวเอง
แม้จะมีที่ดินไม่มากนัก แต่ทุกครั้งที่ต้องทำการเกษตร พวกเขาต้องวุ่นวายกันทั้งปีถึงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
ดังนั้น ลู่เซี่ยจึงรับรู้ถึงความยากลำบากของเกษตรกรเป็อย่างดี
และตอนนี้อยู่ในยุคเจ็ดศูนย์ ความยากลำบากในชนบทจะต้องยิ่งทวีคูณอย่างแน่นอน
ลู่เซี่ยจึงจำเป็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการใช้ชีวิตอยู่ในชนบทเป็เวลาอย่างน้อยสี่ปี
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เงิน แม้ตอนนี้การซื้อของเกือบทุกอย่างจะต้องใช้ ‘ตั๋ว’ แต่การจะใช้ชีวิตอยู่อย่างคนไม่มีเงินนั้น นับเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลย
ดังนั้น สิ่งแรกที่ลู่เซี่ยต้องคิดคือ วิธีการหาเงิน
อย่าได้หวังอะไรจากที่บ้านเลย ดูจากท่าทีที่พวกเขาปฏิบัติต่อเธอแล้ว ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงไม่มีใครเตรียมอะไรไว้ให้หรอก
ดังนั้น ลู่เซี๋ยจึงจำเป็ต้องคิดถึงตัวเธอเอง
และวิธีหาเงินที่คิดออกในตอนนี้ก็มีเพียงสองวิธี
วิธีแรกคือ ในช่องว่างมิติยังคงมีเสบียงหลงเหลืออยู่ ลู่เซี่ยสามารถหาโอกาสเพื่อนำมันออกมาขายในตลาดมืดได้ แต่เธอไม่ทราบสถานการณ์ของตลาดมืดในยุคนี้ ซึ่งนับว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ฉะนั้นจึงจำเป็ต้องศึกษาให้ดี ก่อนที่จะตัดสินใจขาย
วิธีที่สองคือ งาน ลู่เซี่ยไม่คิดจะให้ลู่ชุนไปฟรี ๆ จึงวางแผนจะหาโอกาสขายงานนี้ทิ้งไป และต้องทำให้เร็วที่สุดด้วย หากถึงตอนนั้นที่ครอบครัวหมดความอดทนกับเธอ และให้เธอพาลู่ชุนไปดำเนินการโอนย้าย มันก็จะสายเกินไปแล้ว
ดังนั้น ต้องแก้ไขเื่งานก่อนเป็อันดับแรก
แม้จะได้รับการตอบรับให้เข้าทำงานแล้ว แต่โชคดีที่โรงงานไม่ได้กำหนดให้ไปรายงานตัวทันที กลับให้เวลาเตรียมตัวมากกว่าสิบวันเพื่อให้ครบรอบเดือน ซึ่งเป็การอำนวยความสะดวกในการจ่ายเงินเดือนของโรงงาน จึงเลื่อนการรายงานตัวไปเป็ต้นเดือนหน้า
เมื่อพิจารณาดูแล้ว ก็ตรงกับ่เวลาที่จะต้อไปชนบทพอดี หากรีบจัดการให้เรียบร้อยก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้
เมื่อมี ก็จะมีโอกาสในการเตรียมของใช้ในชนบทเพิ่มขึ้น
จากความทรงจำของลู่เซี่ย สถานที่ที่ต้องไปอยู่ชนบทดูเหมือนจะอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศใช่ไหมนะ?
ลู่เซี่ยค่อยรู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสถานที่ที่เธอเติบโตในชาติก่อนก็อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเช่นกัน ก่อนจะย้ายมาทำงานที่เมืองหลวงหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว
ลู่เซี่ยจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับสภาพอากาศขงภาสคตะวันออกเฉียงเหนือเป็อย่างดี ที่นั่นหนาวมากใน่ฤดูหนาว
จึงควรเตรียมเสื้อผ้าหนา ๆ และผ้าห่มหนา ๆ ไว้เป็จำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีสิ่งของอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น หม้อ ไห จาน ชาม และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้
เมื่อนึกถึงตรงนี้ ลู่เซี่ยก็อดเป็กังวลไม่ได้ ในขณะที่มีสิ่งของให้ตระเตรียมอีกมากมาย แต่เวลากลับเหลือน้อยมากแล้ว เธอจำเป็ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในเวลาสิบกว่าวันนี้ ซึ่งนับเป็บททดสอบอีกอย่างหนึ่ง
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ลู่เซี่ยจึงพยายามคิดอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปและต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนจะได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้น คาดว่าคงไม่ไกลมากนัก จึงทำให้ได้ยินเสียงของพวกเขาชัดเจน
เป็เสียงของชายและหญิงคู่หนึ่ง ดูเหมือนพวกเขากำลังนัดดูตัวกัน
น้ำเสียงฝ่ายหญิงดูเหมือนจะพอใจฝ่ายชายมาก ทั้งสองพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเขินอาย
‘คุณชอบวาดรูปในเวลาว่างเหรอ?’
ชายหนุ่มตอบกลับมาอย่างใจเย็น ‘ใช่ครับ’
น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูเ็า แต่กลับความอ่อนแอเจือปนอยู่เล็กน้อย เมื่อฟังดูแล้วก็พอจะบอกได้ว่าเป็เสียงของเด็กหนุ่ม ฟังแล้วเพราะจับใจ