แม้ทีแรกหลันหลันจะคิดว่าการขอให้เว่ยจื่ออยู่ที่นี่ ไม่น่าเป็เื่ยากอะไร เพราะรู้สึกว่า่ที่ผ่านมานี้เครดิตของนางต่อทุกคนดีเหลือเกิน อาหารและยาเป็สิ่งที่นางหามา ตามหลักแล้วแม้นางจะยังเยาว์ แต่หากทำอะไรน่าจะต้องมีคนเริ่มเกรงใจบ้าง
แต่ถึงกระนั้นก็ต้องมีวิธีการพูดที่เหมาะสม ตอนที่นางกำลังคิดถึงวิธีการ เว่ยจื่อก็แก้ปัญหาไปได้แล้ว
พูดจากับคุณชายมู่ไม่กี่คำ คุณชายเว่ยจื่อก็หันมาทางนาง เดินมาหยุดตรงหน้า แล้วแบมือออกมา หลันหลันทำหน้าประหลาดใจ
“ผลไม้ข้าล่ะ”
“หือ”
“เ้าบอกจะเก็บผลไม้ป่ามาฝาก” พอเขาทวงนางก็นึกได้ หลันหลันนึกถึงตะกร้าที่เต็มด้วยสมุนไพร ไก่ป่า และกระต่ายเ่าั้
“ข้าลืมไป ข้ามัวแต่เก็บสมุนไพร”
ฉินเว่ยจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วคลายออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็คงสีหน้าเฉยเมยเอาไว้ แต่กระนั้นหลันหลันก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังไม่พอใจอยู่
“แล้วพวกนั้นล่ะ”
เขาถามขณะมองไปที่มะนาวป่าไม่กี่ลูกก้นตะกร้า ที่เหมยฮวาเพิ่งนำกลับมา หลันหลันตั้งใจจะเก็บมาเพื่อใช้ลองหมักซีอิ๊ว นางต้องใช้ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวมาเป็ตัวเพิ่มจุลินทรีย์ที่ช่วยในการหมักถั่วเหลือง
“ข้าจะเอามาแปรรูป” นางตอบเขาเสียงแ่ ขณะที่ค่อย ๆ ก้มลงไปหยิบมะนาวป่ามากอดเอาไว้ เกรงว่าเขาจะแย่งเอาไป
“...” ฉินเว่ยจื่อสงสัยว่าอะไรคือ “แปรรูป” ไยแม่นางน้อยตรงหน้า พูดจาแปลก ๆ ทั้งยังทำท่าเหมือนเขาจะไปแย่งของของนางอีก
“แปลว่าส่วนของข้าไม่มี”
“...อะ...อือ”
“เ้าติดหนี้ข้าอยู่หนนึง...” เขาพูดจบแล้วเดินเข้าห้องไป
ตลอดเวลาแม้สีหน้าเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่หน้าแปลกนักหลันหลันกลับรู้ว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน
เขากำลังไม่พอใจ...
ดูเหมือนจะงอนอยู่กระมัง...
หลันหลันมองตามร่างสูงใหญ่นั่น ทำหน้าราวกับเห็นผี... นี่นางติดหนี้เขาอยู่จริงๆ อย่างนั้นรึ
ช่างไรเหตุผลสิ้นดี!
หลังจากฉินเว่ยจื่อเข้าห้องไป บรรยากาศแห่งความสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งกว่าเดิมได้เข้ามาแทนที่
“หลันหลันเ้ามาแล้ว” หลี่มามามองร่างเล็ก ๆ ของเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู นางมาพร้อมกับอาหารมากมายอย่างที่คิด
“ลำบากพี่หลันหลันแล้ว” คุณชายมู่ตัวน้อยอยากจะลุกขึ้น แต่ยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงนัก ได้แต่ทักด้วยน้ำเสียงแจ่มใส
สีหน้าเขาดูดีกว่าเดิมมาก แต่หลันหลันรู้ดีว่ามู่จางหย่วนยังป่วยหนักอยู่ เพราะเพิ่งได้รับยาไปแค่ไม่กี่เทียบเท่านั้น ท่านลุงหยวนก็บอกว่าต้องค่อยๆ ใช้ยาขับพิษที่เหลือออกมา จากนี้จึงจะค่อยๆ ดีขึ้น
“ท่านลุงหยวนดูนี่สิเ้าคะ” หลันหลันวางตะกร้าสมุนไพรไว้ใกล้เท้าอีกฝ่าย ทั้งยังยกต้นโสมทั้งสองชนิดชูขึ้นสุดแขน
“นี่...นี่...นี่มัน นี่มัน” ลุงหยวนถึงกับพูดไม่ออก
“ข้าเจอขุมทรัพย์บนเขาเ้าค่ะ” หลันหลันพูดพลางหัวเราะอย่างมีความสุข
“มีเ้าช่างดีนัก มีเ้าช่างดีจริงๆ” หมอหยวนหยิบโสมหลายต้นขึ้นมาอย่างยินดี แล้วเขาก็หัวเราะออกมา
พวกนี้ไม่ใช่โสมร้อยปี บางต้นยังเล็กไปหน่อย คุณภาพมีทั้งดีและไม่ดี แต่ยังขึ้นชื่อว่าโสมยังไงก็ขายได้ราคา ที่สำคัญก็คือซานซีพวกนี้ หลันหลันก็เก็บมาได้ดีนัก ทั้งราก ใบ กิ่งก้านของมันยังสมบูรณ์นัก แม่หนูพูดถูก นางเจอขุมทรัพย์จริง ๆ
“ท่านลุงเ้าคะ ข้ารู้ว่ามันคืออะไร แต่ข้าไม่รู้ว่าแบบไหนถึงคุณภาพดี รบกวนท่านลุงช่วยคัดเลือกด้วยเถอะเ้าค่ะ แบบไหนถึงขายได้ราคาดี แบบไหนที่คุณภาพด้อยลงไปหน่อย ส่วนที่ขายแล้วได้ราคาดีข้าจะทยอยค่อย ๆ เอาไปขายที่ร้านยาในเมือง ส่วนพวกที่คุณภาพด้อยลงมาหน่อยข้าคิดว่าสรรพคุณคงไม่ได้แย่ เก็บไว้ใช้ทำอาหารบำรุงร่างกาย คุณชาย ท่านป้าและท่านลุงได้”
“ได้สิ ๆ เดี๋ยวข้าคัดให้” หมอหยวนไม่พูดเปล่า ก้มลงคัดของในตะกร้าเลยทันที
“ส่วนต้นพวกนี้ข้าอยากจะลองปลูกดู หากปลูกได้ ต่อไปเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเงินแล้ว หากเงินหมดก็ค่อย ๆ ถอนออกไปขายได้ อีกอย่างยาวิเศษเช่นนี้ ลุงหยวนคงใช้ประโยชน์ได้มากมาย” ฟังคำพูดฉะฉานของหลันหลัน มู่จางหย่วน หลี่มามา และลุงหยวนต่างยินดีกันถ้วนหน้า
“พี่สาวมีอะไรให้ข้าช่วยไหมเ้าคะ ข้าทำได้หลายอย่างเลย” เหมยฮวาวิ่งมาถามเธออย่างร่าเริง
“เ้าไม่ต้องช่วยข้าเื่พวกนี้หรอก ช่วยหลี่มามาดูแลรับใช้คุณชายให้ดีก็พอแล้ว”
“พี่หลัน ข้าบอกเื่นั้นกับเหมยฮวาแล้ว ไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้าตลอดหรอก”
หลันหลันรู้ว่าเื่ที่คุณชายมู่พูดถึงคือ เื่การคืนสถานะให้เหมยฮวากับนาง ทว่าตามความคิดของหลันหลันแล้ว ยังไงคุณชายก็ต้องเป็คุณชาย ไม่มีทางเป็อื่น มู่จางหย่วนเกิดในตระกูลที่มีเกียรติมีฐานะ เขาไม่ควรลดเกียรติลงมา อีกอย่างที่นี่ก็เป็บ้านของตระกูลมู่ ยังไงเขาก็ยังมีศักดิ์มีสิทธิ์ในการเป็เ้าบ้านอยู่ คนเราเมื่อมีเป้าหมายแล้วควรเดินสู่ทางนั้นให้ถูกต้อง
หลันหลันเข้าใจว่าหนทางไปหามารดาของคุณชายมู่นั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และไม่ได้เป็หนทางของคนทำไร่ไถนา หรือพ่อค้าด้วยจะต้องเป็หนทางของบัณฑิต ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงเอ่ยปฏิเสธเสียงดังฟังชัดทันที
“ไม่ได้เ้าค่ะ คุณชายมู่จะต้องมีคนรับใช้”
“แต่...” มู่จางหย่วนอยากจะพูดปฏิเสธ
เขาคิดว่าเมื่อตกลงเป็ครอบครัวเดียวกัน ก็ไม่ควรให้ใครต้องรับใช้ใคร ทว่าหลันหลันกลับพูดขึ้นขึ้นมาเสียก่อน
“ถึงอย่างไรบ้านนี้ก็เป็ของตระกูลคุณชาย พวกเราเป็แค่ผู้พึ่งใบบุญ คุณชายเป็คุณชายใหญ่ตระกูลมู่ เื่นี้ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้หรอกเ้าค่ะ คนเรามีชีวิตครึ่งหนึ่งเพราะความพยายาม อีกครึ่งหนึ่งเพราะชะตาฟ้าลิขิต ต่อให้อยู่ที่นี่และคิดจะเป็ครอบครัวกับพวกข้า หน้าที่และบทบาทของพวกเราก็ยังต่างกันอยู่ดี หากคุณชายอยากจะไปหาท่านแม่ ท่านยังคงต้องเป็คุณชายใหญ่สกุลมู่อยู่นะเ้าคะ”
คำพูดของหลันหลันพุ่งเข้ากลางใจของทุกคน มู่จางหย่วน ลุงหยวนกับหลี่มามาน้ำตาคลอ ทั้งซาบซึ้งที่หลันหลันไม่ทำตัวได้คืบจะเอาศอก แล้วยังกตัญญูมีมารยาทยิ่งนัก
“ในเมื่อเป็เช่นนั้นแล้ว ข้า และเหมยฮวาจะไม่อยู่เปล่า ๆ เดิมทีข้าเป็สาวชาวบ้าน ชินกับการทำงานหนัก กฎระเบียบ ข้อบังคับในการเป็สาวใช้หากต้องมาอบรมกันใหม่ เกรงว่าจะทำให้ท่านป้าหลี่ลำบากไม่น้อย ในเมื่อสถานการณ์เป็เช่นนี้ ก็ให้เหมยฮวาติดตามรับใช้คุณชายเถอะเ้าค่ะ ส่วนข้าจะทำมาหากินเอง”