ปกป้องข้าที ข้าอ่อนแอ!
16 พยัคฆ์แดงแผลงฤทธิ์
เสียงกรีดร้องของลิงตัวหนึ่งดังขึ้นก่อนจะร่วงตุบลงมาบนพื้น
หงหลิ่งเหวินปามีดสั้นออกไปปลิดชีวิตลิงที่ถูกส่งมาสอดแนมขบวนสกุลฉิน แต่ไม่คาดคิดว่าเ้าลิงจะร้องโหยหวนเสียงดังลั่นก่อนตาย
“มันร้องเรียกพวก กองทัพลิงมาอีกแน่ เตรียมตัวให้พร้อม”
ฉินหย่งสือพูดเสียงเย็น ก้าวเดินต่อไปในป่าอย่างระมัดระวัง ศิษย์แต่ละคนกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น พวกเขาพร้อมจะชักมันออกมาได้ทุกเมื่อ
ลู่เว่ยหลงขนลุกเกรียว ปากคอสั่น รีบระล่ำระลักบอก
“มาแล้ว มาแล้ว!”
ฉินหย่งสือส่งสายตาคมปลาบจ้องมองไปทางข้างหน้า เขาชักกระบี่ของเขาออกมาเตรียมพร้อม ลู่เว่ยหลงขนคอลุกชัน เหงื่อเย็นๆผุดออกมาบนหน้าผาก
คราวนี้หงหลิ่งเหวินยื่นปลอกกระบี่ของตนขึ้นมากันหน้าคุณชายลู่ไว้ ไม่ให้คนขี้กลัวเข้าไปเกาะท่านรองประมุขอีก
หนอยยยย นั่นมันหนทางรอดของข้าเชียวนะ! จะขี้ตืดไปไหนเล่า!
“มาทางใด กี่ตน?”
“ขะ.. ข้างหน้า ข้างหน้า มากันเยอะเลย!”
ลู่เว่ยหลงะโเข้าไปกอดต้นไม้ที่อยู่ข้างๆแทน หลับตาปี๋
สู้ๆนะ สำนักกระบี่ตระกูลฉิน!
รอไม่นานอย่างที่คิด สัตว์อสูรลิงก็กระโจนออกมาจากต้นไม้เป็คลื่นใหญ่ เสียงร้องแหลมสูงดังไปทั่วบริเวณ เป็ภาพซ้อนทับกับหนที่แล้วไม่มีผิด
ฉินหย่งสือหยิบยันต์ออกมาหนึ่งใบ เป็อักขระเขียนว่า ‘ไฟ’
ยันต์นี้คือใบที่ลู่เว่ยหลงเพิ่งเขียนส่งมาให้เขา ตอนนี้เป็เวลาเหมาะจะได้ลองอานุภาพของยันต์ เขาตั้งสมาธิส่งปราณลงไปในกระดาษในมือ พลังปราณถูกหลอมรวมจากในยันต์พวยพุ่งออกมาด้านนอกอย่างรุนแรง
ตูมมมมมมมมมมม
เปลวไฟร้อนจัดขนาดั์ลุกโชติ่ เพลิงสีแดงพุ่งกระจายออกมาเป็วงกว้าง แผดเผากลุ่มลิงที่กระโจนออกมาจนติดไฟลุกพรึ่บร้องโหยหวนครั้งเดียวเกือบยี่สิบตัว ศิษย์แนวหน้าทุกคนล้วนรีบกระโจนหลบ ใบหน้าร้อนผะผ่าว แสงสว่างวาบท่วมบริเวณ
ซากลิงที่ถูกเผาเป็ตอตะโกร่วงตุบลงมาบนพื้นจนเป็กองสูง ต้นไม้ในระยะใกล้โดนสะเก็ดไฟถูกแผดเผาส่งไอร้อนระอุออกมา เสียงลั่นเปรี๊ยะๆน่ากลัว
ทุกสายตานิ่งแข็ง อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ฉินหย่งสือตกตะลึงรีบหันขวับมาทางลู่เว่ยหลง
“อ๊าาาา ร้อนๆๆ อะไรๆๆ เกิดอะไรขึ้น?”
เ้าของยันต์ยังคงกอดต้นไม้หลับตาปี๋ ไม่ทันมองพลังที่เกิดจากฝีมือปราณของตน
ฉินหย่งสือหรี่ตาเล็กน้อย ยันต์นี้ถูกเขียนขึ้นต่อหน้าเขาเมื่อครู่นี้เอง และยังเขียนด้วยอักขระพิเศษอีกด้วยจึงหยิบไม่ผิดแน่ ยันต์ระดับสูงอะไรปานนี้!
ศิษย์สกุลฉินไม่มีเวลาให้ใ พวกเขารีบฟาดฟันกองทัพลิงที่หลงเหลือจากเปลวไฟมหึมาเมื่อครู่เป็พัลวัน
เมื่อกำจัดหมดสิ้นแล้ว ฉินหย่งสือมองภาพซากลิงนอนตายเกลื่อน โชคดีที่ศิษย์แต่ละคนไม่ได้รับาเ็หนักอะไร เขาจึงะโสั่ง
“รีบออกไปจากบริเวณนี้ก่อน ระวังถูกไฟล้อมด้วย”
ร่างสูงแกะลู่เว่ยหลงออกมาจากต้นไม้ รีบกึ่งอุ้มกึ่งกระเตงออกไปจากบริเวณเพลิงไหม้
เมื่อออกห่างมาได้ระยะหนึ่งทั้งกลุ่มถึงกับหอบแฮ่ก เหลียวกลับไปมองกลุ่มควันดำโขมงด้านหลัง หงหลิ่งเหวินคนสนิทรองประมุขจึงรีบเอ่ยถามด้วยเสียงร้อนใจ
“ท่านรองประมุข! เมื่อครู่นี้... ยันต์...”
“อ๊าาา มาอีกแล้วๆๆๆ ทางนั้นๆๆๆ”
ลู่เว่ยหลงร้องไขว่คว้าหาที่เกาะอีกครั้ง คราวนี้มือขาวจับศิษย์ได้คนหนึ่งจึงรีบวิ่งไปหลบข้างหลัง
จางฉวนเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อสายตาคมกร้าวราวกับอยากเข้ามาบีบคอถูกส่งมาจากท่านรองประมุข แต่ก็พลันเปลี่ยนเป็สายตาที่สื่อว่าให้จางฉวนช่วยคุ้มครองคุณชายลู่ด้วยอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มจึงได้โล่งอก
“ตัวใหญ่ๆๆ คราวนี้ตัวใหญ่”
คนร่างบางชี้ไปข้างหน้า ดึงเสื้อจางฉวนให้ถอยห่างออกมาจากบริเวณ
ฉินหย่งสือหันขวับไปทางนั้น เขาเองก็จับััได้
กระแสไอมาร!
เสียงต้นไม้ล้มโค่น กิ่งไม้หักเปาะ เข้าใกล้ขบวนสกุลฉินเข้ามาเรื่อยๆ สัตว์อสูรลิงหลายสิบตัวกระโจนเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
เหล่าศิษย์ต่างขยับกายเข้าต่อสู้ ล้อมเป็วงป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรลิงหลุดเข้าไปหารองประมุขที่อยู่กลางวงได้
จ่าฝูง ก็ต้องต่อกรกับ จ่าฝูง จึงจะถูกต้อง!
เสียงลิงกรีดร้องและเสียงกระบี่ตวัดดังระงม ฉินหย่งสือเร่งปราณเตรียมพร้อมรับมือสัตว์อสูรตัวเขื่องที่กรุ่นไปด้วยไอมารข้างหน้า
สัตว์อสูรลิงร่างั์ปรากฏกายแก่ทุกสายตา ร่างที่ดกดำไปด้วยขนสากสูงจากพื้นกว่า 3 จั้ง (10เมตร) ดวงตาของมันแดงก่ำ แยกเขี้ยวยาว บรรยากาศกดดันรอบตัวบ่งชี้ชัดเจนว่ามันคือผู้ควบคุมกองทัพลิงเหล่านี้
ลู่เว่ยหลงเหลือบมองจ่าฝูงลิงผ่านไหล่ของจางฉวนก็เกิดแข้งขาอ่อน
เ้านี่มันน่าเกลียดน่ากลัวสิ้นดี
จ่าฝูงยืดตัวร้องคำรามเสียงดัง มันสั่งให้ลูกน้องของมันพุ่งออกมาโจมตีอีกระลอก
ดูเหมือนพวกลิงจะมีกลยุทธิ์เดียว ฉินหย่งสือกระหยิ่ม สัตว์เดรัจฉานก็ยังเป็สัตว์เดรัจฉานวันยันค่ำ เขาหยิบยันต์ ‘ไฟ’ ออกมาอีกครั้ง
“ก้มหัวลง”
เสียงกร้าวะโบอก ลูกศิษย์ต่างรีบก้มตัวลงนอนราบกับพื้น มือกุมศีรษะของตนเอง
ถ้าใครได้เห็นพลังยันต์ไฟครั้งที่แล้วและครั้งนี้ยังไม่หลบอีกล่ะก็ มันผู้นั้นช่างจิตใจแข็งแกร่งยิ่งนัก!
ตูมมมมมมมมม...!
ไฟลูกั์ะเิพุ่งออกไปเผาไหม้เป็วงกว้างกว่าเดิม เปลวไฟโหมแรงจนลุกท่วมไปบนอากาศเหนือแมกไม้ ไอร้อนจัดแ่าบทั่วบริเวณ
ฝูงลิงที่กระโจนเข้ามาต่างััเปลวไฟโดยไม่สามารถหลบได้ กลุ่มสัตว์อสูรเ่าั้โดนแผดเผาร้องทุรนทุราย สิ้นชีพในทันที
ลู่เว่ยหลงที่ยืนรับชมเหตุการ์ณอยู่ไกลๆผ่านไหล่จางฉวนถึงกับเอามือป้องปาก ร้องด้วยความใปนประหลาดใจ
นั่นใช่ยันต์ที่เขาเขียนใช่หรือไม่? อานุภาพร้ายกาจปานนี้เชียวหรือ นึกว่าจะพ่นไฟออกมาได้แค่รอบตัวนิดหน่อยเสียอีก
ตอนที่เขาให้จิ้นฝานทดลองใช้ยันต์ ก็ทำได้เพียงทำให้ยันต์ทั้งแผ่นไหม้ไฟไปเท่านั้น แต่พอมาคิดดูอีกที... ทั้งเขาและจิ้นฝานมีพลังปราณต่ำเตี้ยจนเทียบกับใครไม่ได้จริงๆนี่นะ ถ้าจะทำได้แค่เปลวไฟลูกกระจิ๋วก็คงไม่แปลก
แต่ะเิใหญ่ขนาดนี้ พลังปราณของคุณชายใหญ่มีเท่าไรกันล่ะนี่!
เมื่อเห็นฝูงลิงของตนเสียท่า จ่าฝูงจึงแผดร้องเสียงก้องอย่างโกรธเคือง
มันเร่งพลังไอมารออกมาจากร่าง เหล่าศิษย์ที่เพิ่งพยุงตัวขึ้นยืนเริ่มรู้สึกคลื่นเหียนจนเซถลา
สัตว์อสูรจ่าฝูงกระชากเส้นขนดกดำของมาไว้ในมือกำหนึ่ง มันส่งกระแสไอมารเคลือบจนเส้นขนหยาบกร้านกลายเป็เข็มพิษสีดำ จากนั้นจึงรวมรวบกำลังปาอย่างรวดเร็วมาที่ฉินหย่งสือทั้งกำมือ
ถึงแม้มันจะเป็เดรัจฉาน มันก็ยังรู้ว่าควรจะต้องจัดการใครก่อน
ฉินหย่งสือประเมินไว้อยู่แล้ว จึงหยิบยันต์ ‘ลม’ ของลู่เว่ยหลงออกมาเตรียมไว้ เขาใส่ปราณลงไปในกระดาษเพียงเล็กน้อยแล้วทิ้งยันต์ออกไป
กระแสลมแรงพัดหวือมาจากที่ใดไม่ทราบ ปัดเป่าเส้นขนเคลือบไอมารกระเด็นร่วงกราวไปจนหมดสิ้น
จ่าฝูงลิงไม่พอใจจนใบหน้าบิดเบี้ยว ร้องเสียงดังสองมือตีอกชกหัวตุบตับ มันแยกเขี้ยวรีบวิ่งตรงมายังรองประมุขที่ยืนนิ่งอยู่กลางวง
ร่างั์ของมันโถมเข้าใส่อย่างรวดเร็วจนศิษย์สองคนหลบไม่ทัน โดนกรงเล็บจ่าฝูงลิงเข้าไปเป็แผลยาว
จ่าฝูงลิงเงื้อกรงเล็บจะตะปบคนตรงกลาง แต่ร่างสูงนั้นพลันะโหวือหลบออกไปเสียก่อน กรงเล็บของจ่าฝูงจึงคว้าได้แต่ลม
กระบี่ทลายหินผา ถูกสะบัดฟันฉับเข้าที่คอของจ่าฝูงลิง หากแต่ิัของมันแกร่งมาก กระบี่สั่นดั่งฟันเหล็กแข็ง หากอัดลมปราณเข้มข้นไม่เพียงพอเห็นทีจะไม่มีทางฟันเข้าได้เป็แน่ มันร้องแยกเขี้ยว ดวงตาแดงวาบ
กระไอมารแผ่ออกมาจากทั่วลำตัวของมันหนาแน่นกว่าเดิม
หงหลิ่งเหวินและศิษย์คนอื่นๆรู้สึกผะผืดผะอม เมื่ออาบไอมารมากเกินไปเพลงกระบี่ของพวกเขาจึงเริ่มเชื่องช้าลง
ฉินหย่งสือไม่ยอมรอให้เวลาผ่านไปมากกว่านี้ เขารวมรวบปราณ ตวัดกระบี่ฟันฉับเข้าที่คอของจ่าฝูงลิงอีกครั้ง เืสีแดงข้นกระฉูดออกมาจากาแ แต่มันลึกไม่พอ จ่าฝูงสะบัดตัวเร่าไม่ยอมจำนนง่ายๆ
เมื่อเห็นว่าคนที่มันต่อกรอยู่เริ่มจับทางของมันได้บ้างแล้ว มันจึงตัดสินใจขย้อนบางอย่างออกมาจากกระเพาะ มันหันไปมองฉินหย่งสือ แสยะยิ้มน่าเกลียดเท่าที่ใบหน้าลิงจะทำได้ ในปากของมันมีลูกแก้วกลมมีไอสีดำลอยวนอยู่กลางลูก มันใช้ฟันของมันขบจนแก้วแตก ปราณมารเข้มข้นไหลพวยพุ่งออกจากปาก
ฉินหย่งสือขบฟัน
ลูกแก้วมาร...?
เ้าลิงนี่! มันมีอุปกรณ์มารของมนุษย์ได้อย่างไร!
อสูรร่างั์ตวัดกรงเล็บเข้าหาฉินหย่งสือจนเขาต้องะโเบี่ยงหลบวูบอีกครั้ง ดวงตาสีแดงของมันจ้องไปที่ร่างรองประมุขเขม็ง มันสบโอกาสอ้าปากกว้างมาทางร่างสูงที่ยังลอยอยู่บนอากาศพ่นปราณมารเข้มข้นจากลูกแก้วครอบคลุมทั่วร่างฉินหย่งสืออย่างรวดเร็ว
ฉินหย่งสือเบิกตากว้าง แต่เขาไม่อยู่ในท่วงท่าที่สามารถหลบได้ ควันสีม่วงดำกลืนกินร่างคนตัวสูงเข้าไปจนมิด
“ทะ.. ท่านรองประมุข!”
ศิษย์ทั้งหลายตกตะลึง กรีดร้องอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่ว่าคนผู้นั้นจะแข็งแกร่งอย่างไร แต่โดนไอมารเข้มข้นอย่างใกล้ชิดเข้าไปเช่นนี้ เห็นทีชีวิตคงจะหาไม่
ร่างสูงร่วงตุ้บลงพื้น ไอแค่ก
“ท่านรองประมุข!”
ศิษย์สกุลฉินที่กำลังร่ายเพลงกระบี่อย่างสุดกำลัง ฆ่าฟันฝูงลิงที่พัวพันเท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที รีบร้องหาผู้เป็นายด้วยใจระส่ำแต่ไม่สามารถหยุดมือได้
ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่แค่ระดับกลางเสียแล้ว จ่าฝูงลิงเปี่ยมไอมารเช่นนี้มันต้องเป็ภารกิจระดับสูงหรือมากกว่าเป็แน่! ไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีวรยุทธิ์ไม่ถึงยี่สิบคนจะมาจัดการด้วยตนเอง
หาก ‘ พยัคฆ์แดง’ ยังเสียที วันนี้ชีวิตพวกเขาคงต้องจบลงในป่านี้เช่นเดียวกัน
จ่าฝูงลิงร้องโห่ยินดีเสียงดัง แสยะรอยกระหยิ่มยิ้มน่าเกลียดจนกว้าง ปรายตาแดงฉานมองร่างสูงที่บัดนี้นั่งหมอบอยู่บนพื้น คนผู้นั้นล้วงกระดาษบางอย่างออกมากำไว้ในมือข้างเดียวกับที่กุมกระบี่ กระบี่พลันมีแสงเรื่อเรืองออกมา
รวดเร็วกว่าที่ตาของมันมองเห็น
กระบี่ทลายหินผา ถูกตวัดมาฟันขาของมันขาดฉับ
ทุกคนตกตะลึง จ่าฝูงลิงล้มลงไปกองกับพื้นขาด้วนสองข้างเืพุ่งออกมาไม่หยุด ปากของมันอ้ากว้างพะงาบๆ ิัหนาของมันถูกฟันขาดได้อย่างง่ายดายคล้ายหั่นผลไม้สุกงอม
คนเป็รองประมุขค่อยหยัดกายยืนตัวตรง ส่งสายตาเย็นเยียบไปหาจ่าฝูงลิง ดวงตานั้นไร้แววปราณีดำขลับลึกจนสุดหยั่ง ใบหน้าทะมึนเรียบตึงไร้ความรู้สึก จ่าฝูงลิงยังมึนงง มันกระถดถอยออกไปด้วยสัญชาติญาณ
กระบี่งามตวัดอีกครั้ง หน้าท้องที่มีขนดกหนาพลันแตกออกเืพุ่งทะลักท่วมตัวคนร่างสูง
จ่าฝูงลิงกรีดร้องเ็ปแสนสาหัส เหล่าฝูงลิงตัวอื่นๆชะงักกึก รีบวิ่งกรูมาทางจ่าฝูง
กระบี่ทลายหินผาคล้ายขยับเพียงนิดเดียว ร่างฝูงลิงก็ถูกฟันฉับขาดออกเป็สองท่อน ตัวกระบี่ประกายเรื่อเรืองแสงสีขาวออกมาชัดเจน
หงหลิ่งเหวินมองด้วยความทึ่ง
“กระบี่เคลือบยันต์ศักดิ์สิทธิ์!”
จ่าฝูงลิงผวาถอยหลังแยกเขี้ยวกรอด มันสิ้นเรี่ยวแรง ร่างกายของมันถูกปราณพลังหยางกดไอมารไว้จนมิด ร่างสูงอาบเืสีแดงฉานของฉินหย่งสือเดินย่างกรายเข้าใกล้มันอย่างช้าๆ กระบี่คู่กายตวัดครั้งสุดท้าย ตัดผ่านลำคอที่ดูเหมือนเนื้อเปื่อยยุ่ยของจ่าฝูงลิงอย่างง่ายดาย
จ่าฝูงลิงสิ้นใจตายทันที
ป่าทั้งป่าเงียบกริบ ฝูงลิงตัวสั่นงันงก วิ่งกระจัดกระจายออกไปจากลานต่อสู้ ไม่เหลือแม้เพียงตัวเดียว
ศิษย์สกุลฉินกลืนน้ำลายมองภาพตรงหน้า
นะ.. นะ.. นี่มัน...
พยัคฆ์แดง ของแท้!!!
“จางฉวนๆๆๆ ไปหาคุณชายใหญ่เร็วเข้า เดินไปซี่”
ลู่เว่ยหลงที่ยืนมองเกาะขอบสนามมานานหลับตาปี๋ เขาดันหลังจางฉวนไปข้างหน้าสุดตัว แต่จางฉวนที่กำลังอยู่ในสภาวะตกตะลึงกลับขยับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“จางฉวน...! ไปเร็ว เดินไปเร็วๆ งืออออ”
เมื่อดันไม่ได้ผลลู่เว่ยหลงจึงขยุ้มหัวจางฉวนจนหน้าหงาย ศิษย์ร่างบึกบึนจึงได้สติ ถูลู่ถูกังรีบเดินนำไปหาท่านรองประมุขทั้งหัวที่โดนจิกแบบนั้น
ลู่เว่ยหลงหลับตาเกาะจางฉวนเดินไปข้างหน้า ไอ้ตอนดูคิวบู๊ะเิูเาเผากระท่อมมันก็น่าตื่นเต้นดีอยู่หรอก แต่พอมองลงที่พื้นก็เจอซากลิงเต็มไปหมด สยดสยองจนทนแทบไม่ได้ เขาร้อนใจเดินสะดุดไปมาตามที่โดนลากไป
จางฉวนหยุดเดินลู่เว่ยหลงจึงได้ลืมตา ดวงหน้าคมของฉินหย่งสือมองตรงมาที่คนร่างบางอยู่ก่อนแล้ว ยังไม่ทันที่ลู่เว่ยหลงจะพูดอะไร คุณชายใหญ่ก็ถามขัดขึ้นก่อน
“เ้าปลอดภัยดีหรือไม่”
“อะ.. ปลอดภัยขอรับ ขอบคุณคุณชา.. ไม่สิ คุณชายใหญ่นั่นแหละปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ เมื่อครู่นี้ไอมาร... แอ้ก...!”
ลู่เว่ยหลงกระเด็นออกมาเมื่อเหล่าศิษย์รีบวิ่งกรูเข้าไปหารองประมุขฉิน
“ท่านรองประมุข!”
“อาการเป็อย่างไรบ้างขอรับ?”
“ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ?”
“ท่านรองประมุข!”
“เ็ปทรมานไหมขอรับ?”
ศิษย์สกุลฉินแย่งกันถามใช้สายตาสอดส่องไปทั่วร่าง ภาพท่านรองประมุขถูกอาบไปด้วยไอมารเมื่อครู่นี้ทำให้พวกเขากังวล
บุคคลที่ถูกไอมาร จะทำให้าแที่มีเริ่มเหวอะหวะ รักษาไม่หาย ร่างกายจะรู้สึกถูกบิดเป็เกลียว หายใจลำบาก ผะอืดพะอมอยากอาเจียน ปวดศีรษะ จนร่างกายค่อยๆอ่อนล้า และสิ้นลมไปด้วยความทรมาน
การรักษาคือต้องใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ช่วยลบล้าง ยิ่งโดนไอมารเข้มข้นยิ่งรักษายากและใช้เวลานาน
ท่านรองประมุขฉินโดนไอมารเข้มข้นเข้าไปในระยะประชิด จึงน่าจะอาการหนักมากทีเดียว
ลู่เว่ยหลงที่โดนดันออกมาอยู่นอกวง ยืนเขย่งมองผ่านไหล่ทุกๆคนเข้าไป
“ข้าไม่เป็ไร”
ฉินหย่งสือพูดนิ่งๆ สะบัดเืออกจากกระบี่ ทุกคนมีสีหน้างุนงง
“ไม่เ็ปหรือขอรับ?”
“ไม่”
กระพริบตาปริบๆ พวกเขาหันไปหาศิษย์ที่มีพลังปราณตรวจสอบ ศิษย์ผู้นั้นส่ายหน้าแรงๆ เขาเองก็ตรวจสอบกระแสไอมารจากท่านรองประมุขไม่ได้ สีหน้างงงวยจึงเพิ่มมากขึ้น
ลู่เว่ยหลงเหมือนนึกอะไรได้ ร้องเรียกฉินหย่งสือ
“คุณชายใหญ่ คุณชายใหญ่ขอรับ”
ฉินหย่งสือมองมาทางลู่เว่ยหลง ร่างบางชี้มือชี้ไม้ไปยังสาบเสื้อของฉินหย่งสือ
รองประมุขฉินล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงเอากระดาษชิ้นหนึ่งออกมา เขาคลี่มันออก กระดาษนั้นยับยู่ยี่มีร่องรอยคล้ายถูกเผาไหม้จนแทบไม่เป็แผ่นเดียว รอยเปื้อนเถ้าถ่านสีดำแห้งกรอบจนหลุดออกมาเป็ชิ้นๆ
ยันต์ที่เคยสีเหลืองนวลชิ้นนั้นมีอักขระโย้เย้ที่อ่านไม่ออกเขียนอยู่ อักขระนั้นคือ...
‘แคล้วคลาด’
—————
ใครเดาถูกบ้างว่าน้องเขียนอะไร ปรบมือจ้า~
ยันต์น้องได้ใช้งานแล้ว ไม่โดนปลวกแทะแล้วนะ ฮี่ๆๆๆ