ใบหน้าที่แดงก่ำของราเชลในยามนี้ มันมิได้เนื่องมาแต่ความอับอายเพียงอย่างเดียว แต่ประสมอยู่ด้วยความโกรธ
“เราไม่ได้เมคเลิฟอะไรกันอย่างที่คุณว่าหรอกค่ะ...เราก็แค่จูบกันเท่านั้น...และมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ ว่าฉันกับเขาจะจูบกันที่ไหน...!”
“มันก็อาจจะใช่ถ้าผมเป็ผู้ชายคนที่คุณจูบ” เขาพูดเบาๆ
คำพูดของเขาทำให้เธอพูดต่อไม่ออก อันที่จริงเธอได้ผลักไสความทรงจำในััอ่อนโยนจากจูบที่เขามอบให้เมื่อคืนนี้ออกไปได้เกือบจะหมดแล้ว แต่ขณะนี้ัันั้นได้กลับมาสร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง
“ฉันฝากข่าวไว้ที่น้องสาวคุณ เขาบอกคุณหรือเปล่าล่ะ?” เธอถามงอนๆ
“เื่ที่คุณไปดินเนอร์กับผมคืนนี้ไม่ได้น่ะหรือ?”
“ก็ใช่น่ะสิ”
“อ๋อ... เขาบอกแล้ว”
“อ้าว... ก็ถ้าเขาบอก แล้วทำไมคุณยังมาหาฉันอีกล่ะ?” เธอนิ่วหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“ก็มารับคุณกลับบ้านไงล่ะ แม่คุณบอกผมว่าปรกติแล้วคุณจะหมดชั่วโมงเรียนประมาณนี้...”
“แล้วคุณไปพบแม่ฉันมาั้แ่เมื่อไหร่กันคะนี่?” เธอถามเสียงเกรี้ยว
“เมื่อสักชั่วโมงนี่เอง”
“แต่ฉัน... คุณ...”
“คุณอยากพูดอะไรหรือราเชล...?” นิคหัวเราะขบขันอยู่ในลำคอ
“ก็ใช่น่ะสิ...ฉันอยากรู้ว่าคุณไปที่นั่นทำไม?”
“เฮ้อ...” เขาแสร้งถอนใจ “ก็ผมเพิ่งตอบคุณไปหยกๆ ...”
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลยแม้แต่นิดเดียว” เธอตวาดใส่ “ถ้าน้องสาวของคุณบอกกับคุณแล้ว ว่าค่ำนี้ฉันไปดินเนอร์กับคุณไม่ได้ แล้วทำไมคุณยังไปที่บ้านฉันอีกล่ะ?”
“ก็เอาตอกไม้ไปมอบให้คุณไง”
“ดอกไม้อะไร...?” เธอชักหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆ แล้วดูเหมือนนิคจะไม่ยอมให้ความร่วมมืออะไรเลย
“ไม่รู้สิ” เขายักไหล่ “ปรกติแล้วผมไม่ค่อยได้จำหรอกว่ามันมีดอกอะไรบ้าง”
“นิค...!”
“หือ...?”
“โอ... ฉันยอมแพ้คุณแล้ว...!” เธอกระแทกตัวลงในเบาะที่นั่ง “คุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ ” เธอร้องออกมาอย่างหงุดหงิดใจเต็มที
“เออ... เห็นใครๆ เขาก็ว่าผมยังงั้นเหมือนกันนะ” เขายักไหล่อย่างไม่แคร์
“ก็มันเป็ความจริงนี่...!”
“ราเชล...” น้ำเสียงของเขาบอกความจริงจังขึ้นมา แววยั่วเย้าไม่ได้แฝงอยู่เช่นในตอนแรก ไม่มีรอยยิ้มเคลือบบนริมฝีปากเช่นเคย “ถามจริงๆ เถอะ ทำไมคุณถึงบอกเลิกนัดของเรา?”
“ฉัน.. เอ้อ... คุณ...”
“เมื่อคืนนี้ผมไม่เห็นคุณพูดจาอึกอักอย่างนี้นี่”
“ก็ตอนที่เราคุยกันเมื่อคืนนี้ ฉันยังไม่รู้นี่ว่าคุณคือนิโคลัส เซ้นท์ แคลร์”
“แสดงว่าตอนนี้คุณรู้แล้ว...?”
“ก็ใช่น่ะสิ... ตอนนี้ฉันรู้แล้ว”
“ก็เลยทำให้คุณไม่อยากไปไหนมาไหนกับผม...?”
“ใช่”
“เพราะอะไร...?”
ก่อนหน้านี้เธอหวังว่าเขาจะไม่ตั้งคำถามนี้ขึ้น
“ก็... เอ้อ... คงจะเป็เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าคุณคือ ใครละมัง... คือพอฉันกลับไปถึงบ้านฉันก็เห็นคุณในโทรทัศน์…”
“ซึ่งทำให้คุณใ...” หางเสียงของเขาแห้งแล้งเต็มที
“ค่ะ แล้วฉันก็ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณชนะ” เธอพูดเสียงเบา
“ขอบใจนะ...” เขาทอดเสียงตอบ “แต่ผมก็ชอบชนะใจผู้หญิงด้วยเหมือนกัน”
เธอพอจะมองเห็นภาพว่ามันจะต้องเป็เช่นนั้นแน่เพราะเธอเคยเห็นภาพของเขาในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ถ่ายคู่กับผู้หญิงสาวสวยมาจนนับครั้งไม่ถ้วน เพราะฉะนั้น มันยิ่งทำให้เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะมาขอออกเดตกับเด็กสาวกะโปโลเช่นเธอ
“ฉันไม่ใช่คู่แข่งของใครหรอก...” เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ถ้าเมื่อวานนี้ฉันรู้ว่าคุณเป็ใครฉันจะไม่ยอมรับนัดของคุณหรอก”
“แต่ในเมื่อคุณรับนัดของผมแล้ว มันไม่สุภาพนะถ้าจะมาล่าถอยง่ายๆ แบบนี้”
“ฉันไม่ได้ล่าถอย...” เธอเอ่ยขัดขึ้น
“ราเชล…” เขาเอ่ยเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งสามารถเรียกความสนใจจากเธอได้ทันที “ผมกำลังพาคุณไปดินเนอร์...”
“แต่...”
“ผมไม่้าฟังข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น”
“คุณเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้เสมอเลยหรือ?” เธอถามอย่างมีอารมณ์
“ไม่หรอก” เขาตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “แต่ผมชักชอบวิธีการนี้เสียแล้วสิ”
“แล้วพ่อกับแม่ฉันล่ะ คุณไปบอกท่านว่ายังไง?”
“ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกนะ ผมรับรองได้...” เขาหมุนพวงมาลัยเข้าขอบทางไม่สนใจกับป้าย “ห้ามจอด” เมื่อเรียบร้อยแล้วก็หันมามองเธอเต็มตา “ริชาร์ดอยากส่งดอกไม้ให้คุณสักช่อ เพื่อเป็การขอบคุณที่คุณช่วยให้ลูกสาวของเขาได้ออกมาดูโลกอย่างปลอดภัย ผมก็เลยอาสากับเขาว่า ผมจะเป็คนเอาไปส่งให้ด้วยตัวของผมเอง แต่เมื่อคุณไม่อยู่บ้าน แม่ของคุณก็บอกผมว่าคุณเรียนอยู่วิทยาลัยไหน... เื่ทั้งหมดมันก็มีอยู่แค่นี้เอง”
ราเชลรู้ดีว่าแม่ของเธอนั้นเป็แฟนพันธุ์แท้เทนนิสอยู่แล้ว ไม่เคยพลาดชมการแข่งขันวิมเบิลดันเลยสักนัดแม่จะต้องไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้พบนักเทนนิสผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง จึงเป็ไปได้ว่าครั้งนี้แม่จะต้องตื่นเต้นจนหัวใจแทบวายเลยทีเดียว เมื่อเผชิญหน้ากับนิโคลัส เซ้นท์ แคลร์
“ราเชล...?” เขาลูบไล้เนียนแก้มของเธอแ่เบา
ดวงตาคู่สีเทาเหลือบขึ้นมองหน้าเขาอยู่ แผงขนตาดกดำล้อมกรอบดวงตาไว้ ใบหน้าของเธอปราศจากเครื่องสำอางโดยสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่ลิปสติกสีหวาน
“ทำไมคุณถึงต้องเอาดอกไม้ไปส่งให้ฉันด้วยตัวเองล่ะคะ?” เธอถามเสียงแหบพร่า
ดวงตาของเขาดูจะเพิ่มแววลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมเมื่อจรดจ้องอยู่ที่เรียวปาก
“ผมคิดว่าเราต่างก็รู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วนะ”
“งั้นหรือคะ?” เธอกะพริบตาถี่ๆ ซึ่งนิคก็พยักหน้ารับในยามนี้เขาอยู่ใกล้เสียจนลมหายใจเป่ารดลงบนปอยผม
“รู้ไหม ว่าปากคุณน่ะหอมหวานเหมือนน้ำผึ้ง” เสียงพูดของเขาดังอยู่ในลำคอ นิ้วหัวแม่มือเคลียไคล้อยู่กับเรียวปาก
ในยามนี้ ราเชลมีความรู้สึกเหมือนอยู่แต่ในโลกของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็เสียงยวดยานพาหนะที่วิ่งผ่านเสียงพูด เสียงเดินของผู้คนบนถนนหนทาง มิได้ผ่านเข้ามาในประสาทััเลยแม้แต่น้อย โลกแห่งความเป็จริงดูเหมือนจะมีอยู่แต่ในดวงตาของนิคเท่านั้น
เขาก้มศีรษะและริมฝีปากก็ประทับลงบนเรียวปากบังคับให้กลีบปากให้เผยอออกด้วยปลายลิ้น ความรัญจวนใจที่เธอััอยู่เมื่อคืนนี้กลับคืนมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ราวกับมันได้เพิ่มปริมาณขึ้นเป็ร้อยเท่าพันทวี
ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้น สีของดวงตาแปรเปลี่ยนราวพายุร้าย ลมหายใจสะท้อนสะท้าน
“คุณช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน”
“นิคคะ...” ดวงตาของราเชลยามนี้พราวพรายด้วยประกายแห่งดวงดาว
“หือ... ว่าไง คุณยังปฏิเสธที่จะดินเนอร์ของผมอีกหรือเปล่า?”
กับอารมณ์และความรู้สึกของเธอในยามนั้น ราเชลแน่ใจว่าไม่ว่าเขาจะขออะไรเธอจะไม่มีทางปฏิเสธเขาได้เลย แต่ก็ออกจะโชคดีที่เขาขอเพียงแค่ให้เธอออกไปรับประทานอาหารค่ำกับเขาเท่านั้น เมื่อมาถึงตอนนี้ ดูเหมือนเธอจะลืมเสียสิ้นแล้วว่าเขาเป็ใคร ลืมแม้แต่สิ่งที่เคยคิดว่า เขาจะ้าให้เธออยู่ในชีวิตเขาไปนานสักแค่ไหน รับรู้แต่เพียงว่า เมื่ออยู่ด้วยกันเช่นนี้ ความรู้สึกภายในมันเหมือนจะะเิออกมาเสียให้ได้...
ถ้าทั้งพ่อและแม่จะแปลกใจนักหนาที่ นิโคลัส เซ้นท์ แคลร์ ขอเข้ามานั่งรอลูกสาวของท่านในห้องนั่งเล่นขณะที่ ราเชลขึ้นไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปรับประทานอาหารค่ำกับเขานั้น ทั้งสองก็มิได้แสดงความรู้สึกนั้นออกมาให้ปรากฏแม่ถึงกับชงชามาต้อนรับ ส่วนพ่อก็หยิบหนังสือพิมพ์ที่เพิ่งมาส่งให้เขาอ่าน
ราเชลแทบจะลอยเลื่อนขึ้นไปยังห้องนอนส่วนตัว ชื่นชมกับดอกไม้ช่อใหญ่ที่แม่ช่วยจัดใส่แจกันไว้ให้เพียงครู่ ที่ช่อดอกไม้ยังมีการ์ดแสดงความขอบคุณด้วยความจริงใจจากริชาร์ด เล็นนอกซ์อยู่ด้วย
ถึงแม้ก่อนหน้านี้...นิคจะบอกล่วงหน้าแล้วว่า การรับประทานอาหารค่ำด้วยกันในวันนี้ จะเป็การรับประทานกันแค่สองคนเงียบๆ เมื่อเสร็จแล้วก็จะพาเธอมาส่งบ้าน เพราะจะมีการแข่งขันรอบเซมิ-ไฟนัล ซึ่งเขาจะต้องพักผ่อนให้พอเพียง กระนั้นราเชลก็ยังต้องเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมพอจะออกไปรับประทานอาหารกับเขาอย่างคิดหนักอยู่ดี เธอเลือกชุดแซคสีเทาเงินที่เข้ากับสีของดวงตา ทั้งยังส่งให้เรือนผมเป็สีดำขลับเข้มขึ้นกว่าเดิมเธอสามารถบอกได้จากสายตาของนิคที่มองมา ว่าเขาประทับใจกับเสื้อผ้าชุดที่เธอเลือกมากแค่ไหน เขาลุกขึ้นยืนทันทีที่เธอก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น มองเธอด้วยสายตาที่มีไว้สำหรับเธอเพียงผู้เดียว
ซึ่งทำให้ราเชลร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าด้วยสายตานั้นมองไปทางดอกไม้ที่ต้องใช้แจกันถึงสามใบจึงบรรจุได้หมด
“ช่วยขอบคุณน้องเขยของคุณแทนด้วยนะคะ”
“ขืนขอบคุณกันไปขอบคุณกันมาแบบนี้เห็นจะต้องใช้เวลากันทั้งชีวิตเลยเชียวละ” นิคพูดปนหัวเราะ “ว่า แต่คุณจะรังเกียจไหม ถ้าจะไปแวะที่อพาร์ตเม้นท์ของผมก่อน?” เขาเอ่ยถามภายหลังจากที่ลาพ่อแม่ของเธอและออกมาถึงรถแล้ว “คือผมเองก็อยากเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยเหมือนกัน”
“ไม่รังเกียจหรอกค่ะ” ราเชลตอบอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันมันก็มีความรู้สึกบางอย่างกระพือขึ้นในอกเมื่อได้ยินเขาเอ่ยออกมาว่า...ไปที่อพาร์ตเม้นท์ของเขาก่อน...