บทที่17 ผู้ที่อยู่เื้ัการแพร่กระจายพิษ...ปีศาจผู้แข็งแกร่ง
พวกเทมเพสต์ที่วิ่งตามอากิระออกมาก็ได้แต่มองหน้ากันอย่างสงสัย เทมเพสต์ที่ทนไม่ไหวจึงวิ่งเข้าไปจนถึงด้านข้างอากิระ และเอ่ยถามขึ้นมา
“อากิระ แกจะรีบไปไหนวะ รู้อะไรแล้วรึไง”
“เออ ก็เพราะรู้แล้วน่ะสิ ถึงได้โมโหอยู่นี่ไง” อากิระตอบออกมาอย่างหงุดหงิด
“รู้อะไรเหรอคะพี่”ลูน่าที่พยายามวิ่งมาประกบอีกด้านของอากิระกล่าวถามขึ้นมาบ้าง
“ก็ตัวต้นเหตุของเหตุการณ์ในเมืองนี้ไง ลองคิดดูให้ดีสิผู้ที่มาเยือนเมืองนี้เมื่อสองปีก่อนน่ะมาอาศัยอยู่ในโบสถ์จนกระทั่งเกิดเื่ แล้วตอนนี้คนๆนั้นจะอาศัยอยู่ที่ไหน ในเมื่อคนในเมืองก็ไม่มีใครรู้เลย ทั้งๆที่เราถามทุกที่แล้วจะมีก็เพียงที่เดียวเท่านั้นที่เราไม่ได้ถาม” อากิระพูดออกมา
“หรือว่า ปีศาจนั่นแฝงตัวอยู่ที่โบสถ์” ลูน่าอุทานออกมา
“ถูกต้องแล้ว” สิ้นคำของอากิระพวกเขาก็มาถึงโบสถ์ประจำเมืองเซลเรน
อากิระและเพื่อนก็เดินเข้ามาในโบสถ์ แต่คราวนี้โบสถ์ที่น่าจะมีแม่ชีออกมาต้อนรับกลับเงียบงันไม่มีวี่แววของ NPC ใดเลย พอเข้ามาด้านในพวกเขาก็พบกับศพของเหล่าแม่ชี พวกอากิระที่เห็นความผิดปกติได้ก็ระวังตัวกันมากขึ้น
“อากิระแล้วยังไงต่อปีศาจตัวนั้นอาศัยอยู่ในโบสถ์แล้วเป็ยังไงต่อ” เทมเพสต์ถามออกมาอย่างจริงจังไม่มีวี่แววขี้เล่นเหมือนที่ผ่านมา
“หลังจากนั้นปีศาจตนนั้นที่ถูกพิษเล่นงานเข้าซะเองก็ใช้พลังได้ไม่เต็มที่ จึงแอบปลอมตัวอยู่ในโบสถ์ แล้วรอให้มีผู้เล่นเข้ามาในเมืองเพื่อจะได้หลอกใช้ให้เอาส่วนผสมหลักในการทำยาถอนพิษมาให้ไง” อากิระกล่าวแล้วมองไปยังเสาต้นหนึ่งของโบสถ์ “ใช่มั้ยครับคุณซาซ่า”
สิ้นเสียงอากิระแม่ชีสาวนามซาซ่าก็เดินออกมาจากด้านหลังของเสา แล้วส่งยิ้มมาให้อย่างเป็มิตร “มิทราบว่าทำไมท่านนักผจญภัยถึงกล่าวหากันเช่นนี้คะ ดิฉันอาจจะให้ท่านนำดอกแอนเดรียมาเพื่อรักษาท่านบาทหลวงจริงๆก็ได้”
“เป็ไปไม่ได้ครับ” อากิระกล่าวแย้งขึ้นมาอย่างไม่ลังเล
“ทำไมล่ะคะ” ซาซ่ายังคงยิ้มถามออกมา
“เพราะบาทหลวงตายไปแล้วครับ” อากิระกล่าวเสียงเรียบ
“อาจจะมีบาทหลวงมากกว่าหนึ่งคนก็ได้นะคะ”
“ก็เป็ไปได้ แต่ต่อให้จริง ก็เป็ไปไม่ได้ที่คุณจะให้พวกผมนำดอกไม้มาเพื่อรักษาบาทหลวงคนอื่นหรอกครับ”
“เหตุผลล่ะคะ”
สิ้นคำถามนี้ของซาซ่า อากิระก็เงียบลงและพยายามควบคุมลมหายใจเพื่อให้อารมณ์เย็นลง จากนั้นก็ตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย แต่แววตานั้นกลับแข็งกร้าวเป็อย่างมาก
“ก็ง่ายๆครับคุณบอกกับผมว่า บาทหลวงถูกพิษจากการไปช่วยชาวบ้านพัฒนาทางระบายน้ำเมื่อ 5 วันก่อน…”
“ใช่ค่ะ แล้วมันมีปัญหาอะไรคะ”
“แต่ว่านะ เมื่อเดือนที่แล้วพอพิษเริ่มแพร่กระจายพวกชาวเมืองก็รวมตัวกันไปทำความสะอาดทางระบายน้ำ แต่เพราะนั่นไม่ใช่พิษธรรมดาชาวเมืองจึงล้มตายไปเป็จำนวนมาก หลังจากเหตุการณ์นั้นชาวเมืองจึงออกกฏห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้บริเวณนั้น…” ถึงตรงนี้อากิระก็เงียบลงไปสักครู่ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“แล้วเมื่อ 5 วันก่อนมันจะไปมีการพัฒนาทางระบายน้ำได้ยังไงกัน”
ถึงตรงนี้พวกเทมเพสต์ที่ฟังอยู่ก็เข้าใจและหันไปมองหน้าซาซ่าทันที ซึ่งซาซ่านั้นบัดนี้ได้ฉีกยิ้มออกมาแต่ทว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็มิตรเหมือนก่อนหน้านี้แต่เป็รอยยิ้มที่ดูน่าหวาดกลัว แล้วเธอก็ะเิเสียงหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ถูกต้องค่ะท่านคิดได้ถูกแล้วค่ะ ยอดมากค่ะ” แล้วเธอก็หรี่ตามองหน้าอากิระ “แต่เอาเถอะ ในครั้งดิฉันก็พลาดเองด้วย เพราะดิฉันเอาแต่แอบอยู่ในโบสถ์จึงไม่รู้เื่ภายนอกเลย ไม่งั้นคงโกหกได้แเีกว่านี้ แถมยังไม่นึกเลยว่าจะมีนักผจญภัยมาสนใจเื่แบบนี้ด้วย ปกติพวกนักผจญภัยอย่างพวกท่านน่ะแค่รับภารกิจแล้วก็ทำตามโดยไม่ได้สนใจเื่ราวของพวกเราเลยสักนิดนี่นะ”
เธอมองพวกอากิระสลับไปมาแล้วก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม “พวกท่านนักผจญภัยในเมื่อรู้ความลับของดิฉันแล้ว คิดจะทำอะไรกับดิฉันล่ะคะ”
“ไอ้เื่ของคุณน่ะช่างมันเถอะ แต่พวกผมรู้เื่ของคุณแล้วคุณคงจะไม่ปล่อยพวกผมไปเฉยๆหรอกมั้ง”อากิระกล่าวออกมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
“ก็จริงนะคะ แต่พวกท่านเองก็คงคิดที่จะสู้กับดิฉันสินะคะถึงได้มาที่นี่” ซาซ่ากล่าวถามออกมา
“ก็นะ ผมเกลียดการถูกหลอกเพราะงั้นผมไม่อภัยให้คุณแน่” อากิระกล่าวจบก็ชักดาบออกมา แล้วก็เริ่มปรากฏลูกแก้วเวทมนต์ขึ้นรอบๆตัว
ขณะที่เทมเพสต์ และลูน่าเองก็เตรียมตัวต่อสู้เช่นกัน ส่วนทางด้านลิซ่าก็ถอยห่างออกไปเล็กน้อยแล้วเปิดหน้าต่างพิเศษออกมาเพื่อเตรียมใช้ไอเทมสนับสนุน และพริบตาต่อมาประตูและหน้าต่างทุกบานของโบสถ์ก็ปิดลง
“เห ไม่อภัยงั้นหรือคะ ดิชั้นเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะไม่อภัยยังไง” ซาซ่าย้มกล่าวออกมา
‘ผู้เล่นถูก ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า สัตว์อสูรชั้น อัศวิน ระดับ 15 โจมตีค่ะ’
‘ผู้เล่นไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายได้ค่ะ’
“ชิ ดูเหมือนจะแก้พิษได้สำเร็จแล้วสินะ” อากิระกล่าวเสียงเรียบ
“ร..ระดับชั้น อัศวิน งั้นเหรอ” ลูน่ากล่าวออกมาอย่างติดขัด
“ฮะฮะฮะ ต้องขอบคุณพวกท่านจริงๆนะคะ ที่หาดอกแอนเดรียมาให้…” ซ่าซ่ายิ้มกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ดูหน้ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก “เพราะไม่อย่างนั้นดิฉันคงไม่อาจได้รับพลังนี้คืนมาแน่ๆเลยค่ะ”
ทันทีที่กล่าวจบร่างกายของซาซ่า ก็เปลี่ยนไปแขนและขาของเธอถูกหุ้มไปด้วยเกล็ดที่เหมือนเกล็ดั ปีกค้างคาวสีดำงอกออกมาจากหลังของเธอ ใบหน้าซีดเผือดลง ดวงตาทั้งดวงก็กลายเป็สีแดง ผมสีเทาสยายออกมามีปลายผมที่ดูคมกริบราวกับใบมีด แล้วเธอก็แสยะยิ้มแล้วมองมาทางพวกอากิระ
“งั้นดิฉันจะขอแสดงความขอบคุณโดยการฆ่าพวกท่านเองค่ะ” ซาซ่ากล่าวออกมาด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปจากเสียงที่เย็นและนุ่มนวลกลายเป็แสงที่แหลมสูงเสียดแก้วหู
“ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ” ลิซ่าเอ่ยถามออกมา
“จะถามอะไร ถ้าตอบได้ดิฉันก็จะตอบให้ถือว่าเป็ของขวัญก่อนตาย”
“ทำไมคุณถึงต้องทำเื่โหดร้ายแบบนี้ด้วยคะ” ลิซ่าถามออกมาอย่างจริงจัง
“หึหึหึ ฮ่าๆๆๆๆๆ นั่นสินะทำไมดิฉันต้องทำแบบนี้ คงจะเป็เพราะเื่ในอดีตล่ะมั้งคะ ดันลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดแล้ว สิ่งจะมีเหลืออยู่ในร่างนี้ก็คงมีเพียงความแค้น แค้นต่อโลกนี้ แค้นต่อทุกสิ่งทุกอย่าง แค้นจนอยากจะทำลายทุกชีวิต” ซาซ่าหัวเราะกล่าวออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“หึ พอเถอะลิซ่าอย่าไปถามมันต่อเลย ยัยปีศาจนี่น่ะมันบ้าไปแล้ว”เทมเพสต์กล่าวออกมาพลางหักนิ้วแล้วเดินขึ้นไปด้านหน้า
ลูน่า กับอากิระเองก็เดินขึ้นมาหยุดอยู่ข้างๆเทมเพสต์เช่นกัน แล้วทั้งสามก็กระจายตัวกันออกไปดูที่ลูน่าไปทางด้านซ้ายอยู่ห่างจากตัวซาซ่าเล็กน้อย อากิระวิ่งอ้อมออกไปทางด้านขวาแล้ววนเข้าหาซาซ่า ในขณที่เทมเพสต์เพียงย่อตัวลงในท่าเตรียมวิ่งของนักวิ่งแล้วดีดตัวพุ่งเข้าหาซาซ่าตรงๆเป็ผลให้เขาเข้าถึงตัวซาซ่าเป็คนแรก
หมัดทะลวงเกราะ
หมัดของเทมเพสต์ที่มีเพียงออร่าบางๆเข้าปะทะกับร่างของซาซ่า ซึ่งซาซ่าก็ยกมือขึ้นมากันไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในขณะที่เธอกำลังนึกดีใจอยู่นั้นก็ต้องเบิกตากว้างพร้อมกับกระอักน้ำลายออกมา เสาโบสถ์ที่อยู่ด้านหลังเธอก็ปรากฏรอยร้าวให้เห็น
ทักษะ หมัดทะลวงเกราะ (ทักษะการโจมตีเฉพาะของนักสู้ที่จะส่งผ่านแรงกระแทกเข้าสู่ร่างศัตรูโดยตรงแล้วส่งแรงกระแทกออกไปด้านตรงข้ามกับจุดที่ถูกโจมตี ท่านี้ไม่สามารถป้องกันได้ สร้างความเสียหาย 50% ของพลังโจมตีโดยไม่สนค่าพลังป้องกันของศัตรู)
“อั่ก หนอยแก”ซาซ่าสบถออกมา แล้วง้างแขนขึ้นมาพร้อมกำหมัด จากนั้นก็เหวี่ยงหมัดโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร่างของเทมเพสต์ แต่เทมเพสต์ไม่เพียงไม่ตื่นตระหนกเท่านั้น เขายิ้มขึ้นมาที่มุมปาก
เคร้ง!!!
เสียงเหล็กกระทบกันดังขึ้นมาก่อนที่หมัดของซาซ่าจะบรรลุเป้าหมาย อากิระที่วิ่งอ้อมเข้ามาถึงตัวซาซ่าเหวี่ยงดาบขึ้นในแนวตั้งปัดแขนของซาซ่าออกไปได้ แล้วเขาก็หมุนตัวเหวี่ยงดาบเข้าใส่ร่างของซาซ่า เทมเพสต์นั้นก็เหมือนกับรู้ตัวอยู่แล้วจึงรีบก้มหลบทันที
ซาซ่าที่เห็นคมดาบเหวี่ยงเข้ามาก็รีบยกแขนที่ใช้ป้องกันหมัดของเทมเพสต์เมื่อครู่ขึ้นมาป้องกันไว้ แต่เพราะการโจมตีที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอป้องกันได้ไม่สมบูรณ์ดาบของอากิระที่ไม่ได้ปะทะกับแขนของซาซ่าอย่างเต็มที่ จึงวาดผ่านบริเวณไหปลาร้าของซาซ่าและสร้างาแให้เล็กน้อย
แม้ซาซ่าจะได้รับาเ็ไม่มากนัก แต่ด้วยความร้อนใจก็มีผลทำให้การเคลื่อนไหวของเธอรวน เธอจึงรีบถีบเท้าถอยหลังเพื่อหวังจะตั้งหลัก แต่แล้ว
เวทย์เพลิง ระดับ 3 – ะุเพลิงทมิฬ
ลูกไฟสีดำปะทะเข้ากับหลังของเธอซึ่งตรงนั้นก็ปรากฏร่างของลูน่ายืนร่ายเวทย์ ซาซ่าจึงคิดเปลี่ยนเป้าหมายเป็การจัดการลูน่าที่น่าจะจัดการได้ง่ายที่สุดก่อน จึงพุ่งตัวออกโดยมีเป้าหมายที่ลูน่า แต่ยังไม่ทันถึงตัวของลูน่า ก็ปรากฏร่างของอากิระ และเทมเพสต์เข้ามาประกบด้านข้าง
“อย่าลืมพวกเราสิครับ…”อากิระกล่าวออกมาเสียงเรียบ
“ไมงั้นโดน!!!”เทมเพสต์ะโต่อจากอากิระ แล้วทั้งสองก็หมุนตัวกลางอากาศคนหนึ่งเหวี่ยงหมัด อีกคนเหวี่ยงดาบ ทว่าเป้าหมายของทั้งคู่ก็คือร่างของซาซ่า
เปรี้ยง!!!
ซาซ่ารีบพลิกตัวยกแขนสองข้างมากันไว้ได้ทันแต่ด้วยแรงจากการโจมตีนั้นก็ทำให้ร่างของเธอร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนเกือบจะจมลงไปในพื้น
อากิระ กับเทมเพสต์หลังจากโจมตีเสร็จก็หยุดการเคลื่อนที่ลงใกล้ๆกับลูน่า แล้วรีบตั้งหลักจากนั้นก็หันไปมองทางซาซ่าด้วยความระมัดระวัง
“เห้ย อากิระ…” เทมเพสต์เรียกชื่อของเพื่อนสนิทออกมา
“เออ มันไม่เสร็จง่ายๆแบบนี้หรอก” อากิระกล่าวออกมาราวกับรู้ว่าสหายของตนอยากพูดอะไร
แล้วก็เป็จริงดั่งที่อากิระกล่าวซาซ่าลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วแม้จะมีาแบนร่างกายแต่ซาซ่าก็ไม่ได้แสดงท่าทีเ็ปใดๆออกมา ซาซ่าหันมามองพวกอากิระด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เป็แค่พวกนักผจญภัยชั้นต่ำแท้ๆ บังอาจนักนะ”
พูดจบซาซ่าก็พุ่งเข้าหาพวกอากิระอย่างรวดเร็วเธอเหวี่ยงหมัดลงบนพื้นตรงหน้าของพวกอากิระจนพื้นะเิออกทำให้มีฝุ่นควันขึ้นมาจำนวนมาก ขณะที่พวกอากิระชะงักไปเพราะถูกฝุ่นควันบังสายตา ทางซาซ่าก็ฉวยโอกาสโจมตีเข้าใส่ลูน่า แต่ทว่าเทมเพสต์ที่รู้ตัวก่อนจึงพุ่งเข้ามารับการโจมตีแทน ส่วนด้านอากิระเองก็รู้ตัวพร้อมๆกับเทมเพสต์แต่ค่าสถานะของอากิระนั้นไม่ได้เน้นไปที่การป้องกันเขาจึงเลือกที่จะใช้จังหวะที่ซาซ่าโจมตีเพื่อที่จะโจมตีเข้าใส่ร่างซาซ่า ที่มือของอากิระปรากฏหอกอสนีบาตขึ้นมาแล้วเขาก็ซัดหอกนั้นเข้าใส่ร่างของซาซ่าทันที
เปรี้ยง!!!
แรงะเิจากหอกอสนีส่งให้ร่างของซาซ่ากระเด็นออกไป ส่วนลูน่านั้นแม้จะมีความเร็วไม่เท่าอากิระ และ เทมเพสต์ แต่เธอก็รอโอกาสอยู่แล้ว และในขณะที่ร่างของซาซ่ายังอยู่กลางอากาศนั้น้าของร่างซาซ่าก็ปรากฏวงแหวนเวทย์ขึ้นมา
เวทย์สายฟ้า ระดับ 4 – ทัณฑ์อสนีบาต
พริบตานั้นก็มีสายฟ้าผ่าลงมาจากวงแหวนเวทย์เข้าใส่ร่างของซาซ่า แน่นอนว่าร่างของซาซ่าที่กำลังลอยอยู่บนอากาศไม่มีทางหลบพ้นอย่างแน่นอน ผลจากสายฟ้าที่ฟาดเข้าใส่ร่างของซาซ่านั้นส่งให้ร่างของซาซ่ากระแทกลงกับพื้นดินอีกครั้ง
ทว่าซาซ่ากลับลุกขึ้นมาได้ด้วยท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านใดๆ แม้จะมีแผลปรากฏให้เห็นบ้างก็ตาม พวกอากิระที่ได้เห็นก็ใจหายวาบ พวกเขาช่วยกันโจมตีตั้งขนาดนั้นแท้ๆ แต่ซาซ่ากลับยังดูสบายดีอยู่เลย
“นายท่านคะ ฉันทำการสแกนข้อมูลของคุณซาซ่าได้แล้วค่ะ” ลิซ่าบอกกับอากิระผ่านช่องสนทนาส่วนตัว
“ส่งมาให้พวกเราได้เลยครับ ลิซ่า” อากิระบอกกับNPC สาวของตน ลิซ่าที่ได้รับคำสั่งก็รีบส่งข้อมูลที่สแกนได้ไปให้พวกอากิระดู พวกอากิระที่ได้ดูก็เบิกตากว้างทันที
ชื่อ ธิดาอสูรผู้คลั่งแค้น ซาซ่า เผ่าพันธุ์ ครึ่งอสูร
ระดับชั้น อัศวิน ระดับ 15
พลังชีวิต 8,171,030 / 8,200,000 พลังเวทย์ 499,912 / 500,000
พลังโจมตี 4,732 พลังป้องกัน 18,317 พลังโจมตีเวทย์ 1,721
พลังป้องกันเวทย์มนต์ 13,991 ความเร็ว 860
ข้อมูลที่ได้เห็นทำให้เหงื่อปรากฏขึ้นบนหน้าพวกอากิระทันที
“พลังป้องกันบ้าอะไรวะนั่น” เทมเพสต์สบถออกมา
“ลำบากล่ะสิทีนี้ นี่น่ะเหรออสูรชั้นอัศวิน” อากิระกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“อะ…เอาไงดีคะ” ลูน่ากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ
“ไม่เห็นต้องถามเลย” เทมเพสต์พูดตอบลูน่าด้วยใบหน้ายิ้มเครียด
“พวกเราโดนขังเอาไว้ตอนนี้หนีไม่ได้แล้ว เพราะงั้นยังไงก็ต้องเอาชนะให้ได้นั่นแหละ” อากิระกล่าวเสริม
ในศึกครั้งนี้ดูท่าอากิระนั้นจะเป็คนที่ลำบากที่สุดเพราะว่า เขามีระดับน้อยที่สุดในกลุ่ม และยังมีพลังป้องกันที่ต่ำมาก แม้เขาจะมีพลังโจมตีที่และความเร็วสูงแต่ฝ่าตรงข้ามกลับมีพลังป้องกันมหาศาลแถม การที่เขาต้องมาสู้แบบยืดเยื้อแบบนี้จึงถือว่าเขาเสียเปรียบมาก
เทมเพสต์ที่รู้เื่นี้ดีจึงก้าวออกมาในแนวหน้าเพื่อที่คอยเป็แนวหน้าในการรับมือกับซาซ่า ขณะที่ลูน่าก็คอยรอจังหวะโจมตีเสริมด้วยเวทมนต์ ทางด้านลิซ่าเองก็คอยใช้ไอเทมสนับสนุนอยู่ห่างๆ พวกเขาแต่ละคนต่างก็มีหน้าที่เป็ของตัวเองแล้ว ที่เหลือก็คือทุ่มสุดตัวเพื่อจัดการกับศัตรูตรงหน้า