เช้าของวันถัดมาชีคซะรี่ย์ กับพระชายาอัยมานได้อยู่ให้การต้อนรับชีคซาบิตกับพระชายาลัยลาจากเมืองดิลฮามซึ่งเป็เมืองเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์นอกจากจะส่งออกสินค้าด้านการเกษตรแล้วยังมีผ้าแพรพรรณและพวกหนังสัตว์ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อเป็อย่างมากแต่ด้วยบรรยากาศตึงๆกับเมืองค็อลลาซ ชีคฟาอิดจึงไม่อาจอยู่ร่วมทักทายต้อนรับได้ ดังนั้นวันนี้ท่านชายฮะริจญ์จึงได้นำชีคจากสองเมืองคือฟะฮัดกับค็อลลาซไปชมงานพืชพรรณโลกเพียงพระองค์เดียว
เมื่อถึงงานผู้เข้าเยี่ยมชมจะมีค่าผ่านประตูที่ราคาไม่แพงนักส่วนเด็กๆจะเข้าชมฟรี คณะของฟาอิดมาในนามของแขกรับเชิญเมืองค่อนาน ตอนแรกท่านชายฮะริจญ์เดินคู่กับชีคฟาอิด มีพี่เลี้ยงของท่านหญิงทั้งสองและฮาติมกับฮาริสคอยติดตาม ไปๆมาๆ เปลี่ยนเป็ ท่านชายฮะริจญ์เดินคู่กับท่านหญิงฮัลวา และชีคฟาอิดเดินคู่กับท่านหญิงฟาติน่า มีคนในพระราชสำนักคอยดูแลนำทางชีคฮะซีพกับพระชายาตัสนีม อย่างใกล้ชิด
"งดงามเหมือนอยู่บน์เลย"ท่านหญิงฮัลวาตะลึงในสิ่งที่เห็นครั้งแรกในชีวิต
"ท่านพี่ฟาอิด ที่นี่สวยจังเลยค่ะ"ฟาติน่าพูดเบาๆ แต่ความงดงามเบื้องหน้าไม่อาจทำให้ชีคฟาอิดอ่อนโยนลงได้เลยเขาดูเฉยๆ เพราะมันไร้สาระสำหรับเขา เขาไม่ได้อยากจะมาที่นี่ และสมองของเขากำลังคิดเื่อื่นอยู่ การมาที่นี่อาจจะเป็แผนของเมืองค่อนานกับดิลฮามที่ร่วมมือกันก็เป็ได้ ไม่รู้ว่าคนของฟะฮัดกับค็อลลาซจะถูกกระทำเช่นไร เขาเป็คนคิดระแวงระไวอยู่ตลอด ดวงตาที่คมดุดุจเหยี่ยวของเขาแอบชำเรืองมองรอบๆตัวอยู่เป็ระยะ นักท่องเที่ยวมากมายถ่ายรูปซุ้มดอกไม้ในที่ต่างๆ
และแล้วก็มาถึงซุ้มพรีเวดดิ้งดอกกล้วยไม้ไทยสีหวาน วันนี้มีณดากับรุ่นพี่สาวYที่ชื่อบอสอยู่คอยให้การต้อนรับ ทั้งคู่รู้จักท่านชายฮะริจญ์จึงแสดงความเคารพ จะไม่รู้จักได้อย่างไรเล่าก็เ้าชายฮะริจญ์เป็ขวัญใจสาวๆทั่วโลกมีคนติดตามในโชเชียลมีเดียหลายล้าน นอกจากหล่อแล้วยังมากความสามารถและใจดีอีกต่างหาก แล้วท่านยังทำงานเพื่อการกุศลอีกด้วย ณดากับรุ่นพี่ที่ชื่อบอสก็เป็แฟนคลับของท่านชายด้วยเช่นกัน ณดาเจอท่านชายครั้งแรกตอนที่ได้เข้าไปจัดดอกไม้ในวัง ท่านชายเป็กันเองอย่างมาก มาทักทายสนทนากับเธอด้วย ส่วนรุ่นพี่เจอท่านชายครั้งแรกเมื่อปีที่แล้วตอนที่ท่านกลับมาใน่งานพืชพรรณไม้พอดี และได้มีโอกาสเข้าไปจัดดอกไม้ในวังจึงรู้จักและจดจำกันได้
"สวัสดี สวัสดี"ท่านชายฮะริจญ์ทักทายเป็ภาษาไทยได้อยู่คำนึง
"ตามสบายนะคุณบอส คุณณดา"ท่านชายฮะริจญ์ได้แนะนำให้รู้จักท่านชีคและเชื้อพระวงค์ทั้งสองเมืองทั้งคู่ก็น้อมเคารพและยิ้มแย้มแจ่มใส สยามเมืองยิ้ม
"นี่คือซุ้มดอกไม้จากเมืองไทยที่เน้นนำดอกกล้วยไม้มาพรีเซ็นท์ และเป็ทีมที่ไปจัดดอกไม้ที่วัง"ท่านชายฮะริจญ์แนะนำ
"สุดยอดเลย เราชอบฝีมือของพวกคุณมากๆ "ท่านหญิงฮัลวายิ้มให้ และมีการพูดคุยสนทนากันอย่างจริงจัง ทั้งบอสและณดาต่างก็ให้ข้อมูลต่างๆ อย่างเชี่ยวชาญ
"ท่านพี่ฟาอิดน้องอยากจะได้รูปดอกไม้ค่ะ"เ้าหญิงฮัลวาบอกพี่ชายเพราะเธอไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆ อย่าว่าแต่โลกโชเชียลเลยแม้แต่โทรศัพท์มือถือยังไม่เคยมี ท่านชายฮะริจญ์เอามือถือออกมาถ่ายรูปและถ่ายหมู่ถ่ายคู่ถ่ายเดียวให้กับทุกคน
ฟาอิดถ่ายรูปคู่กับท่านหญิงฟาติน่า ดูงดงามและเหมาะสมกันเป็อย่างมากดูราวกับคู่บ่าวสาวกำลังถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่ ท่านหญิงฟาติน่ายิ้มหวานแต่ฟาอิดทำหน้าเฉยๆ ขณะที่ณดากำลังถ่ายรูปให้ ดวงตาคมดุดุจเหยี่ยวมองมาที่ณดาจนเธอรู้สึกกลัวชีคคนนี้ขึ้นมา "สงสัยกลัวจะถ่ายรูปออกมาไม่สวยหรือว่ารำคาญกันนะ"ณดาคิดในใจ แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ของเธอต่อไป
พระชายาตัสนีมเข้ามาพูดคุยกับณดาและเธอได้ให้นามบัติไป และแจกนามบัติให้กับท่านหญิงทั้งสองและชีคฟาอิด ฟาอิดรับไปแบบเสียไม่ได้แต่สายตายังคงจดจ้องที่เธอ สาวตัวเล็กร่างบางท่าทางคล่องแคล่วต่างชาติต่างภาษาเธอไม่ได้สวยอะไรเลยแต่ทำไมทุกกิริยาท่าทางของเธอจึงทำให้เขาสนใจอาจจะเพราะว่าเธอดูมีชีวิตชีวา อีกอย่างพรรณไม้นี้ที่มารดาของเขาโปรดปรานและเธอผู้นี้ดูรู้วิธีการดูแลรักษา เขามองดูกล้วยไม้แล้วนึกถึงมารดาขึ้นมา
"เราอยากจะได้กล้วยไม้ไทยเอาทุกสีและทุกสายพรรณที่มี แบบแข็งแรงทนความร้อน"จู่ๆ ชีคหนุ่มผู้ที่ไม่เคยมีอารมณ์สุนทรีเเละปฏิเสธการมาเยือนที่นี่กลับออเดอร์ดอกไม้แบบที่ใครๆ ก็ไม่คาดคิด
ฟาอิดสั่งดอกไม้ไปจำนวนมากทั้งแบบที่เอาไปปลูกในกระถาง แบบแขวน และไม้ตัดดอก ว่าแต่เขาสั่งไม้ตัดดอกไปทำไมกัน ออเอาไปให้ท่านหญิงฮัลวาจัดใส่แจกันไงล่ะน้องสาวของเขาชอบดอกไม้
"น้องหญิงชอบไหม"เขาถามท่านหญิงฮัลวาผู้เป็น้องสาว
"ชอบมากค่ะท่านพี่ น้องจะเอาดอกไม้อื่นๆด้วยนะคะ ฟาอิดอนุญาตทำเอาท่านหญิงฮัลวาดีใจแทบะโตัวลอย นี่ถ้าเป็ห้องส่วนตัวของเธอที่ค็อลลาซละก็เธอคงะโไปแล้ว
"ท่านพี่ฮะริจญ์แล้วน้องจะได้ภาพในโทรศัพท์นี้ได้อย่างไรคะ"ท่านหญิงฮัลวาเอ่ยถาม
"เดี๋ยวพี่ส่งให้กับชีคฟาอิด"ท่านชายฮะริจญ์ตอบ แล้วทั้งหมดก็ไปดูดอกไม้ซุ้มอื่นๆ ต่อไป
"ท่านชายฮะริจญ์ทรงพระหล๊อหล่อ แม่ปลื้มมาก "รุ่นพี่สาวYที่ชื่อบอสกรี๊ดเบาๆ
"อีกคนก็หล่อคมเข้มชีคอะไรซักอย่างแต่ไม่ค่อยทรงพระยิ้มเลย"รุ่นพี่ยังคงพูดต่อ
"อีตาท่านชีคหน้าดุนี่ทรงพระออเดอร์กล้วยไม้เยอะแยะเลยอ่ะพี่บอส"ณดาเม้าส์มอย
"ดีๆๆ ขอให้สวนเจ้เพ็ญมีออเดอร์เยอะๆ พวกเราจะได้เงินพิเศษจากการขายและได้มาอีกในปีถัดๆ ไปไงจ้ะณดา"
"ค่ะพี่บอส ว่าแต่ท่านชายฮะริจญ์ท่านเป็กันเองมากนะคะ ท่านเป็คนอาหรับแบบสมัยใหม่ด้วยเจอตัวจริงท่านครั้งแรกก็ประทับใจเลยค่ะ" ณดา นึกย้อนกลับไปในวันที่ได้เข้าไปจัดดอกไม้ในวังที่ท่านชีคกับพระชายาจะมีงานต้อนรับแขกที่มาตามคำเชิญขณะที่เธอจัดดอกไม้อยู่นั้นท่านชายฮะริจญ์ก็เดินมาดูและกล่าวทักทาย ณดาใจึงทำความเคารพโดยการถอนสายบัว ท่านชายยิ้มแย้มและสนทนาด้วยพักนึง แล้วเธอยังเปิ่นซุ่มซ่ามทำน้ำหกเลยลื่นหกล้มแล้วท่านชายมารับเธอไว้ทัน มีโมเม้นท์นี้กับเขาด้วยณดา นั่นคนธรรมดาๆที่ไหนล่ะ เขาคือท่านชายฮะริจญ์ที่สาวๆคลั่งไคล้ทั่วโลก ท่านโดดเด่นในโลกโชเชียลเป็อย่างมาก ปลื้มท่านมานานไม่นึกว่าจะได้เจอตัวเป็ๆ ณดาเก็บเอาเหตุการณ์เ่าั้ไปฝัน เผื่อท่านชายจะสนใจเธอบ้างเธอก็เพ้อเจ้อของเธอไปเรื่อยตามประสาสาวโสด
"แล้วพวกเราจะอยู่ที่นี่ถึงเมื่อไรคะพี่บอส"
"ปีนี้ออเดอร์เข้ารัวๆ ขายได้เยอะกว่าปีก่อนๆ คงต้องอยู่ยาวออกไปอีกน่ะ งานนี้ได้เงินพิเศษกันแบบชิลล์ๆ เลยแหละณดา"ทั้งสองยิ้มให้กัน และมีนักท่องเที่ยวมาพอดีจึงพากันให้การต้อนรับตามหน้าที่ของตนเอง
ท่านหญิงทั้งสองไปดูงานดอกไม้ทุกวันแบบที่ไม่มีเบื่อ แวะทุกซุ้มได้คุยกับผู้ที่ดูแลดอกไม้บ้างไม่ได้คุยบ้าง และต้องแวะมาที่ซุ้มพรีเวดดิ้งแสนสวยจากเมืองไทยบางวันก็เจอกับณดาบางวันก็ไม่เจอ ท่านหญิงฮัลวาบอกว่าเธอชอบคนไทยชอบเ้าหน้าที่ทุกคนที่ผลัดกันมาโดยเฉพาะณดา ดูเหมือนจะเคมีเข้ากันั้แ่วันแรก
"สวัสดีค่ะคุณณดา คุณบอส"ท่านหญิงพูดภาษาไทยสำเนียงอาหรับ ช่างน่ารักน่าเอ็นดู
"เราอยากอยู่นานๆ อยากเรียนรู้เื่การจัดดอกไม้อยากให้คุณช่วยสอนแต่เราคงจะต้องกลับบ้านเมืองของเราแล้วละ"ท่านหญิงฮัลวาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
"ท่านหญิงจะกลับวันไหนคะ"ณดาถาม
"อีก2วันค่ะคุณณดา พรุ่งนี้เราคงไม่ได้มาที่นี่อีกแล้ว"
"พรุ่งนี้ท่านหญิงจะไปไหนรึคะ"
"ท่านพี่ฮะริจญ์จะพาไปเที่ยวตลาดน้ำท่าเรือค่ะ"
" ค่ะท่านหญิงที่นั่นสวยมากค่ะ หม่อมฉันก็พึ่งเคยไปครั้งเดียวเองค่ะ"ทั้งคู่สนทนากันถูกคอคุยกันไปได้เรื่อยๆ
ณดาสังเกตุดูท่านหญิงผู้นึงที่มาด้วย เธอช่างงดงามอย่างไร้ที่ติในแบบฉบับของสาวอาหรับ ท่านหญิงผู้นั้นก็สอบถามณดาเื่ดอกไม้ในงานพิธีต่างๆ เป็พิเศษแต่เธอบอกว่าชอบสีสันสักหน่อย
"ท่านหญิงอย่าเศร้าเลยค่ะ หากมีโอกาสขอเชิญท่านหญิงมาเที่ยวชมงานนี้อีกในปีหน้านะคะ"ณดาปลอบ ท่านหญิงฮัลวายิ้มกว้าง ใช่แล้วค่อนานจัดงานทุกปีนี่นา จากนั้นจึงร่ำลากันไป
"ท่านหญิงฮัลวาน่ารักจังเลยนะคะพี่บอส"ณดาคุยกับรุ่นพี่คล้อยหลังท่านหญิงไป
วันรุ่งขึ้นท่านชายฮะริจญ์พาชีคฟาอิด ท่านหญิงฟาติน่าและท่านหญิงฮัลวาไปเที่ยวตลาดน้ำท่าเรือ ซึ่งทั้งหมดไม่เคยได้ัับรรยากาศแบบนี้ในประเทศแถบทะเลทรายเลย ดูเหมือนทุกคนจะชื่นชอบที่นี่แม้แต่ฟาอิด มีเวลาทั้งวันในการชมเมืองแบบเต็มอิ่ม อาหารที่นี่ขึ้นชื่อมากและกาแฟที่เมืองนี้ก็ไม่เลวแต่สำหรับฟาอิดแล้วก็จะชื่นชอบกาแฟดั้งเดิมในแบบของค็อลลาซมากกว่า ทั้งหมดอยู่ลากยาวไปจนเย็น วันนี้ท่านหญิงฟาติน่าดูมีความสุขมากที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับชีคฟาอิดตลอดทั้งวันท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของสถาปัตยกรรมของเมืองท่า ฟาอิดดูแลเอาใจเธอในเื่อาหารการกินและพากันไปซื้อของที่ระลึกซึ่งถูกใจเธอเป็อย่างมาก เธอแทบอยากหยุดเวลา่ความสุขของเธอเอาไว้และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรเธอจึงจะมีโอกาสแบบนี้อีก เธอจะไปหาฟาอิดที่ค็อลลาซก็ไม่ได้เพราะผิดจารีตประเพณี รอให้ฟาอิดมาหาก็ยากนักที่เขาจะมาหาเธอ นานๆ ทีที่เขาจะมาคุยกับท่านพ่อของเธอในเื่ธุรกิจหรืออะไรบางอย่างสักครั้งนึง
"น้องหญิงอยากได้อะไรก็เลือกตามใจชอบเสร็จแล้วก็บอกพี่จะจ่ายค่าสินค้าให้"ฟาอิดบอกเธอ
ฟาอิดลืมความหมาดหมางลึกๆ ในใจไปชั่วขณะเป็เพราะมนต์เมืองท่าหรือว่าผู้คนในเมืองนี้ที่ดูเป็มิตรและอบอุ่นกันแน่ ตลอดทั้งท่านชีคซะรี่ย์พระชายาอัยมานและท่านชายฮะริจญ์หรือแม้แต่คนไทยนักจัดดอกไม้นั่น จู่ๆ ฟาอิดก็นึกถึงผู้หญิงคนนั้นขึ้นมารอยยิ้มคำพูดและท่าทางของเธอทำไมมันตรึงใจเขาจนต้องนำมาคิดไปทำไมนี่ ทุกอย่างมันแย้งกันในใจของเขา ทั้งหมดทั้งมวลนี่ทำให้เขาหลงไว้เนื้อเชื่อใจในกลิ่นอายแสนอบอุ่นของที่นี่เชียวหรือ
"ฮัลวา ฮัลวา อยู่ที่ไหน"เขารู้สึกตัวและมองหาน้องสาวเห็นเธออยู่ไม่ไกลนักมีท่านชายฮะริจญ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ทำไมเขาต้องไว้ใจท่านชายผู้นี้ให้ใกล้ชิดน้องสาววัยเยาว์ของเขาได้ขนาดนี้ เขาคิดไม่ออกว่าทำไม
ท่านหญิงฮัลวาไปลองชิมอาหาร ขนม ในร้านค้าต่างๆ บนรถเข็นอย่างถูกอกถูกใจเธอเลือกได้หลากหลายบางอย่างไม่เคยทานมาก่อน
"อร่อยไหมล่ะน้องหญิง"ท่านชายฮะริจญ์ถามยิ้มๆ
"อร่อยมากเลยค่ะท่านพี่ น้องไม่เคยทานมาก่อนเลย ที่นี่สุดยอดเลยค่ะ น้องจะขอมาเที่ยวบ่อยๆ ได้ไหมคะ"
"ได้สิน้องหญิง"ท่านชายฮะริจญ์พูดด้วยความเอ็นดู มองไปเห็นสายตาชีคฟาอิดที่มองมาแล้วทำเอาท่านชายเริ่มรู้สึกเกรงใจเลยชวนท่านหญิงฮัลวาไปสมทบ
ท่านชายฮะริจญ์เชิญทุกคนไปทานมื้อค่ำที่ร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวร้านนึงที่มีการจัดที่นั่งไว้แบบเป็สัดส่วน ตกแต่งร้านอย่างมีรสนิยมผสมผสานอารยะธรรมตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัว ดื่มด่ำบรรยากาศเมืองท่าในค่ำคืนนี้ที่น่าประทับใจไปอีกนาน
เมื่อพระราชอาคันตุกะมาเยี่ยมเยือนเมืองค่อนานมาพอสมควรแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องกลับบ้านเมืองของตน งานเลี้ยงส่งแขกซึ่งเป็เชื้อพระวงศ์ของเมืองต่างๆได้เริ่มขึ้นต่างก็สนทนากันอย่างมีมิตรไมตรีอันดีต่อกัน งานนี้เลี่ยงไม่ได้ที่ชีคฟาอิดจะได้พบกับชีคซาบิตกับพระชายาลัยลาแห่งเมืองดิลฮาม ที่ฟาอิดรู้สึกตึงๆอยู่กับเมืองนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก็ต้องทักทายและทำความเคารพผู้ใหญ่ตามมารยาท ฟาอิดสังเกตุดูความสนิทชิดเชื้อของค่อนานกับดิลฮามเงียบๆ แต่ชีคทั้งคู่ก็ดูมีเมตตาต่อชีคหนุ่มเป็อย่างมากแต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อาจไว้วางใจได้
อีกมุมนึงของพระราชวัง ท่านหญิงฮัลวาขอร้องให้ท่านชายฮะริจญ์เชิญณดานักจัดดอกไม้สาวไทยมาพบเธอในคืนนี้เพราะเธอจะกลับบ้านเมืองของเธอแล้ว ณดาได้ขออนุญาตนำเพื่อนๆ ของเธอมาด้วย ดังนั้นทุกคนจึงได้มาในนามของแขกในค่ำคืนนี้
งานเลี้ยงของแขกผู้ใหญ่สิ้นสุดลงและแยกย้ายกันไปพักผ่อน ฟาอิดได้แยกตัวออกมาเช่นกันแล้วสายตาของเขาก็ได้ไปสะดุดเข้ากับร่างๆนึงที่อยู่ในชุดราตรีหางปลาสีชมพูกะปิ หลังจากที่เธอออกมาจากห้องน้ำพร้อมกระเป๋าเครื่องสำอางใบเล็กๆ เกล้าผมถักไว้อย่างเรียบร้อยเดินผ่านเขาไป
"นั่นสาวไทยผู้นั้นนี่ คืนนี้เธอดูสวยเป็พิเศษ"เขาคิดในใจ เธอจะสวยหรือไม่สวยมันเกี่ยวอะไรกับเขานี่ เขาสลัดความคิดนั้นออกและเลิกสนใจเธอ
"ชีคฟาอิด เชิญทางนี้ครับ" เสียงของท่านชายฮะริจญ์ดังขึ้นจากเบื้องหน้า เขาเองก็พึ่งออกมาจากห้องงานเลี้ยงเช่นกัน แต่เขานัดกับสาวๆ เอาไว้อีกห้องนึง
เมื่อฟาอิดก้าวเข้าไปที่ห้องห้องนึงก็พบกับท่านหญิงทั้งสองพร้อมกับทีมนักจัดดอกไม้จากเมืองไทย หญิงสาวในชุดราตรีหางปลาสีชมพูกะปิกำลังคุยอยู่กับท่านหญิงทั้งสองโดยเฉพาะกับเ้าหญิงฮัลวานั้นกำลังคุยกันออกรสทีเดียวดูเหมือนสนิทสนมกันมานานทั้งที่เจอกันไม่กี่ครั้ง
"เราไม่มีเครื่องมือสื่อสารใดๆเลยคุณณดาจะติดต่อกันได้อย่างไรนะ"ท่านหญิงฮัลวากล่าว และเธอก็ถูกกีดกันไม่ให้รับรู้โลกภายนอกมากนัก
"เอางี้ติดต่อเราผ่านท่านพี่ฟาอิดได้ไหม และถ้าหากเราอยากติดต่อคุณณดาก็จะบอกผ่านทางท่านพี่"ท่านหญิงฮัลวาเสนอและบอกกับชีคฟาอิดด้วย ฟาอิดจ้องมองณดาด้วยสายตาที่คมดุจเหยี่ยว ณดาหลบสายตานั้นไม่อยากจะบอกเลยว่าอีตาชีคนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ คนละขั้วกันกับท่านชายฮะริจญ ์เลย
ท่านชายฮะริจญ์ส่งยิ้มมาให้ณดา เธอยิ้มตอบ
"คุณณดาคืนนี้คุณคงจะไม่สะดุดหกล้มอีกนะครับ"ท่านชายฮะริจญ์แซวเธอย่างมีเลศนัย เพราะว่าคืนนั้นที่เธอสะดุดหกล้มแล้วท่านชายฮะริจญ์รับเธอเอาไว้
ท่านชายหมายความว่าอย่างไรกัน ณดาคิดในใจอายๆนิดนึง แหมท่านชายก็ช่างแซวต่อหน้าคนอื่น
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของชีคฟาอิด เขาละสายตาจากเธอและหันไปทางฟาติน่าเธอส่งยิ้มมาให้ฟาอิดเขายิ้มตอบเธอนิดนึง คืนนี้ฟาอิดกับฟาติน่าก็ได้สนทนากันอีกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันในค่ำคืนนี้ท่านหญิงฮัลวากำชับให้ชีคฟาอิดกับณดาแลกเปลี่ยนข้อมูลการติดต่อกันเอาไว้
วันรุ่งขึ้นท่านชีคซะรีย์ พระชายาอัยมาน ท่านชายฮะริจญ์ได้มายืนส่งแขกที่หน้าประตูพระราชวัง ซึ่งก็ได้ร่ำลากันตามประเพณี
"ท่านพี่ฮะริจญ์อย่าลืมส่งภาพถ่ายให้น้องนะคะ"ท่านหญิงฮัลวาทวงเพราะท่านชายบอกจะส่งผ่านไปทางชีคฟาอิดพี่ชายของเธอ
"พี่ไม่ลืมแน่นอนน้องหญิง"ท่านชายฮะริจญ์รับคำ
ขบวนคาราวานได้เดินทางข้ามทะเลทรายกลับไปถึงเมืองค็อลลาซโดยสวัสดิภาพ ชีคฟาอิดเชื้อเชิญให้ชีคฮะซีพแวะพักที่คอลลาซก่อนจะกลับฟะฮัด ซึ่งชีคฮะซีพก็ยินดีเป็อย่างยิ่งเพราะตั้งใจจะคุยเื่ชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่าอยู่แล้ว
เมื่อโอกาสเหมาะในวันถัดมา ชีคฮะซีพจึงได้เอ่ยขึ้นสนทนากับฟาอิดเพราะชีคฮะซีพอยู่ในฐานะพระญาติพระวงค์ผู้ใหญ่ของชีคฟาอิดด้วยก็ว่าได้
"ท่านลุงหมายถึง ้าให้มีการหมั้นหมายระหว่างข้ากับน้องหญิงฟาติน่าหรือครับ"
"ใช่แล้วชีคฟาอิด หลานกับฟาติน่าเหมาะสมกันทุกอย่างและเพื่อเป็การเชื่อมสัมพันธ์ให้สองเมืองเป็ปึกแผ่น และฟาติน่าจะได้ไม่ถูกนินทาว่าผิดจารีต"ชีคฮะซีพกล่าว
ฟาอิดเข้าใจทุกอย่างทั้งทางด้านความเหมาะสมการสานสัมพันธ์ให้สองเมืองมั่นคง และอีกอย่างที่เมืองค่อนานเขากับฟาติน่าก็ใกล้ชิดกันมาก ก็เข้าใจที่พระญาติพระวงค์ผู้ใหญ่พูดมาทั้งหมด เขาจึงสนองต่อการเสนอของพระญาติพระวงค์ผู้ใหญ่ซึ่งมีศักดิ์เป็ลุงเช่นชีคฮะซีพ
ณเมืองค่อนาน บัดนี้ครบเวลาที่จะต้องรื้อถอนโครงงานออกแล้ว ณดากำลังจะได้กลับบ้านแล้ว เธอรู้สึกดีใจมาก รุ่นพี่ที่ชื่อบอสคุยธุระอยู่กับเ้าของสวนกล้วยไม้ และบอกข่าวดีบางอย่างกับทุกคน
"ออเดอร์ปีนี้ทะลุเป้าถล่มทลายจ้า"ทุกคนได้ฟังแล้วดีใจมากคุ้มค่าเหนื่อยได้เงินพิเศษด้วย
ขณะที่ทีมฟรีแลนซ์เก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของพวกเธออยู่นั้นก็ได้รับแจ้งจากท่านชายฮะริจญ์ว่า ทางเมืองฟะฮัดกับค็อลลาซ้าให้ทีมนักจัดดอกไม้จากเมืองไทยไปจัดดอกไม้งานหมั้นระหว่างชีคฟาอิดกับท่านหญิงฟาติน่า
"ออ อีตาชีคนั่นจะหมั้นรึ คนอาไรไม่ยิ้มไม่แย้มชอบทำหน้าดุๆแต่มีว่าที่คู่หมั้นที่สวยมากๆ แต่ทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันดีราวกิ่งทองใบหยกทั้งด้านฐานะและหน้าตาสวยหล่อกันทั้งคู่ วันนั้นที่ทั้งสองถ่ายรูปคู่กันในซุ้มงานพรีเวดดิ้งของพวกเธอนั้นช่างดูเหมือนคู่บ่าวสาวเลยเชียวหล่ะ อยากรู้จริงๆว่าอีตาชีคนี่จีบสาวเป็ด้วยรึ รวยแค่ไหนก็ไม่เอาหรอก แต่ถ้าแบบท่านชายฮะริจญ์นี่ชายในฝันของเราเลย"ณดาคิดในใจ
ทุกคนในทีมปรึกษากันแล้วจึงขอปฏิเสธงานนี้เพราะเป็เมืองที่อยู่ไกลมากอยู่ในทะเลทรายโดยแท้ไม่มีสนามบินต้องนั่งอูฐข้ามทะเลทรายไปเป็วันๆแล้วเมืองฟะฮัดก็อยู่ถัดไปอีก
แต่เมื่อปฏิเสธไปทางนั้นก็ยื่นข้อเสนอค่าตัวของแต่ละคนมาคือเป็ตัวเลข6หลักของค่าเงินบาทไทย และท่านชายฮะริจญ์ให้การรับรองเื่การอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้และรับรองว่าทุกคนจะปลอดภัยหากมีอะไรเขายินดีจะให้ความช่วยเหลือ ดังนั้นทุกคนจึงตกลงที่จะไป แต่ขอจัดงานที่เมืองค็อลลาซที่เดียวไม่อาจไปที่เมืองฟะฮัดได้
"ราคาค่าตัวของพวกเราถือว่าโอเคมากๆถึงแม้จะไกลสักหน่อยต้องเดินทางข้ามทะเลทรายเป็วันๆแต่พอท่านชายรับรองเื่ความปลอดภัยและช่วยอำนวยความสะดวกให้พวกเรา เลยทำให้ตัดสินใจรับงานนี้ ใครที่ไม่ไปก็กลับเมืองไทยก่อนได้"รุ่นพี่ที่ชื่อบอสกล่าวซึ่งทุกคนก็ตกลงจะไปงานนี้ด้วยกันทั้งหมด
"ดีนะที่่นี้เป็่ฤดูหนาวไม่งั้นละก็เฉาทั้งคนทั้งดอกไม้แน่"รุ่นพี่ในทีมคนนึงพูดขึ้น
"แจ้งทางนั้นไปแล้วว่าทางเราจะใช้ดอกไม้ประดิษฐ์ผสมด้วยง่ายต่อการเก็บรักษาและการเดินทางถ้ามีแค่ดอกสดพอถึงหน้างานก็ไม่อาจรับประกันได้ ทางนั้นก็โอเค"รุ่นพี่ที่ชื่อบอสพูดเสร็จก็ขอตัวไปแจ้งการเลื่อนเดินทางกลับเมืองไทยกับเจ้เพ็ญเ้าของสวนกล้วยไม้ ส่วนณดากับคนอื่นๆพากันจัดเตรียมข้าวของและอุปกรณ์สำหรับที่จะนำไปใช้ในงาน
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ คอมเม้นท์ทักทายกันเข้ามาได้ค่ะ
นาลินญา วธ.