Chapter1
Bedolia
เสียงของดาบไม้ดังกระทบกันไปทั่วโรงฝึกดาบที่ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของหมู่บ้านเบโดเลียเป็ที่รู้จักกันในอาณาจักรแดนเหนือว่าเป็หมู่บ้านของเหล่านักดาบแห่งที่ราบสูงผู้มีชื่อเสียงสืบทอดกันรุ่นสู่รุ่นั้แ่ยุคก่อน ทุกๆปีเด็กชายและหญิงในหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกคัดเลือกโดย แกรนด์มาสเตอร์ เว็นเดลเพื่อเข้าร่วมฝึกฝนการเป็นักดาบแห่งเบโดเลีย หรือถูกเรียกขานกันว่าไฮแลนเดอร์พวกเขาจะได้รับการฝึกฝนอย่างเคร่งครัดทั้งศาสตร์การต่อสู้ด้วยมือเปล่าและดาบโดยเหล่าไฮแลนเดอร์จะเน้นการต่อสู้ด้วยดาบมือเดียว ดาบคู่ หอกหรือทวน และดาบสองมืออาวุธที่ทำให้เหล่าไฮแลนเดอร์ได้ถูกขนานนามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในอาณาจักรแดนเหนือคือดาบคู่ตามตำนานของกลุ่มไฮแลนเดอร์รุ่นแรกที่ก่อตั้งหมู่บ้านแห่งนี้พวกเขามีความชำนาญในการต่อสู้ด้วยอาวุธดาบคู่ และถ่ายทอดกันต่อมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน จนมีการก่อตั้งโรงฝึกเพื่อเป็สถานที่สำหรับการถ่ายทอดศาสตร์การต่อสู้ของพวกเขาแก่ผู้สืบทอดรุ่นต่อๆไป
ตุ้บ!!เสียงล้มกระแทกพื้นไม้ของเด็กชายตัวเล็ก ดังลั่นโรงฝึก
“อูยย.....” เด็กชายที่ล้มโอดครวญพลางจ้องไปยังคู่ต่อสู้ของตนเองอย่างเจ็บแค้น
“กระจอกชะมัดเรเฟสเ้ายังมีหน้าเป็นักดาบได้อีกหรือ? ”คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งของเด็กชายที่ล้มลงพูดโอ้อวดและยิ้มเยาะเย้ยใส่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้น
“ฮึ… แน่จริงเข้ามาอีกรอบ เดวอส”เรเฟสกระโจนใส่เดวอส และหวดดาบไม้ในมือของเขาใส่ฝ่ายตรงข้ามแบบไม่ยั้งเดวอสรับทุกกระบวนท่าอย่างหนักแน่น การโจมตีของเรเฟสแทบจะไร้ผลกับเด็กชายคู่ปรับของเขาความโกรธและความอายทำให้เขารู้สึกอยากจะโค่นเดวอสให้ได้เดวอสได้จังหวะเอี้ยวตัวหลบทำให้เรเฟสเสียหลัก ฟาดดาบไม้ใส่ทิศทางที่ไม่มีคนเดวอสฟาดดาบใส่หลังของฝั่งตรงข้าม ทำให้เรเฟสหน้าคะมำลงไปที่พื้นอีกรอบ
“อีกร้อยรอบ ข้าก็จะซัดเ้าให้ล้มไปกองเหมือนเดิม”เดวอสยิ้มแสยะ ก่อนจะเอามือเสยผมสีทองของเขาดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองของเขามองเด็กชายฝั่งตรงข้ามด้วยความสมเพช
“ข้าไม่ยอมแพ้หรอก!”เรเฟสะโหมายจะเข้าโจมตีใส่เดวอสอีกรอบแต่ทว่าเขาถูกคว้าคอเสื้อจากด้านหลังโดยชายวัยกลางคน ผมสีเงิน ร่างกายกำยำสูงใหญ่สวมใส่ชุดเกราะสีเงินมีสัญลักษณ์รูปดาบกับูเาซึ่งเป็สัญลักษณ์ประจำหมู่บ้านเบโดเลีย นามของชายผู้นี้คือ แกรนด์มาสเตอร์เว็นเดลหัวหน้าโรงฝึกดาบเบโดเลียและผู้นำกองกำลังของเหล่าไฮแลนเดอร์ เป็คนที่สุขุม ใจดีกล้าหาญและมีความเป็ผู้นำสูง ชาวบ้านให้ความเคารพและนับถือเขาเป็อย่างดีนอกจากฝีมือดาบที่เลื่องชื่อของเขา ทุกครั้งที่หมู่บ้านตกอยู่ในยามคับขันเขาไม่เคยลังเลที่จะเข้าช่วยเหลือและแก้ปัญหาขับไล่ศัตรูที่มีจุดประสงค์ชั่วร้ายต่อบ้านเกิดของเขา
“โทสะและความขาดสติยั้งคิดของเ้าไม่สามารถทำให้เ้าชนะเดวอสได้หรอกนะ เรเฟส” แกรนด์มาสเตอร์ เว็นเดลมองเรเฟสด้วยความเอ็นดู ก่อนจะปล่อยคอเสื้อของเรเฟส เขาลูบผมของเรเฟสก่อนจะเดินดูเด็กคนอื่นๆ ในโรงฝึกดาบ ที่กำลังจับคู่ฝึกกันอยู่เดวอสยิ้มเยาะเย้ยเรเฟสก่อนจะเดินไปฝึกกับเด็กคนอื่นที่มีฝีมือสูสีกับเขาต่อเรเฟสได้แต่เจ็บใจและเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ไม้ยาวริมหน้าต่างโรงฝึก ลมเย็นๆในยามบ่ายพัดผ่านที่ราบสูงแห่งนี้ไปทางทิศเหนือ กลิ่นหอมของดอกไม้ต่างๆพัดผ่านทำให้เด็กหนุ่มจิตใจสงบลง
“ลองชิมนี่ก่อนสิ เรเฟสอาจจะไม่อร่อยเท่ากับขนมปังที่แม่ของเ้าทำ” ขนมปังสีน้ำตาลสอดไส้ครีมสดยื่นมาให้เรเฟสที่กำลังนั่งพักอยู่โดยเด็กผู้หญิงอายุประมาณ สิบปี อายุไล่เลี่ยกับเขา ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวสวมใส่ชุดคลุมสีแดงตัดกับดำที่เป็ชุดฝึกดาบของเด็กผู้หญิงแห่งโรงฝึกดาบเบโดเลียดวงตาสีน้ำตาลอ่อน กับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อยิ้มอย่างเป็มิตรให้กับเรเฟส
“ขอบใจนะ ฟลอร่า”เรเฟสเกาหัวด้วยความเขินอายก่อนจะหยิบขนมปังจากมือของเด็กหญิงมากินฟลอร่าวางดาบไม้พิงกำแพงก่อนจะนั่งลงข้างๆ เรเฟส เรเฟสนั่งกินขนมปังสอดไส้ครีมในขณะที่ฟลอร่านั่งดูเดวอสกำลังฝึกดาบอยู่กับเด็กชายตัวสูงที่ดูอายุเยอะกว่าพวกเขาแต่เดวอสสามารถปะทะกับเขาได้โดยไม่เสียเปรียบ และโจมตีอย่างดุดันใส่เด็กคนนั้น
“เดวอส นี่สุดยอดไปเลยนะทักษะดาบของเขาเทียบคนอื่นๆ ในระดับอายุของพวกเราเป็คนที่มีทักษะการใช้ดาบที่ถือว่าเป็แนวหน้าของรุ่นเราเลย” ฟลอร่าเอ่ยชม เดวอสทำให้เรเฟสรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์ก่อนจะเมินหน้าหนีนาง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่างฟลอร่าขำท่าทีของเรเฟส
“ฝีมือเ้าก็ไม่ธรรมดานะเรเฟสวันหนึ่งเ้าต้องเอาชนะเดวอสได้แน่นอน” ฟลอร่ากล่าว ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเรเฟสเรเฟสได้แต่รู้สึกเขินอายให้กับรอยยิ้มของนาง ก่อนจะกล่าวขอบคุณแบบตะกุกตะกัก
“ข้าไปก่อนนะเรเฟส มาสเตอร์มาเรียจะรวมเด็กผู้หญิงทั้งหมดไปฝึกที่ชายป่า เห็นว่าวันคัดเลือกพลังใกล้เข้ามาแล้วพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อม เ้าก็ด้วยนะเรเฟส”ฟลอร่าลุกขึ้นก่อนจะหยิบดาบที่พิงกำแพง โบกมือให้กับเรเฟสเด็กชายโบกมือให้เด็กหญิง ก่อนนางจะวิ่งออกนอกโรงฝึกไป
เรเฟสฝึกดาบต่อจนถึง่เย็น ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้มแดงนกหลากชนิดต่างพากันบินผ่านท้องฟ้าเพื่อกลับสู่รังของพวกมัน มาสเตอร์เดสชายหนุ่มผมดำร่างสูงโปร่ง ผู้ฝึกสอนดาบอีกหนึ่งคนเดินมาทางเรเฟสที่กำลังฝึกดาบอยู่
“วันนี้พอแค่นี้แหละ เรเฟสคนอื่นพากันกลับหมดแล้ว” มาสเตอร์เดสกล่าว
“ครับ มาสเตอร์” เรเฟสตอบเด็กหนุ่มเก็บดาบไม้เข้าปลอกหนังก่อนจะสะพายไว้ด้านหลัง
“ข้ามีธุระให้เ้าช่วยช่วยแวะส่งแบบแปลนดาบแบบใหม่ของโรงฝึกเราให้ร้านตีเหล็กของ นายช่าง วิทเนอร์ ทีบอกนายช่างด้วยว่าโรงฝึกดาบของเรา้าให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ ข้าไม่สามารถไปด้วยตนเองเพราะต้องไปตรวจเวรยามที่กำแพงหมู่บ้านเห็นว่ามีพวกก็อบลิน เข้ามาขโมยหมูของชาวไร่”มาสเตอร์เดสส่งม้วนกระดาษใหญ่ให้กับเรเฟส เด็กหนุ่มรับมาก่อนจะเดินออกจากโรงฝึกดาบ
โรงฝึกดาบเบโดเลียตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกใกล้กับประตูที่สองของหมู่บ้าน โดยหมู่บ้านเบโดเลียจะมีประตูใหญ่ที่สร้างเชื่อมต่อกับแนวกำแพงไม้ขนาดสูงทั้งหมดที่สร้างล้อมตัวหมู่บ้านมีการเฝ้าเวรยามตลอดบนกำแพง มีประตูทิศใต้ ประตูทิศตะวันตกและประตูทิศตะวันออกทั้งหมดสามประตู ใจกลางหมู่บ้านจะเป็ย่านการค้าที่มีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ซึ่งมีพ่อค้าจากดินแดนอื่นบ้าง แต่ส่วนมากจะเป็ชาวเบโดเลียที่ทำการค้าขายของขึ้นชื่อของชาวเบโดเลียคือเนื้อแพะูเา และเนื้อกระต่ายบลูฮอร์นที่มีการเลี้ยงเป็ปศุสัตว์ของชาวบ้าน และขนสัตว์ที่มีค่าอย่าง ขนหมีฮันนี่กริซลี่และขนของโกลเด้นฮันนี่กริซลี่ ที่หายากมากๆ เรเฟส เดินออกจากโรงฝึกดาบมุ่งสู่ย่านการค้าของหมู่บ้านเบโดเลียผ่านแท่นศิลาขนาดสูงใหญ่กลางเมืองที่เรียกว่า ทำเนียบบรรพชนชาวเบโดเลียมีการจารึกชื่อวีรบุรุษและวีรสตรีั้แ่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันซึ่งตอนนี้มีช่างแกะสลักกำลังจารึกชื่อของวีรบุรุษล่าสุดอยู่
เรเฟสเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ที่ช่างแกะสลักคนนั้นกำลังแกะสลักเสียงของเด็กหญิงคนหนึ่งดังมาจากด้านหลังของเด็กชาย
“ท่านอา กีเลียสกำลังจารึกชื่อมาสเตอร์เว็นเดล น่ะ สภาผู้าุโลงความเห็นให้มาสเตอร์เว็นเดลถูกจารึกกับเหล่าบรรพชน จากเหตุการณ์พิชิต าาก็อบลินูเาเมื่อปีก่อน กับาขับไล่ผู้ศรัทธาเืในเหวอรานัส กองกำลังนักดาบของพวกเรามีแต่จะกล้าแกร่งขึ้นทุกวัน” เด็กสาวผมยาวสีดำขลับดวงตาสีฟ้าครามอมเขียวมรกต ใบหน้างดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องของชนชั้นสูงสวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม ยิ้มให้กับเรเฟส นางเป็เพื่อนกับเรเฟสั้แ่เยาว์วัยเรเฟสยิ้มกว้างก่อนจะวิ่งเข้าไปหานาง
“ข้ากำลังจะไปร้านอาวุธของเ้าเลยลีเวียร์ มาสเตอร์เดส ฝากให้ข้านำแบบแปลนของดาบเล่มใหม่ให้กับพ่อของเ้า”
“อ๋อ ดาบแบบใหม่สำหรับพวกเ้าเห็นว่าจะใช้ในวันเลือกพลังของโรงฝึก พ่อของข้าระดมคนมาช่วยในการตีดาบเหล่านี้จากทั่วหมู่บ้านเลย” ลีเวียร์เดินกางแขนเขย่งปลายเท้า วนรอบๆ เรเฟสผมสีดำของเธอปลิวตามสายลมเอื่อยๆ
“ข้าเริ่มอยากเห็นแล้วสิว่ามันจะออกมาเป็อย่างไรต้องรีบฝึกให้ชำนาญกว่า เดวอส ให้ได้” เรเฟสกล่าวอย่างมุ่งมั่นก่อนจะเดินคู่กับเด็กหญิงไปยังร้านของเธอ
ร้านอาวุธของลีเวียร์ขึ้นชื่อว่าผลิตอาวุธได้ดีที่สุดในดินแดนนี้ลูกค้าจากอาณาจักรใกล้เคียงก็มักจะมาสั่งผลิตอาวุธที่นี่ รวมถึงโรงฝึกดาบเบโดเลียแม้แต่ดาบั์ของมาสเตอร์เว็นเดล ก็ถูกผลิตที่นี่ ใบดาบสีดำนิล ผลิตจากแร่อุกาบาตที่ได้รับจากดินแดนไททั่น รวมถึงดาบคู่สีเงินสลักลวดลายัที่มาสเตอร์เว็นเดลมักจะสะพายดาบทั้งสามเล่มไว้บนหลังถ้าเป็คนปกติคงไม่มีพละกำลังพอที่จะแบกดาบทั้งสามตลอดเวลา
“สวัสดีจ้ะ เรเฟส” คุณนายวิทเนอร์แม่ของลีเวียร์กำลังเก็บของในร้านทักทายเรเฟสอย่างอบอุ่นหน้าตาของนางคล้ายกับลีเวียร์มาก แต่ถักผมเปียยาวไว้ด้านหลังชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่กำยำ หนวดยาวสีดำเข้ม ผมยาวประบ่าสีดำเดินออกมาจากด้านหลังของร้านที่เป็ส่วนตีเหล็ก เข้ามาพอดี นายช่าง วิทเนอร์นั่นเอง เรเฟส หยิบม้วนกระดาษใหญ่ให้กับนายช่าง
“แบบแปลนดาบใหม่ที่มาสเตอร์เดสฝากมาให้ท่านครับ” เรเฟส กล่าวอย่างสุภาพลีเวียร์เดินหายเข้าไปในครัว นายช่างวิทเนอร์ รับแบบแปลนมากางดูบนโต๊ะก่อนจะหันไปขอบคุณเรเฟสและเดินกลับเข้าไปด้านหลังส่วนโรงตีเหล็ก
“เรเฟส รับนี่ไปฝากให้แม่ของเ้าด้วยข้าทำเอง พายแอปเปิลหิมะ เ้าจะได้เอาไปกินเวลาพักจากการฝึกด้วย”ลีเวียร์เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่เต็มไปด้วยถาดพายที่มีกลิ่นหอมของแอปเปิลหิมะเป็สูตรขึ้นชื่อของชาวบ้านในแถบเทือกเขาหิมะของแดนเหนือ
“ขอบใจเ้ามาก ลีเวียร์ไว้วันหลังข้าจะนำสตูกระต่ายฝีมือท่านแม่มาให้เ้ากินตอบแทนพายที่แสนจะหอมกรุ่นนี้”เรเฟสยิ้มกว้างให้กับลีเวียร์ ก่อนจะรับตะกร้านั้นมาเรเฟสเดินออกจากร้านอาวุธตามด้วยลีเวียร์ที่เดินออกมาส่งเด็กหนุ่มด้านหน้าร้านลีเวียร์มองเรเฟสวิ่งแล้วหันมาโบกมือก่อนจะหายลับเข้าไปที่ถนนทางขวานางได้แต่ยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดถึงความร่าเริงของเรเฟส
ยามค่ำด้านนอกกำแพงหมู่บ้านเบโดเลีย พื้นที่เกษตรกรรมและปศุสัตว์ของชาวบ้าน
“พบร่องรอยของพวกก๊อบลินบริเวณริมลำธารครับ มาสเตอร์เดส” ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มตัดสีเงินชุดของนักดาบแห่งเบโดเลีย ในมือซ้ายถือคบเพลิง นามว่า เธโอ เดินเข้ามารายงานมาสเตอร์ เดส บริเวณชายป่าหลังพื้นที่เกษตรกรรมพร้อมกับนักดาบชายสี่คนและนักดาบผู้หญิงอีกหนึ่งคน
“พวกมันมีประมาณกี่ตัว? ” มาสเตอร์ เดสถามนักดาบหนุ่มที่กลับมาจากการแกะรอยพวกก๊อบบลิน
“จากรอยเท้าประมาณแปดตัวครับและรอยเท้านำทางไปสู่ถ้ำที่อยู่ต้นน้ำ เลยน้ำตกขึ้นไปอีกครับ” นักดาบหนุ่มรายงาน
“น่าแปลก บาท๊อกซ์ถูกมาสเตอร์เว็นเดลกำจัดไปเมื่อปีก่อนพวกมันไร้ซึ่งาาแล้วทำไมถึงยังอยู่บริเวณนี้อีก” นักดาบสาวผมสีบลอนด์เข้มถักเปียสวมชุดคลุมสีแดงตัดดำ ถาม เธโอ ผู้แกะรอยฝูงก๊อบลิน
“พวกมันน่าจะรอดจากการกวาดล้างเมื่อปีก่อนไม่กล้าที่จะย้ายรังเพราะกลัวการหาแหล่งอาหารใหม่ พวกมันอ่อนแอ บอบบางแต่พออยู่รวมกันเป็ฝูงอันตรายเอาเื่ แถมยังมองเห็นในที่มืดได้ดีมากวันนี้เรายังไม่ควรตามพวกมันไปในป่าพวกเ้าพึ่งถูกบรรจุเป็กองกำลังใหม่ของสมาคมนักดาบ มีเพียง เธโอที่เคยเข้าไปในป่าตอนกลางคืนข้าไม่อยากเสี่ยง รอรุ่งเช้าดีกว่า เราจะขอกำลังเสริมจากสมาคมนักดาบ” มาสเตอร์เดสกล่าวอย่างเป็กังวลเพราะนักดาบทั้งหกคนที่เขาต้องดูแลยังใหม่เกินกว่าภารกิจที่จะเดินทางเข้าไปในป่ายามวิกาลซึ่งเป็พื้นที่ของพวกตัวร้ายอย่างก๊อบลิน หากรอยเท้าที่พบมีถึงแปดตัวเหนือต้นน้ำอาจจะมีมากกว่านั้นอีก คืนนี้ถอยกลับกันก่อน
ยามเช้าวันเสาร์ของเบโดเลียค่อนข้างเงียบเหงา ร้านรวงส่วนใหญ่ปิดในวันเสาร์อาทิตย์เปรียบเสมือนวันหยุดของชาวเมือง รวมถึงโรงฝึกดาบของเด็กๆ เรเฟสหอมแก้มมารดาของตนก่อนจะคว้ากระเป๋าหนังสะพายข้างและดาบไม้ของเขาวิ่งออกจากบ้านเพื่อไปหาลีเวียร์ ตามนัดที่พอถึงวันหยุด พวกเขาทั้งสองจะไปเล่นตรงริมธารน้ำทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน โดยลีเวียร์จะนำหนังสือหรือม้วนตำราต่างๆที่ตนเองชอบอ่านมาอ่านให้เรเฟสฟัง ขณะที่เด็กชายจะซ้อมดาบไปด้วย วันนี้ลีเวียร์เลือกที่จะหยิบหนังสือตำนานโลกนาคารัสต่างจากคราวที่แล้วที่นางหยิบหนังสือพันธุ์พืชและดอกไม้ต่างๆที่ถูกเขียนโดยนักปราชญ์ที่ถูกเรียกขานว่าปราชญ์แห่งดอกไม้เต็มไปด้วยเื่ราวต่างๆ ของดอกไม้และพันธุ์ไม้โบราณมากมายมีทั้งภาษาโบราณภาษาเอลฟ์และภาษากลางของพวกเขา ซึ่งเรเฟสเรียกหนังสือเล่มนั้นว่ายานอนหลับสำหรับเขาลีเวียร์อ่านั้แ่การกำเนิดเหล่าทวยเทพต่างๆ จนถึงการสร้างโลกและตำนานการกำเนิดแต่ละเผ่าพันธุ์เรเฟสฝึกกระบวนท่าฟันดาบที่ได้รับการฝึกจากมาสเตอร์เดสและเว็นเดลอย่างคล่องแคล่วและชำนาญจนถึง่หนึ่งของหนังสือที่มีเขียนถึงเผ่าพันธุ์อสูรไดโบนัสชื่อของพวกมันถูกเขียนเป็ภาษาทมิฬภาษาแห่งความมืดที่ผู้คนลืมเลือนถึงการมีอยู่และพูดถึงมีเหลือเพียงน้อยคนในนาคารัสที่รู้ภาษาทมิฬ
“น่าสนใจมากเรเฟสตำนานแห่งนาคารัสพูดถึงเผ่าพันธุ์อสูรไดโบนัสที่สาบสูญหลังจากาแสงสว่างและความมืดพวกมันถูกกองทัพพันธมิตรขับไล่ไปยังเกาะอันไกลโพ้นที่ชื่อว่า นูเลียลักษณะของเหล่าอสูรมีลักษณะสูงใหญ่กว่ามนุษย์เราถึงสามเท่าผิวเป็เกล็ดแข็งสีน้ำตาลเหลือบทองเข้มบนศีรษะของพวกเขาทั้งชายและหญิงมีเขาที่หลากหลาย บางตนมีเขาเดียวบางตนมีสองถึงสามเขา ทั้งงุ้มงอโค้งใหญ่และดวงตาสีเพลิงเสมือนดวงไฟที่ลุกโชนไม่มีวันดับเผ่าพันธุ์ที่ถูกสร้างจากเทพแห่งความตายทานาธอสกับเทพีแห่งความมืดทาเดีย”ลีเวียร์เอานิ้วไล่ตามตัวอักษรที่ถูกเขียนในหนังสือตำนานแห่งนาคารัส อย่างตั้งใจเรเฟสก้มลงกวาดดาบไม้ในมือใส่พื้นหญ้าก่อนจะโค้งตัวด้วยการฟันย้อนหลังเป็ท่าที่โจมตีศัตรูที่เข้ามาทางด้านหลังเด็กชายหยุดพักและฟังลีเวียร์
“คงเหมือนพวกันั่นแหละเป็แค่ตำนานและเื่เล่า เ้าก็เคยได้ยินผู้เฒ่าเชนชอบเล่าเื่ัเกล็ดแดงให้เด็กๆ ในหมู่บ้านฟังแกชอบพูดว่าเ้าเกล็ดแดงมีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านเราเป็สิบเท่าอาศัยอยู่ในหุบเขาไฟที่อยู่เหนือสุดของโลก เพลิงของมันลุกโชนไม่มีวันดับถ้ามีจริงมันคงทำลายแดนเหนือของพวกเราและดินแดนดาร์ทของชาวไททั่นกับคนแคระพังพินาศไปนานแล้ว
“เ้านี่นะโลกของพวกเรายังมีดินแดนอีกมากมายที่ยังตกสำรวจ ดินแดนที่ผู้คนไม่คิดจะย่างกรายเข้าไปเวทมนตร์โบราณมากมายที่ถูกลืมเลือน สิ่งที่เ้าไม่เคยเห็นหรือััใช่ว่าจะไม่มีอยู่สักหน่อย”เด็กหญิงแลบลิ้นใส่เรเฟสก่อนจะเอนตัวพิงใต้ต้นไม้ใหญ่และอ่านหนังสือในมือของเธอต่อเรเฟสกลับมาฝึกดาบต่อ ลมเย็นสบายที่พัดมาจากหุบเขาหิมะทางตอนเหนือผ่านมาสู่ที่ราบสูงของหมู่บ้านแห่งนี้ทำให้จิตใจเขาสงบ เป็ยามบ่ายที่เย็นสบาย
“ข้าประทับใจการมองโลกของเ้า ลีเวียร์”เรเฟสยิ้มให้กับเด็กหญิง ก่อนจะเริ่มหวดดาบไม้ใส่ไปที่อากาศลีเวียร์ยิ้มและเอนตัวไปที่ใต้ต้นไม้ก่อนจะตั้งใจอ่านหนังสือของตนเองต่อ
ชาวไร่จากหมู่บ้านสามคนสะพายตะกร้าสานบนหลังคนละใบเต็มไปด้วยผลไม้เดินผ่านถนนที่เด็กๆ ทั้งสองอยู่
“เ้าได้ยินเื่ประหลาดในหมู่บ้านต่างๆละแวกนี้มั้ย”ชายวัยกลางคนผมสีขาวสะพายตะกร้าผลไม้หันไปพูดกับชายอีกสองคนที่เดินมาด้วยกัน
“เื่ที่เด็กทารกในหมู่บ้านแถบนี้หายตัวไปใช่มั้ยข้าได้ยินว่านี่เป็รายที่เจ็ดแล้ว พึ่งเกิดในหมู่บ้านข้างๆ น่ากลัวจริงๆ เลย”ชายอีกคนกล่าว
“มีคนบอกกันว่าก่อนที่เด็กๆ จะหายไปในยามราตรีมีชาวบ้านบางคนเห็นแสงสีแดงประหลาดและเสียงกระซิบยามที่แสงนั้นปรากฏ”ชายที่สะพายผลไม้อีกคนพูดก่อนจะเอื้อมมือหยิบแอปเปิลในตะกร้ามากัด
“แปลกมากๆที่พวกเราเจอมักจะเป็แค่พวกก๊อบลินมาขโมยหมู แต่นี่เด็กทารก น่าสงสารจริงๆเื่นี้เราควรบอกสภาผู้าุโ มันเริ่มใกล้หมู่บ้านเรามาเรื่อยๆชาวบ้านควรได้รับการแจ้งเตือน กองกำลังนักดาบจะได้หาวิธีรับมือ”ชายวัยกลางคนผมสีขาวกล่าวอย่างเป็กังวล ชายอีกสองคนต่างรู้สึกเช่นกันพวกเขาเดินผ่านเด็กทั้งสองมุ่งหน้ากลับเข้าไปในหมู่บ้าน
“น่ากลัวมากเรเฟสเ้าได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกันใช่ไหม? ” ลีเวียร์ลุกขึ้นยืนก่อนจะสะบัดหญ้าออกจากกระโปรงและเดินมาทางเรเฟสที่หยุดฟังชายสามคนนั้นตอนที่พวกเขาเดินผ่าน
“เ้าว่าสิ่งนั้นคืออะไร? ” เรเฟสถามเด็กหญิงที่ยืนสีหน้าเป็กังวลอยู่ข้างๆ
“ข้าว่าไม่น่าจะใช่ก๊อบลินหรือออร์คพวกมันเวลาโจมตีจะส่งเสียงดังและมาเป็ฝูง แสงสีแดงประหลาดกับเสียงกระซิบนั่นอีก”ลีเวียร์กล่าว
“คอยดูนะถ้าข้าเจอเ้าสิ่งนั้นจะฟันให้ขาดเป็สองท่อนเลย” เด็กชายทำท่าหวดดาบไม้ในมือใส่อากาศ
“เ้าเนี่ยนะข้าว่าเก็บแรงไว้เอาชนะเดวอสให้ได้ก่อนเถอะ คิกๆ” ลีเวียร์ขำกับท่าทีของเรเฟสเด็กชายได้ยินชื่อคู่ปรับของเขาถึงกับไม่สบอารมณ์ลีเวียร์ได้แต่ปลอบและกล่าวว่านางแค่หยอกเล่น
“เรากลับกันเถอะ ฟ้าเริ่มจะมืดแล้วข้าไม่อยากอยู่นอกหมู่บ้านยามวิกาลหลังจากได้ยินเื่น่าหวาดกลัวนั้นด้วย”ลีเวียร์เดินไปหยิบหนังสือเล่มใหญ่ใส่ถุงผ้าสีแดง ก่อนจะสะพายไว้ที่หลังของนางเรเฟสเก็บดาบไม้ห้อยไว้ที่ด้านหลังก่อนที่ทั้งสองจะเดินมุ่งหน้ากลับเข้าหมู่บ้านในยามเย็นของอาณาจักรเบโดเลีย