“ตาแก่เจิ้งเหรินอี้! ฉันรอวันนี้มานานแล้ว”
ชายฉกรรจ์ที่มีหนวดเครารุงรังหรือ“ราชันย์บูรพาหม่าฟู่เฟิง” พูดออกมาขณะที่หัวเราะร่า เสียงที่ดังสนั่นของเขาทำเอาเหล่าผู้ชมส่วนหนึ่งหูอื้อจนตาลายไปครู่หนึ่งทีเดียว
“จริงๆคนแก่อย่างข้าก็ไม่อยากจะสู้กับคนหนุ่มๆแบบเ้านักหรอกนะ”เจิ้งเหรินอี้ที่มีบุคลิกคล้ายคนแก่ที่ใจดีถอนหายใจเบาๆออกมาขณะที่เอื้อมมือไปััที่ด้ามดาบกลางหลัง
“เลิกพูดมากดีกว่าน่า!บอกแล้วไม่ใช่รึว่าให้การประลองมาตัดสิน!”
ราชันย์บูรพาหม่าฟู่เฟิงไม่มีควมคิดที่จะต่อรองเลยแม้แต่น้อยหมัดทั้งสองของเขาชกกันที่กลางอกจนเกิดเป็เสียงกระทบอันหนักแน่น
“...ก็เอาอย่างนั้นเถอะ”
จอมดาบเจิ้งเหรินอี้สมกับที่ได้ฉายาของ “จอมดาบ”เพราะยามที่เขาถือดาบอยู่ในมือ ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปในพริบตาแววตาที่เคยดูอ่อนโยนนั้นนิ่งสนิทพลังปราณที่โคจรอยู่ปรากฏออกมาด้านนอกจนคล้ายกับออร่าที่กำลังคลุมตัวอยู่
“อ๊ะ...”
ผู้ชมที่อยู่แถวหน้าสุดรู้สึกราวกับถูกอะไรบางอย่างบาดเข้าที่หน้าเมื่อนำมือไปััก็พบว่าที่แก้มของเขาทีรอยบาดบางๆปรากฏอยู่
ไม่เพียงแต่เขาผู้ชมจำนวนหนึ่งที่มีพลังอ่อนด้อยก็กำลังประสบกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน!
“เป็ปราณดาบที่คมจริงๆ...”
ถังเทียนจี๋พึมพำเบาๆซึ่งเพื่อนสนิทของเขาอย่างตาเฒ่าตระกูลซ่งก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยที่สุด
ส่วนทางฝั่งหม่าฟู่เฟิงก็ะเิลมปราณออกมาจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเช่นกัน!
พลังปราณที่ห่อหุ้มร่างของหม่าฟู่เฟิงแตกต่างเป็อย่างยิ่งกับจอมดาบเจิ้งเหรินอี้เพราะมันดูราวกับสายน้ำที่กำลังคลุ้มคลั่งเมื่อมันปรากฏออกมาบริเวณโดยรอบราวกับกำลังโดนพายุ ต้นไม้เล็กๆและฝุ่นดินจำนวนมากล้วนปลิวขึ้นสู่อากาศ
ตูม!
โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวทั้งสองคนที่ยืนอยู่กลางลานประลองก็พุ่งเข้ามาปะทะกันตรงกลางจนเกิดเสียงดังลั่นดาบในมือที่คมกริบของเจิ้งเหรินอี้ปะทะเข้ากับหมัดของหม่าฟู่เฟิงแต่แทนที่มันจะสามารถตัดผ่านหมัดนั้นได้มันกลับถูกหยุดเอาไว้ได้!
เมื่อลองสังเกตดีๆจึงพบว่าที่หมัดของหม่าฟู่เฟิงไม่ได้เป็เพียงหมัดเปล่าๆอย่างที่คิดเพราะเขากำลังสวมสิ่งที่คล้ายถุงมือสีน้ำตาลแดงที่ปลายนิ้วแต่ละนิ้วปรากฏกรงเล็บที่ดูแหลมคมเอาไว้อยู่จนดูเหมือนกับมือของสัตว์ร้าย
ซึ่งถุงมือนี้นั้นสามารถรับมือกับดาบของเจิ้งเหรินอี้ได้สบายๆ!
“สมกับเป็กรงเล็บจ้าวอสูร แข็งสมคำร่ำลือจริงๆ”
เจิ้งเหรินอี้พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูสงบแต่แขนของเขาก็ยังสะบัดดาบลากยาวจนปรากฏเป็รอยจางๆทิ้งไว้กลางอากาศเข้าใส่หม่าฟู่เฟิงอย่างไม่ลดละ
“ไม่ต้องมาชมกันหรอกตาแก่!”
หม่าฟู่เฟิงหัวเราะร่าพลางกระหน่ำหมัดชกเข้าใส่แต่การโจมตีของพวกเขาทั้งสองคนกลับไม่สามารถทำให้ฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำได้สักนิด
“ฮ่าๆ!”
ทั้งสองเข้ามาพัวพันกันอยู่กลางสนามอย่างไม่มีใครยอมใครเมื่อผ่านไปหลายสิบกระบวนท่าทั้งสองคนก็เปล่งลมปราณออกมาก่อนจะพุ่งขึ้นไปกลางอากาศเหนือลานประลองไปเกือบสิบเมตร!
พวกเขากำลังลอยอยู่บนอากาศกันจริงๆ!
ผู้คนด้านล่างล้วนมีสายตาเปล่งประกายแวววาวการที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้นั้นเป็สัญญาณของการก้าวเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์อย่างแท้จริงซึ่งมันเป็เป้าหมายของเหล่าผู้ฝึกตนทั้งหมดที่ยืนอยู่ที่นี่
“ท่านพลเอกหม่าแข็งแกร่งจริงๆ”
ชายหนุ่มในชุดทหารคนหนึ่งพึมพำเบาๆขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเบื้องบนฟ้า
“แน่นอนสิ ท่านหม่าเป็ถึง 1 ใน 4พลเอกของกองทัพเรา จะอ่อนแอได้ยังไง” เพื่อนทหารที่อยู่ข้างๆพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชม
“ว่าแต่นายรู้สาเหตุที่ทั้งสองท่านนี้มาสู้กันไหม?”
ทหารคนแรกกระซิบถามเบาๆอย่างไรตอนนี้เขาก็กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่
“รู้สึกว่าพวกเขากำลังเดิมพันอะไรสักอย่างนี่แหละแต่พลทหารอย่างพวกเราไม่มีทางรู้อะไรมากหรอก”เพื่อนของเขาบอกปัดๆให้เลิกสนใจเื่ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเองนี่ไปซะ
“...นั่นสินะ”
พวกเขาซุบซิบเบาๆแต่สายตาก็ยังคงจับจ้องไปยังการต่อสู้อันยิ่งใหญ่บนฟากฟ้า
“ฮ่าๆๆ!”
หม่าฟู่เฟิงที่ราวกับสัตว์ร้ายก็ปรากฏลมปราณสีแดงที่เข้มข้นเข้าปกคลุมร่างมันคลุมร่างของเขาจนมิดพร้อมกับเปล่งออร่าที่ดูน่าหวาดหวั่นออกมา
“...กายาอสูร?”
เหล่าผู้ชมที่กำลังดูอยู่รู้สึกขนลุกเกรียวแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังเห็นอยู่คือหนึ่งในวิชาก้นหีบของหม่าฟู่เฟิงเป็วิชาที่ทำให้เขากลายเป็ราชันย์บูรพาเช่นทุกวันนี้
ออร่าสีแดงที่คลุมร่างของเขาจะกลายเป็ทั้งเกราะและอาวุธในเวลาเดียวกันทั้งมันยังสามารถเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตเป็ดั่งสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่งและกระหายเื
นอกจากนี้มันยังเสริมความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนองของหม่าฟู่เฟิงขึ้นไปอีกขั้นความเร็วของเขาในตอนนี้นั้นเหล่าผู้ฝึกตนธรรมดาไม่สามารถมองตามได้ทันอย่างแน่นอน
พรึ่บ!
ร่างของหม่าฟู่เฟิงหายไปจากสายตาของทุกคนแต่ในพริบตาเดียวด้านหลังของเจิ้งเหรินอี้ก็ปรากฏกลุ่มก้อนพลังสีแดงซัดเข้าใส่จนร่างของเจิ้งเหรินอี้กระเด็นตกลงมาจากฟ้า
ตูม!
ตูม!
ตูม!
ร่างของจอมดาบราวกับลูกะุ มันพุ่งลงมาจากฟ้าไปกระแทกเข้ากับต้นไม้จนหักโค่นเป็ทางยาวฝุ่นควันสีขาวคละคลุ้งไปหมดจนไม่สามารถมองเห็นสภาพว่าเป็หรือตายเหล่าผู้ชมต่างกลืนน้ำลายดังเอื๊อกโดยไม่รู้ตัว
หรือการประลองจะตัดสินแล้ว!?
“...หนุ่มๆอย่างพวกเ้านี่แข็งแรงเหลือเกินนะ”
เสียงของเจิ้งเหรินอี้ดังขึ้นมาจากในฝุ่นควันอย่างเรียบง่ายแต่นั่นก็ทำให้ฝูงชนรอบข้างต่างโล่งอกทันใดนั้นสายลมหอบใหญ่ก็พัดเอาฝุ่นควันที่เกิดจากการปะทะชั่วครู่ออกไปเผยให้เห็นร่างของจอมดาบเจิ้งเหรินอี้ที่ไม่าเ็เลยแม้แต่น้อย!
รอบตัวของเขาปรากฏปราณดาบสีทองที่มีลักษณะคล้ายกับดาบจริงๆกว่า20 เล่มหมุนวนอยู่รอบตัวนอกจากพวกมันจะสามารถรับความเสียหายที่เกิดแล้วมันยังสามารถใช้เพื่อการโจมตีได้ด้วย!
พรึ่บ!
มือข้างที่ไม่ได้ถือดาบของจอมดาบสะบัดเบาๆปราณดาบกว่า 20 เล่มนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้าด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
หม่าฟู่เฟิงเองก็ะเิพลังปราณออกมาอีกระรอกก่อนจะพุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าสองมือที่สวมกรงเล็บจ้าวอสูรกวัดแกว่งเพื่อเบี่ยงการโจมตีจากปราณดาบเ่าั้ออกจากตัวในขณะที่เข้าใกล้พื้นเบื้องล่างเรื่อยๆ
ตูม!
การปะทะกันระหว่างดาบและกรงเล็บเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไม่มีใครรู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าใดแต่ดวงอาทิตย์ที่เคยถูกหุบเขารอบด้านบดบังไว้จนสามารถรู้สึกเย็นสบายกลับปรากฏอยู่กลางฟ้าเหนือศีรษะของทุกคน
“...ปะทะกันเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว”
ถังเล่อถงััได้ถึงความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้น
แปะ แปะ แปะ
หยดน้ำจำนวนหนึ่งค่อยๆโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าฝูงชนที่กำลังดูการต่อสู้ต่างประหลาดใจเป็อย่างยิ่งเพราะไม่มีใครคิดมาก่อนว่าฝนจะตกลงมา
แต่พวกเขาล้วนเป็ผู้ฝึกตนแค่ฝนเม็ดเล็กๆนี้ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้บางส่วนกลับเตตรียมร่มมาอย่างเพียบพร้อม โดยเฉพาะพวกคนของตระกูลใหญ่ทั้งหลายที่ผู้ติดตามของพวกเขามีการเตรียมตัวอยู่เสมอ
ครืน!
นอกจากฝนแล้วก็มีเสียงคำรามของสายฟ้าที่ดังขึ้นเป็ครั้งคราวถึงกระนั้นปรมาจารย์ทั้งสองที่กำลังพัวพันกันอยู่ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย
“...นี่ตกแรงขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ?”
ถังเล่อถงพึมพำเบาๆ เพราะฝนที่เคยเป็แค่ฝนปรอยเม็ดเล็กๆเมื่อกี้กลายเป็ดั่งพายุฝนฟ้าคะนองทั้งดูเหมือนจะเป็แค่บริเวณูเาแห่งนี้เสียด้วยที่เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้ขึ้น
เปรี้ยง!
เสียงสายฟ้าปะทะเข้ากับพื้นดังสนั่นจนแม้แตู่เาที่เงียบสงบแห่งนี้ยังสั่นะเืเหล่าสรรพสัตว์ที่อาศัยอยู่บนนี้ต่างหลบหนีกันให้วุ่นโดยที่ไม่มีใครรับรู้เลยว่าที่กึ่งกลางของูเานี้มีบางสิ่งบางอย่างกำลังหลับใหลอยู่!