ตอนที่ 10
เสวี่ยหรูนอนมองข้อมือของตัวเองที่ถูกเจาะสายน้ำเกลือเอาไว้... เธอกวาดตามองไปทั่วห้องสีขาวอย่างไม่คุ้นเคย
หลังจากมองจนรอบแล้วเธอก็พบพยาบาลท่าทางใจดีคนหนึ่งกำลังจดบันทึกอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆ เตียง หลังจากปรับความเร็วของหยดน้ำเกลือให้เรียบร้อยนางพยาบาลคนนั้นก็กำลังจะเก็บของออกไป
เสวี่ยหรูกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ก่อนจะพยายามเปล่งเสียงเรียกพยาบาลคนนั้นเบาๆ “คุณพยาบาลคะ... คุณพยาบาล..”
นางพยาบาลได้ยินเสียงเรียกก็รีบหันกลับมาทันที เมื่อเห็นว่าคนไข้ฟื้นแล้วเธอจึงรีบวิ่งออกไปหน้าห้องก่อนจะตะโกนเรียกพยาบาลแถวนั้นให้ตามหมอ
หลังจากนั้นเธอหันจึงกลับมาที่เตียงคนไข้ ก่อนจะกล่าวกับเสวี่ยหรูด้วยท่าทางเกรงใจ “คุณมู่คะ รอสักครู่นะคะ พวกฉันกำลังไปตามคุณหมอมาให้คุณอยู่นะคะ”
กล่าวจบพยาบาลก็ปรับเตียงคนไข้ของเสวี่ยหรูขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเทน้ำสะอาดให้เธอแก้วหนึ่ง พบดื่มดับกระหาย...
เสวี่ยหรูรับน้ำแก้วน้ำมาจากมือของนางพยาบาลคนนั้นก่อนจะดื่มมันเข้าไปทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ลำคอที่แห้งผากมีความชุ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย
เธอจึงถามคำถามที่มีอยู่ในใจออกไป “คุณพยาบาลคะ ลูกของฉัน... แก ยังอยู่ไหมคะ?” หญิงสาวลูบเบาๆ ไปที่ท้องของตัวเอง
ตอนนี้เธอไม่รู้สึกปวดท้องแล้ว ไม่รู้เพราะว่าฤทธิ์ของยาหรือว่าอย่างอื่น?
“เอ่อ... เอาไว้ให้คุณหมอเข้ามาบอกดีกว่าไหมคะ พอดีว่าฉันพึ่งจะเข้าเวรมายังไม่ได้ต่องาน เลยยังไม่รู้ผลการรักษาค่ะ...” นางพยาบาลกล่าวเสียงเบา เธอหลบตาของเสวี่ยหรูด้วยท่าทางมีพิรุธ
เสวี่ยหรูหลับตาของเธอลง... พยาบาลพยายามเลี่ยงไม่บอกเธอตรงๆ เช่นนี้ เธอก็พอจะเดาอะไรๆ ออกได้บ้างแล้ว ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนไปถามหา สวี่หลิวลี่ แทน “เอ่อ... ขอโทษนะคะ ลูกสาวของฉันสวี่หลิวลี่ แกอยู่ไหนเหรอคะ?”
นางพยาบาลได้ยินก็รีบตอบ “ตอนนี้แกอยู่กับคุณหมอไป๋ค่ะ อีกสักพักเดี๋ยวคุณก็ได้เจอ ฉันให้เพื่อนพยาบาลไปตามคุณหมอเจ้าของไข้มาแล้วค่ะ พวกเขาคงมาด้วยกัน เอ่อ...คุณมู่คะ ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหมคะ? คือว่า คุณกับคุณหมอไป๋...?”
“พยาบาลลู่!! นั่นคุณกำลังทำอะไรครับ ตอนนี้ไม่ใช่เวรของคุณแล้วนี่ มาทำอะไรที่นี่กันครับ? ว่าแต่ว่า...คุณย้ายมาอยู่แผนกสูติตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!!”
ไป๋ซานเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นพยาบาลลู่กำลังคุยกับมู่ชิงชิงเข้าก็ขมวดคิ้วทันที ผู้หญิงคนนี้เป็นพยาบาลแผนกของเขา เธอไม่ได้เป็นคนของแผนกสูติทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่?
เขาพอจะรู้มาบ้างว่าตัวเองมีแฟนคลับในโรงพยาบาลอยู่พอสมควร แต่คิดไม่ถึงว่าพวกพยาบาลแผนกตัวเองจะกล้าทำถึงขนาดนี้
ถ้าถูกมู่ชิงชิง คนที่มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ขนาดนั้นฟ้องขึ้นมาโรงพยาบาลของแห่งนี้จะต้องโดนปิดแน่ๆ
อย่างไรเขาก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนออกมา ถ้าปล่อยให้มู่ชิงชิงรู้เข้าทีหลังอาจจะเป็นเรื่องใหญ่...
ในยุค 1982 นี้ โรงพยาบาลแพทย์แผนปัจจุบันนั้นยังถือว่าอยู่ในยุคที่เริ่มต้นอยู่ คนธรรมดามักจะเชื่อใจในยาต้มมากกว่ายาฉีด
ดังนั้นการจะเปิดโรงพยาบาลเช่นนี้ขึ้นมานั้นทำได้ยากมาก! หากถูกปิดไปจริงๆ แล้วชีวิตความเป็นอยู่ของหมอและพยาบาลในนี้จะต้องแย่แน่!
นางพยาบาลลู่เป็นพยาบาลประจำแผนกศัลยกรรมของหมอไป๋ แต่เพราะมีข่าวลือมาว่าคุณหมอสุดหล่อประจำแผนกของเธออุ้มผู้หญิงคนหนึ่งที่ลำตัวโชคเลือดเข้ามาในโรงพยาบาลทำให้พวกเธอแปลกใจเป็นอย่างมาก
หมอหนุ่มคนนี้ไม่เคยมีข่าวเรื่องชู้สาวในโรงพยาบาลเลยแม้แต่ครั้งเดียว พวกเธอต่างคิดกันว่าเขาอาจจะมีคู่หมั้นอยู่แล้วจึงวางตัวดีไม่ข้องแวะกับพวกเธอเลยแม้แต่น้อยต่างกับหมอผู้ชายคนอื่นๆ ที่เข้าหาพวกเธอทีเล่นทีจริง
พอพบว่าวันนี้เขาได้อุ้มผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งเข้ามาด้วยท่าทางที่ดูเป็นห่วงเธออย่างมาก พวกพยาบาลในแผนกเลยอยากมาเห็นด้วยตาของตัวเองว่าผู้หญิงโชคดีคนนั้นมีหน้าตาเป็นยังไง?
หลังจากตกลงกันได้แล้ว เธอจึงเป็นตัวแทนของแผนกออกมาดู โดยเธอได้แลกเวรกับเพื่อนพยาบาลแผนกสูติคนหนึ่งพร้อมกับจ่ายเงินค่าสียเวลาเล็กน้อย
คาดไม่ถึงว่าคุณหมอไป๋ที่เป็นคนใจดีมาโดยตลอดกลับว่ากล่าวเธอต่อหน้าคนไข้!
ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป... เธออาจจะโดนโรงพยาบาลไล่ออกได้... ลู่หลานหน้าซีดทันที!
“พยาบาลลู่คุณออกไปก่อน เดี๋ยวหมอจูมาพบเข้า ผมจะโดนว่าเอาได้...” ไป๋ซานดุ พยาบาลเสียงเข้ม
หลังเขาเห็นว่าพยาบาลลู่ออกไปแล้ว เขาก็อุ้มสวี่หลิวลี่จากรถเข็นขึ้นมาทันทีก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงที่เสวี่ยหรูนอนอยู่
“คุณมู่ครับ รู้สึกดีขึ้นรึยัง?” ไป๋ซานวางหลิวลี่ที่ร้องไห้จนตาแดงก่ำไปที่ข้างตัวของเสวี่ยหรู่
เด็กหญิงตัวเล็กพยายามคลานไปหาแม่ของเธอ “แหมะ... ฮึก...” เพราะก่อนหน้านี้ร้องไห้อย่างหนักสวี่หลิวลี่ซบลงตรงอกของเสวี่ยหรูแล้วนอกหลับไปทันที
หญิงสาวตีก้นลูกสาวเบาๆ ก่อนจะตอบคำถามไป๋ซาน “ฉันพึ่งรู้นะคะ ว่าคุณไป๋เป็นหมอ... เอ่อ...ตอนนี้ท้องของฉันไม่ค่อยปวดแล้วค่ะ...”
อยู่ๆ น้ำตาของเสวี่ยหรูที่ตั้งแต่ข้ามยุคมาก็ยังไม่เคยไหลออกมาสักครั้ง ก็ไหลพรากออกมาทันทีโดยไม่รู้สาเหตุ
ไป๋ซานเห็นมู่ชิงชิงร้องไห้อย่างหนักก็ตกใจ อาจเป็นเพราะเขาเชื่อมาโดยตลอดว่าหญิงสาวเป็นคนแข็งแกร่งเขาจึงไม่คิดว่าจะได้เห็นน้ำตาของเธอ
เขาทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยจึงทำได้แค่ยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กๆ ให้เธอ
เสวี่ยหรูพยายามจะหยุดน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา แต่ยิ่งเธอกลั้นเท่าไหร่น้ำตาก็ไหลบ่าออกมามากเท่านั้น
ตอนนี้ภายในห้องจึงมีแต่เสียงของเธอร้องไห้เสียงดัง ในด้านสวี่หลิวลี่ที่หลับอยู่ก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด
เด็กน้อยคงจะร้องไห้จนเหนื่อยมาจริงๆ จึงหลับลึกมาก
แอ๊ดดด...
เสียงเปิดประตูห้องพักของเธอดังขึ้น...
หลังสิ้นเสียงประตู ผู้หญิงในชุดสีขาวที่ตรงอกเสื้อปักตราของโรงพยาบาลเอาไว้ก็เดินเข้ามา
เธอไม่รอให้ไป๋ซานพูดอะไร ออกเสียงด่าทันที “ไป๋ซาน!! คุณขู่คนไข้ของฉันเหรอคะ ทำไมคุณมู่ถึงร้องไห้หนักขนาดนั้น... คุณไม่กลัวว่าเด็กในท้องจะกระทบกระเทือนเหรอคะ!”
จูลี่จิง คุณหมอสาวแผนกสูติรีบวิ่งเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ เธอกลัวว่ามู่ชิงชิงจะสะเทือนจิตใจจนทำให้เด็กในท้องที่เธอพึ่งช่วยชีวิตมาได้อย่างยากลำบากกระทบกระเทือน จึงมองไปที่ไป๋ซานด้วยดวงตาเขียวปั๊ด
ใช่แล้วล่ะ... เด็กในท้องของมู่ชิงชิงนั้นยังมีชีวิตอยู่ มู่ชิงชิงเพียงแค่เกิดภาวะแท้งคุกคามเท่านั้น เพราะท้องของเธอได้รับแรงกระแทกอย่างแรงทำให้มีเลือดออกภายใน
ดีหน่อยที่บริเวณที่โดยกระแทกอยู่ห่างจากทารกในครรภ์มาก จึงแค่เกิดบาดแผลฉีกขาดภายในเล็กน้อยเท่านั้น (ที่จริงแล้วมันก็เล็กน้อยในคนธรรมดา แต่เรื่องใหญ่ในคนท้องล่ะนะ)
“เด็กเหรอคะ? เด็ก... คุณหมอคะลูกของฉันยังอยู่ แกยังไม่จากไปใช่ไหมคะ?” เสวี่ยหรูได้ยินหมอสาวพูดขึ้นก็มาแบบนั้นก็ทำให้สับสนเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เธอเข้าใจว่าลูกของเธอจากไปแล้ว พยาบาลคนนั้นเลยไม่กล้าแจ้งข่าวเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าแกยังอยู่ดีเหรอเนี่ย?
เสวี่ยหรูร้องไห้ไป หัวเราะไป พลางพูดเสียงเบา “ชิงชิง... ลูกเธอยังอยู่นะ แกยังมีชีวิตอยู่ ดีจริงๆ ดีจริงๆ ...”
ทางด้านจูลี่จิง เมื่อเธอวิ่งมาถึงเตียงคนไข้ก็ลงมือฟาดไปที่ไป๋ซานทันที “พี่ไป๋คะ พี่ไปพูดอะไรกับคนไข้ทำไมคุณมู่ถึงเข้าใจผิดได้ขนาดนี้คะ!!! ตอนนี้คูณมู่ไม่สามารถได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจได้นะคะ เธอยังอยู่ในภาวะแท้งคุกคามและอาการยังน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก พี่ต้องให้เธอพักผ่อนนะคะเรื่องเครียดๆ ค่อยเอามาคุยกับเธอทีหลังดีไหมคะ”
หมอจูพูดน้ำไหลไฟดับจนไป๋ซานไม่สามารถโต้ตอบได้ทัน เขาจะบอกเธอยังไงดีว่าเขายังไม่ทันได้พูดอะไรเลย แค่ถามอาการไปตามปกติเท่านั้น อยู่ๆ มู่ชิงชิงก็ร้องไห้ขึ้นเอง
เขาปลอบคนไม่เป็นทำได้แค่ยืนนิ่งๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขานี่! ไม่ใช่เหรอ?
จูลี่จิงและไป๋ซานเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แม่ของคนทั้งคู่เป็นคุณนายทหารเหมือนกันและมีความสนิทในระดับที่บอกได้เลยว่าสามารถตายแทนกันได้
ดังนั้นจูลี่จิงจึงไม่เกรงใจลูกชายคนรองของผู้บัญชาการทหารคนนี้เลยแม้แต่น้อย ในเมื่อได้โอกาสตีแล้วเธอก็ตีเขาเต็มแรง
อีกทั้งเธอยังใช้ชาร์ตประวัติของคนไข้ตีไปที่ตัวเขาหลายทีด้วยความเคยชินโดยที่ลืมว่ามู่ชิงชิงกำลังดูอยู่...
หลังจากนั้นไม่นาน จูลี่จิงก็หอบจนตัวโยน เธอตีเขาจนเหนื่อยแล้วพึ่งรู้ตัวว่าทำเรื่องขายหน้าคนไข้อยู่
ในด้านของไป๋ซาน เขาเอามือกุมหัวในระหว่างที่โดนตีก่อนจะทำหน้าร้องไห้อ้อนวอนให้ช่วย เสวี่ยหรูไม่ได้ช่วยอะไรเธอมองว่ามันน่ารักดี
ในที่สุด...เสวี่ยหรูก็หยุดร้องไห้ เธอมองคนทั้งคู่ทะเลาะกันไปมาก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย...
จะบอกอย่างไรดีล่ะ...คนทั้งคู่นี้ยิ่งมองก็ยิ่งดูเหมาะสมกัน เธอจึงอดเอ่ยปากถามไปไม่ได้ “คุณทั้งคู่เป็นคู่รักกันเหรอคะ? ...”
ไป๋ซานอ้าปากค้างทันที ในระหว่างที่เขากำลังเรียบเรียงคำตอบ จูลี่จิงก็ชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน
“คุณมู่คะ คุณไม่ต้องเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับตาบ้านี่ไม่ใช่คู่รักกันแน่นอนค่ะ เอ่อ... จะว่ายังไงดีล่ะคะ พอดีฉันเป็นคู่หมั้นของ ไป๋ซวน พี่ชายของเขาน่ะค่ะ”
หมอสาวรีบตอบคำถามทันที เสวี่ยหรูสังเกตเห็นว่าแก้มของหมอสาวกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ...
“ใครอยากจะเป็นคู่รักกับเธอกัน... ถามพี่ชายของฉันรึยังว่าอยากแต่งงานกับเธอไหม?” ไป๋ซานบ่นออกมาเบาๆ ก่อนจะลูบไปที่แขนของเขาด้วยความเจ็บปวด ลี่จิงมือหนักจริงๆ ให้ตายเถอะ!
จูลี่จิงได้ยินเข้าก็ถึงกับปรี๊ดแตก... “ไอ้บ้าไป๋ซาน ฉันอุตส่าห์ช่วยชีวิตลูกแฝดของนายเอาไว้นะ! ดีแค่ไหนแล้วที่คุณมู่ไม่ตกเลือดมากไปกว่านี้ ท้องสามเดือนต้องระวังครรภ์ดีๆ ถึงจะถูก ต่อให้นายต้องแอบเก็บเธอไว้เป็นความลับจากคุณลุง นายก็ต้องดูแลเธอให้ดีๆ สิ!! ปล่อยให้หญิงท้องสามเดือนล้มกระแทกได้ยังไง!!”
ไป๋ซานได้ยินก็อึ้งจนพูดไม่ออก อะไรนะ ลูกของเขา?? “จะบ้าเหรอ ลี่จิงไปกันใหญ่แล้ว... จะเป็นลูกของฉันได้ยังไง?” เขากล่าวกับจูลี่จิงเสียงดัง
“นี่นายถึงขนาดจะไม่รับผิดชอบเธออีกเหรอ พวกนายมีลูกกันมาแล้วคนหนึ่งนี่! จะมีอีกสองก็ไม่เห็นแปลก นายตั้งใจจะพูดทำร้ายจิตใจเธอหรอ ไป๋ซาน ไอ้คนชั่ว!!”
จูลี่ลิงคิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนคนสนิทของเธอจะไม่ยอมรับเด็กในท้องของมู่ชิงชิง เธอก่นด่าเขายกใหญ่ก่อนจะกล่าวขอโทษเสวี่ยหรูที่นอนอึ้งอยู่บนเตียงแล้วลากไป๋ซานออกไปทันที
******
เสวี่ยหรูกำลังฟังพวกเขาสองคนทะเลาะกันก็รู้สึกน่ารักดี ตอนนี้อารมณ์ของเธอผ่อนคลายเป็นอย่างมาก อย่างน้อยก็ยังสามารถรักษาชีวิตของเด็กในท้องได้...
แต่ใครจะคาดคิด หลังจากฟังคนทั้งคู่พูดคุยกัน เธอก็เริ่มรู้สึกเหม่งๆ กับประโยคที่หมอจูเป็นคนพูดมาก...
จนกระทั่งเธอได้ยินคำว่าลูกแฝดที่หลุดออกมาจากปากของจูลี่จิง ความรู้สึกที่เหมือนมีคนเอาค้อนของเล่นมาทุบที่หัวก็เกิดขึ้นชั่วขณะ...
หลังคนทั้งคู่ออกไปทะเลาะกันข้างนอกแล้ว เธอถึงพึ่งจะรู้ตัวว่าในท้องของเธอนั้นไม่ได้มีเด็กอยู่แค่คนเดียว...
มู่ชิงชิงเจ้าของร่างท้องลูกแฝด!!
ในอนาคตชีวิตของเธอต้องยุ่งเหยิงแน่นอน!!...
เสวี่ยหรู... ถอนหายใจ...