ย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว)

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 มู่เหยียนเฉินกับมู่เหยียนรั่ว

           เมื่อเยว่เฟิงเกอเข้าไปในเกมแล้วกลับไม่พบสองพี่น้องคู่นั้น จึงพิมพ์เข้าไปในเซิร์ฟเวอร์หลักว่า “ข้าคือเยว่เฟิงเกอสองพี่น้องคู่นั้นอยู่ที่ใด มาที่เมืองหนานเฟิง ข้ามีเรื่องจะคุยกับพวกเจ้า”

           เมื่อเยว่เฟิงเกอพิมพ์ประโยคนี้จบก็เอาแต่จดจ่ออยู่ที่โทรศัพท์รอการปรากฏตัวของสองพี่น้อง

           เพียงแต่รออยู่นานก็ไม่เห็นพวกเขาออกมา

           ยามนี้หนังตาของเยว่เฟิงเกอเริ่มทะเลาะกันแล้วนางไม่อาจทนความง่วงงุนได้ หลังจากโทรศัพท์ร่วงหล่นจากมือ นางเองก็หลับใหลไปเช่นกัน

           ไม่รู้หลับไปนานเท่าใดจู่ๆ เยว่เฟิงเกอก็ตื่นขึ้นเพราะเสียงด่าว่า

           “เสียงอะไรเหตุใดหนวกหูนัก? ” เยว่เฟิงเกอลืมตาขึ้นนางยังคงสะลึมสะลือ เมื่อมองไปรอบด้านก็เห็นว่าในห้องตนยังคงมีไฟส่องสว่าง ส่วนเสียงด่าว่านั้นดังลอดมาจากใต้ผ้าห่มนาง

           เมื่อเยว่เฟิงเกอเลิกผ้าห่มขึ้นเสียงด่าว่านั้นก็ยิ่งดังแจ่มชัดกว่าเดิม 

           “เยว่เฟิงเกอ เจ้าอย่ามาทำเป็นแกล้งตายตรงหน้าพวกข้านะเจ้าถนัดแกล้งตายเป็นที่สุด ครั้งก่อนก็เป็นเช่นนี้ ครั้งนี้เจ้าก็ยังจะทำอีก”

           เยว่เฟิงเกอรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนี้ฉับพลันนั้นก็นึกออกทันที ก่อนหน้านี้ตนเข้ามาในเกม ‘เมืองหิมะลุ่มหลง’ ทั้งยังเรียกหาสองพี่น้องนั่นในเซิร์ฟเวอร์หลักด้วยแต่เพราะตอนหลังนางรู้สึกง่วงมากจึงผล็อยหลับไป

           ดังนั้น คนที่กำลังด่านางอยู่ในตอนนี้ก็คือสาวน้อยในเกมคนนั้นนั่นเอง

           เยว่เฟิงเกอรีบร้อนพลิกหาโทรศัพท์ก็เห็นว่าตัวนางที่อยู่ในเกมกำลังนอนหลับอยู่บนพื้น โดยมีสองพี่น้องยืนมองนางอยู่ ซึ่งสาวน้อยคนนั้นดูจะโกรธมากแล้วถึงได้เอาแต่เตะขานางไม่หยุด

           ส่วนชายคนนั้นกลับยืนอยู่อีกด้านด้วยท่าทางเย็นชาไม่พูดอะไร ซ้ำยังไม่ขัดการกระทำของน้องหญิงตน

           ทว่า เยว่เฟิงเกอกลับไม่มีท่าทีรีบร้อนเข้าควบคุมตัวละครในเกมนางเพียงจ้องมองสองพี่น้องคู่นั้นอย่างไม่ละสายตา   

           แรกเริ่มตอนที่สองพี่น้องคู่นี้ปรากฏตัวในเกมเยว่เฟิงเกอไม่ได้สังเกตพวกเขามากนัก แต่ตอนนี้พอได้ตั้งใจมองพวกเขาสองพี่น้องให้ดีจึงได้รู้ว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ของนางเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

           สองพี่น้องคู่นี้เป็นคนจริงๆถึงแม้พวกเขาจะอยู่ในเกม แต่สีหน้าท่าทางกลับแตกต่าง เพราะไม่มีตัวละครใดในเกมสามารถทำเช่นพวกเขาได้

           แค่ท่าทางการเตะที่สาวน้อยคนนั้นทำก็หาใช่สิ่งที่เกมนี้จะสามารถทำได้  

           เมื่อได้ค้นพบว่าสองพี่น้องคู่นี้เป็นคนจริงๆเยว่เฟิงเกอก็ให้รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก พวกเขาเข้ามาอยู่ในเกมได้อย่างไร ทั้งยังดูเหมือนพวกเขาจะอยู่ในนี้มานานแล้วด้วย

           แต่ เพราะเหตุใดครั้งก่อนตอนที่นางเข้ามาในเกมนี้กลับไม่เห็นสองพี่น้องคู่นี้?

           เยว่เฟิงเกอตัดสินใจที่จะไม่สนใจเรื่องนี้ชั่วคราวนางเข้าควบคุมตัวละครในเกม บังคับให้ยืนขึ้น

           เมื่อสาวน้อยคนนั้นเห็นว่าเยว่เฟิงเกอยืนขึ้นแล้วนางก็รีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวพลางมองเยว่เฟิงเกอด้วยสีหน้าระแวดระวัง

           “ในที่สุดเจ้าก็ตื่นแล้วข้านึกว่าเจ้าจะแกล้งตายไปตลอดเสียอีก” สาวน้อยคนนั้นกล่าววาจาเชือดเฉือนอย่างยิ่งราวกับเยว่เฟิงเกอมีความแค้นกับนางก็ไม่ปาน

           เยว่เฟิงเกอขมวดคิ้วพิมพ์เข้าไปในโทรศัพท์ “พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ ข้าไม่รู้จักพวกเจ้า”

           เพียงชายคนนั้นได้รู้ว่าเยว่เฟิงเกอไม่รู้จักพวกตนแววตาเขาปรากฏรอยหมองเศร้า ขณะที่น้องหญิงของเขากลับโกรธมากตอนนี้นางแทบจะอยากตบหน้าเยว่เฟิงเกอ เพื่อเรียกคืนสติ

           “เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใดเจ้าไม่รู้จักพวกเรา? ” สาวน้อยพูดพลางกลอกตามองบน“เยว่เฟิงเกอ เจ้าช่วยแกล้งโง่ให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนนั้นเจ้าเอาแต่ตามติดพี่ชายข้าแจบอกว่าจะแต่งให้พี่ข้าเท่านั้น แต่ตอนนี้เจ้ากลับแต่งออกมาไกลถึงแคว้นเป่ยชวนทำให้พี่ชายข้าต้องมารับโทษทัณฑ์ในสถานที่บ้าๆ เช่นนี้ ขณะที่เจ้ากลับยังได้เสพสุขอยู่ที่นั่นเจ้าช่างใจดำยิ่งนัก”

           สาวน้อยคนนั้นยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธแต่พี่ชายนางกลับยังคงสีหน้าเย็นชา

           เยว่เฟิงเกออึ้งไปถึงแม้นางจะไม่รู้จักสองพี่น้องคู่นี้ แต่นางก็พอจะเดาได้ว่า เจ้าของร่างเดิมต้องเคยมีสัมพันธ์อะไรกับชายคนนี้แน่มิเช่นนั้นน้องหญิงของเขาคงไม่พูดกับนางเช่นนี้

           เยว่เฟิงเกอกุเรื่องขึ้นนางพิมพ์เข้าไปในระบบอีกครั้ง “ขออภัยท่านทั้งสอง เป็นเพราะก่อนหน้านี้ตอนขี่ม้าข้าไม่ทันระวังจึงพลัดตกจากหลังม้า ทำให้ความทรงจำบางส่วนขาดหายไป ตอนนี้ข้านึกไม่ออกจริงๆว่าพวกท่านทั้งสองคือใคร”

           ในตอนนี้เองเยว่เฟิงเกอเพิ่งค้นพบความผิดปกติอีกเรื่องแม้นางจะพิมพ์ตัวอักษรเข้าไปในเกม แต่ตัวอักษรเหล่านั้นกลับแปลงเป็นเสียงพูดที่พูดผ่านตัวละครในเกมของนาง

           ก่อนหน้านี้เยว่เฟิงเกอไม่ทันได้สังเกตแต่เมื่อนางมีสติมากขึ้น ได้คิดพิจารณาดูดีๆ ถึงได้พบว่ามีส่วนที่แปลกประหลาดอยู่หลายจุด

           และยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าประหลาดยิ่ง

           เมื่อชายในเกมได้ยินคำพูดของเยว่เฟิงเกอแน่นอนว่าเขาไม่เชื่อแม้แต่น้อย

           เช่นเดียวกับสาวน้อยที่เพียงได้ยินเยว่เฟิงเกอบอกว่าสูญเสียความทรงจำก็โกรธจนกระทืบเท้านางชี้หน้าเยว่เฟิงเกอพร้อมด่าว่า “เยว่เฟิงเกอเจ้าทำให้เราสองพี่น้องถูกขังอยู่ในสถานที่บ้าๆ เช่นนี้ อยากออกไปก็ออกไปไม่ได้แล้วเจ้ายังจะมาแกล้งทำเป็นความจำเสื่อมใส่พวกเราอีก ช่างน่าไม่อายจริงๆ ”

           เมื่อสาวน้อยพูดประโยคนี้ออกมาในที่สุดชายที่ยืนอยู่ข้างกายนางก็ทนฟังต่อไปไม่ได้อีก เขาดึงน้องหญิงตนไว้แค่นเสียงเย็นชา “เหยียนรั่ว อย่าเสียมารยาทกับผู้สูงศักดิ์ จะอย่างไรนางก็เป็นองค์หญิงแห่งแคว้นเสวี่ยอวี้ของเรา”

           ชายคนนั้นเอ่ยวาจาพลางหรี่ตามองเยว่เฟิงเกออย่างเย็นชาทว่า นัยน์ตาคู่นั้นกลับมีทั้งความเจ็บปวดและเคียดแค้นปะปนอยู่

           สาวน้อยได้ยินพี่ชายตนพูดเช่นนี้ก็ไม่ยินดีแล้ว“ท่านพี่ เหตุใดท่านยังพูดแทนนางอยู่อีก”

           “พอแล้ว”ชายคนนั้นไม่อยากพูดอะไรอีก หมุนกายจากไปทันที

           แน่นอนว่าเยว่เฟิงเกอไม่อยากให้พวกเขาจากไปเร็วเช่นนี้นางรีบพิมพ์ข้อความทันที “พวกเจ้ารอก่อน ข้าคิดว่าระหว่างพวกเราต้องเข้าใจผิดอะไรกันอยู่แน่รบกวนพวกเจ้าช่วยอธิบายให้ชัดเจนทีว่าพวกเจ้าเข้ามาอยู่ในนี้ได้อย่างไร”

           สาวน้อยถลึงตามองเยว่เฟิงเกอนางกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่กลับถูกหยุดไว้ด้วยสายตาของผู้เป็นพี่ชาย

           ชายคนนั้นหันกลับมามองเยว่เฟิงเกอนิ่งเป็นนานถึงได้เอ่ยขึ้นว่า “ดูท่าเจ้าคงจะจำพวกเราไม่ได้จริงๆ ”

           เมื่อเห็นว่าเยว่เฟิงเกอไม่มีท่าทีลวงหลอกเขาถึงได้ยอมเชื่อแล้วจริงๆ ว่าเยว่เฟิงเกอสูญเสียความทรงจำไป

           “ท่านพี่ท่านอย่าไปเชื่อคำพูดเหลวไหลของนาง เป็นนางที่แสดงออกมาทั้งสิ้น” สาวน้อยได้ยินพี่ชายกล่าวเช่นนั้นก็กลัวว่าเขาจะถูกเยว่เฟิงเกอทำให้ลุ่มหลงจึงรีบส่งเสียงค้าน

           ชายคนนั้นไม่ฟังคำของน้องหญิงตนถอนใจเบาๆ “ในเมื่อองค์หญิงลืมพวกเราไปแล้ว เช่นนั้นก็ไม่ต้องรื้อฟื้นหรอกส่วนว่าพวกเราเข้ามาในนี้ได้อย่างไร เกรงว่าคงไม่ต้องแจ้งให้องค์หญิงทราบ องค์หญิงรักษาตัวด้วยเราพบกันเพียงเท่านี้เถิด”

           ชายคนนั้นพูดจบก็ไม่สนใจเยว่เฟิงเกออีกก้าวเท้ายาวๆ จากไป

           ขณะเดียวกันสาวน้อยยังคงโกรธจนกระทืบเท้าไปทีหนึ่งนางมองเยว่เฟิงเกอด้วยสายตาดุร้ายแล้วรีบร้อนตามพี่ชายไป

           เยว่เฟิงเกอมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างเลื่อนลอยจู่ๆ นางก็คิดถึงปัญหาขึ้นมาได้สองข้อ

           สองพี่น้องนี้ถูกขังอยู่ในนี้เกรงว่าคงไม่อาจเดินออกมาได้

           แต่พวกเขาไม่คิดบ้างหรือว่าที่นั่นเป็นแค่โลกในเกม ไม่ได้มีอยู่จริง?

           อีกอย่างสองพี่น้องไม่แปลกใจเลยหรือว่าเหตุใดนางจึงมาปรากฏตัวที่นั่นด้วย?

           ตอนที่เยว่เฟิงเกอกำลังคิดอย่างสับสนอยู่นั้นจู่ๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงผู้เฒ่าชราดังขึ้น “กลไกไร้เทียมทานเปิดทำงานขอให้มู่เหยียนเฉินมู่เหยียนรั่วสองพี่น้องรีบผ่านด่านให้ได้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะถูกกักขังอยู่ในกลไกไร้เทียมทานตลอดไป”

           เมื่อเสียงนั้นหายไปเยว่เฟิงเกอถึงเพิ่งเข้าใจว่า ชื่อของสองพี่น้องคู่นี้ก็คือมู่เหยียนเฉินและมู่เหยียนรั่ว

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นพระชายากับระบบสมาร์ตโฟนต่างมิติ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน