ตอนที่ 131ได้กลับมาอย่างปลอดภัย
แรงกดดันอันทรงพลังได้จางหายไปจนทุกคนหลุดพ้นจากพันธะการที่ตึงร่างกายพวกเขาลงกับพื้นมนุษย์กึ่งเทพบางคนถึงกับสลบไปเรียบร้อย แต่บางคนยังพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาพวกเพอร์ซีย์มองทุกคนที่กำลังพยายามลุกขึ้นมา พวกเขาต้องขอบคุณโฟกัสที่ปกป้องพวกเขาจากแรงกดดันนั้นโฟกัสยกเลิกบาเรียที่ตนกางเอาไว้แต่ว่าการสร้างบาเรียไม่ได้ทำให้เธอเหนื่อยแต่อย่างใดแต่แรงกดดันของพี่สาวทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งร่างกายเธอมองทุกคนที่เดินไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อมองเหตุการณ์ตรงหน้าที่อยู่ไม่ไกลมากหนักเพอร์ซีย์เห็นชายที่หันหลังให้ตนก็ตกใจจนดวงตาเบิกกว้างออกมา
โฟกัสมองสถานการณ์ตรงหน้าเธอรู้สึกภาพเลือนรางไปหมดจนเธอนั้นกำลังจะล้มหงายหลังไปแอนนาเบ็ธที่กำลังเดินมาอยู่ข้างแฟนหนุ่มเห็นอีกฝ่ายกำลังจะล้มเธอก็รีบพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่ามีอีกคนที่เข้ามาช่วยเธอมองมือที่คล้ายกับมือของเธอประคองหลังของโฟกัสเธอเงยหน้าขึ้นมามองคนที่มาช่วยนั้นก็ทำให้เธอต้องตะลึงจนดวงตาเบิกกว้างจนดวงตาสีเทาหดลง
“คุณ...คุณคือ...”
หญิงสาวเห็นอีกฝ่ายจะพูดบางอย่างก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาแตะริมฝีปากของตนเองเพื่อบ่งบอกให้อีกฝ่ายอย่าส่งเสียงอันใดก่อนที่เธอจะพยายามอุ้มโฟกัสไว้ในอ้อมกอดของเธอ ก่อนจะเดินหันหลังกลับไปยังประตูแอนนาเบ็ธเห็นก็ยังตะลึงจนพูดไม่ออกเธอหันกลับไปหาเพอร์ซีย์ก่อนจะเห็นพวกนั้นกำลังจ้องมองสถานการณ์ของพวกทวยเทพที่เพอร์ซีย์ผู้ใหญ่กำลังจ้องมองพวกเขาที่สงสัยถึงสิ่งที่เขาพูด
“เฮ้อ...คุณนี่มันน่ารำคาญแต่ไหนแต่ไรจริงๆ ก็อย่าที่บอกพวกคุณต้องขอบคุณผมที่ช่วยพวกคุณไม่งั้นคุณคงโดนเด็กคนนี้ฆ่าตายไปแล้ว”
“แค่มนุษย์กึ่งเทพคนหนึ่งเนี่ยนะ!?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เพอร์ซีย์หัวเราะออกมาเป็นจังหวะก่อนจะทำสีหน้าเบื่อหน่าย “พวกคุณมันก็แค่ลิงที่ยังไม่เจอเพชรของตนเองจริง ๆอยากให้พวกคุณถึงช่วงที่พวกคุณจะเจอเพชรเม็ดงามนี้จริง ๆอยากเห็นสีหน้าว่าพวกท่านเสียเม็ดนี้ไปเพราะการกระทำของตนเองในอดีตจริง ๆ”
“หึ!! เจ้าคิดว่าพวกเราจะสนใจหรือไง!?”
“ข้าสนนะ!!”
“เราก็ด้วย!!”
“อีกอย่างพวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ซุสและแอรีสทำ!!”
“พวกเจ้า!!” ซุสหันไปมองพวกเทพองค์ต่าง ๆที่ไม่เข้าข้างเขาเลยสักนิด
เทพแต่ละคนต่างหันหน้าหนีและพยายามลุกขึ้นมายืนกันพวกเขาบางคนถึงกับซุกลงไปอย่างง่ายดายเกินไปแต่บางคนรู้สึกว่าพลังของเด็กสาวมันคุ้นเคยชอบกล
“น่าว่ามีคนเดียวที่เป็นลิงสินะ!!”
“เจ้า!!” ซุสหันขวับมามองเขาตอนนี้เขาก็ยิ่งโกรธที่ยังอยู่สถานที่ไม่สามารถลุกขึ้นได้
เพอร์ซีย์ได้แต่หัวเราะในลำคออีกฝ่ายช่างน่าเวทนาในยุคนี้จริง ๆก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งเรียกสติเขาให้ออกจากที่นี่
“เพอร์ซีย์!!”
น้ำเสียงอันอ่อนนุ่มของหญิงสาวทำให้เพอร์ซีย์สองคนหันไปมองทิศของเสียงที่มีหญิงสาวผมบลอนด์กำลังอุ้มเด็กสาวผมบลอนด์ไว้อยู่ทุกคนเห็นหญิงผู้นั้นก็ตะลึงกันเพราะคนคนนั้นคือ แอนนาเบ็ธ เชล แฟนสาวของเพอร์ซีย์แต่คนที่อยู่ตรงนั้นดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอีกคนที่ยังอึ้งอยู่ เพอร์ซีย์ก็ตะลึงกับความสวยของแฟนสาวที่พอโตขึ้นเธอก็งดงามกว่าตอนเป็นวัยรุ่นทำเอาแฟนสาวหยิกเขาหนึ่งครั้งให้ตื่นขึ้นเสียงฮือฮายังดังไปทั้งบริเวณโดยรอบแอนนาเบ็ธผู้ใหญ่ขยับหัวบ่งบอกสามีว่าตัวเองกำลังจะเข้าไปข้างในก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปภายในประตูแล้วหายไปเพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นก็โล่งใจที่อีกฝ่ายพาลูกอีกคนกลับไปอย่างปลอดภัยเขาหันมองลูกอีกคนที่เขากำลังอุ้มความคิดอย่างเดียวตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องกลับ
“หมดเวลาเล่นลิ้นกับพวกคุณล่ะไว้เจอกันในอนาคตละกัน!” เพอร์ซีย์กล่าวจบก็เดินหันหลังให้เหล่าเทพ
ซุสเห็นแบบนั้นก็พยายามลุกขึ้นตามอีกฝ่ายไปในทันใด“หยุดเดี๋ยวนี่!! เจ้าจะพานางไปไม่ได้!! นางบังอาจมาทำร้ายข้านางจะต้องโดนลงโทษ-”
เพอร์ซีย์ได้ยินแบบนั้นมันก็รู้สึกเคืองข้างในจิตใจของเขามากๆก่อนที่เขาจะตวัดตัวไปพร้อมกับอาวุธหอกยาวที่ปลายหอกเป็นหอกสามง่ามจ่อไปที่ใบหน้าของซุสเฉือนจมูกของเขาไปเพียงแค่นิดเดียวเจ้าตัวถึงกับยืนอึ้งที่ชายตรงหน้ากล้าเอาอาวุธมาจ่อหน้าตนแบบนี้
“อย่ามาหยุดกับลูกสาวของฉัน!!ซุสถ้าท่านยังไม่อยากเห็นโลกนี้พังพินาศ!!”
ซุสฟังประโยคนั้นพร้อมกับดวงตาอันอาฆาตว่าถ้าตนยังยุ่งกับลูกของอีกฝ่ายเขาจะโดนหมายหัวมันยิ่งทำให้เขาไม่พอใจเช่นเดียวกันก่อนที่จะโดนคนเป็นพี่ชายอย่างงโพไซดอนขัดเสียงก่อน
“พอได้แล้ว! ซุส”
“โพไซดอน!! ดูลูกเจ้า!!”
โพไซดอนส่ายหัวเบา ๆอย่างเบื่อหน่ายกับอารมณ์ของน้องชายก่อนที่เขาจะจับไหล่น้องชายให้หลบไปข้างหลังก่อนที่เขาจะหันไปมองลูกชายที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะจนเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นลูกชายที่โตขนาดนี้
“เจ้าไปซะ...เพอร์ซีย์...”
เพอร์ซีย์ได้ยินแบบนั้นก็ต้องขอบคุณอีกฝ่ายทำให้เขาหลุดพ้นจากเทพบ้านั้น “ขอบคุณครับ...พ่อ...”
เพอร์ซีย์กล่าวจบก็กล่าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเขาประคองลูกจนมาถึงจุดที่พวกของเขาตอนวัยรุ่นยืนอยู่ เขาเดินกำลังจะเดินผ่านพวกนั้นก่อนที่จะพูดประโยคบางอย่างกับตัวเขาตอนเป็นวัยรุ่น
“จงระวังตัวไว้...สักวันนายจะเสียใจกับเรื่องที่นายไม่สามารถทำอะไรได้...”
“เอ๊ะ!?”
เพอร์ซีย์วัยรุ่นได้ยินคำพูดของตัวเขาเอ่ยออกมามันทำให้เขางุนงงว่ามันหมายความว่าอะไรเพอร์ซีย์ผู้ใหญ่เดินจนมาถึงปากทางเข้าประตูบานใหญ่กำลังเชื่อมอดีตกับอนาคตเขาหยุดชะงักชั่วคราวก่อนที่จะหันกลับไปหาพวกทวยเทพเขามองไปที่ซุสก่อนที่จะยกมือขึ้นมาชูนิ้วกลางให้อีกฝ่ายพร้อมกับแลบลิ้นใส่ซุสที่เห็นแบบนั้นก็ปรี๊ดแตกเข้าไปอีก ก่อนที่เขาจะเรียกสายฟ้าออกมาเพอร์ซีย์เห็นแบบนั้นก็กระโดดถอยหลังเข้าไปในประตูอย่างไม่สนใจอะไรแต่พอนึกย้อนกลับไปตัวเขาตอนนี้ก็แสบและกวนประสาทพวกเทพได้อยู่จริง ๆเขากระโดดเข้ามาประตูข้างในประตูก็ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ทุกอย่างจบลงแล้วลูกสาวทั้งสองที่เขาตามหามานานเกือบหนึ่งเดือนที่ลูกทั้งสองเขาหายไปตอนแรกโครนอสบอกเพียงว่าเด็กทั้งสองเดียวก็กลับมาแต่เพราะความร้อนใจของเขาทำทุกวิถีทางเพื่อหาลูก ๆ ให้เจอแต่ก็ไร้ผลจนมาครั้งนี้ที่โครนอสบอกบางอย่างกับเขา ระหว่างที่กำลังจมอยู่ในความคิดนั้นเสียงของอีกฝ่ายก็เอ่ยพูดขึ้นมา
“กลับมาสักทีนะ~ หลานข้า~”
เพอร์ซีย์หันไปมองเจ้าของเสียงที่ทำให้เขาสามารถพาลูกสาวกลับมาได้แต่เขาก็ยังไม่เคยไว้ใจอีกฝ่ายอยู่ดีแต่ครั้งนี้ต้องขอบคุณอีกฝ่าย
“ขอบคุณที่ให้ผมใช้ประตูนั้นไปหาลูกสาว”
“ข้าไม่ได้ช่วยอะไร...มันเป็นคำปรารถนาของเจ้า...ข้าแค่เรียกเจ้าให้มาหาข้าเพราะคนเดียวที่จะพาพวกนางกลับมาได้มีเพียงผู้ให้กำเนิดเท่านั้น”
“แต่ก็ขอบคุณ...ถ้าคุณไม่เรียกผม...ป่านนี้ลูกสาวผมคง...”
“คงโดนเทพสั่งลงโทษและจำคุกอยู่ในเขาโอลิมปัสอีกยาวนาน...”
“!!” เพอร์ซีย์ตะลึงกับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมา
“นั้นคือโทษของผู้ที่ทำร้ายเทพ...หลานชาย...”
เพอร์ซีย์กำหมัดแน่นถ้าเขาไม่ฟังอีกฝ่ายและไม่ช่วยลูกทั้งสองตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเขามองลูกสาวตัวน้อยของเขาที่สลบไปเพราะเขาสกัดไม่ให้เธอทำร้ายเทพเพื่อตัวของเธอ
“จงระวังไว้...”
“ครับ...?”
“พรุ่งนี้ทุกคนอาจจะปวดหัวสักหน่อยเตรียมยากินหน่อยก็แล้วกัน” โครนอสกล่าวและยกแก้วขึ้นมาจิมต่อ
“ว่าไงนะ?” เพอร์ซีย์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
เรอาออกมาจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องแล้วเดินตรงมาพร้อมกับขวดยาบางอย่าง เธอยื่นสิ่งนั้นให้แก่เพอร์ซีย์ด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นสูตรยาของข้านะหลานชาย”
“ยา...ยาอะไร?”
“แก้ปวดหัวจ๊ะตามที่ปู่เจ้ากล่าวพรุ่งนี้พวกเจ้าหลายคนน่าจะปวดหัวน่าดูเอาไปผสมน้ำและดื่มสักหน่อยนะ”
“ปวดหัวจาก?”
“พรุ่งนี้ก็รู้เอง...ตอนนี้พวกเจ้ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ...อย่างเช่น...สงครามที่แซเทิร์นกำลังก่อขึ้นมันกำลังจะปะทุมากขึ้นหลานชาย”
สงครามเป็นอะไรที่เพอร์ซีย์เกลียดที่สุดเพราะมันทำให้พวกเขาสูญเสียทุกอย่างแต่เขาจะไม่ยอมให้เป็นแน่ ตลอดหลายสัปดาห์มานี้เขาปกป้องและต่อสู้กับพวกปีศาจมากมายที่จะบุกมายังค่ายตลอดและเขาส่งคนออกไปตามมนุษย์กึ่งเทพที่อยู่นอกค่ายเพื่อปกป้องพวกเขาเช่นกันเพราะพวกเขาอยู่ภายนอกไม่น่าจะเกี่ยวกับพวกเขาที่อยู่ในค่ายแต่ว่าดูเหมือนเป้าหมายของแซเทิร์นจะเปลี่ยนไป เขาคงอยากล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์กึ่งเทพให้ตายไปให้หมดแล้วเหลือเพียงเทพเจ้าที่เขาสามารถต่อกรได้
“เพอร์ซีย์...” แอนนาเบ็ธเดินเข้ามาเกาะแขนอีกฝ่าย
เพอร์ซีย์มองภรรยาแสนสวยของเขาที่กำลังทำหน้ากังวลใจที่ตัวเขากำลังทำสีหน้าไม่ดีอยู่ตรงนี้เพอร์ซีย์ยกยิ้มให้อีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะยื่นขวดยาให้อีกฝ่าย
“ฉันไม่เป็นไร...”
“แน่นะ...?”
“อืม...แล้วโฟกัสล่ะ...?”
“พวกโอราอุสอุ้มเธอกลับบ้านไปแล้วนะ...ฉันรอเธอกลับมา...ฉันกังวลนะ...ว่าถ้าประตูปิดไปก่อนหรือ...พวกเทพทำอะไรนายขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่ต้องห่วงถ้าตอนนั้นพวกนั้นจะเล่นงานอะไรฉันตอนนั้นล่ะฉันจะทำให้ทั้งค่ายในปีนั้นน้ำท่วมจนไม่มีที่จะให้พวกเขายืนเลยล่ะ”
“ดีไม่เกิดอะไรขึ้น...คิดสภาพแล้ววันนั้นพวกเขาคงต้องสั่งให้นายไล่น้ำออกแน่ๆ”
“เหอะ ๆ”
เพอร์ซีย์หัวเราะอย่างเบื่อหน่ายยิ่งในช่วงนั้นเขาเป็นบุตรคนเดียวของโพไซดอนเขาคงทำงานหนักขึ้นแน่ๆ แต่ว่าเขาจำได้ว่าหลังจากที่เขามีลูกนี้สิ เซอร์ไพรส์ก็มาเต็ม ๆมีเด็กอายุหกขวบสองสามคนที่เป็นลูกของโพไซดอนโผล่มาทำให้เขารู้ว่าพ่อเขาไปทำให้ผู้ใหญ่ท้องและในปีนั้นไม่ใช่แค่ของโพไซดอนยังมีเทพอีกหลายคนที่สร้างภาระเพิ่มขึ้นทุกๆ ปีจนเขาอยากฆ่าพวกนี้ให้ตายจริง ๆ เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“พวกผมไม่รบกวนแล้วขอตัวกลับนะครับ”
“ตามสบาย เจ้าหนู”
“เดินทางปลอดภัยนะ~” เรอาโบกมือลาเด็กทั้งสองคน
เพอร์ซีย์โค้งให้ทั้งสองคนเล็กน้อยระหว่างที่ยังอุ้มลูกสาวของเขาแต่เขาพึ่งสังเกตว่าโพรทาเลียตัวหนักขนาดนี้เลยเหรอครั้งล่าสุดที่เขาได้อุ้มลูกก็ตอนที่ลูกอายุหกขวบมันทำให้เขานึกถึงคำพูดตัวเองที่พูดกับตัวเขาวัยรุ่นมันช่างน่าเจ็บปวดที่เขาไม่สามารถปกป้องลูกคนเดียวไว้ได้เขากอดลูกไว้พร้อมกับคิดในใจ
‘พ่อขอโทษนะ...โพรทาเลีย...’
สองสามีภรรยาตรงดิ่งกลับบ้านของพวกเขาทุกคนที่ต่างรอการกลับมาขออีกคนก็ต้องดีใจที่น้องอีกคนได้กลับมาอย่างปลอดภัยถึงจะยังไม่ได้สติพวกเขาก็ดีใจแถมสองตัวน้อยที่เห็นแม่กลับมาก็ยิ่งดีใจคนเป็นพ่อก็ดีใจที่ทุกคนต่างคิดถึงเด็กทั้งสองเพราะทั้งสองคนหายตัวไปเกือบเดือนมีหรือใครจะไม่คิดถึงกันพวกพี่น้องเห็นน้องสาวกลับมาอย่างปลอดภัยก็ได้แต่ดีใจกันยกใจก่อนที่พวกเขาจะพาโพรทาเลียกลับไปพักที่ห้องของตนเองทุกอย่างนั้นกลับมาสงบสุขอีกครั้งก่อนจะมีสัญญาณเตือนเกิดขึ้นพวกเขาทุกคนต่างมองหน้ากันก่อนจะพุ่งตัวออกจากบ้านไป เพอร์ซีย์ที่วิ่งไปตามทางคิดเพียงอย่างเดียววันไหนจะได้กลับไปใช้ชีวิตปกติโดยไม่ต้องมาวุ่นวายกับพวกบ้านี่อีก
หลังจากจบคลื่นรอบใหม่ทุกคนก็กลับไปพักผ่อนกันอย่างสงบสุขเพอร์ซีย์ยังคงเป็นห่วงลูกทั้งสองคนอีกคนยังเหนื่อยอีกคงเขาเป็นคนทำให้สลบคนที่เขาทำให้สลบน่าเป็นห่วงสุดนั้นล่ะว่าลูกตื่นมาจะมาฆ่าเขาไหมที่ทำให้เจ็บตรวจแอนนาเบ็ธมาหาเพอร์ซีย์เพื่อพาเขาไปพักผ่อนเขายอมที่ไปนอนพักผ่อนกับภรรยาของเขาและสิ่งที่แซเทิร์นเตือนไว้ก็บันดาลขึ้นกับเหล่าผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อยี่สิบเอ็ดปีก่อน
“!!!” เพอร์ซีย์สะดุ้งตัวสุดกำลังเขาปวดหัวถึงขั้นสุดความทรงจำในตอนนั้นกำลังไหลเข้ามาในหัวของเขา“อึ้กกกกกกกกก!!”
“อ๊ากกกก นี่มันอะไรกัน!!” แอนนาเบ็ธยกมือขึ้นมาจับข้างศีรษะของตนมันทั้งปวดและจี้ไปทั้งหัว
“นี่เป็นสิ่งที่โครนอสเตือนสินะบ้าชิบ!!”
เพอร์ซีย์เอ่ยพูดอย่างไม่ชอบใจเขาต้องลุกขึ้นไปทำยาแก้ปวดหัวแต่แล้วก็มีแก้วน้ำมาอยู่ตรงหน้าของเขาเพอร์ซีย์เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นดวงตาสีเขียวจ้องมองเขา
“โอราอุส...”
“ลิซ่าบอกว่าพวกพ่อจะมีอาการปวดหัวตอนเช้าพวกผมเลยเอาขวดยาที่พวกพ่อเอากลับมาไปผสมน้ำให้ครับ...”
“ทำไมรู้ว่าต้องผสมน้ำ?”
“พอดีลิซ่าบอกว่าพ่อแม่เตือนเธอไว้นะว่าให้ดูอาการพวกพ่อเลยบอกว่าเอายาให้พวกพ่อไว้ด้วยนะ”
“เหอะ...ขอบใจ...” เพอร์ซีย์รับแก้วน้ำจากลูกชาย
โอราอุสก็เดินไปหาแม่พร้อมกับประคองตัวแม่ขึ้นมาเธอพยายามลุกขึ้นพร้อมกับดื่มน้ำในแก้วนั้น
“ช่วย...” เพอร์ซีย์กำลังจะเอาพูดบางอย่าง
“ผมให้น้อง ๆนำตัวยาไปให้แต่ละบ้านที่เป็นผู้ใหญ่เรียบร้อยครับ”
เพอร์ซีย์ถึงกับอึ้งไปเลยที่ลูกคนโตดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทุกวัน“ลูกพึ่งพาได้ตลอดจริง ๆโอราอุส”
โอราอุสได้ยินแบบนั้นก็ดีใจที่พ่อชมเขาแบบนั้นตลอดทั้งเช้าทุกคนต่างพาพวกผู้ใหญ่ที่สถานพยาบาลเพื่อดูอาการที่ปวดหัวขึ้นมาอย่างกะทันหันกันและไม่เว้นแต่ไครอนที่กำลังนั่งปวดหัวทำความเข้าใจกับความจริงที่ความทรงจำของเขาหายไปช่วงหนึ่งรวมไปถึงพวกเพอร์ซีย์ที่มารวมตัวกันที่บ้านเพอร์ซีย์ทุกคนมาคุยกันถึงสถานการณ์ตอนนี้ก็ครบหนึ่งเดือนเต็มแล้ว แต่ระหว่างบ่นก็บ่นถึงอาการปวดหัวกันไปเรื่อยๆ
“บ้าชิบ...โคตรปวดหัว...!!” วิลกล่าวเขาจำภาพทุกอย่างได้จนเขานึกถึงกระเป๋าใบหนึ่งที่มันตกอยู่ในบ้านเขาและเขาเก็บมันมานานอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร“เพอร์ซีย์!! ลูกนายทำให้เราลืมช่วงเวลาต่าง ๆ ไหมเนี่ย?”
“ฉันจะรู้ไหม? ขอล่ะ...อย่าพูดมาก ยิ่งพูดมันยิ่งปวดหัวนะ...”
“ยาก็เริ่มได้ผล...แต่...โคตรปวดไปหมดเลย...บอกลูกนายมาเอากระเป๋าคืนด้วยล่ะ”
“ห๊า กระเป๋า? หมายความว่าไง?”
“ตอนนั้นฉันเอากระเป๋าโฟกัสเป็นตัวประกันเพราะเห็นภาพครอบครัวนาย ฉันถึงเอาเป็นตัวประกันตอนนั้นนะ”
“ว่าไงนะ!! ไอ้บ้าถึงว่าตอนนั้นนายทำไมถึงอยู่ได้คนเดียว!!” เพอร์ซีย์เข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายทันที
“อ๊ากกก อย่าทำฉันนะ!! ฉันยังมีลูกมีเมียที่น่ารักต้องดูแลนะ!!”
“หุบปากไปเลย!! เจ้าบ้า!!” เพอร์ซีย์เขย่าคอเสื้ออีกฝ่าย
“พูดถึงเมีย...นิโคเป็นไงมั้งนะ?วิล”
“ฉันติดต่อไปแล้วนะตอนนี้สบายดีแล้วนะ ตอนแรกก็ปวดหัวนิดหน่อย เขาบอกว่าเดี๋ยวจะกลับมาช่วยอีกแรก...”แต่พอวิลนึกถึงนิโคก็รู้สึกคิดถึงกว่าเดิม"อ๊ากกกกกกก ยิ่งพูดยิ่งคิดถึงโวย!!”
“งั้นก็ตามเมียนายไปออกภารกิจไปสิ!!ไม่ต้องกลับมา!!”เพอร์ซีย์จิ้มแก้มอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ
“ว่าไงนะ!!”
แคลรีสฟังเสียงพวกผู้ชายแล้วรำคาญมาก ๆก่อนที่เธอจะพูดกับเพอร์ซีย์ “ฉันอยากฆ่าลูกนาย แจ็กสัน...ทำฉันไว้แสบมาก...”
เพอร์ซีย์หันหน้าไปหาแคลรีสทันใด “เธอเล่นงานลูกฉัน...แคลรีสเธอตายแน่!!”
“ก็เอาสิ!!”
แอนนาเบ็ธส่ายหน้าเบา ๆทุกคนช่างเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนทะเลาะกันได้ตลอด เสียงบางอย่างดังขึ้นพอดีเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงไปห้องครัวผ่านไปสักระยะก็มีบางอย่างออกมาจากห้องครัวทันใดนั้นก็คือบราวนี่อบใหม่ร้อน ๆ มาวางตรงหน้าของทุกคน
“เลิกทะเลาะกันแล้วกินของหวานทำให้อาการดีขึ้นดีกว่านะ”
ทุกคนต่างหันมาสนใจพร้อมกันหยิบบราวนี่คนละชิ้นสองชิ้นทันใดก่อนที่ทุกคนจะกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณมาก แอนนาเบ็ธ”
แอนนาเบ็ธยิ้มอย่างพอใจก่อนจะไปหาสามีพร้อมกับวางจานที่มีบราวนี่สีฟ้า“ของคุณค่ะ”
“ขอบคุณ...แล้วคุณไม่เป็นอะไรเหรอ?”เพอร์ซีย์เอ่ยถามพร้อมกับกอดภรรยาอย่างรักใคร่
“อืมยังปวดเล็กน้อยนะ...แต่ก็ทนได้นะ”
“เป็นอะไรบอกฉันนะ”
“ค่ะ แต่ขอพูดบางอย่างได้ไหม?”
“อะไรเหรอ?”
“คุณตอนนั้นเท่มากเลยล่ะนะ” แอนนาเบ็ธเอ่ยถึงอีกฝ่ายตอนที่ไปช่วยลูก
เพอร์ซีย์โดนคำชมของภรรยาพร้อมกับใบหน้าอันยิ้มแย้มหวานจนเขานั้นรู้สึกร่างกายจะละลายตรงนั้นไปเลยก่อนที่เขานั้นจะแสดงความรักกับเธอจนเพื่อนๆ ที่อยู่ตรงนั้นเหม็นกับความรักของทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะยกจานขนมหนีสองคู่รักที่มีลูกถึงแปดคนแล้วยังจะหวานกันต่อหน้าคนอื่นอีก
เวลาผ่านไปไม่นานโฟกัสได้ยินเสียงปิดประตูดังจนเข้าโซนประสาทของเธอนั้นทำให้ปวดหัวสุดๆ แค่ร่างกายก็ปวดจนไม่อยากลุกไปไหนแต่ความนุ่มของเตียงช่างทำให้เธอไม่อยากตื่นแต่เธอกับนึกถึงได้ว่าเมื่อวานเธอทำอะไรอยู่กันแน่ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วเธอเห็นสภาพแวดล้อมก็จำได้ว่าข้างหน้านี้คือห้องนอนของเธอแต่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ไงก่อนที่จะจำได้ว่าพ่อเข้ามาช่วยพี่ก็แปลว่าตอนนี้เธออยู่บ้านอยู่ในยุคของเธอแล้วนั้นทำให้เธอลุกออกจากเตียงวิ่งลงไปข้างล่างในทันใดเพอร์ซีย์ที่กำลังแสดงความรักกับภรรยาอยู่นั้นถึงกับตกใจเสียงคนวิ่งมาข้างล่างแต่แล้วก็เห็นร่างบางร่างวิ่งผ่านไปก่อนจะย้อนกลับมาโฟกัสก็เห็นชายหญิงที่เธอคุ้นเคย
“แม่...พ่อ...”
“โฟกัส”
“ลูกแม่...ฟื้นแล้วเหรอ?”
พวกผู้ใหญ่ต่างดีใจที่ลูกสาวฟื้นแล้วแต่โฟกัสไม่ตอบอะไรข้างในในส่วนลึกกำลังถามว่านี่เรื่องจริงใช่ไหม เธอกลับมายังช่วงเวลาของเธอแล้วใช่ไหมทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาหาเธอทั้งเรื่องต่อกรกับทวยเทพทั้งพี่สาวที่ระเบิดแรงกดดันออกมาจนทำให้เธอรู้สึกเพลียและเหนื่อยล้าสุดๆ ตอนนี้ตรงหน้าของเธอมีพ่อแม่ที่เธอคิดถึงและอยากขอคำปรึกษามาตลอดดวงตาสีเทาของเธอกำลังมีน้ำตาที่กำลังเอ่อไหลลงอาบข้ามแก้มคนเป็นพ่อแม่ถึงกับตกใจจนรีบเดินมาดู
“โฟกัส!! ลูกเป็นอะไร บาดเจ็บตรงไหนเหรอ!?”
“จริงด้วย...หรือว่าลูกบาดเจ็บก่อนหน้านั้น”
พ่อแม่รีบมาดูลูกสาวที่จู่ ๆมีน้ำตาไหลออกมาจนพวกเขานึกว่าลูกเป็นอะไรไป
โฟกัสรีบเช็ดน้ำตาของตนเองก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ค่ะ...หนูไม่ได้เป็นอะไร...”
“งั้นลูกร้องไห้ทำไม? ถ้าลูกไม่เป็นอะไรทำไมถึงร้องไห้กัน!!”
“ที่หนูร้องไห้...ก็เพราะดีใจค่ะ...”
“ดีใจ...?” สองสามีภรรยามองหน้ากันอย่างงุนงง
โฟกัสโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อแม่อย่างคิดถึง “หนูคิดถึงพ่อกับแม่!!ดีใจจริงๆ ที่พ่อแม่ยังอยู่...”
ทั้งสองคนได้ยินลูกพูดแบบนั้นก็สงสัยเลยว่าลูกไปเจออะไรมาจนทั้งสองคนกอดลูกเบาๆ พร้อมกับถามเหตุการณ์ก่อนหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นโฟกัสพยักหน้าที่จะบอกพวกเขาว่าเจออะไรมามั้งแต่เธอสงสัยว่าพี่สาวของเธอตอนนี้อยู่ไหนจนพ่อแม่บอกว่าโพรทาเลียยังไม่ตื่นยังนอนอยู่ข้างบนห้องของเธอยิ่งทำให้เธอเป็นห่วงพี่สาวเข้าไปอีกว่าตอนนี้จะเป็นยังไงมั้งเพราะพ่อบอกว่าใช้สันมือน็อคพี่สาวให้สลบไปยิ่งน่าเป็นห่วงคูณสองอีก
ลึกเข้าไปยังภายใต้ความเงียบสงัดโพรทาเลียกำลังเดินไปตามทางอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทางแต่อย่างใด เธอเห็นแต่รอบ ๆที่เป็นสีดำมีเพียงร่างกายของเธอที่ส่องสว่างเธอสงสัยว่าตัวเองจะเดินไปไกลแค่ไหนแล้วกำลังตามหาอะไรจนรู้สึกแปลก ๆว่าทำไมตัวเธอถึงสว่างกันหรือว่าเพราะพลังของธีเอมัสแต่ก็มานึกสิ่งที่เธอกำลังตามหานั้นอยู่ไม่ไกลไม่สิอยู่ภายในร่างกายนี้ของเธอ
“ฮาลอน...”
น้ำเสียงอันแหบแห้งเอ่ยเรียกอีกฝ่ายก็สิ่งบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นต่อหน้าโพรทาเลียดวงตาที่ลู่ลงค่อย ๆ ลืมขึ้นมามองชายตรงหน้าที่จ้องมองเธอด้วยสายตาอันไม่ชอบใจ
“นายแสบมากเลยนะ”
“ข้าทำอะไรเจ้ากัน?”
“แฝงความรู้สึกของนายลงที่ฉันนะ”
“เหอะ! ใช่ฤๅ?”
“แล้วฉันจะมีปัญหาของซุสและแอรีสทำไม?”
“ฮ่า ๆ” ฮาลอนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ใช่ข้าเองล่ะที่ทำให้เจ้ามีอารมณ์ร่วมกับข้าที่อยากจะฆ่าพวกมัน!!”
“แต่เขาเป็นพ่อและพี่ชายของนายนะ?”
“พวกมันไม่ใช่!!พ่อที่ไหนฟังลูกชายคนโตโดยไม่ฟังเหตุผลและทฤษฎีตรงหน้าว่าข้านั้นคือบุตรของเขา!!ข้ากับน้องสาว!!”
“นาย...โกรธแค่เพียงเท่านั้นเหรอ?”
“ลองเจ้าเป็นข้าเจ้าจะเข้าใจ...ไม่สิ...เจ้านะเป็นข้า...เป็นแค่ร่างเปลือยเปล่าของพวกเราทุกคนที่ได้มาเกิดใหม่!!”
“หือ? ร่างเปลือยเปล่า?”
“เจ้าไม่เข้าใจว่าเป็นร่างจุติคืออะไรงั้นเหรอ?”
“ก็...เป็นร่างสถิติให้ทุกคนนี้?”
“ไม่ใช่แค่นั้น...เจ้านะเป็นร่างเปลือยเปล่าของพวกเราทุกคนร่างที่ตายแล้วตายเหล่าแล้วมาเกิดใหม่ ไม่งั้นเจ้าจะถูกเรียกว่าร่างจุติงั้นเหรอ?”
“นายจะ...สื่ออะไร?” โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังสื่ออะไรบางอย่างที่เธอไม่ชอบใจเท่าไหร่
“รู้ไหมว่ามีเทพองค์หนึ่งรอให้เธอตายอยู่”
“ใคร...แซเทิร์นงั้นเหรอ? หึ ฉันไม่มีวันตายนายน่าจะรู้”
“ใช่...พวกเราก็เช่นกันแต่ว่ามีวันเดียวเท่านั้นที่พวกเราจะตายคือวันเกิดอายุครบรอบ 16 ปีของเรา!!”
“!!”
โพรทาเลียมีสีหน้าตกใจจนฮาลอนยกยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะเขยิบเข้าไปกระซิบอีกฝ่าย
“อีกไม่ช้าอีกแค่ไม่กี่วันเจ้าจะอายุครบ 16 ปีเช่นกัน!”
“ฉันไม่เข้าใจที่นายเอ่ยออกมา!!”
ฮาลอนหัวเราะในลำคอกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย “มาหาข้าสิ...”
โพรทาเลียจ้องมองอีกฝ่ายเธอรู้สึกไม่ชอบใจกับคำเอ่ยนั้นเหมือนเธอกำลังโดยอีกฝ่ายล่อลวงไปยังที่ที่เธอไม่รู้ว่าที่ไหน“แล้วที่ไหนล่ะ?”
ฮาลอนถอยหลังไปเล็กน้อยก่อนจะเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ก่อนจะอ้าแขนกว้างจนรอบข้างแปลงเปลี่ยนเป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่งเธอรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้โคลอสเซียมแต่เป็นของที่นี่หนึ่งที่ไม่ใช่ค่ายฮาล์ฟบลัด
“จงมาหาข้าที่นี่แล้วข้าจะบอกให้ว่าใครกำลังรอให้เจ้ากับน้องสาวต้องตาย”
โพรทาเลียมองสถานที่ตรงหน้าเธอก้มหน้ามองบนพร้อมกับสีหน้าไม่ชอบใจ“เขาโอลิมปัส...”
จบตอนที่ 131 โปรดติดตามตอนที่ 132ต่อไป