บทที่ 17 หม่าหนิวพี
ภายใต้การเฝ้าดูของทั้งสี่คน กองทหารเคลื่อนพลขึ้นสู่ยอดเขาอย่างเป็ระเบียบ และเป็ไปตามที่หัวหน้าใหญ่คาดการณ์เอาไว้ ไม่มีกลุ่มคนซุ่มโจมตีเลยแม้แต่คนเดียว เหล่าทหารจึงบุกมาถึงยอดเขาได้อย่างราบรื่น
กองทหารใกล้จะถึงค่ายโจรหนิวพีแล้ว เหล่าโจรจึงพากันออกมาต้านทานอย่างรีบร้อน นำโดยชายร่างกำยำคนหนึ่ง
ชายร่างกำยำมีหนวดเครารุงรัง มือถือดาบด้ามยาว และนำลูกน้องไปประจำอยู่ที่หน้าประตูค่ายโจรพร้ะโกนเสียงดังลั่นว่า
“ข้าคือหม่าหนิวพีแห่งูเาหนิวพี เ้าพวกแมลงสาบและหนูถ่อย กล้าดียังไงถึงมามาบุกรุกค่ายของข้า!”
เสียงของเขาดังมาก จนเนี่ยเฉินและอีกสามคนที่อยู่ห่างออกไปอีกยอดเขาหนึ่งได้ยินอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นหม่าหนิวพี เนี่ยเฉินก็อดนึกถึงแม่ทัพผานเฟิง*[1]ไม่ได้
ช่างเหมือนกันราวกับหล่อออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน
แน่นอนว่านายพันหวังไม่คิดจะเสียเวลาพูดจาอะไรกับโจร การปราบปรามโจรเป็หน้าที่อันชอบธรรมของทหาร แล้วเหตุใดต้องเสียเวลาพูดจากับพวกมันด้วย
นายพันหวังโบกมือ พลธนูด้านหลังยกธนูขึ้นพร้อมกัน และปล่อยฝนธนูพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรทันที
ลูกธนูระลอกนี้ไม่ใช่ธรรมดา มันปลิดชีวิตโจรไปหลายสิบคน หม่าหนิวพลันพีโกรธจัด พร้อมกวัดแกว่งดาบใหญ่พุ่งเข้าใส่
"บุก!"
นายพันหวังเปล่งเสียงคำราม ทหารทั้งหลายพลันบุกตะลุยเข้าไปเข่นฆ่าโจรร้ายแห่งูเาหนิวพี
เหล่าทหารมีอาวุธครบมือ ฉะนั้นเหล่าโจรจะต้านทานได้อย่างไร เมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกัน กลุ่มโจรก็ถูกฆ่าฟันจนล้มตายเป็ใบไม้ร่วง
มีเพียงหัวหน้ากลุ่มโจรอย่างหม่าหนิวพีเท่านั้นที่พอจะสู้ได้
หม่าหนิวพีกวัดแกว่งดาบใหญ่บุกตะลุยเข้าไปในกลุ่มทหาร เขาฟาดฟันดาบไปทั่ว และไม่มีทหารคนใดสามารถต้านทานได้แม้แต่น้อย
ภายใต้การนำของเขา เหล่าโจรต่างฮึกเหิมและบุกเข้าไปโจมตีอย่างไม่กลัวตาย จนต้านทานการบุกของทหารเอาไว้ได้
ทันใดนั้นทหารอีกสองร้อยนายจากอีกเส้นทางหนึ่งก็มาถึง พวกเขาเห็นทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอยู่ จึงอ้อมไปทางด้านหลังของกลุ่มโจร แล้วล้อมพวกมันเอาไว้ทุกด้าน
การต่อสู้ที่ดุเดือดจึงเริ่มขึ้น
เนี่ยเฉินถอนหายใจและกล่าว ขณะเฝ้าดูการต่อสู้บนยอดเขาฝั่งตรงข้าม
"หัวหน้าใหญ่ ดูเหมือนคราวนี้กองกำลังของทางการจะไม่ธรรมดา พวกเขาไม่ใช่ทหารที่เอาแต่กินเงินเดือนหลวง กินเหล้า และเล่นไพ่อย่างที่เคยเจอมา"
"นั่นเป็เื่ธรรมดา ที่นี่เป็เขตชายแดน แม้เ้าเมืองจะโลภมากและโง่เขลาเพียงใด แต่เขาก็ไม่กล้าเอาชีวิตตนเองเข้ามาเสี่ยงหรอก อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้ทั่วแผ่นดินเกิดความวุ่นวาย ใครมีทหารในมือถือเป็าา จึงไม่มีใครกล้าละเลยเื่ทางการทหารหรอก"
"หัวหน้าใหญ่ ข้าหมายความว่าพวกเราค่ายชิงเฟิง ต้องเตรียมกำลังพลและอาวุธแล้ว"
เนี่ยเฉินกล่าวอย่างจริงจัง
"อำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ถึงกับสามารถฝึกฝนทหารที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้ขึ้นมาได้ ดังนั้นต่อไปเมื่อพวกเราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ย่อมต้องดึงดูดศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามาอย่างแน่นอน
อีกทั้งการที่พวกเราอาศัยูเาหนิวพีเพื่อปิดบังข่าวของข้า และปิดบังข่าวการสังหารหลิวชง ก็เป็เพียงการจัดการชั่วคราวเท่านั้น
สุดท้ายแล้วไฟย่อมไม่อาจซ่อนไว้ใต้กระดาษได้ ตระกูลหลิวต้องรู้เื่ในไม่ช้าก็เร็ว
และเมื่อถึงเวลานั้น ผู้ที่จะถูกโจมตีก็คือพวกเราค่ายชิงเฟิง
ตอนนี้ภายในค่ายชิงเฟิงมีคนเพียงสามร้อยกว่า ถ้าจะกินนอนรอความตาย หรือออกปล้นสะดมบ้างก็นับว่าเพียงพอ
แต่ตอนนี้พวกเราต้อขุดเหมือง วางกับดัก สร้างกำแพงค่าย ขยายโรงตีเหล็กและห้องตีดาบ อีกทั้งยังต้องฝึกฝนคนเพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการรบ เื่เหล่านี้ล้วนเป็สิ่งที่ต้องรีบทำโดยด่วน
ต่อไปธุรกิจของเราจะต้องเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ พื้นที่และอุปกรณ์ที่้าก็จะมากขึ้น และพวกเราก็จำเป็ต้องมีทหารชั้นยอดและแม่ทัพผู้เก่งกาจ เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติของตัวเอง เื่เหล่านี้หัวหน้าใหญ่ต้องพิจารณานะขอรับ"
คำพูดของเนี่ยเฉินทำให้หัวหน้าใหญ่พยักหน้ารับเป็ระยะ ส่วนเวิงชิวฉานที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะมองไปทางอีกฝ่าย นางไม่คิดว่าเนี่ยเฉินจะคิดรอบคอบถึงเพียงนี้
ตอนนี้เขากำลังพูดคุยเื่สำคัญอย่างจริงจัง ต่างกับเมื่อวานที่ลวนลามนางเหมือนคนเสเพล ราวกับเป็คนละคน
“สิ่งที่เ้าพูดล้วนเป็ปัญหาที่ต้องแก้ไขทั้งสิ้น ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่ามีเหมือง และไม่มีทักษะการตีดาบของเ้า ค่ายโจรจึงรับคนแค่นี้ เพราะถ้ามีคนมากกว่านี้ก็เลี้ยงไม่ไหวจริง ๆ ทว่าขณะนี้มีเหมืองและทักษะในการสร้างอาวุธแล้ว จึงจำเป็ต้องรับคนเพิ่ม"
หัวหน้าใหญ่ขมวดคิ้ว เขาพยายามครุ่นคิดหาวิธีการ
“หัวหน้าใหญ่ ข้ามีความคิดเช่นนี้ พี่น้องสามร้อยคนในค่ายโจรขึ้นเขามานานแล้ว ถือว่าเป็โจรที่แท้จริง ทั้งยังจงรักภักดีต่อพวกเรา และกล้าสังหารผู้อื่น
หากให้พวกเขาไปขุดเหมืองก็นับว่าเป็การสิ้นเปลืองเกินไป จึงควรให้พวกเขากลับมา แจกอาวุธ แจกธนู และฝึกฝนให้ดี พร้อมกันนั้นกำแพงค่ายก็ต้องเปลี่ยนเป็หิน หัวหน้าใหญ่ ท่านเคยเป็แม่ทัพ ย่อมรู้ว่าจะสร้างกำแพงเมืองอย่างไรให้ป้องกันง่ายแต่โจมตียาก
เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะสร้างหน้าไม้ทลายเมืองขึ้นมา แล้วติดตั้งไว้บนกำแพงค่าย ไม่ว่าจะมีศัตรูมากมายเพียงใดก็สามารถยิงพวกมันจนร่างทะลุได้”
“เช่นนั้นจะไม่ขุดแร่อีกแล้วหรือ?”
“ต้องขุดสิ ขุดแน่นอน แต่พวกเราสามารถหาแรงงานจากที่อื่นได้
ในอาณาเขตค่ายของพวกเรามีหมู่บ้านอยู่มากมาย ชาวบ้านเหล่านี้ทนทุกข์กับภาษีที่หนักหนามานานแล้ว และมักจะไม่มีอาหารให้กินจนอิ่มท้อง ทั้งยังต้องทนรับการปล้นสะดมจากโจร ชีวิตลำบากจนแทบอยู่ต่อไม่ไหว
พวกเราสามารถให้คนหนุ่มแข็งแรงมาขุดเหมือง พร้อมให้ค่าแรงวันละสิบอีแปะ และยังมีอาหารให้ด้วย ด้วยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจทำ”
ขณะนี้ภายในค่ายมีเงินห้าพันตำลึงที่ได้มาจากตระกูลหลิว มันเพียงพอจะซื้ออาหารจำนวนมากเพื่อเลี้ยงดูผู้คน ด้วยเหตุนี้เนี่ยเฉินจึงตัดสินใจรับคนจากภายนอก
“ใช้คนจากหมู่บ้านหรือ? ถ้าพวกเขาแพร่งพรายความลับออกไปเล่าจะทำอย่างไร?”
หัวหน้าใหญ่ถาม
“ง่ายมาก บอกพวกเขาว่าหากคนใดเปิดเผยความลับก็จะสังหารทิ้งทั้งหมู่บ้าน ทว่าหากทำงานอย่างซื่อสัตย์ พวกเขาก็จะมีอาหารกินและมีเงินใช้ ถ้าทำเช่นนี้พวกเขาก็จะรู้เองว่าควรทำอย่างไร พวกเราเป็โจร จำเป็ต้องใช้กลยุทธ์ที่โเี้บ้าง”
หัวหน้าใหญ่ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วผงกศีรษะ พร้อมกล่าวว่า
"ดี เช่นนั้นก็เปรียบได้กับการสร้างบุญกุศลให้กับชาวบ้าน ทำให้ราษฎรส่วนหนึ่งได้อิ่มท้อง ไม่เสียแรงที่ได้รับการฝากฝังมาจากท่านอ๋อง"
"ท่านอ๋อง?"
เนี่ยเฉินมองหัวหน้าใหญ่ด้วยความสงสัย
สีหน้าหัวหน้าใหญ่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ไม่มีอะไร ข้าพูดผิดไป”
อ้อ ที่แท้แม่ทัพเวิงผู้นี้ก็เคยติดตามหนึ่งในสี่อ๋องมาก่อน และดูท่าทางแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองคงไม่ธรรมดา
แต่เหตุใดจึงตกอับจนกลายมาเป็โจรเช่นนี้?
"เอาละ หัวหน้าใหญ่ เื่นี้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มจัดการ พวกเราต้องใช้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบา ทำให้ชาวบ้านเกรงกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องซาบซึ้งในบุญคุณของพวกเรา ทำให้พวกเขาขาดเราไม่ได้ เช่นนั้นใจของพวกเขาย่อมอยู่ข้างพวกเรา"
ขณะพูดคุยกันอยู่นั้น การต่อสู้บนยอดเขาก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
โจรบนูเาหนิวพีนั้นเป็เพียงโจรกระจอกที่ชอบดื่มเหล้าและรังแกชาวบ้าน แต่เมื่อต้องเผชิญกับกองทัพที่แท้จริงก็เป็ได้เพียงฝุ่นละออง ภายใต้การปิดล้อมของกองทหาร เหล่าโจรจึงพ่ายแพ้และล้มตายในไม่ช้า
ในที่สุดหม่าหนิวพีก็ต้านทานไม่ไหวและล่าถอยกลับเข้าไปในค่าย แต่เหล่าทหารก็บุกเข้าไปในค่ายได้อย่างรวดเร็ว
จากนั้นการต่อสู้ในค่ายก็เริ่มต้นขึ้น พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้อีกต่อไป
“ไปกันเถิด ไม่มีอะไรให้ดูแล้ว หม่าหนิวพีผู้นี้ต้องตายอย่างแน่นอน”
หัวหน้าใหญ่มองไปยังยอดเขาฝั่งตรงข้ามอย่างเ็า แล้วหันหลังขึ้นม้า นำพวกของตนจากไป
[1] แม่ทัพผานเฟิง เป็ตัวละครในนวนิยายเื่ สามก๊ก ผานเฟิงเป็แม่ทัพที่รับใช้ตั๋งโต๊ะ เขาปรากฏตัวเมื่ออาสาไปปราบลิโป้ แต่ถูกลิโป้ฆ่าตายในทันที บทบาทของเขาในนวนิยายนี้มีน้อยและไม่ได้มีความสำคัญในเนื้อเื่หลักมากนัก