เถ้าแก่เมิ่งเพียงได้ยินคำแซ่" เจียง " สมองพลันโล่งแจ่มใสขึ้นมาเขาพยายามทบทวนความคิดเป็คุณชายเจียงเฉิงเซ่อจอมอื้อฉาวที่เพิ่งมาควบคุมดูแลหมู่ตึกหมื่นมงคลของพรรคเก้าฟ้าทระนงในตัวเมืองมณฑลใหญ่ประจิมเมื่อเดือนก่อนนั่นเองฟังว่าคุณชายเจียงเฉิงเซ่อผู้นี้เพียงหนึ่งเดือนที่มาอยู่ถึงกลับฉุดคร่าสตรีมาเป็เบี้ยหนี้พนันของหมู่ตึกหมื่นมงคล
ถึงห้าหกคนแล้ว
เถ้าแก่เมิ่งจมูกย่นในใจ ‘ หมื่นมงคลอันใด หมื่นอบายมุขไม่ว่า มอมเมาชาวบ้านยังมีหน้ามาตั้งเสียสวยหรู ’ ในใจแม้ลอบกัดแต่ใบหน้ากลับอุ่นหนาฝาคั่งด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
เขายิ้มมองดูร่างอันผอมบางของเจียงเฉิงเซ่อเถ้าแก่เมิ่งรีบโค้งหัวจนไม่อาจโค้งได้มากกว่านี้ได้แล้ว
ชายฉกรรจ์ที่มากับเจียงเฉิงเซ่อที่มีตำแหน่งเป็รองหัวหน้าหมู่ตึกหมื่นมงคลเห็นเถ้าแก่เมิ่งที่โค้งจนตัวเป็กุ้งร้องขึ้น
" พอๆๆ! "
หูเฉินโบกมือตัดบท
“โค้งนั้นเถ้าแก่กองไว้ก่อนอย่างได้ลีลาให้มากคุณชายเจียงของเราหิวยิ่ง จัดโต๊ะสุราอาหารให้โดยไว”
ก่อนที่เถ้าแก่เมิ่งจะพุ่งไปจัดโต๊ะพลันสายตาเจียงเฉิงเซ่อขยิบให้หวังหมินผู้ติดตามอีกคนของเขา
เพียงสบตาก็รู้ใจดังสุภาษิตว่า‘นายว่าขี้ข้าพลอย’ หวังหมินเมื่อเห็นผู้เป็นายขยิบตาแสดงว่าอาการปูร้อยขาปลา(หมึก)พันมือของคุณชายเจียงกำเริบขึ้นเขารีบยกมือขึ้นห้ามปรามเถ้าแก่เมิ่ง
“ ด้านล่างนี้วุ่นวายยิ่ง!คุณชายเจียงของเรา้าที่อันเป็ส่วนตัว…”
สตรีที่ถูกฉุดคร่ามาคล้ายรู้ว่าเป็เื่ราวใดนางพลันร้องขึ้น
“ เถ้าแก่ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย”
นางล้มคุกเข่าลงอ้อนวอนมองมายังเถ้าแก่เมิ่ง
เถ้าแก่เมิ่งเพียงส่งสายตามองนางยังไม่กล้าเขาเป็เพียงเถ้าแก่ร้านหากินไปวันๆมีอะไรจะช่วยนางได้เสียงร้องของสตรีที่ถูกเจียงเฉิงเซ่อฉุดมา เขาจึงผินหน้าไปทางอื่นแกล้งทำเป็พิการหูหนวกตาบอดทันควัน
สตรีนางนั้นเมื่อไม่เห็นผู้ใดจะช่วยเหลือนางได้จึง หันมาทางเจียงเฉิงเซ่อส่งเสียงอ้อนวอนขึ้น
“ คุณชายเจียงโปรดเมตตาถังเอิน ” นางน้ำตาไหลอาบลงข้างแก้ม โขกศีรษะแทบเท้าเจียงเฉิงเซ่อ
“ ถังเอิน รับปากคุณชาย "
" ขอเวลาถังเอินอีกหนึ่งเดือนจะหาเงินที่บิดาค้างมาให้ คุณชายโปรดเมตตาด้วยเถอะ ”
จากที่นางร่ำร้องจนน้ำตาไหลอาบแสดงแน่ชัดว่าสตรีนามถังเอินถึงกลับถูกฉุดคร่ามาเนื่องจากบิดาของนางไม่มีเงินชำระหนี้ให้เจียงเฉิงเซ่อแม้นบิดานางจะติดการพนัน สุราเมรัย เมื่อเมามายถึงขั้นลงมือทุบตีนางอย่างรุนแรงนางยังจะหาทางใช้หนี้พนันให้เขา
เจียงเฉิงเซ่อไหนเลย้าเงินของนาง เขาเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของเจียงหลันเซ่อประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนงพรรคที่รวบรวมคนพิการเก้าประการทั้งแผ่นดินตั้งเป็พรรคเก้าฟ้าทระนงขึ้นมา
กิจการที่สำคัญยิ่งของพรรคเก้าฟ้าทระนงคือหมู่ตึกหมื่นมงคลที่เป็บ่อนการพนันและที่พักที่เปิดไม่มีเวลาปิดตั้งกระจายในห้ามณฑลใหญ่โดยเฉพาะสาขาใหญ่ที่สุดที่อยู่ในมณฑลใหญ่ภาคกลางซึ่งล่ำลือว่าปาน์บนดินของเหล่าผีพนัน
ส่วนสาขามณฑลใหญ่ประจิมกิจการดียิ่งจนมาเปิดสาขาเพิ่มอย่าเห็นว่าเป็พรรคของคนพิการกิจการร้านค้าต่างๆหนึ่งในสิบของมณฑลใหญ่ประจิมนี้กลับเป็ของพรรคเก้าฟ้าทระนงส่วนร้านค้าน้อยใหญ่กลับต้องจ่ายค่าคุ้มครองให้แก่พรรคเก้าทระนงแห่งนี้
ระหว่างจับหญิงสาวเหล่านี้เป็ตัวประกันหนี้เจียงเฉิงเซ่อก็จะถือโอกาสจะทำตัวเป็ปูร้อยขาปลาพันมือหาโอกาสกับสตรีเหล่านี้
เจียงเฉิงเซ่อพลันตวาดเยาะเย้ยขึ้นว่า
" หึ! มีใครเอามีดพาดคอบิดาเ้าบังคับให้มาบ่อนพนันเรา แต่พอเล่นเสียกลับติดหนี้ไม่ชำระเงิน "เขาหยุดมองถังเอินแล้วพลันฉุดรั้งสตรีนามถังเอินขึ้นมามองไล้ไปทั่วร่างที่เย้ายวนของนาง
"แต่หากเ้าปรนนิบัติเราคุณชายเจียงเฉิงเซ่อได้ถูกใจก็มีทางลดหนี้สินนี้ลงมาได้ ฮ่าฮ่า"
หูเฉินที่อยู่ด้านข้างมองซ้ายมองขวารู้สึกด้านล่างนี้ไม่เหมาะนัก จึงพูดขัดจังหวะขึ้นว่า
“ คุณชายเจียง เชิญ้าดีกว่าขอรับ ” กล่าวเสร็จเขาก็รีบนำขึ้นไป
เถ้าแก่เมิ่งเห็นเช่นนั้นรีบร่ำร้องขึ้นว่า
“ ไม่ได้ ๆ ขอรับคุณชายเจียงมีคนผู้หนึ่งอยู่้า ”
หวังหมินที่อยู่ด้านหลังเห็นความโง่งมของเถ้าแก่เมิ่งร้องขึ้นมา
“หรือเ้าไม่รู้จักทำให้ว่างไปรีบเรียกมันลงมา!!”
เถ้าแก่เมิ่งจึงรีบวิ่งขึ้นไป้าชั้นสองของร้านจนแทบลื่นล้มตกลงมา
บนชั้นสองที่อยู่้าของร้านอาหารเหลือเพียงชายชราชุดดำที่ยังนั่งชมใบไผ่ที่ปลิวไสว เคล้าสุราเช่นเดิม เสียง“เอ๊ะ!”ที่ดังขึ้นตอนประกายสีเขียวมรกตปรากฏบนร่างมารคลุ้มคลั่งก็เป็เสียงที่เปล่งออกจากปากของชายชราชุดดำผู้นี้เอง
พอเถ้าแก่เมิ่งย่ำเท้าไปถึงก็โชว์ยิ้มอัปลักษณ์ ส่งเสียงอ้อมแอ้มขึ้นว่า
“แฮะ..แฮะ ผู้าุโท่านนี้ชั้นบนเราถูกเหมาแล้ว จะปิดร้านแล้วขอรับ”
บนชั้นสองนี้เหลือชายชราชุดดำเพียงคนเดียวแต่เขาคล้ายไม่ได้ยินที่เถ้าแก่เมิ่งพูดแม้แต่น้อย
เถ้าแก่เมิ่งจึงส่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิม
“ ร้านอาหารเราปิดแล้ว เชิญท่านผู้าุโมาดื่มกินวันหลังขอรับ ”
มือกุมประสานกันก้มศีรษะโค้งตัวงอเป็กุ้งจนเป็นิสัย
ชายชราชุดสีดำที่นั่งเฉยอายุอย่างบ่งบอกว่ากี่รอบแล้ว หน้าตอบแต่หน้าผากกว้างคางแหลมเครายาว ด้านหลังสะพายดาบฝักสีแดงสดขนาดใหญ่สะดุดตาโกร่งดาบที่มองเห็นเป็ลวดลายัคาบแก้วอัญมณีสีแดงสะดุดตายิ่งเล่มหนึ่งนอกจากท่าทางที่เ็าเฉื่อยเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขาแล้วกลับไม่มีอันใดให้สะดุดตาอีก
แม้จะมีเสียงของเถ้าแก่เมิ่งที่ดังยิ่งและพวกของเจียงเฉิงเซ่อที่ตามติดขึ้นมาพร้อมแม่นางถังเอินที่ถูกฉุดคร่าอีกรวมเป็หกคนเขากลับไม่สนใจยังหยิบถ้วยสุราขึ้นจิบดื่มมองไปภายนอกคล้ายใบไผ่ที่ลมพัดไหวปลิวเป็ที่น่าสนใจสำหรับเขายิ่งกว่าห้าหกคนนี้เสียอีก
“นี้!...คุณชายเจียง…บุตรชายของท่านประมุขพรรคเก้าฟ้าทระนง”
เสียงของหูเฉินเน้นดังขึ้น หวังว่าจะได้เห็นความแตกตื่นของชายชราชุดดำ
หูเฉินคิดว่าที่ชายชราชุดดำผู้นี้ยังคงนั่งนิ่งสบายใจเฉิบอยู่เพราะยังไม่รู้ว่าผู้มาเป็ใคร หากมันได้ยินนาม ‘คุณชายเจียง’แม้ชายชราชุดดำนี้ไม่ใจนะโหน้าต่างลงจากชั้นสองไปก็ต้องแทบวิ่งลอดขาพวกมันออกไปแทบไม่ทัน
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือชายชราชุดดำผู้นี้ยังคงนิ่งเฉยอยู่คล้ายมันดื่มสุราชมวิวในบ้านของมัน ซึ่งเป็การกระทำที่นับว่าโง่เง่าเบาปัญญาที่สุดในความเข้าใจของหูเฉิน
“ที่นี้ คุณชายเจียงของเราเหมาหมดแล้ว เชิญท่านออกจากร้าน” เสียงที่เริ่มหมดความอดทนของหูเฉินดังขึ้นอีกเขาเริ่มสงสัยว่าหากชายชราชุดดำผู้นี้หูไม่หนวก สมองมันต้องมีปัญหาแน่นอน
แต่ชายชราชุดดำกลับกล่าวอย่างไม่ปราณีปราศรัยขึ้นว่า
“ ใบไผ่พลิ้วไหว สุราเลิศรสแต่กลับมีแมงสาบหัวหักกับสวะสี่ตัวทำให้บรรยากาศอันน่ารื่นรมย์เสียลงได้ ”
ชายชราชุดดำกล่าวเสร็จเขาหันมามองกลุ่มคนที่เขามองว่าเป็แมงสาบหัวหักกับสวะที่ฉุดคร่าสตรีที่มาทำลายบรรยากาศการดื่มสุราของเขา
“ ไสหัวไปอย่าได้ทำเื่อุบาทว์ต่อหน้าเราทำสุรารสชาติดีจอกนี้ให้เฝื่อนไป ”
เขากล่าวเสร็จกลับสาดเทสุราที่จะจิบทิ้งลงหน้าต่างไปนับว่าเป็การตบหน้าพวกของคุณชายเจียงเฉิงเซ่อไปฉาดใหญ่
เจียงเฉิงเซ่อแค่นเสียงหัวเราะขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า..เฒ่านี้กลับรนหาที่ตาย ”
สตรีนามถังเอินเห็นชายชราชุดดำกล้าด่าทอคนพวกนี้กลัวเขาจะเป็อันตรายขึ้นมานางจึงร้องเตือนเขาว่า
“ท่านผู้าุโ ท่านได้โปรดออกจากร้านนี้ไปเถิดไม่เช่นนั้น…คนเหล่านี้ดุร้ายยิ่ง”
แม้นางอยู่ในสภาพย่ำแย่ยังมีกะใจห่วงใยผู้อื่นคราบน้ำตาที่แห้งยังติดให้เห็นบนแก้มทั้งสองข้างของนาง
ประกายวูบหนึ่งปรากฏในดวงตาของชายชราชุดดำแต่เขายังส่งสายตาอันเ็าออกมาคล้ายไม่สนใจสิ่งใด ก่อนจะหันไปหยิบถ้วยสุรามาจิบมองไปภายนอกดุจเดิม
ชายอีกคนหนึ่งที่ติดตามมากับคุณชายเจียงเฉิงเซ่อที่ชื่อ" เติ้งชุ่น " นิสัยเหี้ยมเกรียมโดยสันดานอดทนไม่ได้ เขาเดินย่างสามขุมไปยังชายชราชุดดำที่นั่งอยู่หวังลากมันโยนลงไปจากชั้นสอง
“ช่าง!ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเป็เช่นดะ..” เติ้งชุ่นเพิ่งกล่าวยังไม่จบประโยค และไม่คิดว่า..นี้จะเป็คำพูดประโยคสุดท้ายในชีวิตของมัน
เพียงที่มันยื่นมือจะไปแตะัับ่าของชายชราชุดดำคล้ายมีลมพัดเข้ามาวูบหนึ่ง
ฟ้าวววววววววว
มีเสียงดังตามมา
ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บตุ้บ กึก กัก กึก กัก
ก่อนหน้านั้นเติ้งชุ่นมีความรู้สึกเย็บวูบแล่นไปทั่วร่างลำตัวหลังจากนั้นความรู้สึกเจ็บแปล๊บเกิดขึ้นเพียงเศษเสี้ยววินาที เรือนร่างก็เบาหวิวสบายความรู้สึกทุกอย่างก็วูบลง
สายลมวูบหนึ่งกลับเป็ประกายเย็นเยียบที่พวยพุ่งออกจากดาบตัดฟ้าในมือของมารเก้าบิน
ปรากฏบนพื้นมีั์ตาสองดวงของเขากลิ้งกลมอยู่และใบหูคู่หนึ่งพุ่งบินเริงร่าตกไปนอกร้านท่อนแขนขาร่างลำตัวและศีรษะของเขาหลุดขาดตกกองบนพื้นร้านปานฟันน้ำนมที่ร่วงหลุดเืของเติ้งชุ่นกระจายนองชะโลมเต็มพื้น บ้างกระเซ็นจับไปตามโต๊ะที่นั่ง บ้างกระเซ็นไปจับขื่อคานและขอบหน้าต่างร่างลำตัวที่อวัยวะภายในยังเดือดบุดหัวใจเต้นอยู่ยุบยับขับเืออกมาเป็ฟองฟอดอาบย้อมพื้นร้านของเถ้าแก่เมิ่งด้วยโลหิตจนแดงฉานอย่างต่อเนื่อง
มือของชายชราชุดดำละจากด้ามดาบไม่มีผู้ใดเห็นเขาชักดาบเมื่อใด
“กรี้ดดดดด!! อุ๊บบบ”ถังเอินกรีดร้องออกมา
มืออันสั่นเทาของนางยกปิดที่ปากตนเองอย่างไม่รู้ตัวไหนเลยนางจะเคยเห็นภาพอันสยดสยองที่คนผู้หนึ่งถูกตัดศีรษะแขนขาใบหูและคว้านดวงตาออกมาเช่นนี้
.......................................