ตอนที่2
ในขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้างานพิธีด้วยร่างกายที่สกปรกมอมเเมมไปด้วยโคลน ก็คิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี เ้าบ้าพวกนั้นก็จะมองอะไรกันนักหนา เเค่คนตกลงไปในเเอ่งโคลน บ้าเอย เดียร์ก็มองมาที่เราด้วยหรอ หน้าอายชมัด ถ้าใช้เวทน้ำได้ของเเค่นี้ก็จัดการได้ในพริบตาเเล้วเเท้ๆเชียว ต้องเข้าพิธีทั้งโคลนเเบบนี้ หน้าสมเพชที่สุดเลยวะ
"เอาหละ ผู้เข้าพิธีทั้งหลายโปรดมารวมตัวที่ลานกว้าง" ชายสวมชุดเกราะสีเงินเงาวับยืนอยู่กลางลานกว้าง
ชิบหายเเล้ว ทำไงกับโคลนบ้านี้ดีวะเนีย อย่างน้อยขอน้ำล้างซักนิดก็ยังดี หรือจะตัดใจไม่ต้องเข้าพิธีไปเลย ก็ไม่มีอะไรให้เเสดงอยู่เเล้วนี่ เเต่มันก็คือโอกาษให้ได้ทดสอบพลังเวทนะ บ้าเอ้ย เเค่โคลนเปือนตัวเเค่นี้ เข้าพิธีทั้งที่ตัวเละเทะเเบบนี้เเหละ จะมีอะไรให้เสียอีกเล่า
หน้ากองไฟขนาดใหญ่ ซึ่งถูกเรียกว่าเปลวเพลิงเเห่ง อับราฮับ กองไฟเเห่งอับราฮัม หรือ เเสงเเห่งอับราฮัม ถูกเรียกด้วยหลายๆชื่อ อับราฮัมคือ ชื่อของผู้สังหารดิวายที่โหดร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เเห่งเมืองศิราริส ซึ่งชื่อศิราริสนี้ก็มาจากชื้อของปีศาจดิวายตนนั้นด้วย ตำนานเล่าว่าอับราฮัมได้นำเศษซากเเละโครงกระดูกของศิราริสมาเผาเพื่อทำลาย เเต่จนเวลาผ่านไป 5000ปี ไฟที่เผาเศษซากเเละโครงกระดูกนั้นก็ยังไม่มอดดับ
พูดถึง เฟอร์ดินาน ชายที่อยู่ตรงนั้น กลางลานกว้าง เขาทำให้ผมทึ่งสุดๆ จนลืมคิดเื่โคลนไปเลย หรือเขามีปอดที่ทรงพลังมากก็ไม่รู้นะ สิ่งที่ทำให้ผมเเปลกใจคือเสียงก้องกังวาลดังไปไกลอย่างไม่หน้าเชื่อ จากการเปล่งเสียงด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ผมคิดว่าเสียงหน้าจะไปถึงคอกสัตว์ที่ผมเดินผ่านมาราวๆ 500 เมตร เขาทำได้ไงนะ
"อ้าว เเกไปเล่นโคลนที่ใหนมาวะเนีย 555" มินเดินหัวเราะร่าเข้ามาทักทาย มีนคือชายที่ตัวสูงผิวสีเเทนผอมๆ เดินคอโก่งๆ พกขวดน้ำที่ทำจากไม้ไผของหายากของที่นี่ เหนบอยู่รอบเอว ไม่รู้ว่าคือไผ่จริงๆหรือมันเเค่โกหก ขอเรียกเเทนสรรพนามว่า "มัน"ก็เเล้วกันนะ ไอ่นี่มันกวนส้นตีนที่สุดในหมู่คนที่ผมเคยรู้จักมาเลยหละ อย่าให้มันรู้เเล้วกันว่าผมโดนอะไรซวยๆมา มันจะล้อเลียนผมทุกครั้งที่เจอหน้า มิหนำซ้ำยังไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้อิก พูดเเล้วก็อยากตั้นหน้ามันซักหมัด
มีครั้งหนึ่ง น้องสาวของผมถูกรังเเก ผมเข้าไปช่วยอย่างไม่คิดชีวิต ผลก็รู้ๆกัน น้องผมปลอดภัยดี เจ็บเเขนนิดหน่อย เธอเเค่โดนดึงเเขน ส่วนผม ก็เจ็บหนัก ทั้งหมัดทั้งเข่า เเถมโดนฉี่ใส่อีกต่างหาก เื่ถึงหูมีน สรุปก็คือ มันไปป่าวประกาศ ว่าผมชอบให้คนรุ่มฉี่ใส่ ทำไปทำมาเื่ที่ผมโดนฉี่ใส่ก็ดังกระหึ่ม มันทำไปทำไมวะผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมบอกเเล้วว่ามันกวนตีนสุดๆ เเต่เื่ไม่คาดคิดที่ผมรู้มาภายหลังจากปากของไอเเวนก็คือ มีนรู้เื่ที่ผมโดนเล่นงานมาก็ฟิวส์ขาดหนักเลย เขาไปเล่นงานเ้านั่นถึงถิ่นจนปางตาย "กับคนที่ไม่มีทางสู้ละเก่งนัก" มันพูดเเบบนั้น ไอเเวนบอก…
"ได้ขาวจากไอเเวนมาเเล้วเเหละ เเกนี่มันโง่จิงๆวะอาร์เทอร์5555" ทำไมมีนถึงต้องกวนตีนทุกครั้งที่เจอหน้าผม ผมไม่เข้าใจจริงๆ ผมไม่ได้พูดอะไร ตอบกลับไป เเต่ว่าทำไมไอเดวนถึงปากสว่างตลอดเลยฟระ ไม่เข้าใจเลย " ทุกคนนดูเ้านี้สิมันชอบเล่นโคลน 555"มีนะโ "ทำบ้าอะไรวะมีน" ผมรีบเอามือที่เปื่อนโคลนอุดปากมัน" เ้าบ้าเอย ทำอะไรของเเหวะ สกปรก" มีนหยิบขวดน้ำขึ้นมาล้างหน้าเเละปากที่เต็มไปด้วยโคลนของเขาเอง เขาสาดน้ำเข้ามาที่ผม
"นี้เเน่ อย่างนายโดนเเค่โคลนไม่พอรอกเฟรย"
"ทำอะไรวะ" ผมะโถาม
"อยู่เฉยๆสิฟระ"
"เเค่นี้ก็เละพอเเล้ว จะเเกล้งฉันไปถึงใหนเนีย"ผมพูด พยามปัดป้อง
มีนสะบัดมือ โคลนที่ผสมน้ำก็หลุดออก เเละลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เสี้อผ้าเเละร่างกายกลับมาสะอาดอีกครั้ง เเละเขาก็โยนก้อนโคลนทิ้งไป
"ทุกคน เงียบเสียง"เฟอร์ดินานประกาศด้วยเสียงที่ดังก้อง กับใบหน้าที่เรียบเฉย ผมก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมถึงเสียงดังได้ขนาดนั้น
"อ้าว สวะ เสื้อผ้าสะอาดเเล้วนิ"ทอมที่กำลังเข้าเเถว
"ว่าไงนะ ทอม"มีนรีบพูดก่อนที่ผมจะพูดอะไร การถามขึ้นเเบบนั้นทำให้ทอมหุบยิ้มทันที
"ป่าว เเค่มาทักทายเฉยๆ…นายก็ระวังตัวให้ดีเถอะ มีน" ทอมส่งสานตาเยือกเย็นมาที่ผม
"ว่าไงนะ"มีนขมวดคิ้ว จ้องไปทีทอม
"ฉันบอกให้ เงียบ…"ปรากฎเสียงก้องกังวาลไปทั่ว เหมือนรุ้สึกถึงเสียงวิ้งๆที่หู เหมือนถูกสะกดด้วยเสียงที่กังวาน ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บเเปลบที่ลำคอจนต้องไอออกมาเเละไม่สามารถเปล่งเสียงได้ ไม่ใช่เเค่ผม เเต่ทุกคนในบริเวณนั้นก็ไอออกมา ทุกคนต่างมองหน้ากัน เเต่ไม่สามารถพูดออกมาได้
"เอาหละฟัง จงให้เกียรติเเต่เปลวเพลิงในตำนาน เอาหละอาจารเอวิล รบกวนกล่าวอะไรนิดหนึ่งครับอาจารย์"
ผมเเละทุกคนเริ่มกลับมาพูดได้อีกครั้ง ต่างคนต่างเดินกลับไปเข้าเเถว ผมรู้สึกขอบคุณมีนมากในขณะนั้นเเต่ไม่สามารถพูดอะไรได้ ก็เเยกย้ายไปเข้าเเถว
ที่ผมรู้มานะอาจารเอวิล เป็อาจารย์ของคริส เเละเป็ปู่เเท้ๆของเขาด้วยเช่นกัน อาจารณ์เเกเป็หัวหน้าสมาคมเรนเจอร์เเห่งเซนเตอร์คร่ำครึ ถือว่าเส้นสายใหญ่โตพอสมควรเลยหละ ก็ในเเถบนี้อะนะ ถ้าพูดเื่เทคนิกการยิงธนูผสานกับลูกศรน้ำเเข็ง การลอบสังหารที่เยือกเย็น ชายผู้นั้นถือเป็อันดับ1 หนวดเขาที่เป็ระเบียบ ทรงผมที่สั้นเนียบ เสื้อผ้าฝ้ายที่พริ้วใหวเพื่อให้ร่างกายคล่องตัวอยู่ตลอดเวลา นี่เเหละเรนเจอร์ชั้นยอด ความภาคภูมิใจของศิราริส
"การทดสอบนี้วัดพลังเวทในตัวของพวกเ้า ถือเป็ใบเบิกสู่เลเวลเเรก ของอาชีพที่พวกเ้าเลือก ถ้าหากเ้าไม่ได้รับตราประทับ สิทธิ์ในการขึ้นตรงกับเซนเตอร์ก็จะหมดไป ขอให้โชคดี"
จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ทุกคนต้องได้รับตรา จอมเวทฝึกหัดในพิธีนี้เสียก่อน ก่อนจะนำตรานี้ไปขอทดสอบอาชีพที่ตัวเองอยากจะทำ ถ้าไม่ได้รับตรานี้จะเป็ยังไงนะหรอ …ก็เตรียมตัวทำเื่เถื่อนๆได้เลย เป็พวกกิลเถื่อน หรือ นักล่าค่าหัวพวกคนของเซนเตอร์อีกที หรือพ่อค้าเถื่อน จะว่าไปก็มีให้เลือกหลากหลายดีนะ พวกนี้จะไม่ขึ้นกับเซนเตอร์เป็พวกนอกกฎหมาย เพราะไม่ถูกหักเปอร์เซนจากเซนเตอร์ อาตราจ้างจึงถูกกว่า เเต่ก็นะ ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย ถ้าถูกตุลาการเจอก็เตรียมตัวตายได้เลย ก็อย่างว่าเเหละ มันคือของเถื่อน..
"ขอบคุณครับอาจารณ์" เฟอร์ดีนานก้มหัวให้เอวิล "ว่าที่จอมเวทฝึกหัดทั้งหลาย จงฟัง นี้เวทมนเป็ทักษะพื้นฐานที่ใครๆก็สามารถทำได้ เเต่การที่จะเก่งนั้นต้องอาศัยความชำนานเเละประสบการ….."ระหว่างที่เฟอร์ดินานพูดบลาๆๆไปเรื่อยเปื่อย ผมก็พยายามมองหาเดียร์ เจอเเล้ว เธออยู่ทางขวา ถัดจากเเถวผมไป3เเถว เธอหันมาเเล้ว สบตากับผมอยู่เเวบหนึ่ง ผมรีบหลบสายตาจากเธอ ใจเต้นตึกตักอย่างบอกไม่ถูก ผมเลยลองเงิยหน้ามองไปทางเธออีกครั้ง ปรากฎว่าเธอยังมองผมอยู่จริงๆ เธอจ้องมาทางผมเลยเเหละ เธอยิ้มให้ผมด้วย หรือว่าเธอจะเเอบชอบผมเหมือนกัน ไม่ใช่มั้งเธออาจจะเเค่มองคนที่อยู่ด้านหลังเราก็ได้ เเต่ด้านหลังก็ไม่มีใครนี่น่า เธอทำปากขมุบขมิบ ผมอ่านปากเธอได้ว่า "สู้ๆนะ" เหมือนโลกทั้งใบเป็สีชมพู ผมสามารถตายตรงนี้ได้เลย อ้ากก อยากะโดังๆ หายใจไม่ทั่วท้องเลยเเฮะ เเล้วผมต้องตอบเธอไปบ้าง"เช่นกันนะ" ผมทำปากขมุบขมิบไม่ออกเสียง
เสียงกลองดังขึ้นทำให้ผมหลุดจากภวังค์ เริ่มพิธีการประทับตราจอมเวทฝึกหัดเเล้ว
"เอาหละคนเเรก เดียวจะบอกวิธีการให้ก็เเล้วกันนะ ให้เธอเเสดงเวทมนที่ร่ำเรียนมา ต่อหน้าเปลวเพลิงเเห่งอับราฮัม เเล้ววิญญานผู้พิทักจะชี้นำเ้าเองหลังจากที่เธอชุบตัวในเปลวเพลิง"
จากที่เห็น ทุกคนเตรียมตัวเตรียมพร้อมมาอย่างดีเพื่อพิธีการนี้ บางคนท่องบทพูดงึมงำ บางคนทำไม้ทำมือออกท่าทาง บางคนก็ยืนยิ้มอย่างมั่นใจ อย่างคนเเรกที่จะได้ออกไปทดสอบก็คือ มีน เขาดูไร้ความประหม่า ท่าทางการเดินโก่งคอที่เป็เอกลักษณ์ก็หายไป อดผายใหล่ผึ่งอย่างองอาจเเละเป็ธรรมชาติ ไอ่นี้มันร้ายเเฮะ เเอบไปฝึกฝนบุคลิกเเบบนั้นมาจากใครกันนะ ดูท่าจะซ้อมมาดีเเฮะ
"อ่าวคนเเรก ชื่ออะไร"
"... ผมชื่อมีนนน…"
บ้าเอ้ย เเล้วมันจะะโทำไมฟระ ไม่เห็นต้องะโเลย อ๋อ เข้าใจเเล้ว คงอยากจะเลียนเเบบเฟอร์ดินานสินะ ประหลาดคนชะมัด นั้นไงเล่า คนดูยังขำความเปิ่นของนายเลย เเล้วใหงทำหน้าภูมิใจเเบบนั้นฟระ
"ไม่ต้องะโก็ได้เ้าหนู เอ้า เเสดงเวทที่เ้าร่ำเรียนมาต่อหน้าเพลิงเเห่งอับราฮัม"
การเเสดงของมีนทำให้สายตาของทุกคนจดจ้องเเทบไม่กระพริบ เป็เวทมนผสานกับวิชาการใช้อาวุธขั้นต้นอย่างเชี่ยวชาญเลยหละ เเข็งเเกร่ง เเละพริ้วใหว จะพูดยังไงดีละ วิธีการที่เขาเเสดงก็คือ เ้านั้นมันเอาน้ำจากกระบอกไม้ใผ่ ใช้น้ำเเข็ง ขึ้นรูปเป็ดาบคู่ ควงไปควงมาด้วยความค่องเเคล้วเหมือนเป็อวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย คงเคยได้ยินคำว่า พริ้วใหวดั่งสายน้ำสินะ นั้นเเหละคำที่อธิบายได้ชัดเจนที่สุด อ๋ออย่างงี้นี่เอง ที่บอกว่าเคยฝึกอาวุธดาบขั้นต้นมาเเล้วดูท่าจะไม่ได้โกหกสินะ เ้านี้มันชอบอำผมอยู่เรื่อย จนผมจะไม่เชื่อที่มันพูดอยู่ละ
พักหนึ่งเวทน้ำเเข็งก็สลายกลายเป็น้ำ เเละถูกเก็บเข้าขวดดังเดิม เสียงปรบมือดังขึ้น
"ยังไม่จบ ยังไม่จบ ต่อไปจะเป็การควบคุมน้ำที่ประวัติศาตร์ต้องจารึก "มีนพูด เเละยื่นมือไปด้านหน้า ส่งเสียงดังลั่น "ย้ากก" ทุกคนทำท่าสงสัยจ้องเขม็งรวมถึงผมด้วย ไม่กี่อึดใจก็ได้คำตอบ หยดน้ำขนาดเล็กค่อยๆรวมตััวลอยคว้างบนฝ่ามือของมีน ความรู้สึกร้อนผ่าวสำผัสที่ใบหน้า ผมรุ้สึกถึงความเเห้งเเล้งในอากาศ สุดยอด มีนสามารถสร้างน้ำ โดยรวบรวมละอองน้ำที่อยู่ในอากาศได้ ก้อนน้ำค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พักหนึ่งมีนก็ล้มลง "ไม่ใหวเเล้วค้าบบ"
เ้าบ้าเอยก็เล่นใช้พลังเวทมากมายเพื่อดึงน้ำในอากาศมารวบรวมได้มากขนาดนั้นก็ถือว่าเกินคาดเเล้วนะ เเค่ล้มเเต่ไม่หมดสติก็ถือว่าสุดยอดมากเเล้ว ชายสองคนช่วยกันหิ้วปีกมีขึ้นมายืน
"ให้เขาเข้าไปในเพลิง" เฟอร์ดินานพูด
ผมคิดกังวนใจว่าเปลวไฟนั้นจะร้อนเเรงซักเเค่ใหนเมื่อต้องยื้นมือเข้าไป เเต่มองจากใบหน้าของมีนที่อ่อนระทวยก็พอจะเดาได้ว่าไฟนี้ไม่ได้ให้ความร้อนเเต่อย่างใด ความกังวนใจจึงเริ่มเบาบางลง เเต่อีกเื่หนึ่งที่หน้ากังวนใจกว่าคือ ผมจะเอาอะไรไปโชต่อหน้าเพลิงนั่น
หลังจากที่มีนยิ่นมือเข้าไปในไฟ เหมือนมีนถูกดึงเข้าไปในกองไฟครึ่งตัว เเละก็ถูกผลักออกมา ทันไดนั้นเกิดเเสงสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า
ปรากฏเป็ร่างสีฟ้าของสัตว์ทะเลชนิดหนึ่งฟันเเหลมคม ส่วนของขาเป็หนวดปลาหมึกจมูกเป็ใบเลื่อยเเหลม ยืนกอดอกอยู่บนเปลวไฟ ร่างกายโปร่งเเสง
"ไม่ผิดหวังที่มอบพลังให้ จงใช้ด้วยความเมตตา จงเป็ดั่งน้ำที่มองความสดชื้นให้พันธมิตร เเละคลื่นั์ที่โหมกระหน่ำเเก่ศัตรูที่ปองร้ายเ้าเเละคนที่เ้ารัก" วิญญานหายวับไปทันที ทิ้งใว้เพียงรอยประทับอัขระโบราญสีฟ้ากลางหน้าอก พักหนึ่งก็จางหายไป
เ้านั้นทำหน้าปลื่มปริ่มยินดีอย่างที่ผมไม่เคยเห็น ดูเหมือนเรี่ยวเเรงจะกลับมาเเล้ว จึงะโโล่เต้นเข้ามา ทิ้งมาดเท่ในตอนเเรกไปซะหมดเกลี่ยง อ้าว ล้มลงไปอีกเเล้ว ไอ่บ้าเอ้ย..
"คนต่อไป"เสียงก้องกังวานดังขึ้นจากเฟอร์ดินาน เด็กหนุ่มมาในชุดสีเเดงใว้ผมยาวรวบเป็อย่างดีเดินกระฉับกระเฉงออกมา พร้อมง้าวที่สะพายอยู่กลางหลัง
"เธอชื่ออะไร"
"กิมลี" เสียงเบาชะมัด เมื่อเทียบกับมีน เเต่ปรกติเเล้วโทนเสียงก็จะเบาประมานนี้เเหละก็อยู่ไกลซะขนาดนั้น
เ้านี้ก็เก่งกาจไม่เบาเลยหละ เคยเป็คู่ต่อสู้ที่สูสีของมีนในการทดสอบประลองเมื่อปีก่อน เฉือนชนะมีนไปนิดเดียวเอง ถือว่าเป็คู่ที่ดีที่สุดของวันนั้นเลยหละ คุณลองเดาดูสิว่าผมได้ประลองกับใครในวันนั้น ทอมยังไงละ เเหม ชั่งเป็การต่อสู้ประลองที่สูสีเสียจริง พูดเเล้วอยากจะขำ ผมนี้โดนจับทุ่มพื้นจนขยับไม่ได้ไป3วัน มีนยังเอาผมไปล้อว่าผมง่วงนอนในการประลอง จนพักนั้นใครๆก็เรียกผมไอ่ง่วง
เ้านั้นกำลังจะเเสดงเเล้ว พอได้สัญญานก็ไม่รีรอเลย กิมลีใช้ง้าวทุบลงพื้น เขาควงง้าวด้วยความคล่องเเคล่ว เเละทุบมันลงไปบนพื้นอีกครั้ง ผมรู้สึกถึงเเรงสั่นะเือย่างชัดเจนจน ชัดจนบางคนที่ยืนดูอยู่ล้ม สิ่งที่หน้าตื่นเต้นก็คือมีบางอย่างกำลังโผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน มันกำลังเเหวกชั้นดินขึ้นมา ลักษณะเป็กลุ่มก้อนดินที่มีเเขนขาเเละลำตัว ไม่ได้ใหญ่ไปกว่ากิมลี นั้นหละคือไม้ตายของเขาหละ มันคือโกเลม กิมลีก็ต่อสู้กับโกเลมที่ตัวเองอันเชิญมาอย่างดุเดือด เพื่อโชศักยภาพของตัวเขาเเละโกเลมที่เขาสร้างขึ้น ผู้คนต่างโห่เชียร์ด้วยความสนุกสนาน ยังมีเซอไพรส์ กิมลีสามารถใช้เวทไฟได้อิกด้วย เขาใช้มันห่อหุ่มง้าวของเขาเพื่อใช้โจมตีโกเลม จบที่โกเลมกลายเป็ก้อนดินเมื่อโดนง้าวไฟเจาะทะลุร่าง การเเสดงสุดมันส์นี่ได้ใจผู้ชมไปเต็มๆ นี่เเหละเป็เหตุผลว่าทำไมมีนถึงเเพ้ เสียงโหเชียจบลงเมื่อวิญญานผู้พิทักออกมายิ่งสร้างความตื่นเต้น เพราะเธอคือฟินิกส์ หญิงสาวที่เคยมีชีวิตอยู่จริงใน่ปีก่อนประวัติศาสตร์ เธอคือใช้เพลิงที่ว่ากันว่าเเกร่งที่สุด ที่สามารถโค้นล้มดิวายระดับ8ได้ด้วยตัวคนเดียว
"าาเเห่งเพลิงเอ๋ย จงเดินไปตามเเนวทางของเ้า" ตราประทับเเปะลงที่กลางหน้าอก
กิมลีมันเก่งเวทมนดินเเละไฟขั้นต้นในระดับเชี่ยวชาญเลยหละ เเละก็ไม่ค่อยคุยโวอะไร
หลังจากนั้นก็มีหลายๆคนที่ออกไปเเสดงเเต่ก็ไม่ได้ฮือฮามากนัก อย่างไอเเวน ที่ใช้เวทไฟ ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร หรือคนอื่นก็จะเป็การใช้เวทที่ง่ายๆเช่น ยิ่งะุน้ำออกไป ก็เเผ่วเบาจนเหมือนคนตักน้ำสาดใส่กัน เเต่อย่างน้อยก็ยังสามารถควบคุมน้ำให้ล่องลอยในอากาศได้เเหละนะ หรือบางคนก็พยายามจะควบคุมลมให้พาตัวเองลอยขึ้นไป เเต่ก็ปลิวไปตกในคูน้ำ อันนี้ก็สร้างเสียงหัวเราะได้พอสมควร เเต่สุดท้ายเขาก็บินกลับมาได้อะนะ
เเล้วก็มาถึงคนที่ผมรอคอย เดียร์ เธอเดินเข้าไปอย่างมั่นใจ ชี้มือชี้ไม้ให้ผู้ติดตามเเบกท่อนไม้ขนาดใหญ่ให้วางยังจุดที่เธอ้า เธอหยิบมีดสั้นเงาวับขึ้นมา พริบตาเธอลงมือเเกะสลักไม้อย่างรวดเร็ว ความเร็วระดับไม่ถึง1นาที ท่อนไม้ก็กลายเป็รูปนกยูงที่สวยงาม ฝีมือปรานีตไร้ตำหนิ เธอใช้มีดกริดเเผลเล็กๆที่ปลายนิ้ว วาดอัขระเืตรงกลางแกของนกเเกะสลัก
"จงดู" เธอพูดเเละถอนสายบัวอย่างสวยงาม นกยูงจากท่อนไม้ก็กรีดรองเเผดเสียงออกมา มันสยายปีกเเละบินขึ้นบนท้องฟ้า นี่เเหละพลังของเวทอัขระเื ของจอมเวทสายเืที่เธอภาคภูมิใจ มันพ่นไฟออกมาจากปากจนทำให้ร่างที่เป็ไม้ของมันมอดไหม้เเละร่วงลงมา ก็หน้าเสียดายนะ เธออาจต้องฝึกอีกหน่อย เวทสายเืเป็อะไรที่นำไปใช้เเละควบคุมยาก โดยเฉพาะเวทอัขระเืต้องใช้ความเชี่ยวชาญอย่างมาก ทั้งการควบคุมหุ่นไม้ ทั้งการสั่งให้หุ่นไม้ใช้พลังเวท สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้เวทเเขนงนี้ ส่วนใหญ่ผู้ควบคุมจะต้องจดจ่ออยู่กับหุ่นไม้เเบบตาไม่กระพริบ เอาหน้า เธอทำได้ขนาดนี้ถือว่าโคตรเก่งเเล้วหละ ผมปรบมือให้ด้วยความชื่นชม จากใจจริงเลยหละ
เเละเเล้ว เวลาเเห่งความกดดันก็มาถึง เฟอร์ดินานเรียกตัวผมลงไป ถ้าเป็การโชยิงธนู ผมจะไม่มีความประหม่าเลย เเต่นี้เป็การเเสดงเวทมนขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องเข้าร่วม บ้าจริง จะทำยังไงดี ผมได้เเต่เดินอ่อยอิ่งเพื่อประวิงเวลาให้นานที่สุด เผื่อว่าจะมีใครซักคนที่จะะโเรียกผมเเบบว่า "อาร์เทอร์กลับบ้าน นายมีเื่ด่วนต้องไปทำนะ"หรืออะไรทำนองนั้น เเต่ว่า เฮอ … ผมยืนต่อหน้าเฟอร์ดินานเเล้ว
"ชื่ออะไรเ้าหนู"เฟอร์ดินานถาม ผมพยายามควบคุมความรู้สึกตื่นเต้นเเละอาการสั่นกลัว เอาน่า ลองดูซักทีจะเป็ไร "ผมชื่ออาร์เทอร์" ผมเห็นเเล้วหละ ทอมที่หัวเราะคิกคักอยู่ข้างลานเเสดง บ้าเอยใครจะสนเล่า ผมหันไปมองเดียร์ที่ยืนข้างล้านเเสดง เธอยิ้มให้ผม มีเสียงโง่ๆของเพื่อนคนนึงดังเเทรกความเงียบขึ้นมา "สู้ๆ นายทำได้" มีนนั้นเอง ขอบใจมาก ขอบใจมากจิงๆที่อุส่าะโอะไรโง่ๆออกมาเเบบนั้น มันทำให้ผมยิ่งรู้สึกอายขึ้นมากกว่าเดิม เงียบปากเถอะไอ่เบื้อกเอ้ย
"เอาหละ รีบๆเเสดงเวทของเ้าได้เเล้ว"เฟอร์ดินานพูด
เอาวะ เป็ไงเป็กัน ผมหยิบหินขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยขึ้นมา "นี่คือพลังเวทของผม" อาร์เทอร์พูด
เปรี้ยะ..หินค่อยๆกร่อนลงเเละสลายกลายเป็ทราย ร่วงลงสู่พื้น
ผมรีบโค้งคำนับท่ามกลางเสียงที่เงียบสงัด
"จบละหรอ"เฟอร์ดินานตาค้าง "ใหนลองควบคุม ทรายพวกนั้นซิ"เฟอร์ดินานพูด
"ทะ ทำไม่ได้ ….ครับ"เเย่เเล้วๆ ทำไงดี
วะ ฮาๆๆๆๆ เสียงหัวเราะดังทั่วทั้งสนาม ทุกคนต่างหัวเราะเยาะผม
"พลังทุบหินหรอ วะฮาๆๆ"ชายร่างใหญ่โพล่งขึ้นมา เเค่ได้ยินเสียงก็รู้เเล้วว่าพ่อของทอม เขาเอามือทุบหินที่หยิบขึ้นมาเพื่อโชถึงพลัง
… เเหม คงอยากจะขิงเเทบเเย่เเล้วให้ซีนเขาได้ขิงหน่อยเเล้วกัน เเล้วคนพวกนั้นก็เออออตามพ่อของทอมไปเสียหมด
"เธอคงไม่อยากทำให้ิญญาผู้พิทักษ์ต้องมัวหมองสินะ"เฟอร์ดินานพูดตาจ้องเขม็ง"เอาหละเธอไม่ผ่าน กลับไปได้เเล้ว"
"ช้าก่อน "เอวิลที่นั่งมองอยู่นานพูดขึ้น "ถึงพลังเวทจะน้อยนิด ก็คงต้องให้ ทำพิธีต่อให้จบ"
"จะให้เด็กนั้นเชิญผู้พิทักษ์ออกมาหรอ คงจะออกมาเป็ฝุน หรือไม่ก็ลมตดละมั้งง" คำพูดของพ่อทอมเรียกเสียงหัวเราะได้ตูมใหญ่
"เเอ็ดดี้ เเจ็กสัน นี่หรอคำพูดที่ออกจากปากขายชายชาตินักรบ ที่ภูมิใจในเือาสในตัวนักหนา" เอวิลพูด ทำเอาเเอดดี้พ่อของทองหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด เขารีบหันหน้าหนี
"เอาหละ อาร์เทอร์ใช่ใหม่ ลองยื่นมือเข้าไปสิ"
ผมรีบทำตามอาจารย์บอกทันที