พริกเพ่งมองคนที่ยืนโงนเงน แถมจุดที่อยู่ยังิ่เหม่ต่อการร่วงหล่น ไม่นานเกินรอ ร่างนั้นก็พลัดตกลงมา
“เฮ้ย! เวรล่ะสิ ไอ้นั่นมันร่วงลงมาแล้ว ”
และจุดที่คนผู้นั้นโหม่งพื้น ใกล้กับตำแหน่งที่พริกยืนอยู่ เด็กสาวเลยโดดถอยหลัง เพื่อหลบเลี่ยง
“ตุบ ”
พอได้เห็นใกล้ๆ พริกก็รู้ว่าเ้าของร่างเป็หญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมยาว ผมเผ้าเกราะกรังไปด้วยเื ด้วยเธอเพิ่งเอาหัวกระแทกพื้น แถมยังอยู่ในท่านอนคว่ำจนมองไม่เห็นหน้า
“พี่สาวจะรอดมั้ยวะ ” พริกลังเล แต่พอหญิงสาวคนนั้นเริ่มขยับตัว เธอก็เตรียมจะเข้าไปช่วยเหลือ
“เฮ้ พี่สาวยังไม่ตายนี่ เป็ไรมั้ย ”
ทว่าจากประสบการณ์โหดๆที่เจอมาทั้งวัน เลยทำให้พริกเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดี และยืนดูท่าทีต่ออีกหน่อย จึงได้ยินเสียงครางต่ำๆในลำคอที่คุ้นเคย
“ฮื่อ….แฮ่….”
จังหวะนั้นเอง ซอมบี้สาวก็เงยหน้าขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่ ทำให้เห็นใบหน้าที่หายไปครึ่งซีกจนปรากฏเนื้อสมองบางส่วนซุกซ่อนอยู่โพรงศีรษะ ดวงตาข้างที่เหลือปูดโปนจนแทบหลุดจากเบ้า
“เฮ้อ โทษทีนะ พี่สาว ” พอรู้ว่าอะไรเป็อะไร พริกก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะบังคับสองมือให้หยุดสั่น เพื่อใช้มันยกไม้เบสบอลขึ้นสูงเหนือหัว แล้วฟาดลงมา
“โพล๊ะ ”
…………………………
“แอ๊ด……ปัง ”
พริกพยายามเปิดปิดประตูให้เบาที่สุด แต่เสียงก็ยังแผ่ซ่านไปทั่ว เธอมองตรงไปข้างหน้า ก็พบม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ เด็กสาวเลยใช้เวลาปรับตัวอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่สายตาจะเริ่มคุ้นชินกับความมืด
“ ห้องโถงงั้นเหรอ นั่นน่าจะเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์” พริกสรุปในใจ ก่อนตรงไปยังจุดหมาย เพื่อหาของกิน ทว่าเธอกลับพบแต่กระดาษและปากกา
“ชิ เจอแต่ของห่วยๆ ”พริกแทบจะโยนมันทิ้ง แต่พอคิดได้ว่าหัวเสียไป ก็ไร้ประโยชน์ แถมยังเปลืองแรงโดยใช่เหตุ เธอจึงเลิกอาละวาด
“ช่างเถอะ ไปหาของกินตามห้องดีกว่า แต่มีกุญแจสำรองรึเปล่านะ ” พริกรีบค้นลิ้นชัก ไม่นาน เธอก็พบกับพวงกุญแจขนาดใหญ่
“เยี่ยม แถมมีเลขห้องติดครบด้วย ทีนี้ก็ฟรีทั้งตึก” เด็กสาวยิ้มออกมาได้ เธอยอมรับว่านี่คือเื่ที่ดีสุดของวันนี้
…………………………
พริกใช้กุญแจพวงใหญ่ไขห้องพัก ซึ่งก็เต็มไปด้วยความทะลักทุเล เพราะบรรยากาศมืดสลัวจนมองไม่ค่อยเห็น แต่สุดท้าย มันก็ไม่เกินความพยายาม เด็กสาวเจอที่พักที่เพียบพร้อม หลังผ่านการค้นหามานับสิบห้อง
“ว้าว ใหญ่กว่าห้องของชั้นอีก โมเดลก็เต็มตู้ ของแพงทั้งนั้น ที่สำคัญ มีแม้กระทั่งตู้เย็น ” พริกพึมพำเบาๆ ดวงตาเป็ประกาย เพราะถ้ามีสิ่งนี้ อาหารต้องตามมาแน่ๆ
และมันก็จริงตามนั้น มีของกินอัดแน่นอยู่เต็มตู้ พริกจึงหยิบมันออกมาสวาปามอย่างตะกละกลาม โดยไม่สนว่าอาหารนั้นจะเย็นชืดหรือไม่ พออิ่ม สมองก็พลันกระจ่าง จึงสังเกตเห็นบางสิ่ง
“เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ ไฟตู้เย็นยังติดอยู่ นั่นก็แปลว่า…..”
พริกวิ่งไปเปิดสวิตช์ไฟ ทำให้หลอดกลมบนเพดานส่องแสงสีนวลออกมา และปรากฏการณ์นี้ก็ทำให้เด็กสาวดีใจจนะโโลดเต้นเป็การใหญ่
“แจ๋วเลย ไฟฟ้ายังทำงานอยู่ คืนนี้สบายแล้ว ”
…………………………
แม้จะผจญเหตุการณ์ที่เหมือนฝันร้ายมาทั้งวัน แต่พอเข้าสู่่พัก พริกก็ไม่ลืมโทรหาเพื่อนสาวคนสนิทและพ่อแม่ ทว่าก็พบกับความเงียบฉี่ ราวกับสัญญาณโทรศัพท์จะมลายหายไปจากโลกใบนี้
“โทรก็ไม่ติด เน็ตก็ไม่มี ทีวีก็ดับอีก ” พริกท้อแท้ สองตามองไปยังแอลอีดีที่ปรากฏแต่ฉากดำเต็มจอ ทั้งที่เธอเปิดมันมาตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว จากนั้นก็ก้มลงไปดูนาฬิกาข้อมือ เลยพบว่าเวลาได้ล่วงเข้าสู่สองทุ่ม
“เฮ้อ ช่วยไม่ได้ นอนดีกว่า แต่ว่าเราอยู่ตรงไหนของกรุงเทพนะ” พริกสงสัย เลยดับความฉงนนั้นด้วยการเดินไปที่ระเบียง
“ขอจุดสังเกตซักอย่าง จะได้รู้ว่าแถวนี้คือที่ไหน”
แต่พอเด็กสาวก้าวออกนอกชายคา หูก็แว่วเสียงแหบต่ำที่เธอได้ยินมาทั้งวัน
“แฮ่…..ฮื่อ……”
“เอ๊ะ! เสียงนี้ หรือว่า….” เด็กสาวเอะใจ เพราะไม่ว่าฟังมุมใด นี่มันเป็เสียงของซอมบี้ชัดๆ เธอจึงย่องไปที่ริมระเบียง แล้วชะโงกหน้าลงไปมอง ทำให้พบกับอภิมหาฝันร้าย นั่นก็คือเหล่าจอมงับกลุ่มใหญ่ อันที่จริง ควรเรียกว่ากองทัพเสียด้วยซ้ำ เพราะจำนวนของพวกมันไม่น่าต่ำกว่าครึ่งพัน
“เฮ้ย! นี่มัน…..อุ้บ…..”พริกใจนเกือบะโออกมา ดีที่เธออุดปากไว้ได้ทัน พร้อมรีบมุดลงไปซ่อนหลังกำแพงปูนซึ่งทำหน้าที่เป็ราวกั้น
“บัดซบ เมื่อสองชั่วโมงก่อนยังเงียบอยู่เลย ทำไมตอนนี้โผล่มาเป็ฝูงวะ หรือพวกมันจะออกหากินตอนกลางคืน” และนี่คือสมมุติฐานเดียวที่มี เพราะในหนังหลายเื่ที่พริกเคยดู ฝูงซอมบี้ก็นิสัยประมาณนี้
“ตึก ตึก ตึก” หัวใจของพริกเต้นไม่เป็ส่ำ แข้งขาอ่อนแรงจนยืนไม่ติด เพราะแค่เจอจอมงับตัวเดียว ก็แทบขี้หดตดหาย แต่นี่จำนวนของพวกมันกลับมากมายถึงหลักร้อย นับว่าเป็หายนะชัดๆ
“หรือสองพ่อลูกนั้นจะพูดจริง แบบนี้ต้องรีบไปช่วยยัยแกงส้มแล้ว”พริกพยายามปลุกปลอบตัวเองให้หายตระหนก โดยเล็งไปยังเป้าหมายที่มุ่งหวัง ซึ่งก็ได้ผล เด็กสาวกลับมาขยับกายได้อีกครั้ง
“ ต้องกล้าๆไว้ เพราะถ้ามัวแต่ปอดแหก ทั้งเราและยัยแกงส้มไม่รอดแน่ ” เด็กสาวสั่งตัวเอง ก่อนยันกายลุกขึ้นยืน พร้อมมองไปรอบๆ เพื่อหาจุดสังเกตที่ใช้ระบุตำแหน่ง โดยไม่เข้าใกล้ริมระเบียงมากเกินไป ด้วยกลัวว่าฝูงซอมบี้จะมองเห็น
“ถนนดับไฟเงียบเลย ดีนะยังพอมีแสงจันทร์อยู่บ้าง เลยทำให้เห็นอยู่หน่อยๆ”
พริกยอมรับว่ามืดแปดด้าน เพราะนอกจากต้องสู้กับบรรยากาศที่มืดสลัว เธอยังพบว่าโลเกชั่นแถวนี้ดูคล้ายกันหมด ไม่มีป้ายใดๆ แต่เหมือน์จะแอบเมตตา เด็กสาวจึงฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
“ดีล่ะ ใช้วิธีนี้ละกัน”
พริกรีบกลับเข้ามาในห้อง พร้อมปิดประตูระเบียงและล็อคกลอน ด้วยกลัวว่าจะมีซอมบี้เ้าชู้ดอดเข้ามาเล่นงาน ซึ่งในทางทฤษฎีแทบเป็ไปไม่ได้ เนื่องจากพวกจอมงับไม่มีสกิลในการปีนป่าย
“ รอบคอบไว้ก่อน ”
พอจัดการเื่ความปลอดภัยเสร็จ พริกก็มุ่งตรงไปที่ลิ้นชัก เพื่อมองหาเอกสาร
“เอกสารหรืออะไรก็ได้ ขอให้รีบออกมา จะได้รู้ว่าอยู่แถวไหน”
หลังงมโข่งอยู่พักใหญ่ พริกก็พบบิลเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิต ซึ่งจ่าหน้าถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่แถวหลักสี่ อันห่างไกลจากจุดที่้าไปพอสมควร
“ฉิบหายล่ะ นี่เราเดินย้อนมาถึงหลักสี่เลยเหรอเนี่ย”
พริกขบคิดอย่างหนัก เพราะไม่รู้จะกำหนดเส้นทางเดินในวันพรุ่งนี้ยังไง เนื่องจากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ใช้
“ ปกติเปิดจีพีเอสก็จบแล้ว แต่นี่ไม่มีอะไรให้ใช้ได้เลย ”พริกนึกตำหนิตัวเอง โทษฐานที่ตอนนั่งรถกลับบ้าน ไม่ชอบมองเส้นทาง และเอาแต่นั่งฟังเพลงแนวสามช่าหรือไม่ก็ดูซีรีส์เกาหลี
“เฮ้อ ถ้าย้อนเวลาได้ ชั้นจะจดจำทุกเส้นทางที่ผ่านเลย ”
ขณะที่พริกหัวเสียอยู่นั้นเอง สายตาก็หันไปเห็นกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง ทำให้รู้ว่าสารรูปตอนนี้ดูเห้…ไม่เบา ด้วยตะลอนมาทั้งวันจนมอมแมม แถมยังมีคราบเืเปรอะเปื้อนไปทั้งกาย ทำให้ดูเหมือนลูกแมวน้อยที่ถูกทิ้ง
“ อาบน้ำซักหน่อยดีกว่า ” พริกก้มลงดมกลิ่นกายของตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงแหวะที่ฟ้องถึงความรังเกียจ
………………………..
อุปกรณ์ในห้องน้ำค่อนข้างครบครัน แถมยังมีอ่างขนาดใหญ่ให้ใช้ ซึ่งเด็กสาวก็ไม่ยอมปล่อยผ่าน เลยเปลื้องผ้าลงไปนอนแช่จนรู้สึกผ่อนคลายสุดๆ พอเวลาล่วงเลยถึงสิบนาที พริกก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
ความฝันของพริกดูแปลกๆ เพราะเธอได้หยุดยืนอยู่กลางพื้นที่ว่างเปล่า รอบด้านมีแต่ขอบฟ้าไกล ใต้ฝ่าเท้าอุดมไปด้วยเม็ดทราย เด็กสาวพยายามร้องเรียกผู้คน พร้อมวิ่งไปรอบๆ แต่ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไร้สิ่งใดโต้ตอบ
“นี่คือที่ไหน ชั้นมาอยู่ที่นี่ได้ไง” ขณะที่เด็กสาวใกล้สติแตก เธอก็หลุดจากภวังค์ พร้อมกับลืมตาขึ้นมา ทำให้พบว่าตนเองยังคงนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างขนาดใหญ่
“เอ๊ะ!.” พริกสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นกลัว ก่อนจะสรุปว่าเื่ราวทั้งหมดเป็เพียงฝันร้าย
“เฮ้อ โชคดีที่เป็แค่ฝัน” พริกถอนหายใจค่อนข้างหนัก เพื่อให้คลายจากอาการจิตตก ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูมาคลุมกาย
………………………………
พอพริกออกจากห้องน้ำ ก็ตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง เพื่อมองหานาฬิกาข้อมือของตนเอง ทำให้พบว่าเวลาได้ล่วงเข้าสู่ตีห้าแล้ว
“ใกล้เช้าแล้ว เผลอหลับยาวไปตั้งหลายชั่วโมง” พริกพิมพำ โดยไม่ได้สำเหนียกเลยซักนิดว่าตู้เสื้อผ้าที่เคยปิดสนิท บัดนี้ถูกเปิดออก พร้อมกับมีบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2