“แต่งงาน!” น้ำส้มปั่นแทบจะทะลักออกมาจากจมูกและปากแมวน้ำ
“ใช่! ฉันจริงจังมากๆ ๆ ว่าฉันจะแต่งงานกับคุณชายอนาวิลสุดหล่อ”
“เดี๋ยว ๆ แล้วไอ้มิคกี้ห้องสาม ที่แกเคยปิ๊ง ๆ อะ เอาเขาไปไว้ไหน”
น้ำตาลพูดพลางดูดน้ำส้มปั่นต่อ
จริงสิเนตรสุดาเคยคลั่งไคล้เพื่อนชายต่างห้องที่ถือว่าเป็ผู้ชายที่หน้าตาดีมากรุ่นน้องค่อนโรงเรียนพากันกรี๊ดรวมถึงตัวเธอด้วยแต่ความรู้สึกแรกพบและทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะกลับไม่ใช่มิคกี้
“แล้วแกแต่งงานแบบนี้ จะไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือไง” แมวน้ำเป็ฝ่ายถามบ้าง
“แต่งเสร็จก็เรียนต่อไง”
“คิดไปไกลนะเพื่อน ถามจริงเถอะเขาจะแต่งกับแกเหรอวะ”
“ใช่ ๆ ไอ้น้ำตาลมันพูดถูก คุณชายไฮโซนั่นจะลดตัวเองลงมาแต่งกะแกได้ยังไงวะ”
“ทำไมเขาจะไม่แต่งกับฉันรู้จักปะ สัญญาอะ สัญญาของผู้ใหญ่ เด็กอย่างฉันมีหน้าที่ทำตามก็แค่นั้น”
เนตรสุดายิ้มมุมปากอย่างมีชั้นเชิง
“งั้นแสดงว่า ยังไง ๆ เขาก็ต้องแต่งกับแกใช่ปะ” น้ำตาลเริ่มตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนสาวยิ้มกว้างพยักหน้าแทนคำตอบ
“OMG!! เพื่อนฉันจะมีสามีแล้วเหรอเนี่ย” ทั้งสามคนคอสวมกอดกันยินดีต่างชนแก้วน้ำผลไม้ส่งเสียงดังลั่นไปทั่ว เนตรสุดาฉุกคิดขึ้นมาได้
“แต่แม่น่ะสิ จะไม่ยอมยกฉันให้ ถ้าคุณชายไม่ยอมมาขอฉันด้วยตัวเอง” เพื่อนสาวทั้งสองกระเด้งตัวขึ้นมาพร้อมกัน
“งั้นแกต้องใช้แผนนี้แล้วล่ะไอ้เนตร”
ทุกคนล้อมวงเข้ามาและตั้งใจฟังแมวน้ำอย่างตั้งใจเนตรสุดายิ้มพอใจกับแผนการอันเฉียบขาดของเพื่อนรัก แววตาฉายความมุ่งมั่น
คุณชายขี้เก๊กเสร็จแน่!
การสร้างสรรค์อาหารเป็สิ่งที่ใคร ๆต่างยกนิ้วให้ว่ามันคือความสามารถพิเศษของเนตรสุดาและเธอกำลังจะเอาไปมอบให้แก่คุณลุงรับประทานเป็อาหารมื้อเที่ยง หญิงสาวถือกล่องข้าวบรรจุข้าวผัดต้มยำกุ้งโปะไข่ดาวกลิ่นหอมฉุยน่ากินพอถึงออฟฟิศ เลขานัตตี้จำได้ทันทีว่าหญิงสาวที่ยืนตรงหน้าเป็เด็กนักเรียนเมื่อวันก่อน
“น้องมาทำอะไรที่นี่จ๊ะ”
“พี่ตุ๊ดคะคุณลุง เอ้ย! คุณชายอนาวิลอยู่ไหมคะ”
“เดี๋ยวนะคุณน้องก่อนอื่นต้องเรียกพี่ให้ถูกก่อน จะมาเรียกพี่ว่าตุ๊ดไม่ได้”
“แล้ววันก่อนบอกว่าเรียกได้จะเอายังไงคะเนี่ย” หญิงสาวถอนหายใจ เกาหัวแกรก ๆ
“เรียกพี่ว่าพี่นัตตี้ค่ะ พี่ชื่อนัตตี้”
“โอเคค่ะพี่นัตตี้ คุณชายอยู่ไหม เนตรเอาอาหารมื้อกลางวันมาให้”
นัตตี้มองกล่องข้าวแล้วเบ้ปากเล็กน้อยอาหารจากเด็กมัธยมปลายเนี่ยนะ รสชาติไม่อยากจะคิด
“คุณชายให้น้องทำมาให้เหรอ”
“ไม่ค่ะ เนตรทำมาให้เองเนตรขอเอาไปให้คุณชายนะคะ”
“ไม่ได้ค่ะคุณน้องจะเข้าไปไม่ได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”
“เนตรขอเข้าไปแป๊ปเดียวเองนะคะพี่นัตตี้” หญิงสาวพยายามอ้อนวอน เลขาหนุ่มยืนกราน ยังไงก็แล้วแต่ห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น เขาเองนั่นแหละที่จะโดนตำหนิ
“กรวิก! เธอมาช่วยฉันหน่อยสิ” นัตตี้หาตัวช่วยหลังจากที่เห็นแววแล้วว่าเด็กสาวไม่ลดละง่ายๆ บอดี้การ์ดมาดเข้มเดินเข้ามาดึงตัวยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเนตรสุดาดึงดันจะเข้าพบว่าที่สามีของเธอให้ได้เพียงแค่้าให้อนาวิลได้รับทราบว่าเธอตั้งใจทำอาหารกล่องนี้ขึ้นมา เสียงโวยวายทำให้คุณชายเปิดประตูออกมา
“มีอะไรกัน” เสียงนี้ทำให้ทุกคนหยุดได้ในบัดดล
“เด็กคนนี้จะเข้าไปพบคุณชายท่าเดียวเลยครับห้ามก็ไม่ฟังเลยเสียงดังไปหน่อยครับ นัตตี้ขอโทษด้วยครับ”
เลขารีบรายงานอย่างรวดเร็ว คุณชายอนาวิลมองเนตรสุดานิ่งหญิงสาวจึงยิ้มให้แหย ๆ
“คุณลุง”
“มาที่นี่ทำไม”
“เนตรเอาของอร่อยมาให้คุณลุงกินค่ะ” พลางชูกล่องขาวให้เขาดูอย่างภาคภูมิใจชายหนุ่มแปลกใจแต่ก็รับไว้อย่างงง ๆ ในเมื่อยังไม่ได้เป็อะไรกันแล้วจะเอามาให้เขาทำไม
“ขอบใจแต่ทีหลังไม่ต้องลำบาก”
“คุณลุงต้องทานนะ เพราะมันอร่อยมาก” หญิงสาวเงยหน้าพูดกับชายร่างสูง ซึ่งปราศจากรอยยิ้ม
“เธอกลับไปได้แล้ว”
“ยังค่ะ ว่าแต่วันนี้ ร้อนนะคะคุณลุงร้อนไหมคะ” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว จะมาไม้ไหนอีก
“อืม ” ตอบรับแบบห้วน ๆ
“หน้าร้อนต้องยกให้ไทย”
“แล้วไง ”
“แต่ถ้าน่ารักกว่าใครต้องยกให้เธอ ฮิ้ว! ไปล่ะค่ะ บ๊ายบาย สวัสดีค่ะคุณลุง” เนตรสุดาหัวเราะร่าวิ่งจากไป
เด็กนรก!
คุณชายอ้นยืนอึ้ง คนในออฟฟิศแอบยิ้มกัน เขาทำหน้าไม่ถูกวางกล่องข้าวไว้บนโต๊ะนัตตี้
“คุณเอาไปกินเถอะ ผมไม่กิน” พูดจบก็ผลุบเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวเองลงบนเก้าอี้ ครุ่นคิดบางอย่าง
เด็กเมื่อวานซืนมีอย่างที่ไหนพูดหยอดใส่ผู้ชาย
ปฏิบัติการวันแรกผ่านไปด้วยดี เนตรสุดายังสาละวนอยู่ในครัวเมนูวันนี้ที่เธอจะเอาไปให้ชายอ้นลิ้มรสคือ แกงเขียวหวานสูตรคุณยายรับรองว่าเขาจะต้องติดใจในรสมืออย่างแน่นอน เธอจะพยายามทำให้ชายอ้นกินทุกวันพอจัดใส่กล่องข้าวเสร็จหญิงสาวรีบนั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างมุ่งไปหาเทพบุตรสุดหล่อของเธอทันที
“อีกแล้วเหรอคะคุณน้องเนตร” นัตตี้เท้าคางมองกล่องข้าวลายหัวใจที่วางอยู่ตรงหน้า
“พี่นัตตี้คะ เมื่อวานคุณชายเขาว่ายังไงบ้างอร่อยไหม”
“อร่อยมากค่ะ รสชาติดีสุด ๆ ” ตอบแบบไม่ต้องคิด คนที่กินไม่ใช่ใครอื่นไกลก็เป็เขาเองนั่นแหละ
“เหรอคะ งั้นฝากให้คุณชายอีกนะคะ”
“ได้สิคะ”
“แล้วคุณชายไม่อยู่เหรอคะพี่นัตตี้”
“คุณชายประชุมอยู่ค่ะคุณน้อง”
คุณชายอนาวิลเดินออกมาจากห้องประชุมพอดีเกือบชนเนตรสุดาล้ม เขาคว้าร่างเด็กสาวได้ทัน ทั้งสองสบตากันเหมือนโลกหยุดหมุนชั่วขณะคิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันดวงตาคมเข้มคู่นั้นแทบจะทำให้ใจของเนตรสุดาละลายอยู่แล้วคุณชายจะได้ยินหัวใจของเธอหรือไม่เพราะมันเต้นโครมครามประหนึ่งใครมาตีระรัว
เด็กนรก!
“ คุณลุง!”
พอรู้ตัวชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ก็ผลักร่างสาวน้อยออกจนหน้าเกือบคะมำ
“เธอมาทำอะไรที่นี่”
“มาส่งเสบียงค่ะ วันนี้แกงเขียวหวานไก่สูตรคุณยายเลยนะคะ”
“หมดธุระก็กลับไปได้แล้ว”
“แหม!ทำไมไล่แฟนตัวเองอย่างกะหมูกะหมาแบบนี้ล่ะคะ”
คุณชายอนาวิลถึงกับตาโตใส่อย่างเอาเื่ผู้คนในออฟฟิศกระซิบกระซาบกัน เขาเม้มปาก ลากแขนเด็กสาวออกไปจากตรงนั้น
“แฟนเฟินอะไร พูดให้มันดี ๆ”
“อ้าว! คนกำลังจะแต่งงานกัน เรียกว่าแฟนมันผิดตรงไหนคะ”
“นี่เธอ..อย่ามาต่อปากต่อคำนะใครจะแต่งงานกับเธอ ไป! กลับไป ได้แล้ว”
“ กลับก็ได้ ไปก่อนนะคะคุณชายลุงอ้น” ชายร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคำว่า ลุง รีบคว้าแขนเด็กสาวเอาไว้ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะกระซิบเบา ๆ อย่างเหลืออด
“พี่ชายอ้น”
“คะ”
“เรียกฉันใหม่ว่า พี่ชายอ้น ไหนพูดสิ” คุณชายแทบจะบีบแขนเรียวเล็กของน้องสาวสุดแสบ
“พี่ ชาย อ้น” เธอพูดอย่างว่าง่าย
“ก็แค่นี้ กลับไปได้ แล้วไม่ต้องมาอีกนะ”เขาคลายมือออก หญิงสาวยิ้มมุมปากส่งสายตาเ้าเล่ห์
“เฮ้ย!ผึ้ง!” เนตรสุดาหน้าตื่นเหมือนเห็นตัวอะไรบางอย่าง เดินเข้าไปปัดเสื้อของอนาวิลชายหนุ่มใไม่แพ้กัน
“ไหน!”
“ผึ้ง!” เธอเอ่ยย้ำอีกครั้งทำให้คุณชายตระหนกมากกว่าเดิม
“ก็รู้แล้วว่าผึ้ง มันออกไปรึยัง”
“ ยังค่ะ ผึ้ง ผึ้ง....พึ่งรู้ว่ารักเธอ แฮร่! ไปล่ะค่ะ บ๊ายบายนะคะ คุณชายลุงอ้น เอ้ย! พี่ชายอ้น ฮ่าๆ ๆ ๆ ”
หญิงสาวหัวเราะร่าเริงยิ่งเห็นหน้าคุณชายยิ่งทำให้เธอขำก่อนเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์
แม้ว่าเนตรสุดากลับไปแล้วแต่คุณชายเอาแต่ยืนตัวแข็ง แก้มขาวใสของเขาระเรื่อกลายเป็สีแดงอย่างเห็นได้ชัดจู่ ๆ หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมา เด็กนรกของเขาหยอดใส่อีกคราว
อย่าบอกนะว่าเรากำลังเขินเด็กนรกนั่น บ้าไปแล้ว!
เ้าตัวทำอะไรไม่ถูกหันซ้ายหันขวาก่อนจะเดินเข้าห้องผิดทาง
“ห้องอยู่ทางนี้ครับคุณชาย” นัตตี้ชี้อย่างงง ๆ คุณชายหมุนตัวกลับ จัดเนคไทตัวเองแก้เขิน
“แล้วกล่องข้าว จะเอายังไงดีครับ” เลขาหนุ่มมองมันอย่างมีความหวัง ยอมรับในฝีมือการทำอาหารของเนตรสุดาหากจะได้ชิมอีกสักมื้อก็คงดี
“ ผมไม่กิน คุณเอาไปกินเถอะ” พูดจบ ปิดประตูดังโครมเหมือนโมโหใครมาหากทว่าน่าจะเป็การลนลานเสียมากกว่า นัตตี้ยิ้มดีใจมองกล่องข้าวตรงหน้าเป็ลาภปากอีกแล้ว ยกปิ่นโตขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมของเครื่องแกงเตะจมูก เย้ายวนให้ได้ัั
“ฉันอยากกินแกแล้ว แกงเขียวหวานขอชิมนิดหนึ่งนะ” กำลังจะเอาเข้าปาก ชายวัยห้าสิบปีแต่งตัวภูมิฐานเดินเข้ามา เพียงแค่เห็นเลขาหนุ่มก็รีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน
“สวัสดีครับคุณชาติชาย ”
“คุณชายอ้น หลานชายสุดที่รักอยู่ในห้องทำงานไหม”
“อยู่ครับ เชิญคุณชาติชายเข้าไปได้เลยคุณชายสั่งไว้แล้วครับ”
“เชิญทานตามสบายเลยนะ” ชายสูงวัยยิ้มอย่างใจดีก่อนจะเข้าไปในห้องประธานกรรมการบริษัท
กรวิกมองชาติชายอย่างไม่ไว้วางใจเขาเชื่อสัญชาตญาณตัวเอง รอยยิ้มของบางคนอาจจะฉาบยาพิษที่สามารถพิฆาตใครก็ได้โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
“ไม่มีอะไรหรอกน่ากรวิกนายไม่ต้องมายืนเฝ้าหรอก คุณอาชาติชายเป็อาแท้ ๆ ของฉันเอง ออกไปรอข้างนอกเถอะ”บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำสั่ง เดินออกไปอย่างว่าง่าย
“ อาจะชวนชายอ้นไปดูรีสอร์ทที่เขาใหญ่อาทิตย์หน้านี้ ชายอ้นว่างไปกับอาไหม”
“พอดีเลยครับ ผมก็ต้องเข้าไปดูที่นั่นเพราะจะมีเด็กโรงเรียนมัธยมมาทัศนศึกษาแล้วมาพักที่รีสอร์ทเราหลายร้อยคน”
“อาคิดว่าจะขยายอีกสองแห่งแต่คงต้องของบในการจัดสร้างอีก”
“เื่นั้น ผมอยากให้คุณอาชะลอการสร้างก่อนผมคิดว่าเราควรบริหาร รีสอร์ทในเขาใหญ่ในเครือทาร์โก้ที่มีของเราตอนนี้ให้มั่นคงกว่านี้เสียก่อนครับ แต่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ ผมจะไปดูที่ดินกับคุณอา”
ผู้เป็อาขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่สบอารมณ์หลานชายที่เอาแต่ดื้อแพ่งกับเขาตลอดกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็เอาแต่ปฏิเสธแผนการที่วางไว้เสมอ ถ้านับสิทธิ์ในมรดกเขาต่างหากที่ต้องมีสิทธิ์ในกิจการทั้งหมดของพิพัฒน์พัชระต่อจากท่านชายภัทระที่วางมือจากงานทั้งปวงหากทว่าพี่ชายของตนโอนกรรมสิทธิ์มรดกทุกอย่างให้แก่บุตรชายคนเดียวส่วนเขาได้เพียงแค่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในเขาใหญ่เท่านั้นทั้งที่รีสอร์ทในเครือทาร์โก้มีนับสิบแห่งบนเขาใหญ่และภูเก็ต
หากไม่มีคุณชายอนาวิลทุกสิ่งทุกอย่างก็จะกลายเป็ของเขาอย่างแน่นอน
ผึ้งผึ้งผึ้ง.. ผึ้งผึ้ง...ผึ้งผึ้งผึ้ง
บินบินบิน...หึ่งหึ่ง.... เกาะข้างหลัง
ปัดปัดปัด...อยู่ไหนแล้ว...ปัดเร็วพลัน
ผึ้งผึ้งผึ้ง... ผึ้งนั้น... พึ่งรักเธอ