ทุกคนล้วนมีความลับซ่อนอยู่ในใจ...ความลับที่ไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้ แม้แต่คนใกล้ตัวที่สุดก็ไม่อาจล่วงรู้เพราะหากวันหนึ่งมันถูกเปิดเผย โลกทั้งใบอาจเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจหวนกลับเช่นเดียวกับผม เด็กชาย ม.3 วัยสิบสี่ปี ที่ชื่อว่า ‘นนท์’
เื่ของผมกับแม่...เป็ความลับที่ไม่ควรมีอยู่เลยด้วยซ้ำเป็เื่ที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างแม่ลูก ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่...มันก็เกิดขึ้นแล้ว และผมก็ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้
ต้นปีนี้เองที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นผมอาศัยอยู่กับแม่และน้องชายวัยสามขวบในบ้านหลังใหญ่ซึ่งดูเหมือนบ้านพักตากอากาศหรูหรากลางสวนผลไม้กว้างใหญ่ไพศาลในภาคตะวันออกของประเทศบ้านของเราเป็บ้านหรูหราสองชั้น ผนังภายนอกทาด้วยสีขาวสะอาดตามีซุ้มระเบียงหน้าบ้านที่แม่มักจะนั่งดื่มกาแฟยามเช้า และมองสวนผลไม้ที่เรียงรายอยู่ไกลสุดสายตา
สวนผลไม้ของบ้านผมกว้างหลายร้อยไร่ปลูกทั้งทุเรียน มังคุด เงาะและลองกองในลักษณะเป็แปลงขนาดใหญ่ไล่ระดับตามแนวเนินดิน อากาศที่นี่ดีมากเย็นสบายแทบทั้งปี ยิ่ง่เช้า จะได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดินและผลไม้โชยมากับสายลมแต่มันก็ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ถนนทางเข้ายังเป็ลูกรังขรุขระฝุ่นตลบในหน้าร้อน และเฉอะแฉะเละเทะในหน้าฝน รถยนต์ธรรมดาวิ่งผ่านลำบากต้องใช้กระบะยกสูงเท่านั้นถึงจะฝ่าทางได้
ชีวิตของผมจึงผูกพันอยู่กับที่นี่เป็หลักไม่ได้มีเพื่อนมากนัก จะไปโรงเรียนแต่ละทีต้องให้คนขับรถของบ้านไปส่งเข้าเมืองแม่เองก็แทบจะไม่ได้ออกไปไหน
พ่อของผมเป็เ้าของสวนผลไม้ทั้งหมดนี้เป็คนใหญ่คนโตในวงการส่งออกผลไม้ มีธุรกิจส่งทุเรียนไปจีน มังคุดไปเวียดนามเงาะกับลองกองส่งไปตามชายแดนไทย-ลาว บางทีก็ไปเจรจางานที่ต่างประเทศบ่อย ๆเขาจึงไม่ค่อยอยู่บ้าน และที่สำคัญ เขามีเมียน้อย... ไม่ใช่เื่แปลกในสังคมนี้แต่กับแม่แล้ว มันเหมือนแผลลึกที่ไม่มีวันสมาน
แม่ของผมอายุ 44 ปีแล้ว แต่ยังดูสาวสวยมาก ผิวของแม่ขาวเนียนแม้จะคอยสั่งนู่นสั่งนี่คนงานกลางแดดกลางสวนแทบทุกวันผมยาวดำขลับถูกรวบขึ้นไว้เสมอในยามทำงาน หรือไม่ก็ถักเปียเล็ก ๆ อย่างเรียบร้อยแม่ไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไหร่ แต่กลับมีเสน่ห์แบบผู้หญิงที่ผ่านโลกมามาก มีความนิ่งสุขุม และแววตาที่ติดจะดุ ๆ แบบมาดคุณนายเ้าของสวนผลไม้
เรามีคนงานหลายสิบชีวิตที่ดูแลสวนแต่พวกเขาทั้งหมดจะกลับไปนอนที่หมู่บ้านใกล้ ๆ ในตอนค่ำบ้านเราจึงกลับมาเงียบสงบทุกเย็น เหลือเพียงผม แม่และน้องชายที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่เหมือนจะเต็มไปด้วยความอบอุ่นแต่ในความเป็จริงกลับซ่อนอะไรบางอย่างที่ลึกเกินจะกล่าวถึง
่บ่ายของวันหนึ่งในฤดูร้อน่ปิดเทมออากาศร้อนอบอ้าวจนต้นเงาะหน้าบ้านดูจะเหี่ยวเฉาไปถนัดตาแดดแรงจนหญ้าเขียวในสนามเริ่มกลายเป็สีเหลืองซีดเสียงพัดลมติดผนังในห้องโถงบ้านไม้หลังใหญ่หมุนดังหึ่ง ๆแข่งกับเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วในสวนที่กำลังแห้งแล้ง ผมนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรด เปิดแอร์เย็นฉ่ำพร้อมกับกลิ่นหอมของสบู่ที่แม่ใช้อยู่ประจำยังคงติดปลายจมูกจากผ้าเช็ดตัวที่แม่วางทิ้งไว้บนพนักพิง
ส่วนน้องชายผมกำลังนั่งดูไอแพดหัวเราะเอิ้กอ้ากพร้อมพี่เลี้ยงที่แม่จ้างไว้
ขณะที่ผมกำลังไถการ์ตูนอ่านในมือถืออย่างใจจดใจจ่อเสียงโทรศัพท์มือถือของแม่ที่วางทิ้งไว้ก็ดังขึ้นในครัวทำให้ผมเงยหน้าขึ้นด้วยความเคยชิน ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของแม่เดินฉับ ๆมารับสายที่โต๊ะอาหารริมหน้าต่าง
ผมไม่ได้ตั้งใจจะฟังแต่ด้วยความที่แม่เปิดลำโพงและทำงานบ้านไปด้วย ทำให้บทสนทนาฝั่งแม่ทะลุเข้าหูผมชัดเจนทุกคำเป็เสียงคุยที่นานผิดปกติสำหรับนิสัยของแม่ ปกติแม่มักจะไม่ค่อยพูดโทรศัพท์นานนักส่วนใหญ่แค่รับสายคนงานหรือคุยธุระกับพ่อสั้น ๆ แล้วก็วางแต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าแม่ดูครุ่นคิดไปกับเื่ที่ปลายสายพูดถึง
จากเนื้อหาที่ได้ยินแม่กำลังคุยกับญาติที่อยู่ในตัวเมือง พอดีพวกเขาไปเที่ยวภาคเหนือ แล้วเล่าให้แม่ฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่าที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งตอนนี้มี‘ฤษีชื่อดัง’ มาเยือน เป็ผู้มีวิชาแก่กล้ามีคนศรัทธามากมายถึงขั้นรวมเงินกันเชิญมาจัดพิธีใหญ่อย่างเอิกเกริกในศาลาประชาคมกลางหมู่บ้านญาติของแม่ที่อยู่ในสายมูดูจะเชื่อมั่นในพลังของท่านฤษีมาก และอยากให้แม่ลองไปร่วมงานด้วยสักครั้งเพราะคิดว่าแม่อาจได้ของศักดิ์สิทธิ์บางอย่างติดไม้ติดมือกลับมาบูชาที่บ้านให้ผัวรักผัวหลง
ผมนั่งฟังไปเงียบๆ พลางคิดในใจว่า แม่คงไม่ไปหรอก เพราะนิสัยของแม่ออกจะไม่ค่อยศรัทธาเื่แบบนี้นักแม่เคยเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะแต่งงานกับพ่อแม่ทำงานเป็ข้าราชการประจำอยู่กรมวิทยาศาสตร์ คอยตรวจสอบเอกสารวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องแล็บทั้งวัน ชีวิตแม่จึงเต็มไปด้วยเหตุผลและการตั้งคำถามอย่างมีหลักฐานรองรับซึ่งค่อนข้างสวนทางกับความเชื่อเื่พลังลึกลับหรือพิธีกรรมลี้ลับแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ไม่เคยลบหลู่เลยแม้แต่น้อย เวลาไปทำบุญที่วัด หรือต้องผ่านศาลเ้าข้างทาง แม่มักจะยกมือไหว้อย่างสำรวมทุกครั้งน้ำเสียงของแม่เวลาพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เต็มไปด้วยความเคารพ ไม่ใช่เพราะเชื่อแต่เพราะแม่รู้ว่า ความเชื่อของคนเรามีรากเหง้าจากที่ลึกกว่านั้นเป็เื่ของความรู้สึกมากกว่าตรรกะ
แม่ฟังปลายสายอยู่นานไม่ได้พูดอะไรมากนัก มีแต่เสียง "อือ" "เหรอ" "ค่ะ"อยู่เป็ระยะ จนท้ายที่สุด ผมก็ได้ยินแม่ถอนหายใจเบา ๆแล้วบอกปฏิเสธไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงความลังเลอยู่บางเบาในถ้อยคำ
หลังวางสายแม่ก็เดินกลับมาที่ครัวเงียบ ๆ ไม่พูดอะไรกับผมเลย ผมหันไปมองแม่เห็นแม่กำลังล้างมือใต้ก๊อกน้ำที่อ่างล้างจานดวงตานิ่งสงบแต่เหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในแววตา ผมอยากถาม แต่ก็เลือกเงียบไว้เพราะรู้ว่า ถ้าแม่อยากเล่า แม่จะเล่าเอง
หลังจากบทสนทนากับญาติทางภาคเหนือจบลงและแม่เดินกลับมาที่ครัวเงียบ ๆ ผมยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาดวงตาจับจ้องไปยังร่างระหงของแม่ที่ยืนล้างมืออย่างเงียบสงบใต้แสงแดดอ่อนที่ส่องลอดม่านหน้าต่างเข้ามาภาพนั้นช่างสง่างามและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน
ต้องบอกเลยว่าแม่ของผมเป็ผู้หญิงที่งดงามอย่างน่าใสูงถึง 170 เิเ หุ่นทรงสะโพกผายก้นสะบึ้มหน้าอกอวบอิ่มรับกับแผ่นหลังที่ตรงงามเหมือนนางแบบบนรันเวย์ผิวของแม่ขาวนวลอมชมพูอย่างคนเหนือแท้ ๆ ขัดกับแดดแรงที่แม่ต้องเจอแทบทุกวันแต่กลับไม่มีร่องรอยความหยาบกร้านเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งเวลาที่แม่พาผมกับน้องออกไปซื้อของในตลาดสดใกล้หมู่บ้านผมจะเห็นสายตาผู้ชายแทบทุกคนมองตามร่างของแม่ด้วยความกระหายไม่ว่าจะแม่ค้าขายเนื้อ พ่อค้าผลไม้หรือแม้แต่เด็กวัยรุ่นที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างร้านขายหวยล้วนแล้วแต่กลืนน้ำลายตัวเองลงคอพลางจ้องมองแม่ด้วยแววตาราวกับอยากลากแม่ไปรุมเย็ดกันตรงนั้นเลยให้ได้
สายตาพวกมันเต็มไปด้วยความอยากพวกมันมองแม่เหมือนหมาป่าที่เห็นเนื้อหวานกลางป่าเปลี่ยวจ้องไปที่หน้าอกกลมเต่งของแม่ที่ดันเสื้อยืดบาง ๆ อย่างไม่เกรงใจจินตนาการของพวกมันคงเตลิดไปถึงตอนที่แม่ถูกดันเข้าผนังแผงผัก แล้วกระแทกควยใส่ขณะที่มืออีกข้างกระชากเสื้อยืดขึ้นให้เห็นหัวนมสีชมพูชูชัน แบ่งปันกันดูดคนละข้าง
หรือบางทีพวกมันคงอยากให้แม่ก้มลงหยิบของแล้วเข้าประกบข้างหลังกระแทกเข้าไปตรงนั้นในท่าหมาอย่างรุนแรง จับสะโพกกลมแน่นของแม่ไว้แน่นพลางซอยไม่ยั้งจนเสียงกระทบกันดังลั่นตลาด เสียงแม่ครางแ่ ๆคงจะทำให้พวกมันเงี่ยนแทบบ้า
ครั้งหนึ่งแม่เคยพาผมกับน้องไปเดินห้างในตัวเมืองแม่ใส่เสื้อคอเต่าสีขาวกับกระโปรงยาวถึงหน้าแข้ง ดูสุภาพ เรียบร้อยแต่มันกลับยิ่งขับให้รูปร่างของแม่โดดเด่นเกินใคร ผู้ชายแทบทุกคนที่เดินสวนล้วนหันหลังกลับมามองแม่ซ้ำอีกครั้ง ราวกับภาพของแม่ฝังอยู่ในใจพวกเขาทันทีที่เห็น
แม้แต่พนักงานขายรองเท้าหนุ่มๆ ยังอ้อมหลังมาตามติด แสร้งเข้ามาถามไซส์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาของมันแอบเหลือบต่ำลงไปที่ก้นกลมแน่นดันกระโปรงออกมาผมรู้... ว่ามันคงกำลังจินตนาการถึงตอนที่แม่ถอดรองเท้า แล้วถกกระโปรงนั่งแหกขาให้มันเลียหีกลิ่นกายแม่คงทำให้มันแทบคลั่ง
ยิ่งเวลาแม่พาผมกับน้องไปว่ายน้ำในสระกลางเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่านแม่ชอบใส่ชุดว่ายน้ำวันพีซแบบสีขาวเรียบหรูแต่เพราะรูปร่างของแม่ช่างอวบอิ่มอย่างสมบูรณ์ ชุดนั้นจึงแนบเนื้อไปทุกส่วนทุกครั้งที่แม่เดินลงสระ ผู้ชายรอบข้างแทบทุกคนต่างมองตาค้างบางคนถึงขั้นยกมือปิดเป้ากางเกงตัวเองไว้เพราะกลัวควยจะแข็งออกมาโชว์ให้เห็น
พวกมันมองแม่เหมือนอยากให้แม่ขึ้นมาจากสระแล้วเดินตรงเข้าไปหาพวกมันให้แม่ถอดชุดว่ายน้ำนั้นออกต่อหน้า แล้วนอนหงายลงบนเก้าอี้ริมสระเปิดร่างกายให้พวกมันเย็ดกันต่อหน้าใครต่อใครโดยไม่ต้องสนใจ
และทุกครั้งที่ผมเห็นภาพเ่าั้มันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับแม่ของตัวเองมันกลับค่อย ๆ แทรกเข้ามาเงียบ ๆ อย่างน่ากลัว
ั้แ่จำความได้พ่อของผมก็เป็คนโผงผาง คิดอะไรก็พูดออกมาหมด แสดงความรู้สึกทางสีหน้าชัดเจน พ่อผมอายุ57 เป็ชายรูปร่างอ้วนเตี้ยเหมือนเสี่ยบ้านบ้านนอกที่ไปสอยนางฟ้าอย่างแม่ผมมาผิวคล้ำแดดเพราะต้องเดินดูสวนบ่อย ๆ แต่ถึงจะดูเหมือนคนแข็งกร้าวน่าเกรงขามแค่ไหนพออยู่ต่อหน้าแม่ พ่อกลับดูอ่อนลงอย่างน่าแปลก ราวกับว่าแม่เป็ดั่งจุดศูนย์กลางแห่งพลังที่ทำให้พ่อต้องยอมสยบอย่างไม่รู้ตัวแม้พ่อจะเคยนอกใจแม่ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยแต่เวลาที่เห็นชายคนไหนมองแม่ด้วยสายตาหื่นกระหายแม้เพียงนิดเดียวพ่อกลับกลายเป็คนหึงหวงอย่างออกนอกหน้า เสียงเข้มของพ่อมักจะดังขึ้นทันทีเวลาที่แม่แต่งตัวสวยเกินไปหรือมีหนุ่ม ๆ จากร้านค้าในเมืองหรือคนงานในสวนแสดงท่าทีชื่นชมแม่ออกมา
"แต่งแบบนี้ไม่โป๊ไปหน่อยเหรอ?"
เสียงพ่อพูดเหมือนจะตำหนิแต่แววตานั้นกลับซ่อนไฟหึงหวงไว้ชัดเจน
แม่ไม่เคยตอบโต้ไม่เคยยกเสียงเถียงกลับเลยสักครั้ง มีเพียงรอยยิ้มเย็นบางเบากับดวงตาสงบนิ่งคู่นั้น ที่มักจะจ้องตอบอย่างสุขุม เยือกเย็น และทรงอำนาจ แม่ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรมากแค่สายตาเดียว พ่อก็ดูจะสงบลงไปได้ทันที ราวกับโดนสะกดด้วยความนิ่งของแม่เพราะพ่อรู้ตัวแองดีว่ามีชนักติดหลังที่ไปเอากับลูกสาวเพื่อนของแม่จนท้องทำให้ป่านนี้แม่ก็ยังเข้าหน้ากับเพื่อนคนดังกล่าวไม่ติด
ในมุมของผมแม่คือหญิงสาวที่เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม มีวินัยสูง รู้กาลเทศะและรู้ว่าควรทำตัวยังไงในสถานการณ์ไหน แม่ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะออกไปฟาดฟันหรือประกาศศึกกับใครอย่างไร้สติถึงแม้จะเ็ปกับเื่ที่พ่อไปทำผู้หญิงรุ่นราวคราวลูกท้อง แม่ก็ไม่ได้ออกไปด่าว่าหรือต่อสู้แย่งชิงผู้ชายกลับมาเพราะแม่รู้ดีว่าอะไรมีคุณค่าควรรักษาไว้และอะไรที่ควรปล่อยผ่านให้ลอยหายไปตามกาลเวลา
แม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นอายุน้อยกว่าสดใหม่กว่า มีความเปล่งปลั่งแบบสาวแรกแย้มที่ผู้ชายจำนวนมากมักตกหลุมรักได้ไม่ยากแม่รู้... และแม่ก็เลือกจะไม่แข่งขัน เพราะสำหรับแม่ มันไร้ความหมายคนที่เดินออกไปจากบ้านหลังนี้ไปหาอกสาวอื่น ๆ นั้นไม่ใช่คนที่แม่จะเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยความโกรธแค้นหรือความน้อยเนื้อต่ำใจ แม่เพียงเฝ้ามองด้วยสายตานิ่ง ๆ แล้วหันกลับมารักตัวเองรักลูก และดูแลครอบครัวในแบบที่แม่เชื่อ
ในสายตาผมต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะสาวกว่า หุ่นจะน่าเย็ดแค่ไหนหรือแม้กระทั่งท้องโตจนต้องรับผิดชอบ แต่ก็สวยสู้แม่ของผมไม่ได้เลยสักนิด
แม่ของผมสวยแบบที่ไม่ต้องแต่งเติมให้เวอร์วังแม่สวยในทุกลมหายใจ สวยแม้ในตอนที่ล้างจานอยู่ในครัวหรือตอนที่เหงื่อเปียกแผ่นหลังเพราะเดินดูสวนผลไม้กลางแดดจ้า สวยแม้กระทั่งเพิ่งตื่นนอนบางครั้งผมนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา เห็นแม่กำลังเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน ร่างสูงโปร่งของแม่ไหวตามจังหวะการก้าวเส้นผมดำยาวไหลลู่ลงมาตามแผ่นหลัง ส่วนเว้าส่วนโค้งใต้ผ้ายืดบาง ๆนั่นกระตุ้นความรู้สึกในกายผมอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ผมต้องหันหน้าหนีกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างฝืดเฝื่อน...แล้วก็ต้องรีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการกับอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวที่ผมรู้สึกแบบนั้นและทุกครั้งที่รู้สึก มันก็ยิ่งย้ำเตือนว่า ไม่ใช่แค่ผู้ชายคนอื่น ๆที่อยากได้แม่ของผม แม้แต่ผมเองก็อยากลิ้มลองเหมือนกัน
สองสามอาทิตย์ผ่านไปอย่างเชื่องช้าแสงแดดฤดูร้อนยังคงสาดแสงแรงกล้าลงมาบนสนามหญ้าหน้าบ้านและต้นเงาะที่กำลังแตกใบใหม่ยังไม่ทันฟื้นตัวดีจากอากาศร้อนระอุใน่ก่อนหน้า จู่ๆ กริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นท่ามกลางบ่ายที่เงียบสงัดผมละสายตาจากหนังสือการ์ตูนบนหน้าจอมือถือแล้วเดินออกไปเปิดประตูรั้วหน้าบ้านอย่างเคยชิน
ที่หน้าประตูเป็ป้าเนียมลูกพี่ลูกน้องของแม่ ซึ่งผมเคยเจออยู่บ้างตามงานรวมญาติป้าอายุประมาณสี่สิบปลาย ผิวคล้ำแดด หน้าตาคมเข้มมีน้ำเสียงสดใสและแววตากระตือรือร้นกว่าผู้หญิงวัยเดียวกันทั่ว ๆ ไปแกยิ้มกว้างพลางถือกล่องใหญ่ ๆ เข้ามาในบ้าน พร้อมกับเอ่ยถามอย่างคุ้นเคยว่า
"แม่เราอยู่ไหมลูก?"
เสียงฝีเท้าจากด้านหลังบ้านดังแ่เบาก่อนเสียงของแม่จะะโถามมาว่า
"นนท์ ใครมาหรือลูก?"
ป้าเนียมหันหน้าไปทางหลังบ้านแล้วะโตอบอย่างร่าเริง
"ฉันเอง แก้ว! แวะมาเยี่ยม มีของดีจากเหนือมาฝากด้วยนะจ๊ะ"
แม่รีบเดินออกมาจากในครัวผมเห็นผ้ากันเปื้อนที่แม่ผูกไว้ยังเปื้อนคราบแป้งติดอยู่แม่คงกำลังทำขนมบางอย่างในครัวอยู่ก่อนหน้านี้ พอเห็นป้าเนียม แม่ก็ยิ้มบาง ๆที่ดูสดใสอย่างที่ผมไม่ได้เห็นมาหลายวัน แล้วรีบพาป้าไปนั่งที่โซฟายาวในห้องรับแขก
ผมยกน้ำเย็นมาให้ทั้งแม่และป้าเนียมก่อนจะเดินออกมาเงียบ ๆ ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันตามประสา ผมกลับขึ้นห้องนอนเปิดคอมพิวเตอร์ แล้วล็อกอินเข้าสู่โลกส่วนตัวที่ผมไม่เคยบอกใคร กลุ่มลับที่เต็มไปด้วยเื่ราวต้องห้าม
ในกลุ่มนั้นมีทั้งโพสต์เื่เล่าทางบ้านแนวแม่ลูกที่ทำให้หัวใจผมเต้นแรง และคลิปหลุดที่ถูกอัปโหลดจากOnlyFans หรือเว็บไซต์ลับเฉพาะ มันเป็โลกที่เต็มไปด้วยบรรยากาศผิดบาปอย่างประหลาด ทว่ามันกลับทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นราวกับได้หลุดเข้าไปหลังม่านประเพณีต้องห้ามที่ไม่มีใครรู้
ผมเปิดดูคลิปหนึ่งเป็ภาพแม่ลูกคู่หนึ่งที่นัดแลกคู่กับแม่ลูกอีกคู่ในโรงแรมม่านรูดหรูริมชานเมืองภายในห้องเต็มไปด้วยกล้องหลากมุมและแสงไฟนวลสลัวที่ทำให้ทุกอณูผิวของแม่แต่ละคนดูนุ่มนวลน่าัั
ในฉากนั้นแม่คนหนึ่งอายุประมาณสี่สิบปลาย ใส่ชุดนอนซีทรูสีดำเธอถูกลูกชายคู่ตรงข้ามกอดจากด้านหลัง มือหนา ๆของเขาลูบไล้จากเอวขึ้นไปถึงหน้าอกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะก้มลงเลียหัวนมของเธอช้าๆ ขณะที่ลูกชายแท้ ๆ ของเธอนั่งดูอยู่ปลายเตียงด้วยสีหน้าตื่นเต้น เงี่ยนขณะเลียหีแม่อีกคนหนึ่งซึ่งนอนหงายอยู่ขอบเตียง ถูกแหกขาออกกว้าง ก่อนจะค่อย ๆ โดนลิ้นลากไล้จากต้นขาเข้าไปจนถึงร่องหีสีชมพูระเรื่อเสียงครางเบา ๆ ของเธอกระตุ้นบรรยากาศรอบห้องให้ยิ่งร้อนแรง
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็สลับคู่กันอย่างช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อนแม่คนแรกขึ้นคร่อมลูกชายของอีกคู่ ขณะที่แม่อีกคนคุกเข่าอมควยให้ลูกชายของคนแรกเสียงเตียงกระทบผนังดังเบา ๆ ผสมกับเสียงครางเสียวที่สลับไปมามันเหมือนฉากในหนังโป๊ที่ถูกสร้างด้วยมือสมัครเล่น แต่กลับจริงยิ่งกว่ามนุษย์ยิ่งกว่า และเสียวเงี่ยนยิ่งกว่า
ผมดูคลิปนั้นพลางนึกภาพว่าถ้าแม่ของผม เป็คนที่ถูกกอดจากด้านหลังแบบนั้น ร่างสูงสง่าของแม่ในชุดบางเฉียบถูกลูกชายคนอื่นเลียหัวนม แล้วแม่ครางออกมาด้วยความเสียวซ่านต่อหน้าผมผมจะรู้สึกอย่างไร?
มือของผมสาวว่าวขึ้นลงทันทีเมื่อคิดได้เช่นนั้นใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกจากอก จินตนาการถึงแม่ที่ก้มลงอมควยให้คนอื่นใต้แสงไฟในห้องนอนกลิ่นกายประจำตัวของแม่ยังลอยอยู่ในจินตนาการมันผสมกับภาพในคลิปจนกลายเป็ภาพใหม่ที่ชัดเจนเกินกว่าจะต้านทานไหว
ผมหลับตาแน่นคิดถึงภาพแม่ขณะถูกอีกฝ่ายผลักลงกับโซฟาในห้องรับแขก แล้วตามขึ้นคร่อมแม่ช้า ๆมือของมันบีบคลึงหน้าอกอวบอิ่มของแม่จนแม่ครางกระเส่าก่อนจะใช้ลิ้นลากลงไปตามหน้าท้องแบนราบและจมหัวลงในกลีบพูหีที่แแ่ของแม่อย่างหิวกระหาย
เสียงครางจากวิดีโอบนหน้าจอดังลอดออกมาไม่หยุดคล้ายจะเร่งเร้าให้มือของผมชักแรงขึ้น มือของผมที่กำลังสาวว่าวขึ้นลงก็ยิ่งเร่งจังหวะอย่างลืมตัวภาพแม่ลูกกำลังเย็ดกันในคลิปยิ่งกระตุ้นจินตนาการให้ยิ่งลุกลามเกินกว่าจะหยุดได้แต่แล้วเสียงครางเ่าั้กลับไม่เพียงพอเสียแล้วความร้อนในกายเหมือนจะลุกลามขึ้นอีกระดับ มันไม่ใช่แค่้าปลดปล่อยแต่มันเหมือน้าอะไรบางอย่างที่จับต้องได้จริง ๆ
ผมถอนหายใจแรงเฮือกหนึ่งก่อนจะละมือจากแก่นกายที่ยังแข็งตึง รีบใส่กางเกงขาสั้นหลวม ๆ แบบลวก ๆไม่ได้ใส่กางเกงในด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบประตูถูกแง้มออกทีละน้อย ผมโผล่หน้าออกไปมองตามทางเดินและเงี่ยหูฟังไปยังด้านล่างบ้าน
เสียงของแม่ยังคงดังแว่วๆ อยู่จากห้องรับแขก แม่กับป้าเนียมดูจะยังคุยกันเพลินอยู่ที่โซฟายาวเสียงหัวเราะแ่ ๆ ทำให้ผมมั่นใจว่าไม่มีใครสังเกตการเคลื่อนไหวในตอนนี้ ผมก้าวเท้าเบาๆ ไล่ตามริมผนังไปยังหัวบันไดชั้นสอง แล้วเลี้ยวเข้าสู่ห้องนอนใหญ่ของพ่อกับแม่
ภายในห้องนอนที่แม่มักจะปิดประตูไว้เสมอบรรยากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศที่ยังเปิดทิ้งไว้ให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นกายเฉพาะตัวของแม่อบอวลอยู่ในนั้นม่านหนาถูกปิดลงครึ่งหนึ่งทำให้แสงที่ลอดเข้ามามีเพียงบางเบา ผมเดินไปยังอีกฝั่งของห้องซึ่งมีกรอบไม้เป็เหมือนประตูเชื่อมเข้าสู่ห้องแต่งตัวส่วนตัวของแม่
ห้องนั้นเต็มไปด้วยตู้เสื้อผ้าบิลต์อินที่เรียงรายขนานสองฝั่งตรงกลางมีเก้าอี้สำหรับนั่งแต่งหน้าและริมผนังด้านหนึ่งมีตะกร้าผ้าสีเทาวางอยู่เงียบ ๆ ดูไร้พิษภัยแต่มันกลับเป็เป้าหมายของผมอย่างชัดเจน
ผมย่อตัวลงช้าๆ หัวใจเต้นแรง มือสั่นนิด ๆ ขณะเอื้อมไปเปิดฝาตะกร้าผ้า กลิ่นหอมอ่อน ๆที่เป็เอกลักษณ์ของแม่ก็ลอยออกมาทันที เป็กลิ่นของสบู่อ่อน ๆ แชมพูสมุนไพรและความเป็ผู้หญิงที่อบอวลอยู่ในเส้นใยผ้า
ผมเริ่มคุ้ยช้าๆ ผ่านผ้าขนหนู เสื้อยืด กางเกงหลังบ้านที่แม่ใช้ในสวนกระทั่ง...สายตาเขาไปสะดุดเข้ากับกางเกงในลูก T-Back ตัวหนึ่ง
มันเป็กางเกงในสีดำสนิทขอบเอวบางเฉียบและมีความโปร่งบางราวกับจะฉีกได้ด้วยแรงััเพียงเบา ๆลายที่ปักไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นความหรูหราและเย้ายวนในแบบที่เขาไม่คิดเลยว่าแม่ของผมจะกล้าใส่ของแบบนี้มันดูเหมือนของผู้หญิงในนิตยสารสำหรับผู้ใหญ่ มากกว่าจะเป็ของแม่ที่เคร่งขรึมสุภาพเรียบร้อย
ผมหยิบมันขึ้นมาช้าๆ ปลายนิ้วลูบไล้ไปตามลายลูกไม้สลับตาข่าย ก่อนจะเห็นบางสิ่งตรงเป้ากางเกงในนั้น
คราบบางอย่างรอยจางๆ ที่เปียกแข็งนิด ๆ ตรงกลางผืนผ้า มันเป็ร่องรอยของความชื้นที่แห้งไปแล้วแต่ยังคงติดอยู่
ผมจ้องมองมันอย่างไม่รังเกียจเลยแม้แต่น้อยกลับรู้สึกตื่นเต้นจนลมหายใจขาด่ ยกกางเกงในนั้นขึ้นแนบปลายจมูกสูดกลิ่นหอมเฉพาะตัวของแม่เข้าไปเต็มปอด
กลิ่นนั้นไม่เหมือนสบู่ไม่เหมือนน้ำหอม แต่มันคือกลิ่นหีของแม่...กลิ่นของิั กลิ่นเหงื่อจาง ๆที่ติดอยู่กับความอบอุ่นของร่างกายผู้หญิงที่ผมรักและเคารพยิ่งกว่าใคร
ผมหลับตาแน่นสูดลึกอีกครั้ง แล้วครางออกมาเบา ๆ
“หีแม่... หอมจังเลย...”
เสียงของผมเบาเหมือนลมหายใจแต่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและแรงปรารถนาที่ไม่อาจหักห้ามได้
เสียงลมหายใจเริ่มหอบกระชั้นจากอารมณ์ที่กำลังซัดเข้ามามือข้างหนึ่งยังกำกางเกงในของแม่ไว้แน่นกลิ่นหอมเฉพาะที่ติดอยู่ตรงเป้ากางเกงยังไม่จางหายจากปลายจมูกความรู้สึกวาบหวิวราวกับตกอยู่ในห้วงฝันยังหล่อเลี้ยงแรงปรารถนาไม่ให้ดับลง
ผมรีบก้าวเท้าออกจากห้องแต่งตัวเดินเร็วอย่างคนละล่ำละลักกลับมายังห้องของตนเองประตูห้องถูกปิดลงอย่างแแ่หันหลังพิงบานประตู ปล่อยลมหายใจออกมารุนแรงเหงื่อซึมชื้นบริเวณหน้าผากทั้งที่แอร์ในห้องยังทำงานอยู่เต็มกำลัง
ไม่รอช้าเดินพรวดไปยังหน้าเตียงหยิบกางเกงขาสั้นที่ใส่มาเมื่อครู่โยนทิ้งไว้ปลายเตียงแล้วนั่งลงที่เก้าอี้หน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งยังเปิดคลิปค้างไว้อยู่คลิปที่หญิงวัยกลางคนกำลังขึ้นคร่อมลูกชายอยู่ใต้แสงไฟสลัวในโรงแรม
ผมก้มลงมองกางเกงในที่กำอยู่ในมืออีกครั้งคลี่มันออกช้า ๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวจนถึงสาย T-back ที่แคบบางราวกับเส้นริบบิ้นผิวััของมันอ่อนนุ่ม เย็นเฉียบ แต่กลับจุดไฟในกายให้ลุกวาบ
ผมนำมันมาพันลำควยตัวเองอย่างระมัดระวังสาย T-back ถูกรัดไว้ตรงโคนควย ความรู้สึกอ่อนนุ่มปนหยุ่นจากเนื้อผ้าทำให้ต้องครางเสียวออกมามืออีกข้างค่อย ๆ ขยับพันส่วนที่เหลือของกางเกงในรัดวนขึ้นมาอย่างบรรจง จนในที่สุดลำควยแข็งขึงของผมก็ถูกโอบรัดไว้เต็มลำด้วยกางเกงในของแม่
ภาพที่สะท้อนในกระจกข้างจอคอมพิวเตอร์คือเด็กชายที่นั่งเปลือยเปล่าบนเก้าอี้หนังขณะที่ควยเต็มไปด้วยผ้าลูกไม้สีดำที่เคยแนบเนื้อของผู้เป็แม่ความรู้สึกหวิววาบผสมความเสียวซ่านตีขึ้นมาจากปลายเท้าถึงท้ายทอย
สายตาของผมเหลือบไปยังหน้าจออีกครั้งคลิปที่เล่นอยู่เดินทางไปถึงฉากใหม่ หญิงวัยกลางคนผู้เป็แม่นอนหงาย แหกขาออกกว้างขณะที่ลูกชายของอีกคู่ก้มหน้าซุกไปที่หว่างขาลิ้นของเขาเลียลากไปตามแคมหีอย่างเชี่ยวชาญ เสียงครางของแม่ในคลิปค่อย ๆดังขึ้นในลำคอ ร่างกายกระตุกเล็กน้อยเมื่อปลายลิ้นจี้เข้าที่ติ่งแตด
ผมเริ่มสาวควยของตนเองขึ้นลงช้าๆ ผ้าลูกไม้ลื่นไปตามลำควยที่แข็งจนตึงร่องรอยการเสียดสีกับผ้าที่เคยแนบเป้ากายแม่ทำให้ทุกจังหวะยิ่งรู้สึกเหมือนผมกำลังเย็ดผ่านกางเกงในตัวนั้น
ผมหลับตาเล็กน้อยจินตนาการถึงแม่ของตนเองในชุดซีทรูบางเฉียบกำลังนั่งคร่อมอยู่บนร่างของชายแปลกหน้า ขณะที่ผมนั่งดูอยู่ปลายเตียง แม่หอบหายใจครางชื่อผมเบา ๆ มือบีบคลึงหน้าอกตัวเอง พลางมองมาทางผมด้วยแววตาอันเร่าร้อน
มือของผมเร่งจังหวะขึ้นข้อมือกระตุกขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วกดเน้นที่โคนควยสลับกับรูดขึ้นไปจนถึงหัวถอกที่บานแดง ร่างกายของผมกระตุกเกร็งทุกครั้งที่ภาพในคลิปเปลี่ยนฉากจากท่ามิชชันนารีไปเป็ท่าด๊อกกี้หญิงวัยกลางคนคุกเข่าแหกขาอยู่ปลายเตียงขณะที่ลูกชายของอีกคู่จับสะโพกเธอแน่นแล้วกระเด้าเข้าออกจนเสียงเนื้อกระทบกันดังก้อง
ผมมองจอตาไม่กะพริบลมหายใจร้อนถี่กระชั้นเหมือนคนวิ่งมาราธอน รู้สึกได้ถึงแรงเต้นตุ้บ ๆ ที่โคนควยร่างกายเกร็งแน่น เสียงครางตอนคนแม่โดนกระแทกหีในคลิปดังขึ้นเรื่อย ๆและเหมือนประสานกับเสียงครางต่ำในลำคอของผมอย่างเป็จังหวะ
มือที่สาวควยอยู่เริ่มออกแรงมากขึ้นสะโพกของผมกระเด้งตามจังหวะการชักว่าวราวกับ้าจะเย็ดผ่านผ้าลูกไม้ที่พันอยู่ให้ทะลุลงไปถึงจินตนาการที่ล่องลอยอยู่
"แม่...อื้อ...แม่... แม่ครับ แม่ครับ—"
เสียงกระซิบเบาๆ หลุดออกมาจากปาก ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเรียกชื่อแม่ออกมาดังแค่ไหนเพราะขณะนี้โลกทั้งใบของผมเหลือเพียงความรู้สึกนั้นความปรารถนาอันลึกล้ำที่รัดแน่นอยู่รอบลำควยเขาอย่างไม่มีทางปลดปล่อยได้อีกแล้ว
ผมเร่งมืออย่างบ้าคลั่งข้อมือสลับขึ้นลงด้วยจังหวะเร็วแรงจนกล้ามแขนเป็ลอนเสียงครางหลุดออกจากปากอย่างห้ามไม่อยู่ผ้าลูกไม้สีดำที่พันรัดลำควยเขาไว้แน่นเริ่มมีรอยยับและยืดตัวตามแรงรูดััที่ชุ่มไปด้วยน้ำหล่อลื่นจากปลายหัวถอกทำให้การสาวลื่นไหลยิ่งขึ้น กลิ่นคาวผสมกลิ่นกางเกงในแม่กระตุ้นประสาทรับรู้ทุกส่วนในตัวผมให้ร้อนแรงแทบะเิ
กล้ามเนื้อหน้าท้องเกร็งแน่นลอนกล้ามขึ้นเป็แพแนวั้แ่ชายโครงลงมาถึงเหนือหัวเหน่าบั้นเอวกระดกขึ้นจากเก้าอี้ตามแรงชักว่าวรุนแรง สะโพกแน่น บั้นท้ายตึงขาทั้งสองข้างกางออกเล็กน้อยฝ่าเท้าชันกับพื้นพรมอย่างมีจังหวะเพื่อส่งแรงขับจากสะโพกกลับขึ้นไปยังแก่นกายทุกครั้งที่รูดลงจนสุดโคน
ในขณะที่สายตาจับจ้องไปยังหน้าจอฉากในวิดีโอเปลี่ยนเป็คุณแม่ท่านนั้นนั่งคุกเข่าบนโซฟากำลังดูดควยให้ลูกชายของเธอช้า ๆ ลิ้นของเธอฉาบเลียไปรอบหัวถอกก่อนจะอมเข้าไปลึกจนคับเต็มโพรงปากเสียงดูดดังเปียกชื้นสลับเสียงครางต่ำของลูกชายเธอ
ผมตัวสั่น มือออกแรงสาวเร็วขึ้นอีกจังหวะมือที่ชักขึ้นลงดังกึก ๆ พันลูกไม้บนควยเริ่มหมุนตามแรงบิดน้ำเงี่ยนที่ไหลออกมาซึมจนเปียกชุ่มผ้าลูกไม้ ผมโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเอนหลังชิดพนักเก้าอี้ ร่างทั้งร่างขยับตามจังหวะรุนแรง เส้นเอ็นตรงลำคอปูดชัด
เสียงเตียงในคลิปเริ่มดังขึ้นจากจังหวะกระแทกในท่าด็อกกี้ของแม่ลูกอีกคู่หญิงคนนั้นถูกจับแหกขาคุกเข่าบนเตียง ลูกชายของเธอกระแทกเข้าออกอย่างรุนแรงฝ่ามือทั้งสองบี้เค้นบั้นท้ายทรงโตของเธออย่างแรงจนแดงช้ำก่อนจะแหกร่องดากให้อ้ากว้างยิ่งขึ้น
ผมเงยหน้าขึ้นแหงนหน้าร้องครางออกมาเบา ๆ
"อาาาา...อื้อออ...แม่...แม่ครับ..."
มือที่ชักว่าวเริ่มกระตุกเป็่ๆ รู้แล้วว่าจุดสุดยอดใกล้เข้ามาเต็มที บั้นเอวกระตุกไหวตามแรงบีบรัดจากในร่างกายสะโพกเขาขยับถี่เร็วขึ้นใน่ท้าย แรงกระแทกสะท้อนผ่านเส้นประสาทจากก้นถึงต้นคอสองมือบีบผ้าลูกไม้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนเนื้อผ้าแทบขาด
"อ๊าาาาาาาาาาา แม่จ๋า แม่จ๋า!!"
ผมร้องครางสุดเสียงพร้อมกับปล่อยแรงะเิจากภายในน้ำว่าวสีขาวขุ่นทะลักพุ่งออกจากปลายถอกกระแทกใส่ข้างในของแม่จนเปียกโชก น้ำไหลซึมเฉอะแฉะร่างของผมสั่นสะท้าน เอนตัวพิงเบาะอย่างหมดแรงขาทั้งสองข้างยังเกร็งแน่นอยู่กับพื้น
น้ำว่าวไหลย้อนตามผิวลำควยออกมาเปื้อนต้นขากลิ่นคาวผสมเหงื่อและกางเกงในแม่อบอวลเต็มห้อง ร่างยังหอบหายใจแรงดวงตาปรือเหมือนเพิ่งผ่านศึกใหญ่ มือยังจับควยที่ห่อไว้ด้วยผ้าลูกไม้อย่างหลวม ๆอยู่ไม่ห่าง
เสียงหอบหายใจของผมยังคงดังหอบอยู่ในห้องเงียบงันหลังจากะเิน้ำว่าวใส่กางเกงในของแม่จนเสร็จสมบรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง มีเพียงไอร้อนและกลิ่นคาวเฉพาะตัวที่อบอวลอยู่รอบ ๆร่างกายยังคงกระตุกเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจ มือที่จับควยไว้ยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำคาวและเปื้อนกางเกงในที่ยังพันรอบควยไม่ยอมปล่อย
แกร๊ก...
เสียงกลอนประตูห้องถูกหมุนจากด้านนอก...
ผมสะดุ้งสุดตัวหัวใจเต้นกระหน่ำอย่างไม่ทันตั้งตัว กำลังจะรีบคว้ากางเกงมาปิดเป้าแต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวให้ลุกขึ้นอย่างเต็มที่ ประตูห้องกลับเปิดออกช้า ๆพร้อมเสียงที่คุ้นเคย
"นนท์... เรียกแม่ทำไ—"
เสียงของแม่ขาดห้วงลงในวินาทีที่สายตาปะทะเข้ากับภาพเบื้องหน้า
ผมเบิกตากว้างสุดชีวิตมองแม่ที่ยืนค้างอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตกตะลึงความรู้สึกชาวาบแล่นั้แ่ปลายเท้าจนถึงท้ายทอยในพริบตาเดียว
แม่ยืนนิ่งดวงตาจับจ้องไปยังกลางลำตัวของผมที่ยังคงเปลือยเปล่าควยแข็งขึงของผมยังไม่ทันคลายตัวดีนัก และ...มันถูกพันด้วยกางเกงในลูกไม้สีดำของแม่เองอย่างชัดเจน
แม้เวลาจะหยุดนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาทีแต่สำหรับผม มันกลับยาวนานและทรมานอย่างถึงที่สุดแม่ไม่ได้เอะอะโวยวายอย่างที่คนทั่วไปอาจทำ หากแต่ยืนนิ่งดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างน้อย ๆ แล้วกลายเป็แววตาวูบไหวอย่างตะลึงงันกับสภาพควยของลูกชายที่มีกางเกงในของตัวเองพันอยู่รอบ
ริมฝีปากของแม่ขยับเล็กน้อยเหมือนพูดอะไรไม่ออก
ใจของผมเต้นกระหน่ำแทบทะลุอกมีแต่ความอาย ผมรีบเอื้อมมือไปปิดคลิปที่กำลังเล่นอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะก้มหน้างุด ๆไม่กล้าสบตาแม่ มือคว้ากางเกงข้างเก้าอี้มาปิดเป้าแต่การเคลื่อนไหวก็ทุลักทุเลอย่างน่าอับอาย สาย T-back ที่พันไว้แน่นเริ่มคลายหลุดจากลำควยช้าๆ เผยให้เห็นคราบน้ำว่าวที่ยังเปียกชุ่มอยู่บนเนื้อผ้า
แม่ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกอึดใจหนึ่งก่อนที่จะหลุบตาลงต่ำช้า ๆ แล้วค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับพยายามตั้งสติจากนั้นแม่ก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมอีกครั้ง แววตานั้นมีแต่ความบึ้งตึง
"รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย...แล้วลงไปคุยกับแม่ข้างล่าง"
น้ำเสียงของแม่ไม่ค่อยสู้ดีนักแฝงด้วยอำนาจที่ไม่อาจต่อต้าน แสดงความโกรธที่ปะทุอยู่ภายในอย่างถึงที่สุดผมพยักหน้าช้า ๆ มือยังคงกุมผ้าไว้แน่นร่างกายเกร็งแข็งไม่ต่างจากตอนถึงจุดสุดยอดเมื่อครู่
แม่ยืนอยู่อีกครู่ก่อนจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูอีกครั้ง แล้วปิดมันลงอย่างแ่เบาทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศหนักอึ้งภายในห้อง
ผมนั่งนิ่งอยู่ในห้องอยู่พักใหญ่ราวกับว่าความอับอายเมื่อครู่ได้กลืนกินสติและความกล้าทั้งหมดไปจนหมดสิ้นร่างกายยังคงเกร็งแข็ง ขณะที่ใจกลับเต้นไม่เป็ส่ำ เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลังแม้ห้องจะเย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศ
ผมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพยายามรวบรวมสติทีละน้อย ลุกขึ้นอย่างเงอะงะเดินไปหยิบกางเกงกับเสื้อยืดตัวเก่ามาสวมอย่างเร่งรีบ ไม่กล้าส่องกระจกไม่กล้ามองแม้แต่เงาของตัวเอง
มือสั่นนิด ๆขณะบิดลูกบิดประตู เปิดออกสู่ทางเดินที่ทอดยาวไปยังบันได ผมเดินลงบันไดช้า ๆทีละขั้นอย่างระมัดระวัง ทุกจังหวะเหมือนจะยาวนานกว่าปกติเสียงลมหายใจตัวเองดังก้องอยู่ในหัว
พอเดินมาถึงห้องรับแขกสิ่งแรกที่สังเกตได้คือ ป้าเนียมดูเหมือนจะกลับไปแล้ว
แม่ผมนั่งอยู่กลางโซฟาตัวยาวเพียงลำพังท่าทางนิ่งสงบเยือกเย็นอย่างผิดปกติ หลังตรงเป๊ะ มือทั้งสองข้างวางซ้อนบนตักดวงตาคู่นั้นหลุบต่ำเหมือนไม่อยากสบกับใครแต่กลับฉายแววเคร่งขรึมจนผมรู้สึกตัวลีบเล็กลงอย่างน่ากลัว
ผมก้าวเท้าเข้ามาใกล้กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ก่อนจะหยุดยืนห่างออกไปเล็กน้อยเหมือนรอคำอนุญาตโดยอัตโนมัติ
เสียงของแม่ดังขึ้นเบาๆ ทว่าเฉียบขาด
"มานั่งตรงนี้"
ผมเดินไปทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแม่ในทันทีก้มหน้ามองพื้นอย่างไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาขึ้นมองใบหน้าแม่รู้ตัวดีว่าสิ่งที่ทำไปนั้นเกินกว่าคำว่า 'ผิด' ไปไกล
แม่เงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เย็นเยือก
"เมื่อกี้...ทำอะไรอยู่ในห้อง?"
ผมกัดริมฝีปากแน่นมือกำชายกางเกงแน่นจนข้อขึ้นสี ใจเต้นกระหน่ำราวกับจะะเิออกมา
ไม่มีประโยชน์จะโกหก...
"...นนท์...นนท์เอา...กางเกงในแม่...ไปช่วยตัวเองครับ..."
ประโยคนั้นหลุดออกมาด้วยเสียงแ่เบาราวกับลมหายใจที่กำลังจะหมดอายุ
เงียบ
เงียบเสียจนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นในอกร่างกายเกร็งไปหมด ไม่รู้แม่จะตอบกลับมายังไงแต่แล้ว...เสียงหายใจของแม่ก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนก่อนจะตามมาด้วยเสียงพูดที่กดต่ำลงเล็กน้อย
"ใครสั่งใครสอนให้ทำแบบนี้ นนท์?"
ผมนิ่งอยู่อีกชั่วครู่แล้วค่อย ๆ พูดออกไปด้วยเสียงอ้อมแอ้ม รีบโยนว่าเป็ความผิดของคนอื่น
"...เพื่อนที่โรงเรียนครับ...มันสอน..."
แม่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างเนิ่นช้าคล้ายจะกล้ำกลืนความรู้สึกบางอย่างไว้ในอก
"แม่เคยบอกกี่ครั้งแล้ว ว่าให้เลือกคบเพื่อนดี ๆ คนเราอยู่ในวัยกำลังโตมีเวลาว่างแทนที่จะเอาไปทำอะไรมีสาระ อ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนก็กลับเอาไปฟังเพื่อนเลว ๆ สอนเื่สกปรกแบบนี้?"
ผมได้แต่ก้มหน้าเงียบไม่รู้จะตอบอะไร ไม่กล้าเถียง ไม่กล้าอธิบาย
"อายุแค่นี้ ยังไม่ถึงไหนเลย พฤติกรรมแบบนี้น่ะ มันน่าละอายที่สุดรู้ไหม"
น้ำเสียงแม่เริ่มเข้มขึ้นเล็กน้อยจนผมสะดุ้ง มือที่วางบนตักเริ่มสั่นน้อย ๆ
แม่ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินหายไปทางห้องด้านหลังก่อนจะกลับมาพร้อมกับไม้เรียวด้ามเรียวที่เคยวางพิงไว้มุมห้องผมเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง ก่อนรีบก้มลงอย่างรวดเร็วทันทีที่เห็นสายตาของแม่
"รู้ใช่ไหมว่าตัวเองทำผิด?"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ อย่างไร้ข้อแก้ตัว เสียงแม่ยังคงเยือกเย็น แต่ชัดถ้อยชัดคำ
"งั้นก็ยืนขึ้น แล้วหันหลังก้มตัวลง"
ผมค่อย ๆลุกขึ้นอย่างอึดอัด มือกำชายเสื้อไว้แน่น แล้วก้มตัวลง เอามือเท้าโซฟาไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงไม้เรียวดังหวือในอากาศ
เพี๊ยะ!
เสียงหวดไม้เรียวดังสนั่นกลางก้นทำเอาผมสะดุ้งสุดตัว ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาจนต้องกัดฟันแน่น
เพี๊ยะ!เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงฟาดอีกสามทีติดกันตามมาเป็ระลอกบั้นท้ายร้อนผ่าวราวกับถูกน้ำร้อนลวก แต่ผมไม่กล้าร้อง ไม่กล้าแม้แต่จะบ่นมีแต่เสียงสูดปากเบา ๆ และอาการเกร็งขาเพื่อยืนให้มั่น
หลังไม้เรียวสุดท้ายฟาดลงแม่ก็พูดด้วยเสียงเข้ม
"ขึ้นไปอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนเดี๋ยวนี้เลยแล้วอย่าให้เห็นว่าเอากางเกงในแม่ไปทำเื่ต่ำ ๆ แบบนั้นอีก เข้าใจไหม?"
ผมพยักหน้าช้าๆ เสียงสั่น ๆ ตอบออกไปเบา ๆ
"ครับแม่…"
จากนั้นผมก็รีบก้าวออกจากห้องรับแขกโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีกเดินขึ้นบันไดทั้งที่ก้นยังระบม ความเจ็บร้อนผสมความอับอายแล่นพล่านไปทั่วร่าง
สัปดาห์ถัดมาหลังเหตุการณ์วันนั้นทุกอย่างดูเงียบสงบเกินคาด แม่ไม่ได้พูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นอีกแม้แต่คำเดียว...ไม่มีคำตำหนิซ้ำเติม ทุกอย่างดำเนินไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นราวกับแม่เลือกจะลืมเื่หน้าละอายที่ผมทำลงไปเสียเฉย ๆ
แน่นอนว่าผมโล่งใจแต่ขณะเดียวกันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวาบในอกความเงียบของแม่ไม่ได้ทำให้ผมสบายใจนัก ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา
เย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียนผมกลับถึงบ้านเร็วกว่าปกติเปิดประตูเข้ามาด้วยความเหนื่อยล้าจากอากาศร้อนและการจราจรติดขัดในตัวเมืองบ้านเงียบสนิท มีเพียงเสียงพัดลมเพดานในห้องโถงหมุนเอื่อย ๆ ส่งเสียงครืดเบา ๆผมหันมองไปรอบบ้านไม่เห็นใคร สงสัยแม่คงจะออกไปดูคนงานในสวนหรือไม่ก็อยู่ในห้องครัวด้านหลัง
สายตาของผมเหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นตรงใกล้ตู้โชว์ไม้สักกล่องกระดาษแข็งขนาดใหญ่สีดำทึบ ใบเดียวกับที่ป้าเนียมเอามาให้แม่เมื่อสัปดาห์ก่อน
ผมจำได้ว่าแม่ยกมันขึ้นไปเก็บไว้ในห้องตัวเองแล้วแท้ๆ ตอนที่ได้รับมาใหม่ ๆ แม่เปิดดูไม่กี่วินาทีก็ปิดทันทีแล้วหิ้วหายขึ้นบันไดไปเงียบ ๆ โดยไม่ได้พูดอะไรกับผมเลย ตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจนักคิดว่าเป็ของฝากจากป้าเนียม แต่ตอนนี้...กล่องใบนั้นกลับมาวางอยู่ตรงเดิม
ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วผมเดินเข้าไปใกล้ มองสำรวจรอบกล่อง มันไม่มีลวดลาย ไม่มีฉลากมีเพียงผิวกระดาษเรียบ ๆ ที่เหมือนจะดูดแสงไว้จนหมดราวกับกล่องสีดำนี้เป็โพรงลึกที่ซ่อนอะไรบางอย่างไว้ภายใน
ผมย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเปิดฝากล่องออกช้า ๆ
สิ่งที่อยู่ข้างในทำให้ผมต้องนิ่งค้างไปพักหนึ่ง
มันคือวัตถุทรงกระบอกยาวขนาดเกือบหนึ่งฟุตทำจากหินเนื้อละเอียดสีนิลดำสนิทสะท้อนแสงวาววับเมื่อแสงแดดยามเย็นสาดกระทบผ่านบานหน้าต่างมันหนักพอสมควรเมื่อผมหยิบขึ้นมาััเย็นเฉียบแผ่ซ่านขึ้นมาตามปลายนิ้วเหมือนหินนี้ยังมีชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องสนใจ...ไม่ใช่เพราะขนาดหรือความมันวาวของมัน
หากเพราะรูปทรงของมันต่างหาก
แท่งหินถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเป็รูปร่างชายหญิงเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดกันอยู่ในท่าชวนเสียวสุดๆ ฝ่ายหญิงนั่งคร่อมอยู่บนตักของฝ่ายชาย มือทั้งสองของเธอวางอยู่บนบ่าเขาขณะที่เรือนร่างแนบชิดกันจนเห็นสัดส่วนทุกโค้งเว้าอย่างชัดเจน
ใบหน้าทั้งคู่เอียงเข้าหากันริมฝีปากประกบจูบ ดวงตาของหญิงสาวหลับพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้มส่วนฝ่ายชายมีสีหน้าเหมือนคนกำลังเคลิบเคลิ้มลุ่มหลง
ที่กลางลำตัวของทั้งสองมีการแกะลายเป็อวัยวะเพศชายที่กำลังสอดแทรกเข้าไปในช่องคลอดของหญิงสาวอย่างสมจริงจนแทบไม่น่าเชื่อว่าทำจากหินภาพการสอดใส่ถูกแกะให้ลึกเข้าไปประมาณครึ่งลำ ทรวดทรงทุกอย่างดูราวกับของจริงยิ่งเมื่อสังเกตดี ๆ ยังมีรอยลายคล้ายกล้ามเนื้อ ความนูน ความโค้งความตึงแน่นของสะโพกและต้นขาที่บ่งบอกถึงแรงกระแทกแห่งความใคร่อย่างถึงที่สุด
ตรง่เอวของหุ่นทั้งสองมีผ้าสีแดงหม่นผืนเล็กๆ ผูกมัดไว้ คล้ายผ้าผูกเอวถวายเ้าพ่อเ้าแม่ในศาลเ้าแต่อันนี้กลับมัดแน่นแนบกับตำแหน่งสอดใส่ของหินนั้นพอดิบพอดีราวกับ้าเน้นจุดนั้น
ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนมันไม่ใช่แค่รูปปั้นโป๊เปลือยธรรมดา แต่เป็ความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเต็มไปด้วยแรงปรารถนาความเร่าร้อน และพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ได้เหมือนมีบางสิ่งซ่อนอยู่ภายในเนื้อหินนั้นที่ทำให้หัวใจผมร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
ผมนั่งจ้องวัตถุประหลาดนั่นอยู่พักใหญ่สายตากวาดไปทั่วร่องรอยการแกะสลักทุกร่อง ทุกโค้ง ทุกองศา ความประณีตชวนตะลึง และชวนให้จินตนาการของผมเริ่มลื่นไหลไปในทิศทางที่ไม่อาจควบคุมได้
แม้กระทั่งกลิ่นบางอย่างกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวแม่ที่ลอยอวลอยู่ในกล่อง...หรือผมคิดไปเอง?
ผมสงสัยว่าเป็ของบูชาที่ป้าเนียมได้มาคงเอาไว้บูชาเพื่อให้ได้โชคได้ลาภตามความเชื่อล่ะมั้ง เลยวางแท่งหินนั้นกลับลงกล่องด้วยความรู้สึกวูบวาบบางอย่างที่เริ่มแทรกซึมขึ้นมาอย่างเงียบงันปิดฝากล่องให้เหมือนเดิมทุกประการ และค่อย ๆขยับกล่องกลับไปวางไว้ที่เดิมข้างตู้โชว์เหมือนไม่เคยถูกเปิดออก
ผมนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งมองกล่องนั้นด้วยความรู้สึกปะปนหลากหลาย แล้วจึงลุกขึ้นเดินขึ้นห้อง
...โดยหารู้ไม่เลยว่า สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นจะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างผมกับแม่ไปตลอดกาล
เสียงทีวีในห้องรับแขกยังคงเปล่งรายงานเกี่ยวกับพายุฤดูร้อนจากรายการข่าวที่ผมเปิดทิ้งไว้โดยไม่ได้ตั้งใจฟังนักหลังจากปิดกล่องหินเสพสมแล้วเก็บกลับที่เดิมตรงมุมข้างตู้โชว์ผมก็เดินมานั่งที่โซฟา ปล่อยตัวตามสบาย จิตใจยังมีอะไรบางอย่างไหลวนอยู่ภายในราวกับภาพแท่งหินนั้นยังคงตราตรึงอยู่กลางสำนึก
ขณะผมเหม่ออยู่เสียงฝีเท้าแ่เบาพร้อมเสียงพูดของแม่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
"อ้าวนนท์กลับมาแล้วเหรอแม่ฝากเอากล่องนั้นขึ้นไปเก็บไว้ที่ห้องลูกทีนะ"
ผมหันขวับไปมองแม่กำลังเดินอุ้มน้องชายวัยสามขวบเข้ามาในห้องมืออีกข้างชี้ไปยังกล่องสีดำใบนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ผมขมวดคิ้ว
"หืม? เอาไว้ห้องนนท์เหรอแม่ ห้องนนท์รกจะตายอยู่แล้วนะ"
แม่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดพลางขยับน้องให้แนบกับไหล่ตัวเอง
"ก็วันนี้พ่อเขาจะกลับมาบ้านแม่ไม่อยากให้เขาเห็นน่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าแม่งมงาย ไหน ๆก็ต้องรับของจากป้าเนียมมาแล้ว จะปฏิเสธก็ไม่ได้ เดี๋ยวแกจะเสียน้ำใจลูกช่วยแม่หน่อยแล้วกัน เอาไปวางไว้ในห้องลูกก่อน ระวังอย่าให้ตกแตกล่ะเข้าใจไหม?"
ผมพยักหน้าอ้อยอิ่งแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าขัดแม่ ผมเดินกลับไปหยิบกล่องขึ้นมาด้วยท่าทางลังเลนิด ๆ
ทันทีที่ช้อนมือทั้งสองใต้ฐานกล่องยกขึ้นมาผมถึงกับเซเล็กน้อย น้ำหนักมันมากกว่าที่คิดไว้เล็กน้อยราวกับเป็แท่งหินทั้งก้อนมากกว่ารูปเคารพธรรมดา
แม่ที่เดินตามหลังมาพูดเบาๆ
"ยกดี ๆนะ เดี๋ยวตกแตก... แม่ี้เีมานั่งฟังป้าเนียมเขาบ่น"
ผมประคองกล่องอย่างระมัดระวังเดินกระย่องกระแย่งขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยท่าทางระวังสุดชีวิตสุดท้ายก็พากล่องวางไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าติดผนังห้อง
หลังจากวางเสร็จผมหันกลับมาถามแม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยม "แม่มันคืออะไรกันแน่อะ? นนท์เห็นแล้วมันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้"
แม่สบตาผมชั่วขณะก่อนจะหลุบตาลงถอนหายใจ ตอบกลับเรียบ ๆ ว่า
"ของบูชาจากป้าเนียมน่ะ เห็นว่าได้มาจากฤษีทางเหนือ แม่ก็ไม่ได้อยากรับหรอกแต่แกให้ด้วยความตั้งใจ ก็เลยต้องรับไว้"
ผมขมวดคิ้วพลางนึกย้อนถึงแท่งหินรูปชายหญิงเปลือยกายกำลังกอดกันแแ่สีหน้าแม่ดูเหมือนปลง ๆ ไม่ได้หลงเชื่องมงายอะไร
แม่พูดต่อพลางชี้มาทางกล่อง
"เห็นป้าเนียมเขาบอกว่ามีแผ่นวิธีบูชาอยู่ใต้ฝากล่องนั่นนะลองเปิดให้แม่ดูหน่อยซิ"
ดูเหมือนแม่เองก็ไม่เคยเปิดดูอะไรในกล่องเสียเท่าไหร่เหมือนกันผมเลยพยักหน้าช้า ๆ ก้มลงนั่งยอง ๆ ดึงกล่องวางลงบนพื้นอย่างเบามือก่อนจะเปิดฝากล่องอีกครั้ง คราวนี้ผมพลิกฝากล่องดูอย่างตั้งใจ
สิ่งที่เห็นอยู่ด้านใต้ฝากล่องคือแผ่นบางๆ สีเหลืองอมน้ำตาลคล้ายหนังสัตว์แผ่นมีอักษรโบราณขีดเขียนเต็มไปหมดจนมองแล้วลายตา
ผมเงยหน้าขึ้น
"แม่ดูนี่สิ มันมีเขียนอะไรเต็มไปหมดเลย"
แม่อุ้มน้องเดินเข้ามานั่งยองๆ ข้างผม เอื้อมมือมารับแผ่นหนังจากมือผมอย่างเบามือก่อนจะเพ่งอ่านข้อความที่เขียนอยู่บนแผ่นหนังนั้น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
สักพักแม่ก็เริ่มอ่านออกเสียงช้าๆ ทีละวรรค ทีละประโยค เสียงของแม่เบาแต่ชัดเจน
"หินเสพสม บูชาปัดเป่าโรคภัย ให้หินนี้ได้ยล ชายหญิงร่วมรัก สอดใส่ให้เสร็จสม ได้รับค่านิยม ปัดเป่าโรคา ให้มลายหายสิ้นไป..."
เมื่อแม่อ่านจบสีหน้าก็เปลี่ยนเล็กน้อย แก้มขึ้นสีบาง ๆก่อนจะหุบปากเงียบเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเพิ่งพูดอะไรออกไป
แม่เบือนหน้าเล็กน้อยแล้วพูดเสียงอ้อมแอ้มว่า
"เอ่อรีบเก็บเถอะลูก... ไม่มีอะไรหรอก ของพวกนี้เขาไว้บูชาปัดเป่าโรคภัยเฉย ๆไม่ได้มีอะไรลึกลับมากมายหรอก ไร้สาระ"
แม่รีบเอื้อมมือปิดฝากล่องลงอย่างแ่เบาด้วยสีหน้าให้สงบเสงี่ยมตามแบบฉบับของผู้ใหญ่ที่ยึดหลักตรรกะเหตุผล
ผมนิ่งเงียบไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้ารับคำแม่ช้า ๆ แล้วช่วยแม่ขยับกล่องกลับไปวางไว้บนตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิมรู้สึกว่าของแบบนี้ช่างไร้สาระ คงไม่แคล้วเป็ของเอาไว้หลอกแดกพวกลูกศิษย์ลูกหาล่ะสิไม่ว่า