เสียงกระแอมเบา ๆของศาสตราจารย์หลี่ทำให้จ้าวหยูซินสะดุ้งเล็กน้อยเธอถูกดึงกลับมาจากความคิดที่ล่องลอยในอดีตสู่ปัจจุบันอีกครั้ง หัวใจของเธอเต้นรัวแต่หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามเตรียมใจให้พร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นศาสตราจารย์หลี่เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงสงบ“ดร.จ้าวหยูซิน ผมขอแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณหยางเว่ยหลง CEO ของหลงฮวาจิวเวลรี่ เขาเป็ผู้สนับสนุนหลักในการวิจัยหยกัของเรา”
จ้าวหยูซินฝืนยิ้มอย่างสุภาพ แม้ในใจจะหนักอึ้งไปด้วยความทรงจำที่ฝังลึกระหว่างเธอกับเขา"คุณหยาง" เธอเอ่ยเบา ๆ รู้สึกแปลกใจที่ต้องเรียกเขาอย่างห่างเหินราวกับเป็คนแปลกหน้าที่เพิ่งพบกัน ทั้งที่ไม่เคยเรียกเขาด้วยชื่อเช่นนี้มาก่อนหยาง
เว่ยหลงจ้องมองเธอเพียงครู่เดียวดวงตาคมเข้มคู่นั้นมืดมนและยากจะตีความ “ดร.จ้าว” เขาตอบกลับด้วยเสียงนุ่มนวลแต่เ็า ราวกับว่ากำแพงระหว่างพวกเขาได้ถูกสร้างขึ้นไม่มีร่องรอยของความอบอุ่นที่เคยมีไม่เหลือความใกล้ชิดของชายผู้เคยโอบกอดเธอในคืนหนาว หรือชายผู้เคยกระซิบถึงอนาคตร่วมกันบัดนี้ ความสัมพันธ์นั้นกลับกลายเป็เพียงเงาจาง ๆ ที่ลบเลือนหายไปตามกาลเวลา
น้ำเสียงที่เคยเต็มไปด้วยความรักกลายเป็เพียงเสียงเ็าที่ตัดขาดจากอดีตความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเต็มไปด้วยความผูกพัน กลับถูกแทนที่ด้วยความห่างเหินราวกับว่าทั้งสองต่างรู้ดีว่าเส้นทางที่เคยเดินร่วมกันไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว
ศาสตราจารย์หลี่ซึ่งไม่รู้เื่ราวในอดีตของพวกเขายังคงพูดต่ออย่างไม่รับรู้ถึงความตึงเครียดในอากาศ “คุณหยางสนใจหยกัมากบริษัทของเขาลงทุนมหาศาลในการศึกษาเื่นี้”
หยางเว่ยหลงหันไปมองนิทรรศการด้วยท่าทีที่จ้าวหยูซินอ่านไม่ออก“ใช่ครับ ศาสตราจารย์” เขาตอบเบา ๆ “หยกัเป็มากกว่าหยกโบราณชิ้นหนึ่งมันคือสัญลักษณ์ของบางสิ่งที่เก่าแก่และทรงพลังผมศึกษาความเป็มาของมันมาสักพักแล้ว”
จ้าวหยูซินหรี่ตาเล็กน้อยเสียงของเขาแฝงไปด้วยนัยบางอย่าง ราวกับว่าเขารู้มากกว่าที่แสดงออกหญิงสาวรู้จักเขาดีพอที่จะเข้าใจ แม้เขาจะพยายามปิดบังความคิดแต่เธอััได้ว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ บางอย่างที่สำคัญ
“ฉันไม่เคยรู้ว่าคุณจะสนใจเกี่ยวกับโบราณคดีและหยกัคุณหยาง” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
หยางเว่ยหลงกะพริบตาเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงนิ่งเฉย“ความสนใจของผมเพิ่มขอบเขตให้กว้างมากขึ้นครับ ดร.จ้าว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ“หยกเป็หัวใจสำคัญของธุรกิจครอบครัวผมมาโดยตลอด และหยกั...มันมีความหมายลึกซึ้ง ผมอยากเข้าใจมันให้มากขึ้น”
ศาสตราจารย์หลี่เสริม“คุณหยางมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เราได้รับเงินทุนสำหรับการสำรวจเพิ่มเติมเราจะศึกษาเื่การแกะสลักหยกั รวมถึงเื่คำสาปของมันด้วย”
คำว่า "คำสาป" ทำให้จ้าวหยูซินรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างความฝันของเธอเกี่ยวกับซ่งหยูเฟิง หญิงสาวผู้แกะสลักหยกัเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ใน่หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และในความฝันนั้นเธอมักเห็นชายคนหนึ่ง ‘เฉินจางเว่ย’ ชายที่ซ่งหยูเฟิงรัก และเขาก็รักเธอชายที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับหยางเว่ยหลงอย่างน่าประหลาด
จ้าวหยูซินเหลือบมองหยางเว่ยหลงความคิดในหัวหมุนวนไปมา
มันเป็ไปได้หรือไม่? หยางเว่ยหลงและเฉินจางเว่ยมีความเชื่อมโยงกัน? ชายที่เธอรักในอดีตชาติและชายที่เป็รักแรกของเธอในชีวิตนี้จะเกี่ยวข้องกัน?
ทันใดนั้นความคิดของเธอก็พลันสะดุด หรือว่า หยางเว่ยหลง คือ เฉินจางเว่ย
“ผมได้จัดเตรียมเงินทุนสำหรับการวิจัยขั้นต่อไปแล้วพวกคุณสามารถเริ่มงานในเฟสถัดไปได้ทันที”หยางเว่ยหลงกล่าวทิ้งท้ายด้วยท่าทางเ็าและห่างเหินเช่นเดิม“ผมหวังว่าคุณจะแจ้งความคืบหน้าให้ผมทราบนะครับ ศาสตราจารย์หลี่”
“แน่นอนครับคุณหยาง” ศาสตราจารย์หลี่ตอบรับเสียงเรียบ สายตาของเขาจับจ้องที่เอกสารในมือ
หยางเว่ยหลงเหลือบมองจ้าวหยูซินอย่างแ่เบาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”น้ำเสียงของเขาฟังเหมือนคนที่พร้อมจะตัดขาดจากการสนทนา ไม่เหลือสิ่งใดให้พูดต่อ
เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปทั่วห้องโถงพิพิธภัณฑ์ความเงียบรอบตัวทำให้เสียงนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น แต่ก่อนที่เขาจะหายไปจากมุมห้อง หยางเว่ยหลงหยุดเดินกะทันหันเขาหันหลังให้จ้าวหยูซิน ขณะที่ยืนนิ่งเงียบกลางแสงไฟสลัว
“หยูซิน”เสียงของเขาเอ่ยเรียกชื่อเธอ มันแ่เบาและอ่อนโยนกว่าครั้งไหน ๆราวกับเสียงสะท้อนที่ถูกบ่มเพาะมาจากกาลเวลา “ระวังตัวด้วยนะหยกัเป็มากกว่าหยกธรรมดา”
คำพูดของเขาค้างอยู่ในอากาศและก่อนที่จ้าวหยูซินจะทันได้ตอบอะไร เขาก็เดินจากไปทิ้งเธอไว้กับคำพูดที่ยังคงก้องสะท้อนในใจ