บรื้นนนน!!!!...... เอี๊ยดดด!!!!!!......
:
ปังงงง!!!!!!.........
“ไอ้ทิป!!... มึงอยู่ไหน มึงออกมา ไอ้ทิป!!... มึงออกมาคุยกับกู!!!!......”
ปวราศขับรถยนต์วิ่งเข้ามาจอด ที่หน้าบ้านของนายหัวจิรทิปต์ ก่อนจะเปิดประตูรถก้าวออกมา และตามมาด้วยเสียงปิดประตูดังมากมาย ไม่กลัวว่าประตูรถยนต์จะพังด้วยน้ำมือตัวเองเลยสักนิด แต่ถึงจะพัง ปวราศก็ไม่สนใจ เพราะตอนนี้ปวราศกำลังโกรธมาก จะโกรธใครได้ล่ะ ก็นายหัวจิรทิปต์นั้นยังไง
“ไอ้ทิป!! มึงกล้าทำ มึงก็กล้าออกมาเผชิญหน้ากับกูสิวะ จะมัวหดหัวอยู่ทำไม ออกมา!!!!......”
ปวราศยังเห็นไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากภายในบ้านของนายหัวจิรทิปต์ ปวราศจึงส่งเสียงร้องะโเรียก นายหัวจิรทิปต์ออกไปอีกครั้ง ซึ่งก็ทำให้คนที่อยู่ภายในบ้านต่างพากันใ จริงๆ ก็ใั้แ่ครั้งแรกแล้วล่ะ แต่ที่ไม่มีใครออกมาเป็เพราะว่ากำลังโทรหานายหัวจิรทิปต์อยู่นั้นเอง เนื่องจากนายหัวจิรทิปต์ตอนนี้อยู่ที่เหมือง
บรื้นนนน!!!!...... เอี๊ยดดด!!!!!!......
รถโฟล์วิลวิ่งเข้ามาจอด ร่างแกร่งของนายหัวจิรทิปต์ก้าวออกจากรถโฟล์วิล ด้วยใบหน้านิ่งเรียบเฉย นายหัวจิรทิปต์หรี่ตามองปวราศ ก่อนจะยิ้มเยาะออกมา กับท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของปวราศ
“มึงจะมาเห่าหอนอะไรที่หน้าบ้านกูวะ!!!!”
นายหัวจิรทิปต์เดินอ้าดๆ เข้ามาหยุดยืนห่างจากปวราศประมาณหนึ่งก้าว นายหัวจิรทิปต์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเท้าสะเอว ก่อนจะเปล่งเสียงพูดด้วยท่าทีไม่แยแส ไม่สนใจ และไม่มีท่าทีที่หวาดหวั่น หวาดกลัว กับท่าทีที่เป็อยู่ของปวราศอยู่ในขณะนี้
“ไอ้ทิป!! ไอ้ชาติชั่ว... มึงทำน้องกู ทำไมมึงจะต้องทำกับน้องกูด้วย น้องกูไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเื่ที่ผ่านมาเลยสักนิด ถ้ามึงอยากจะแก้แค้นก็มาทำกับกูสิวะ และอีกอย่างเื่ของกูกับน้องมึง กูคุยกับน้องมึงเข้าใจกันแล้ว แล้วมึงยังจะมาแค้นอะไรอีก”
“มึงยังจะกล้ามาบอกว่า คุยกับน้องกูเข้าใจแล้วอย่างงั้นเหรอ ถ้าคุยเข้าใจกันแล้วน้องกูคงไม่เป็อย่างนั้นหรอก”
นายหัวจิรทิปต์ได้ยินคำพูดที่ปวราศพูดออกมา ดวงตาคมกริบลุกวาวโรจน์ ราวกับมีไฟลุกโชน นายหัวจิรทิปต์ยกมือขึ้นชี้หน้าปวราศ ปากเปล่งเสียงตะคอกใส่หน้า ด้วยอารมณ์พุ่งสูงปรี๊ด
“แต่น้องกูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย มึงจะมาลงกับน้องกูไม่ได้!!!!”
ปวราศรู้แหละว่าตัวเองผิดเต็มประตู แต่ก็จริงตามที่บอก คือได้พูดคุยกับจิรนันท์ น้องสาวของนายหัวจิรทิปต์แล้วนั่นแหละ และปวราศก็คิดว่าได้พูดคุยกันเข้าใจแล้ว แต่พอมาอีกวันกลับได้ยินข่าวร้าย จิรนันท์เสียใจมากจนคิดสั้น จบชีวิตตัวเองลงไปในที่สุด
“ทำไมจะไม่เกี่ยว มึงกับน้องมึงก็เกี่ยวทั้งนั้นแหละ รวมหัวกันทำร้ายน้องกู”
นายหัวจิรทิปต์ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ จับกระชากคอเสื้อปวราศเข้ามาหาตัว ดวงตาจ้องเขม็งสบตากัน ปากพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว พอพูดจบก็ผลักร่างของปวราศออกอย่างแรง ปวราศก้าวถอยหลัง แต่เท้าไปสะดุดกับก้อนหิน จึงล้มลงไปนั่งที่พื้น
บรื้นนน!!!!......
“พี่ราศ!!!!”
ปวริศาขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด แล้วรีบร้อนก้าวเดินแก้มวิ่งเข้ามาหาปวราศ ปวริศานั่งยองๆ ลงข้างๆ พร้อมกับยื่นมือเรียวเล็กจับแขนปวราศ เงยหน้ามองใบหน้าครามครันของนายหัวจิรทิปต์นิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองพี่ชายสุดที่รัก
“พี่ราศอย่าทำอย่างนี้สิ พอได้แล้ว กลับบ้านเราเถอะ”
ปวริศาพูดร้องขออ้อนวอนปวราศทั้งน้ำตา ที่เธอยอมบอกเล่าให้ปวราศฟังเื่ราวที่ถูกนายหัวจิรทิปต์จับไปอยู่ที่เกาะ ไม่ได้อยากจะให้ปวราศมาทำอย่างนี้ เพราะเธอรู้ว่านายหัวจิรทิปต์มีความอาฆาตแค้นฝั่งแน่นอยู่จนเต็มอก ใครจะพูดอะไรจะทำอะไรเป็การทดแทนความผิด เขาก็ไม่รับหรอก นอกจากเขาจะได้แก้แค้นให้สาแก่ใจซะก่อน
“แต่น้ำค้าง!!!!......”
“ไม่มีแต่ พอเถอะ กลับบ้านพี่ราศ อึก!!”
ปวราศจะพูดบอกให้ปวริศาเข้าใจว่ามาที่นี่ทำไม แต่ปวริศาสวนพูดขึ้นมาอย่างเป็การตัดบท และทั้งยังร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เพราะยิ่งอยู่ตรงหน้านายหัวจิรทิปต์อย่างนี้ ยิ่งทำให้เธอเ็ปรวดร้าวหัวใจ และยิ่งคิดถึงเื่ราวที่เคยมีความสุขด้วยกัน ตอนที่อยู่ที่เกาะเงา เธอจึงอยากจะไปให้พ้นๆ ตรงนี้สักที
ปวราศเห็นน้องสาวสุดที่รักร้องไห้หนัก จึงละความคิดที่จะพูดกับนายหัวจิรทิปต์ ปวราศลุกขึ้นยืน โดยมีปวริศาช่วยประคองให้ลุกขึ้น แล้วเดินไปขึ้นรถ ระหว่างที่เดินไปที่รถยนต์ ปวราศมองนายหัวจิรทิปต์ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ส่วนปวริศาไม่คิดจะมองหน้านายหัวจิรทิปต์เลยสักนิด เพราะยิ่งมองยิ่งเจ็บ
ปวริศาเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ รอให้ปวราศขับรถยนต์นำออกไปแล้ว เธอจึงค่อยขับรถมอเตอร์ไซค์ตามหลัง ปวริศาว่าจะไม่มองดูนายหัวจิรทิปต์แล้วนะ แต่ก็อดใจไม่ไหว จึงมองนายหัวจิรทิปต์ผ่านกระจกรถมอเตอร์ไซค์ และก็เห็นนายหัวจิรทิปต์มองตามหลังเธอ
น้ำตาที่เช็ดให้เหือดแห้งไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ก็ไหลรินออกมาอาบสองแก้มนวลเนียนใสอีกครั้ง จึงกลายเป็ว่า เธอขับมอเตอร์ไซค์ไปก็ร้องไห้ไปด้วย ปวริศาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ตั้งใจว่าจะเข้มแข็ง จะไม่อ่อนแอ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นมากกว่านี้
“เราจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะน้ำค้าง เราจะไม่อ่อนแอให้ใครเห็น พ่อแม่และพี่ราศจะเป็ห่วงเราเอาได้อย่างนี้”
ปวริศากล่าวพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ปล่อยมือจากแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ มาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มนวลเนียนใสลวกๆ แล้วยื่นมือกลับไปจับแฮนด์รถมอเตอร์ไซค์อีกครั้ง ตั้งหน้าตั้งตาขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน โดยพยายามไม่คิดถึงเื่นายหัวจิรทิปต์อีก
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
น้ำค้างน่าสงสารจัง แล้วนี่นายหัวทิปจะแก้แค้นอะไรอีกหรือเปล่าน่าาาาา...... หรือนายหัวทิปจะยุดิความแค้นเพียงแค่นี้กัน ถ้ายังไงโปรดติดตามอ่านในตอนต่อไปนะคะ.......................................^_^ ^_^ ^_^ ^_^