“เฮอะ ! …หากเ้าบรรลุเทพยุทธ์กลายเป็เ้าของมิตินี้ จะเดินทางกลับไป-กลับมากี่ครั้งก็ย่อมได้ !”
เสียงเล็กๆยียวน กวนประสาทของเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้มู่เชียนสะดุ้งสุดตัว เด็กสาวรีบหันมองหาเ้าของเสียงไปรอบห้องอย่างใ ทว่าครู่ใหญ่ก็ยังมองไม่เห็นที่มาของเสียงลึกลับ..
“ข้าอยู่นี่ ! ตาเ้ามองเสียสูง จะเห็นข้าได้อย่างไร” น้ำเสียงหงุดหงิดไม่พอใจดังมาจากบริเวณเตียงสี่เสา มู่เชียนก้มลงมองพบเ้าของร่างก็พลันนิ่งอึ้ง…
ตาสีน้ำตาลกะพริบปริบๆ 2 ครั้ง ก่อนจะเอ่ยทักทาย “สวัสดี.. จิ้งจกน้อย ”
เ้า ‘จิ้งจกน้อย’ ตาพองขึ้นด้วยความโกรธจัด ลำตัวเปลี่ยนเป็สีแดงแวววับ เช่นเดียวกับดวงตาสีแดงที่จ้องมองมาอย่างเกรี้ยวกราด…. วินาทีนั้นอุณหภูมิในห้องนี้เปลี่ยนเป็ร้อนอบอ้าวขึ้นทันที
“เ้ามนุษย์ตาต่ำจงฟังไว้ …. ข้าผู้นี้คือเทพอสูรลำดับหก ผู้จิติญญาแห่งไฟ นามข้า ต๋าเหอหงลิ่วจิ้ง !!” ศีรษะน้อยๆของมันเชิดขึ้น ดวงตาสีแดงดุร้ายจ้องเขม็งมา ลำตัวคล้ายจะขยายใหญ่ขึ้น ... เล็กน้อย
มู่เชียนพิจารณาสัตว์อสูรตัวเล็กตรงหน้าสักครู่ก่อนกล่าวอย่างไม่แน่ใจ “เ้าหมายถึง เ้ามิใช่จิ้งจกธรรมดา..”
เ้าตัวน้อยตรงหน้าหลับตาพยักหน้าหงึกหงักอย่างสงบ ‘ดีที่ยังไม่โง่เกินไป พอสั่งสอนได้....’
“เ้าคือเทพอสูรแห่งไฟ” สัตว์อสูรลืมตามองนางสายตาบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจ
“เช่นนั้น..เ้าคือจิ้งจกไฟหรือ ?” มู่เชียนเอ่ยเสียงเบาอย่างไม่มั่นใจ ทำไมเทพอสูรถึงมีร่างเป็จิ้งจกได้ ช่างเป็รสนิยมอันพิเศษอะไรเช่นนี้ …
“ข้าไม่ใช่จิ้งจก !! เ้ามนุษย์โง่ !! ข้าคือาาัไฟ !! เ้าไม่เห็นเขาบนศีรษะข้ารึ ?!! จิ้งจกบ้านเ้าสิมีเขา !! ขาข้าก็มีถึงหกข้าง… บรรพบุรุษจิ้งจกของเ้ามีขาหกข้างหรือไร !!! เ้าคนไร้ความคิด !!! สตรีไร้สมองไร้ความงาม... หากไม่ใช่เทพบิดาส่งข้ามาช่วยเ้า ข้าจะเผาสมองหมูของเ้าให้เป็จุล !! ”
าาัไฟโกรธเกรี้ยวจนผ้าห่มที่ทับอยู่แทบลุกไหม้ หากเขายังอยู่ในสภาพเดิมเพียงลมหายใจเดียวที่ปล่อยออกมาในยามพลั้งเผลอ ก็คงเผาเ้ามนุษย์ตรงหน้าจนสลายกลายเป็เถ้าไปแล้ว
คิดแล้วก็ยิ่งแค้นเ้า ‘เยว่ิ’ นัก เพราะมันผู้เดียวทำให้เขาและพี่น้องทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ พลังเทพถดถอยลงจนมองร่างเดิมแทบไม่ออก ต้องมาถูกมนุษย์อ่อนแอดูถูกดูแคลนเยี่ยงนี้ !
“ัหรือ ? ตัวเล็กจัง !” มู่เชียนเผลอหลุดปากออกไปอีกครั้ง คราวนี้ถึงกับซ้ำเติมจุดอ่อนใหญ่ในใจของาาัเพลิง มันะโไปมาบนผ้าห่มราวกับกิ้งก่าตัวเล็ก ก่อนจะะโร้องด่าออกมาอีกชุดใหญ่
“เ้าสิตัวเล็ก !! บิดามารดาบรรพบุรุษเ้าสิตัวเล็กทั้งตระกูล !! ในยามที่ข้ายังยิ่งใหญ่ เ้าและบรรพบุรษทั้งตระกูลของเ้ายังไม่พอให้ข้าใช้แคะฟันด้วยซ้ำ !! หญิงตาต่ำเช่นเ้า ทั้งหยาบคาย ไร้มารยาท ไร้ความงาม ไร้ความสามารถ !!”
อสูรน้อยยามโมโหดูน่ารักมากกว่าน่ากลัว มู่เชียนรู้สึกเอ็นดูยิ่งนัก ที่สำคัญดูเหมือนเขาจะมีปมด้อยเื่ขนาดตัว “ขออภัยด้วย ข้าเพิ่งข้ามมิติมาที่นี่ เลยยังไม่รู้เื่ราวอะไรมากมายนัก เมื่อครู่ข้าไม่ได้สังเกตให้ดีก่อนทำให้มองไม่เห็นเขาของเ้า ทำให้มองผิดไป” เด็กสาวเอ่ยปลอบโยนเสียงเบา ถึงแม้เขานั่นจะเล็กเสียจนนางอยากได้แว่นขยายมาส่องดูให้แน่ใจ.. แต่อย่างไรก็ปลอบให้เขาเย็นลงก่อนดีกว่า
“เ้าชื่ออะไรนะ ? มันยาวมาก เอ่อ....แล้วก็ดูยิ่งใหญ่มากๆ จนข้าฟังไม่ทันจริงๆ ” มู่เชียนเอ่ยยิ้มๆ สีแดงเข้มของัน้อยค่อยๆจางลงบ้าง เขาคงยอมรับคำขอโทษของนางแล้ว
“หึ... ฟังอีกครั้งให้ชัด ! ข้าคือ เทพอสูรลำดับหก ต๋าเหอหงลิ่วจิ้ง !!” เทพอสูรน้อยประกาศเสียงก้อง…
“แต่เ้าเรียกข้าว่า หงลิ่ว ก็พอ”
เขาละคำว่าจิ้งไว้ ด้วยมันเป็นามที่แท้จริงของเขา และเมื่อครู่นางเรียกเขาว่าจิ้งจก ทำให้เขาค่อนข้างผวากับคำว่า ‘จิ้ง’ เป็พิเศษ
มู่เชียนฟังก็รู้ถึงสาเหตุ ด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบนางอยากเรียกเขาว่าจิ้งเหลือเกิน อาจเพราะความรู้สึกเอ็นดูแกมหมั่นไส้ในตัวอสูรเทพ ผู้มีนิสัยคล้ายเด็กชายแก่แดดตนนี้
“เ้าชื่อจิ้งสินะ..” เห็นปฏิกริยาสะดุ้งเล็กๆของัน้อย ทำให้นางมั่นใจเต็มร้อยทันที แต่ก่อนที่เ้าัน้อยจะได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนกล่าวว่า
“จิ้ง คำนี้ คนที่ตั้งชื่อให้เ้าต้องรักเ้ามากแน่ๆ จึงได้เห็นเ้าเป็สิ่งล้ำค่าเยี่ยงนี้” เ้าัน้อยนิ่งงันไป
“ข้าขอเรียกเ้าว่าเสี่ยวจิ้งได้หรือไม่ ? ในเมื่อเ้าเป็ผู้ช่วยของข้า เ้าย่อมเป็สิ่งล้ำค่าของข้าเช่นกัน” กล่าวจบก็ยื่นมือไปลูบศีรษะของัน้อย รับรู้ถึงความตะปุ่มตะป่ำของตุ่มเล็กๆในตำแหน่งเขาสองข้าง
‘ดูเหมือนจะเป็ัจริงๆด้วย !’ มู่เชียนคิดพลางส่งยิ้มให้ัน้อยอย่างเอ็นดู
ฉับพลัน..เทพัตัวน้อยรู้สึกถึงพลังชีวิตอบอุ่นสายหนึ่งบริเวณศีรษะ ที่ถูกส่งต่อผ่านมือนุ่มนิ่มของเด็กสาวเข้ามาในร่าง ความรู้สึกนี้ยอดเยี่ยมมาก ร่างกายของมันไม่ได้รู้สึกเต็มอิ่มแบบนี้มานานแล้ว
หลายร้อยปีที่ผ่านมาเขาต้องเผชิญกับความรู้สึกกัดกร่อนจากกระจกรัตติกาลมาโดยตลอด ปราณธาตุอัคคีในตัวมีแต่ลดไม่มีเพิ่ม นี่เป็ครั้งแรกที่ัน้อยรู้สึกถึงการฟื้นฟูของปราณธาตุไฟของตน
“คำทำนายเป็จริง เ้าคือผู้เยียวยา.... ” เสียงัน้อยเบาบางคล้ายพูดกับตัวเอง แต่มู่เชียนกลับได้ยินเต็มสองหู เด็กสาวขมวดคิ้วถามทันที
“คำทำนายอะไรกัน เกี่ยวกับข้าใช่หรือไม่ ?” นี่เป็ครั้งที่สองที่นางได้ยินอะไรเกี่ยวกับคำทำนาย ครั้งแรกคือก่อนที่จะถูกพาข้ามมิติมา
“อะแฮ่ม ...” เสี่ยวจิ้งสะบัดศีรษะออกจากมือน้อยเพื่อไล่ความงุนงง น้ำเสียงขุ่นเพราะเสียหน้าที่เผลอไผลไปกับความอบอุ่นของพลังนั่น
“คำทำนายของมิติอี้เจ๋อกล่าวว่า ‘สายเืเทพจุติ ณ ดินแดนแห่งการเยียวยา ทำลายภัยพิบัติแห่งรัตติกาล ให้ปราณทั้งเจ็ดรวมเป็หนึ่งเดียว’. คำทำนายนี้ปรากฏมาสามร้อยปีแล้ว... ”
‘นี่คือภารกิจของข้าที่เทพองค์นั้นพูดถึงงั้นหรือ’ มู่เชียนยังคงนิ่งฟังเสียงเล็กๆอธิบายต่อไป
“สมัยนั้นมิติอี้เจ๋อ 18 แคว้น 5 ทวีป ล้วนใช้ชีวิตสงบสุขไม่รุกรานกัน กระทั่งาาแห่งแคว้นต้าเยว่ … เ้าคนไร้ยางอายเยว่ิ .. ทั้งที่แคว้นของมันความยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปใต้ มันกลับยังไม่พอใจ เ้าบ้านั่นอัญเชิญกระจกจากมิติรัตติกาลเข้ามายังมิติแห่งนี้ เพื่อหวังเพิ่มพลังการต่อสู้ของต้าเยว่..”
“ราชวงศ์เยว่คือราชวงศ์แห่งธาตุมืด ส่วนกระจกรัตติกาลก็สามารถดูดกลืนปราณธาตุอื่นๆแล้วแปลงออกมาเป็ปราณธาตุมืดได้ เ้านั่นคิดเพียงว่าต้องเพิ่มปราณธาตุมืดในแผ่นดินของตนเอง ทว่ากลับคาดผิดไปเ้ากระจกนั่นชั่วร้ายกว่านั้นมาก มันสูบปราณธาตุในมิติเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่ปราณธาตุอื่นถูกกร่อนทำลายลงไป ปราณธาตุมืดชั่วร้ายกลับแทรกแซงครอบคลุมไปทั่วแผ่นดิน จนสุดท้าย ก็ทำลายสมดุลธาตุทั้งหมดที่นี่... !” เอ่ยถึงตรงนี้เทพัน้อยก็มีสีหน้าโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอีกครั้ง
“พวกข้าที่เป็จิติญญาแห่งธาตุทั้ง 7 ได้รับผลกระทบก่อนใคร พี่รองเอ้อร์ิจิติญญาธาตุมืด พยายามเข้าขัดขวาง แต่กลับถูกดูดเข้าสู่กระจกรัตติกาล หายตัวไปกว่า 300 ปี ส่วนพวกข้าที่เหลือ ก็ถูกกร่อนพลังจนมีสภาพเทพไม่ใช่เทพ ผีไม่ใช่ผีเช่นทุกวันนี้... เพราะเ้ามนุษย์โง่อวดฉลาดพวกนั้นแท้ๆ !!”
“เช่นนั้นผู้ที่นำข้ามาที่นี่ คงจะเป็เทพซิ่งชางสินะ ?” มู่เชียนนิ่งคิด แล้วถามด้วยอาการสงบ
“นอกจากเทพบิดา ข้าก็นึกไม่ออกว่าผู้ใดจะสามารถพาสิ่งมีชีวิตข้ามมายังมิตินี้ได้”
“เ้าเรียกท่านเทพซิ่งชางว่าบิดา เ้าเป็บุตรของท่านหรือ?”
เสี่ยวจิ้งหน้าขึ้นสีเล็กน้อยแทบมองไม่เห็น แต่สีหน้ากระอักอ่วนนั้นเห็นได้ชัดเจนยิ่ง
“ก็ใช่น่ะสิ แต่.. ที่จริงแล้วในมิตินี้เทพผู้สร้างย่อมเป็เทพบิดาของทุกสิ่ง หากจะพูดถึงผู้สืบสายเืที่แท้จริงก็คงจะเป็...เ้านั่นล่ะ !” เทพอสูรน้อยกล่าวอย่างไม่เต็มใจ
“ข้าหรือ ?” มู่เชียนใ เด็กสาวส่ายศีรษะพร้อมปฏิเสธ “เป็ไปไม่ได้ ข้าเป็เพียงมนุษย์จากอีกมิติหนึ่ง พ่อแม่ของข้าก็เป็มนุษย์ธรรมดา เพียงแต่ข้ามีพลังประหลาดบางอย่าง เลยถูกพาตัวมาเท่านั้น”
“ฮึ..!” เสี่ยวจิ้งแค่นเสียงใส่มู่เชียน
“สิ่งที่ผู้อื่นเรียกร้องแทบตายยังไม่ได้ เ้ากลับไม่้า ช่างเสียของเสียจริง มนุษย์หนอ...โง่มากโง่น้อยก็ยังเป็มนุษย์โง่ !” เขาอิจฉา อิจฉาแทบตายแล้ว
“ตำนานเล่าว่า ชีวิตเริ่มแรกของเทพแห่งมิติทั้ง 7 นั้น จุติในมิติที่เรียกว่าโลก ก่อนที่เทพบิดาจะบำเพ็ญเพียรสำเร็จ และสร้างมิติอี้เจ๋อขึ้น ก็เคยมีครอบครัวที่นั่น พลังเทพของท่านถูกส่งต่อให้ทายาททุกรุ่น มากน้อยก็แล้วแต่พร์และการฝึกฝน เ้าเองปราณอี้เจ๋อ อีกทั้งบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องจึงสามารถปลุกพลังสายเืขึ้นมาได้ … ที่สุดจึงกลายมาเป็คนในคำทำนายนี้”
“ปราณอี้เจ๋อคือสิ่งใด ?”
“มิติอี้เจ๋อนี้ เป็มิติแห่งเทพซิ่งชาง ทุกสรรพสิ่งในมิตินี้ถูกสร้างขึ้นจากปราณอี้เจ๋อเป็พื้นฐาน เมื่อเกิดความวิปริตผกผันของปราณธาตุ ล้วนสามารถแก้ไขได้โดยปราณอี้เจ๋อ ทว่าทั่วทั้งแผ่นดินนี้ นอกจากเทพซิ่งชาง และทายาทแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดปราณชนิดนี้อีก…. ปราณอี้เจ๋อนั้นคือพลังแห่งการเยียวยา ถือเป็ต้นกำเนิดแห่งปราณธาตุทั้งปวง ยามนี้ปราณธาตุทุกธาตุถูกกัดกร่อนไป เ้าจึงจำเป็ต้องมาที่มิติแห่งนี้ เพื่อฟื้นฟูแก้ไขให้ปราณทั้งหลายกลับเข้าสู่สมดุลย์อีกครั้ง รวมถึงทำลายกระจกรัตติกาลนั่นด้วย”
เด็กสาวนิ่งฟังก่อนพบจุดสงสัยอย่างรวดเร็ว
“ทำไมท่านเทพซิ่งชางไม่ทำภารกิจนี้เองล่ะ พลังของท่านเหนือกว่าข้าไม่รู้กี่เท่า หากสิ่งท่านมิอาจทำได้ ข้าที่เป็ลูกหลานก็ยิ่งไม่อาจทำสำเร็จ ”
ัน้อยส่ายศีรษะอย่างเศร้าสร้อย
“เทพบิดาพยายามแล้ว ทว่าไม่อาจทำลายกระจกรัตติกาลได้ราบคาบ เหตุผลก็คือท่านสำเร็จเป็เทพไปแล้ว ปราณอี้เจ๋อในร่างได้เปลี่ยนสภาพกลายเป็ปราณของเซียนไปเช่นเดียวกัน…. เื่ของมนุษย์ในมิติมิอาจใช้พลังของท่านแก้ไขได้ จึงจำต้องอาศัยปราณอี้เจ๋อจากทายาทอย่างเ้าแทน”
ครั้งนั้น..ธาตุมืดจากกระจกปีศาจได้แทรกซึมผ่านพื้นพิภพ ลงสู่แกนกลางมิติ ทำให้จุดใกล้ที่สุดอย่างแคว้นต้าเยว่ แทบจะกลายเป็ดินแดนต้องคำสาป พืชผลไม่อาจงอกเงยสูงกว่าเข่า ประชาชนจิตใจบิดเบี้ยวโหดร้าย าาทุกรุ่นกลายเป็ปีศาจบ้าเื ก่อาเพื่อแย่งชิงเสบียงอาหารไปทั่ว
แคว้นต้าเยว่ได้รับความช่วยเหลือจากกระจกรัตติกาลจึงชนะาทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงา แคว้นเล็กๆรอบนอกจึงพร้อมใจกันส่งเสบียงอาหารเป็ส่วยให้แก่แคว้นต้าเยว่ ทำให้พวกนั้นครองตำแหน่งแคว้นที่เข้มแข็งที่สุดและร่ำรวยที่สุดในเวลาเดียวกัน
“์ช่างลำเอียงนัก ทำชั่วกลับได้ดี ลำบากก็แต่ข้าตัวเล็กลงทุกวันเพราะถูกกร่อนพลัง !” เสี่ยวจิ้งยิ่งเล่ายิ่งโมโห น้ำตาคลอเบ้า เขากัดฟันน้อยๆในปากจนแทบแหลก กลิ่นไหม้โชยออกจากผ้าห่มอีกครั้ง
มู่เชียนกะพริบตาไว้อาลับให้ผ้าแพรนุ่มผืนนั้น ปฏิญาณในใจว่าจะไม่ขอพูดเื่ขนาดตัวของเสี่ยวจิ้งอีกเด็ดขาด !
“เช่นนั้นข้าต้องทำอะไรบ้าง ?” เด็กสาวเอ่ยถาม นางพร้อมแล้วสำหรับการทำภารกิจ … มุ่งหน้าสู่เส้นทางที่จะพานางกลับบ้าน กลับไปหาครอบครัวของนาง !