ตอนที่78 เหมือนกับเอสเปอร์เทเลวัจน์เลย
ฉับพลันมีมีดบินขนาดเล็กพุ่งเข้าใส่ณิชาอย่างตั้งใจเธอรับรู้ความเร็วและแรงจากอาวุธของฝ่ายตรงข้ามที่ซัดเข้าใส่ด้วยทักษะต่อสู้ที่ตนมีเป็นอย่างดีจึงเบี่ยงตัวหลบมีดบินอย่างผ่อนคลาย
อู๋หมิงปิงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าการเคลื่อนไหวหลบอาวุธที่อ่อนช้อยแต่ทรงพลังนั้น แฝงความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่ซึ่งเทียบเคียงได้กับตัวเขาโดยไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่วิ่งเร็วกว่าจะมีความแข็งแกร่งด้านทักษะต่อสู้เช่นกัน
‘เธอเป็นใครกันแน่? แค่วิ่งเร็วกว่าฉันกับศิษย์พี่ใหญ่ก็มากพอแล้วนี่ยังสามารถหลบมีดบินของศิษย์น้องเจ็ดได้อีก นับว่าไม่ธรรมดาเสียจริง’
อู๋หมิงปิงรับรู้ได้ทันทีว่ามีดบินที่ซัดเข้าใส่หญิงสาวนั้นเป็นอาวุธประจำกายของศิษย์น้องเจ็ดซึ่งเขารู้สึกแปลกใจที่พบศิษย์น้องสาวสวยในเส้นทางลงเขามาลำธารเช่นนี้
อย่างไรก็ตามเขารู้สึกประหลาดใจในความแข็งแกร่งของหญิงสาวแปลกหน้ามากกว่าด้วยไม่คิดว่าเธอจะมีความลับมากมายเช่นนี้
‘ศิษย์น้องเจ็ดมาทำอะไรที่นี่? แต่ช่างเถอะ ไว้ค่อยสอบถามทีหลังแต่ผู้หญิงคนนี้นี่สิ ช่างเก่งกาจมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก’
อู๋หมิงปิงครุ่นคิดเกี่ยวกับณิชามากขึ้นเพราะพบหลายสิ่งที่ไม่สามารถให้คำตอบกับตนได้โดยเขาหวังว่าอาจารย์จะสามารถเค้นความลับจากหญิงสาวได้ถึงแม้ว่าใจหนึ่งจะเป็นกังวลหากอาจารย์ล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับหยกที่หญิงสาวมีอยู่
“ศิษย์พี่สามพาผู้หญิงแปลกหน้าขึ้นเขามาทำไมคะ?”
อู๋หมิงฉือหรี่ตามองณิชาพร้อมเตรียมมีดบินในมืออีกหลายเล่มเพื่อซัดเข้าใส่หญิงสาวอีกคนเธอรู้สึกไม่พอใจที่สาวสวยแปลกหน้าเดินเคียงคู่มาพร้อมกับศิษย์พี่สามที่ตนหลงรักอีกทั้งหญิงสาวคนนี้ยังมีใบหน้าสวยงามกว่าตน สร้างไม่พอใจให้เธอเป็นอย่างยิ่ง
อู๋หมิงปิงจำเป็นต้องรีบกล่าวห้ามทัพก่อนเพราะไม่ต้องการให้ศิษย์น้องเจ็ดทำเสียเรื่อง
“พี่จะพาผู้หญิงคนนี้ไปพบอาจารย์ก่อนส่วนต่อไปอาจารย์จะพิจารณายังไง? ก็ค่อยว่ากันอีกที”
ณิชาเลิกคิ้วแปลกใจพลางเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าซึ่งเป็นดรุณีน้อยอายุราวยี่สิบที่แต่งกายด้วยชุดกางเกงพื้นเมืองคล้ายกับชุดโบราณสีน้ำเงินผมยาวรวบเป็นหางม้ายกสูง ท่าทางคล่องแคล่วโดยเฉพาะทักษะต่อสู้ที่เพิ่งทดสอบเธอ
ถึงอย่างไรก็ดีณิชาพบว่าหญิงสาวคนดังกล่าวยังมีทักษะต่อสู้อ่อนด้อยกว่าตนอยู่ราวสองสามส่วนจึงไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับเธอแม้แต่น้อยทว่าความรู้สึกที่เธอสัมผัสได้อีกอย่างจากหญิงสาวตรงหน้าคือความหึงหวงที่ฝ่ายหญิงปิดไม่มิด
เธอเหล่ตามองท่าทางของชายหนุ่มหล่อเหลาด้วยความสนใจซึ่งพบว่าเขาเฉยเมยคล้ายกับไม่ได้สนใจรับรู้ท่าทางแสดงความไม่พอใจในความหึงหวงของอีกฝ่ายจึงทำให้เธอคิดวิเคราะห์อย่างเข้าใจความสัมพันธ์อันซับซ้อนของทั้งคู่ได้ไม่ยากเย็นว่า
‘สงสัยว่าผู้หญิงจะแอบรักผู้ชายคนนี้แต่อีตาหน้าเย็นชาดันไม่รักตอบกระมัง ผู้หญิงก็เลยหงุดหงิดที่เห็นฉันงั้นหรือ? จะมาหึงหวงทำไมกัน?แค่ฉันท้องโดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อก็มากพอแล้ว เฮ้อ!ช่างเสียเวลาเปล่าประโยชน์เสียจริง ’
ณิชาลอบถอนหายใจในพฤติกรรมของหญิงสาวตรงหน้าโดยเธอจดจำได้ว่าตนเองตั้งครรภ์กับคนที่ไม่ใช่อดีตสามีทว่าเธอจดจำอุบัติเหตุได้อย่างคลุมเครือจำได้แค่ว่าไปฟื้นในโรงพยาบาลโดยมีน้องสาวและอดีตสามีตามไปเยาะเย้ยเธอถึงที่
อู๋หมิงปิงกังวลว่าศิษย์น้องเจ็ดจะทำให้เรื่องราวลุกลามจึงรีบพูดออกตัวที่จะพาหญิงสาวแปลกหน้าไปพบอาจารย์ว่า
“พี่ยกน้ำไปใส่โอ่งก่อนแล้วจะพาเธอไปพบอาจารย์ ศิษย์น้องเจ็ดอย่าขวางทางภารกิจของพี่เลย ไปกันเถอะ”
ท้ายประโยคอู๋หมิงปิงหันหน้ามาชักชวนณิชาให้ออกเดินไปด้วยกันซึ่งณิชาเดินตามหลังเขาอย่างผ่อนคลาย โดยมีสายตาและท่าทางของศิษย์น้องเจ็ดจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยความไม่พอใจ
ณิชาลอบยิ้มขำกับท่าทางหึงหวงและไม่พอใจของอีกฝ่ายเธอไม่ได้สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดของหญิงสาวแต่อย่างใด
อู๋หมิงฉือหรี่ตามองศิษย์พี่สามและสาวสวยพลางบ่นออกมาเสียงแผ่วเบาด้วยความโมโหกับท่าทางไม่แยแสตนจากฝ่ายชายว่า
“ทีกับฉันแทบไม่อยากจะเสวนาด้วยแต่กับผู้หญิงแปลกหน้าดูใส่ใจเธอเสียเหลือเกินอยากรู้จริงว่าอาจารย์จะจัดการผู้หญิงคนนี้ยังไง? หากว่าฉันอาสาพาเธอไปพบอาจารย์เองละอาจารย์อาจไล่เธอออกไปจากสำนักก็ได้ งั้นตามไปดูผลลัพธ์ดีกว่า”
เมื่อตัดสินใจได้เช่นนี้อู๋หมิงฉือรีบเดินตามคนทั้งคู่กลับสำนักนิรนามในทันที โดยเธอหวังว่าอาจารย์จะขับไล่หญิงสาวแปลกหน้าออกไปให้พ้นจากสำนักนิรนามถึงแม้ว่าเธอสัมผัสได้ว่าฝ่ายหญิงมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะฝากตัวเป็นศิษย์ของสำนักได้ก็ตาม
ถึงกระนั้นอู๋หมิงฉือกลับพบว่าตนเองเดินตามศิษย์พี่และสาวสวยแปลกหน้าไม่ทันเป็นผลให้เธอบ่นให้ตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจว่า
“บ้าจริง! ฉันว่าฉันฝึกฝนมานานแล้วนะทำไมถึงเดินช้ากว่าสองคนนั่นไปได้?”
ระหว่างทางอู๋หมิงปิงบอกหญิงสาวว่า“ผมจะยกน้ำไปใส่โอ่งก่อน แล้วถึงจะพาคุณไปพบอาจารย์ทีหลัง”
เขารู้สึกแปลกใจตัวเองที่ต้องบอกกล่าวเธออย่างใส่ใจทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของผู้หญิงคนใดทว่าส่วนลึกในจิตใจย้ำเตือนว่าเขาควรทำดีกับหญิงสาวคนนี้ ซึ่งเขารู้สึกประหลาดใจในตัวเองเป็นอย่างมาก
“อ้อ!เข้าใจแล้วค่ะ” ณิชาพยักหน้าตอบรับด้วยความเข้าใจ
เธอไม่เป็นกังวลเท่าใดนักว่าเขาจะพาไปพบอาจารย์เมื่อใดเนื่องด้วยเธอรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้เขาเป็นความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลซึ่งเธอคิดว่าท่าทางเย็นชานิ่งเฉยของเขานั้นไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกอึดอัดใจแม้แต่น้อย
“ศิษย์พี่สามคะฉันจะพาหล่อนไปพบอาจารย์เองดีไหมคะ?”
อู๋หมิงฉือวิ่งเข้ามาถามอู๋หมิงปิงอย่างคาดหวังซึ่งเธอวางแผนที่จะทำให้หญิงสาวถูกอาจารย์ลงโทษกักขังในคุกเดือนดับอย่างแนบเนียน
อู๋หมิงปิงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจในความมีน้ำใจของศิษย์น้องทว่าเขาไม่ต้องการให้ใครมาจัดการปัญหาแทนโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวคนนี้เนื่องด้วยเขามีบางสิ่งที่ต้องการรับรู้จากเธอเพิ่มขึ้นเช่นกันจึงตอบกลับศิษย์น้องอย่างไม่เกรงใจว่า
“ไม่เป็นไรพี่จะพาเธอไปพบอาจารย์เอง ศิษย์น้องเจ็ดควรไปฝึกฝนได้แล้ว”
จากนั้นอู๋หมิงปิงเดินนำพาณิชาไปยังบริเวณที่พักของอาจารย์ซึ่งเป็นเนินเขาสูงที่สุดโดยมีโอ่งน้ำขนาดใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบจำนวนนับร้อยใบ ซึ่งแต่ละโอ่งมีท่อยื่นออกมาเป็นสายแล้วรวมกันก่อนที่จะมีก๊อกปิดเปิดเพื่อปล่อยน้ำใช้เข้าสู่ภายในที่พักของอาจารย์และที่พักของศิษย์ที่อยู่ด้านล่าง
ณิชาเหลือบมองที่พักกระท่อมกึ่งไม้กึ่งปูนซึ่งดูแข็งแรงขนาดใหญ่สวยงามตรงหน้าด้วยความรู้สึกสนใจพลางทอดสายตาลงมองต่ำซึ่งมีหลังคากระท่อมที่พักขนาดเล็กเรียงรายอยู่ลดหลั่นตามเชิงเขาลงไปโดยชั้นถัดไปจากเนินเขาสูงมีกระท่อมที่พักใหญ่กว่าด้านเชิงเขาเกือบเท่าตัวซึ่งมีจำนวนทั้งหมดยี่สิบหลัง ส่วนกระท่อมเล็กที่เชิงเขานั้นมีเกือบห้าร้อยหลัง
‘แสดงว่าสำนักนิรนามมีศิษย์อยู่เป็นจำนวนมากดูเหมือนว่าพวกเขาจะแบ่งแยกประเภทศิษย์ อยากรู้เสียจริงว่ามีศิษย์แบบใดบ้าง?แล้วพวกเขากำลังฝึกฝนอะไรกันอยู่?’
ณิชาคิดด้วยความสงสัยเกี่ยวกับการบทบาทหน้าที่ของสำนักนิรนามมากขึ้นเนื่องด้วยเป็นครั้งแรกที่เธอพบกับองค์กรหรือสำนักที่มีการฝึกฝนทักษะต่อสู้อย่างจริงจังโดยเธอเหลือบมองเห็นกลุ่มคนนั่งขัดสมาธิอยู่ด้านหนึ่ง ซึ่งผู้คนต่างกระจายตัวนั่งขัดสมาธิอยู่ตามโขดหินและใต้ร่มไม้คล้ายกับเป็นการนั่งฝึกฝนด้านจิตใจอยู่
ขณะที่อู๋หมิงปิงกำลังเทน้ำใส่ในโอ่งใบหนึ่งอยู่นั้นพลันมีเสียงลอยมาตามลมซึ่งเรียกความสนใจจากณิชาในทันที
“ศิษย์คนที่สามของข้าเจ้าพาใครมาด้วยหรือ?”
“อาจารย์ครับ ผมพบเธอที่ลำธารพอดีว่าจะพาไปพบอาจารย์หลังจากเทน้ำเสร็จเรียบร้อยครับ”
อู๋หมิงปิงตอบกลับโดยหันหน้าไปทิศทางของอาคารหลังใหญ่บนเนินเขาโดยตรงซึ่งท่าทางของเขาทำให้ณิชาเหลือบมองตาม
‘ใครกันที่สามารถเปล่งเสียงจากระยะไกลได้? ช่างเก่งกาจเสียจริง เหมือนกับเอสเปอร์เทเลวัจน์เลย’
ณิชาครุ่นคิดเกี่ยวกับเสียงที่ลอยมาจากที่ห่างไกลด้วยความสงสัยใคร่รู้ซึ่งเธอเคยพบกับเอสเปอร์บนดาวเอเอสเป็นเอสเปอร์เทเลวัจน์ที่มีทักษะสามารถส่งเสียงจากระยะไกลข้ามซีกโลกบางคนเก่งกาจถึงขนาดส่งเสียงผ่านข้ามดวงดาวได้ด้วยซ้ำไป
“ดี! เช่นนั้นพาเธอมาพบอาจารย์ได้แล้ว”เสียงเข้มตอบกลับชายหนุ่มอีกครั้ง
“ครับอาจารย์”อู๋หมิงปิงขานรับคำสั่งอาจารย์อย่างนอบน้อม
เมื่อเขาเทน้ำใส่โอ่งเสร็จเรียบร้อยจึงนำถังไม้ไปวางไว้ให้ศิษย์คนอื่นได้ใช้งานต่อ ส่วนเขาเดินนำณิชาตรงขึ้นไปยังที่พักของอาจารย์ทันที
ส่วนอู๋หมิงฉือได้แต่จ้องมองตามแผ่นหลังของคนทั้งคู่เนื่องด้วยเธอไม่กล้าถือวิสาสะตามพวกเขาไปเพราะเกรงว่าจะถูกอาจารย์สั่งลงทัณฑ์ที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงได้แต่แอบดูและสังเกตการณ์อยู่นอกที่พักของอาจารย์
..........
ครั้นอู๋หมิงปิงและณิชาเดินเข้ามาในห้องโถงของอาคารหลังใหญ่บนเนินเขาแล้วเธอเหลือบมองเห็นชายชราท่าทางน่าเกรงขามนั่งอยู่บนตั่งสวยงามอลังการซึ่งอยู่สูงกว่าพื้นราวหนึ่งศอกโดยชายชราคนนั้นจ้องมองเขม็งจนทำให้เธอรู้สึก
ขนลุกซู่ทันใดเพราะรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าตนเองมากนักหากเขาโบกมือก็สามารถสังหารตนได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นอู๋หมิงปิงเป็นคนนำณิชาทำความเคารพอาจารย์ด้วยท่าตบหน้าอกขวาด้วยฝ่ามือซ้ายแล้วก้มหัวคำนับ
“คารวะอาจารย์ครับ”อู๋หมิงปิงกล่าวนำพร้อมเหล่ตามองหญิงสาวข้างกาย
“คารวะอาจารย์ค่ะ”ณิชารับรู้การส่งสัญญาณจากชายหนุ่มเป็นอย่างดีจึงรีบทำตามอย่างสุภาพ
“เจ้าชื่ออะไร? มาทำอะไรในเขตสำนักนิรนาม? เจ้าไม่เหมือนชาวบ้านแถบนี้สักนิด”
อู๋หมิงกงส่งพลังจิตผสานเข้ากับพลังปราณอันแข็งแกร่งของตนเองตรงเข้าตรวจสอบหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัยใคร่รู้เขาลอบตื่นตกใจเนื่องด้วยพบว่าพลังจิตตนเองไม่สามารถสะกดหญิงสาวให้ถูกควบคุมได้ทั้งที่สาวน้อยตรงหน้าไม่ได้มีสมบัติหรือสิ่งใดขัดขวางการกระทำของตนแม้แต่น้อยประการสำคัญเขาพบว่าหญิงสาวมีพลังจิตที่สามารถปิดกั้นการตรวจสอบจากตนได้
‘อ๊ะ! แปลกจริงสาวน้อยคนนี้ช่างมีพลังจิตแข็งแกร่งยิ่งนักฉันไม่สามารถควบคุมหรือค้นหาความทรงจำจากเธอได้เลย คนแบบนี้เหมือนกับคนในตำนานที่พี่ชายเคยเล่าให้ฉันฟังเลยดีจริงที่เธอส่งตัวเองมาให้ฉันถึงมือ เช่นนั้นมาดูกันว่าฉันจะฝึกฝนเธอให้ทำงานช่วยภารกิจสำคัญได้ไหม?’
อู๋หมิงกงลอบพยักหน้าด้วยความพึงพอใจที่หญิงสาวตรงหน้ามีพลังจิตแข็งแกร่งยิ่งกว่าศิษย์ทุกคนในสำนักนิรนามเป็นผลให้เขารู้สึกยินดีที่มีโอกาสพบคนในตำนานซึ่งอาจช่วยภารกิจครองโลกของเขาให้สำเร็จได้จึงผ่อนท่าทีให้ดูเคร่งเครียดน้อยลง
ณิชารวบรวมความคิดก่อนตอบชราที่น่าจะเป็นอาจารย์ของชายหนุ่มเนื่องด้วยเธอไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนมากเกินไปในขณะที่ความทรงจำขาดหายไปบางส่วนโดยเฉพาะสัญชาตญาณเตือนว่าชายชราตรงหน้าเป็นคนไม่น่าไว้วางใจจึงตอบเท่าที่สามารถตอบได้ว่า
“ฉันชื่อณิชามาจากประเทศไทยค่ะ พอดีมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่ทะเลทรายทากลามากันพวกเราอยากมาชมความสวยงามของเทือกเขาคุนหลุนด้วย แต่ฉันประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาและหลงทางจากกลุ่มที่มาด้วยกัน เอกสารที่มีติดตัวก็หายหมดเลยพอฉันฟื้นมาก็เดินมาเรื่อยๆ จนเจอพี่ชายคนนี้เข้าพอดี เขาบอกว่าจะพามาพบอาจารย์ก่อนฉันอยากรบกวนอาจารย์ขออาศัยอยู่ที่นี่สักระยะ หากความทรงจำของฉันคืนกลับมาแล้วฉันก็จะคงไม่รบกวนท่านอีก”
ณิชาพยายามพูดนอบน้อมและสุภาพกับชายชราตรงหน้าเธอคาดหวังว่าหากถึงวันที่ทักษะล่องหนตนเองกลับคืนมาแล้วเธอสามารถหลบหนีเขาไปได้หากว่าเขาพยายามกักขังเธอเอาไว้