ร่างของสุนัขเพศเมีย ถูกรถยนต์คันหนึ่งชนนอนแน่นิ่ง ขณะที่คนขับลงมาดูความเสียหายจากการชน ก่อนจะบริภาษใส่ร่างสุนัขที่นอนหายใจรวยริน ซึ่งแววตามันกลับจับจ้องไปทิศทางที่มันกำลังจะวิ่งข้ามไปเมื่อครู่
"หมาใครวะ แม่งซวยฉิบ" เ้าของรถหันซ้ายหันขวาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขับรถผ่านร่างสุนัขตัวนั้นไป
บลูซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ลงจากรถมายืนดู สำหรับเธอแล้วสิ่งรอบข้างทุกอย่างล้วนน่าสนใจ และเก็บมาเป็ข้อมูล ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการพัฒนาให้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับมนุษย์ให้มากที่สุด บลูจึงต้องเก็บข้อมูลจากทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกวัน
"ปกติแล้ว มนุษย์จะทำอย่างไร กับเหตุการณ์นี้กันนะ?" บลูตั้งคำถามกับตนเอง
บลูเดินไปสำรวจร่างของสุนัข พบว่ามันลุกขึ้นยืนขึ้นมาได้ทั้งๆ ที่ความเสียหายทางกายภาพของมันไม่น่าจะขยับตัวได้แล้ว สุนัขเจ็บปากของมันเต็มไปด้วยเืไหลนองเต็มพื้น อันเกิดจากาแฉกรรจ์ ค่อยๆ เดินย่างกรายด้วยความยากลำบากไปยังจุดหมายซึ่งมีหญ้ารกขึ้นปกคลุมข้างถนน
สกายเดินตามมันไป จนถึงโพรงซึ่งไม่ใหญ่มากนัก จึงเห็นว่าข้างในมีลูกสุขอีกสามตัวที่ยังไม่ลืมตาดูโลกดี ร้องเรียกหาแม่ของมันด้วยความหิว
สุนัขเจ็บใช้แรงเฮือกสุดท้าย เลียลูกๆ ของมันด้วยลิ้นที่มีน้ำลายผสมเื ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ เพื่อให้ลูกได้เข้ามาดูดนมจากมันเป็ครั้งสุดท้าย ทำให้เสียงร้องระงมด้วยความหิวได้เงียบลงไปชั่วขณะ เหลือเพียงลมหายใจที่แ่เบาลงเรื่อยๆ ของผู้เป็แม่
"ทำไมถึงยังไม่ตาย น่าจะตายั้แ่ถูกชนแล้วนี่" บลูมองเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกฉงน สุนัขเจ็บก้มมองลูกๆ ของมันด้วยความรักสุดหัวใจตามสัญชาตญาณ ก่อนจะหันมามองบลูด้วยสายตาที่เธอไม่สามารถแปลความหมายได้ พร้อมกับหายใจกระตุกอีกสองครั้งก่อนจะหลับตาลง บลูใช้ระบบตรวจดูแล้วไม่พบสัญญาณชีวิต จึงรับรู้ได้ว่ามันตายแล้ว
ลูกสุนัขทั้งสามตัวยังคงดูดนมจากร่างไร้ิญญาด้วยความหิวโหยอยู่ต่อไป ส่วนบลูนั่งลงมองพวกมัน ก่อนที่สมองกลจะประมวลอัตราการรอดชีวิต โดยได้ผลเป็เปอร์เซ็นที่ต่ำมาก
"บลู! มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ พี่ใหมด นึกว่าหายไปไหน" วิทย์ กลับมาที่รถไม่เห็นบลูจึงใมาก คิดว่าอาจจะมีเื่อันตรายเกิดขึ้น
"พี่วิทย์ บลูเอาลูกหมากลับด้วยได้ไหมคะ" บลูถามเพราะพวกมันค่อนข้างสกปรก อาจทำให้ภายในรถของเขาเปรอะเปื้อนได้
"แม่มันถูกรถชนสินะ เมื่อกี้พี่ได้ยินเสียง น้องบลูจะเอาไปเลี้ยงจริงๆ เหรอ ไม่กลัวสกายมันว่าเหรอ" วิทย์เห็นว่าบลูจะทำอะไรก็มักจะขอนุญาตเพื่อนของเขาก่อนเสมอ มาครั้งนี้กลับไม่ถามไถ่ ทั้งๆ ที่เป็การเพิ่มภาระให้มันอย่างมากทีเดียว
"สกายไม่ว่าอะไรแน่นอนค่ะ" บลูตอบอย่างมั่นใจเต็มร้อย จากการประเมินที่ได้จากระบบประมวลผล
"เอ๋..ดูมั่นใจจัง"
"ขอบคุณค่ะ" บลูยิ้มขอบคุณ ก่อนจะอุ้มพวกลูกๆ สุนัขออกมาจากร่างของแม่
"ขี้สงสาร ทั้งสวย ทั้งใจดี เหมือนนางฟ้าเลยจ้ะ" วิทย์หยอดสักหน่อย
บลูไม่รู้หรอกว่ามันคือความสงสารหรือเปล่า แต่ระบบได้ประมวลผลแล้วว่าการนำพวกมันกลับไปด้วยจะช่วยทำให้เธอใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น แล้วยังมีสายตาที่แม่ของพวกมันมองมานั่นอีก มีความหมายว่าอย่างไร เธอจึงแปลผลออกมาไม่ได้
เกือบค่ำแล้วกว่าทั้งคู่จะกลับถึงบ้าน เพราะต้องหาซื้อยาและนมให้กับลูกสุนัข เมื่อเข้ามาในบ้านก็พบว่าสกาย นั่งรออยู่ข้างล่างแล้ว
"หิวแล้ว ซื้อของกินมาหรือเปล่า? ทำไมไปกันนานจัง!" สกาย ถามโดยคิ้วแทบจะชนกันเพราะไม่ชอบใจ
"เออ กูช้าเอง อย่าไปว่าน้องบลูเขา แวะซื้อยาซื้อข้าวให้มึงด้วยนี่ไง ขนมก็มี" วิทย์รีบแก้ตัวแทนบลู
"แล้วนั่นอะไรน่ะ" สกายชี้ไปที่บลู เมื่อเห็นบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในตะกร้าที่หล่อนถือมา
"ลูกหมาจ้ะสกาย บลูขออนุญาตเลี้ยงนะจ้ะ" บลูเปิดตะกร้าให้สกายดูลูกสุนัขอายุไม่น่าจะถึงหนึ่งเดือน
"หา...ลูกหมาสามตัว หย่านมหรือยังนี่" สกายหนักใจภาระเริ่มเพิ่มมาอีกแล้ว
"ไม่ต้องห่วงเื่นั้น กูซื้อนมผงลูกสุนัขมาด้วยแล้ว กินได้เป็เดือน" วิทย์โชว์นมผงที่ซื้อมาให้เพื่อนดู เพราะรู้ว่าสกายเป็กังวลอยู่
"ตามใจ แล้วบลูจะคอยป้อนมันเหรอ ไม่งั้นมันร้องกันตาย" สกายหันมาทางบลู
"จ้ะ ปล่อยเป็หน้าที่ของบลูจ้ะ สกาย"
สกายมองบลู ด้วยไม่เข้าใจว่าพ่อใส่โปรแกรมอะไรให้มา... บลูถึงได้รู้จักความสงสาร
"บลู...คิดยังไง ถึงได้เก็บพวกมันมา" สกายถามบลูตรงๆ อยากรู้จริงๆ
"น้องเขาก็ต้องสงสารมันสิวะ เห็นแม่มันถูกรถชนตายกับตา ถ้าไม่เอาลูกมันมาเลี้ยง ก็ตายกันหมด" วิทย์กลัวสกายจะบ่นบลูอีก
แต่คำตอบของบลูก็ทำให้สกายเข้าใจ แต่เปลี่ยนเป็วิทย์ที่ไม่เข้าใจบลูแทน
"เอามาศึกษาข้อมูลจ้ะ" บลูยังสงสัยทุกการกระทำของแม่เ้าพวกนี้ก่อนจะตาย
"อ๋อ เอามาศึกษาวิธีการเลี้ยงลูกสุนัขล่ะสิ แต่ก็เพราะสงสารนั่นแหละนะ ฮ่าๆ" วิทย์ตั้งใจพูดให้ตัวเองเชื่ออย่างนั้นมากกว่า