ตอนที่ 2 : คดีความ
บ้านเลขที่10/15ถนนหมายเลข 5 ตรอก 5 เมืองยอร์ค,เดือนตุลาคม ศักราชที่ 5 ปี 50
นิโคลัสยืนอยู่เบื้องหน้าอาคาร3 ชั้น รูปทรงยุโรป ซึ่งอยู่ติดกับอาคารด้านข้างคล้ายตึกแถว ซึ่งอยู่บริเวณทิศตะวันออกของเมืองยอร์คหลังจากที่เดินทางเข้ามาในเมือง เขาก็แยกทางกับเดิร์ดเพื่อตามหาที่อยู่ของเ้าของร่างเดิม หลังเช็คที่อยู่ซึ่งระบุไว้ในบัตรประจำตัวแล้วเดินตามป้ายบอกทางมาพักใหญ่ เขาก็มาหยุดอยู่ที่อาคารเบื้องหน้า
นิโคลัสหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจกดกริ่ง ในใจคิดหาทางว่าตนควรจะทำตัวอย่างไรหากมีคนเปิดประตูบานตรงหน้าออกมาแต่เมื่อผ่านไปพักใหญ่ก็ไม่ปรากฏว่ามีใครเปิดประตูบานดังกล่าว
ชายหนุ่มจึงหยิบกระเป๋าเงินที่ทำจากสัตว์ขึ้นมาอีกครั้งเขาตรวจดูจนพบว่าส่วนลึกของกระเป๋าสอดกุญแจดอกเล็กๆเอาไว้เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วสอดไปที่กลอนประตูเสียงปลดล็อคกลอนดังขึ้นก่อนที่ประตูบานตรงหน้าเขาจะเปิดออกเขาถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะหากเขาเปิดกลอนประตูเบื้องหน้าไม่ได้ไม่แน่ว่าตนอาจจะกลายเป็คนไร้บ้านเหมือนกับชายชราที่พบเจอก่อนหน้านี้
เมื่อย่างก้าวเข้าไปเขาก็รู้สึกถึงกลิ่นของกระดาษที่กระทบจมูกมันเป็ความรู้สึกที่คุณเคยเหมือนกับตอนที่เขาทำงานเป็ทนายความเขาเปิดโคมไฟซึ่งอยู่บนโต๊ะและเพดานบ้าน ภายในเต็มไปด้วยเอกสารและกองหนังสือแม้เขาจะไม่เคยมาที่นี่ แต่กลับนิโคลัสรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดภายในนั้นมีพื้นที่กว้าง แม้จะดูไม่โอ่อ่าแต่ก็สะอาดเรียบร้อยหากไม่นับหนังสือและเอกสารที่ตังเป็กองพะเนินอยู่ตามตู้และโต๊ะ
นิโคลัสนั่งลงบนโต๊ะที่อยู่บริเวณครัวเขาดื่มน้ำเข้าไปหลายแก้วอย่างกระหาย ในที่สุดเขาก็รู้สึกว่าตัวเองได้พักเสียทีหลังจากค่ำคืนที่ทรหดและยาวนาน
“ดูเหมือนเราจะหลงเข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักจริงๆสินะ”
ไม่เพียงเขาตื่นขึ้นมาในร่างของชายที่ตนไม่รู้จักแต่กลับถูกเคลื่อนย้ายมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักอีกด้วยอย่างน้อยถ้าหากเขายังมีความทรงจำสักเสี้ยวหนึ่งของ ‘นิโคลัส พาร์เลย์’ หลงเหลืออยู่ก็คงจะดีไม่ใช่น้อยแต่ดูเหมือนเขาจะต้องพยายามเอาชีวิตรอดในโลกใหม่ใบนี้ด้วยตัวเอง
นิโคลัสทิ้งตัวลงบนโซฟาดวงตาอ่อนล้าเกินกว่าจะลืมขึ้นมาได้ก็ไม่น่าแปลกหากคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาพบเจอมาตลอดค่ำคืนนี้ตอนนี้บางทีสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้ ก็คือนอนหลับพักผ่อนบางทีนี่อาจะเป็เพียงฝัน และเมื่อเขาตื่นขึ้นทุกอย่างก็คงจะกลับมาเป็ปกติ ลมหายใจของนิโคลัสค่อยๆแ่ลงนำพาเขาเข้าสู่ห้วงนิทรา
….
กริ๊งงงง!กริ๊งงงง! กริ๊งงงง!
นิโคลัสลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงของโทรศัพท์เขาไม่แน่ใจว่าระยะเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่เมื่อนึกขึ้นได้ถึงความฝันประหลาดเมื่อคืนเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้น
เขาเหม่อมองสถานที่รอบๆก่อนจะถอนใจออกมา
“ไม่ใช่ฝันเหรอเนี่ย…”
ที่หน้าต่างมีแสงรำไรส่องมาดูเหมือนเขาจะเผลอหลับไปจนเช้า
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังต่อเนื่องอยู่เขาจำใจลุกขึ้นแบกร่างที่อ่อนเพลียเดินไปตามเสียงนั้นโทรศัพท์บ้านรูปทรงโบราณถูกอยู่วางอยู่บริเวณโต๊ะด้านหน้าปากทางเข้าประตูขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์เขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันอาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะถ้าคิดดูแล้วเขาไม่รู้ว่าใครโทรมา เกี่ยวข้องยังไงกับตน หากคนปลายสายเป็บุคคลที่รู้จักกับ ‘นิโคลัสพาร์เลย์’ เป็อย่างดีล่ะก็หากเขาปฏิบัติตัวแปลกไปจากเดิมก็อาจเป็การผิดสังเกตได้
หลังทำใจอยู่ครู่หนึ่งนิโคลัสก็หยิบโทรศัพท์ขึ้น บางทีโทรศัพท์สายนี้อาจช่วยให้เขาเข้าใจโลกใบใหม่รวมถึงตัวตนของตัวเองตอนนี้ได้มากขึ้น
“ฮัลโหล”
“คุณนิโคลัส!ข้าแต่พระแม่! ในที่สุดก็ติดต่อคุณได้สักที”
เสียงปลายสายที่ดังขึ้นเป็เสียงของหญิงสาวอายุระหว่าง20-30ปี น้ำเสียงของเธอดูร้อนรนเล็กน้อย
“ไม่ทราบว่าใคร...?”
“ฉันแมรี่ไงคะอย่าบอกนะว่าคุณลืมเสียงเลขาของคุณแล้ว”
“ไม่...แมรี่ ขอโทษที พอดีผมเพิ่งตื่นนอนน่ะ ว่าแต่มีเื่อะไรรึเปล่า” นิโคลัสแก้ตัวก่อนถามกลับ
“พอดีฉันจะโทรมาคอนเฟิมนัดฟังคำพิพากษาคดีของคุณอันโตนิโอที่คุณจะต้องขึ้นกล่าวต่อหน้าคณะลูกขุนในฐานะทนายจำเลยก่อนมีคำพิพากษาวันพรุ่งนี้น่ะค่ะดิฉันเข้าใจว่าปกติคุณจะให้โทรมาเตือนก่อนอย่างน้อยสามวันแต่สองสามวันมานี้ดิฉันติดต่อคุณไม่ได้เลย” แมรี่ตอบกลับ
“งั้นเหรอขอโทษที พอดีว่าสองสามวันมานี้ ผมไม่อยู่ที่บ้านน่ะ” นิโคลัสเอ่ยขอโทษอย่างสุภาพ
“วันนี้คุณพูดเป็ทางการผิดปกตินะคะเนี่ย”
นิโคลัสตัวแข็งไปพักหนึ่งไม่อยากเชื่อว่าแค่ไม่กี่ประโยคเขาก็ถูกจับผิดได้เสียแล้ว
“แต่ดิฉันคิดว่าแบบนี้ไม่แย่เลยนะคะดิฉัันออกจะชอบด้วยซ้ำ ดูเหมือนการเข้าเรียนคอร์สชนชั้นสูงจะเริ่มส่งผลแล้วสินะคะ”
“เหมือนจะเป็อย่างนั้นนะฮ่าๆ”
นิโคลัสหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมถอนใจโล่งอกอย่างเงียบๆ
“เอาเป็ว่าผมทราบแล้วนัดฟังคำพิพากษาวันพรุ่งนี้สินะ”
“ใช่ค่ะเวลา 9.00 น ที่ศาลอาญากลางแห่งเมืองยอร์คดิฉันจำได้ว่าคุณเอาแฟ้มคดีกลับไปที่บ้านด้วยถ้ายังไงลองตรวจสอบในสำนวนดูอีกทีนะคะ”
“เข้าใจแล้วขอบคุณมากแมรี่”
“มันเป็หน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ”แมรี่ตอบ ก่อนพูดทิ้งท้ายขึ้นว่า
“ดิฉันชอบสไตล์ใหม่ของคุณนะคะขอให้เป็วันที่ดีค่ะ คุณนิโคลัส-”
จากนั้นสัญญาณถูกตัดไป
‘ดูเหมือนจะรอดตัวไปสินะ’
นิโคลัสคิดในใจก่อนวางหูโทรศัพท์ลงเขาประมวลผลข้อมูลที่ได้จากบทสนทนาเมื่อครู่เล็กน้อยเขารวบรวมข้อมูลสำคัญจากคีย์เวิรดต่างๆ มาได้สี่ข้อด้วยกัน
ข้อแรกบุคลิกของนิโคลัสแตกต่างจากเขา เพราะเท่าที่ได้พูดคุยกับแมรี่ซึ่งเป็เลขาทั้งสองเหมือนจะมีความสัมพันธ์ในระดับนายจ้างกับลูกจ้าง แม้จะไม่ได้สนิทสนมกันมากแต่ก็ถือว่ารู้จักกันดีในระดับหนึ่งทว่าแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้แมรี่รู้สึกถึงความผิดปกติจากการสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคแต่ยังโชคดีที่มีเหตุบังเอิญซึ่งสามารถใช้เป็ข้ออ้างได้
ข้อที่สองโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าชนชั้นสูงบ่งบอกว่าระบอบการปกครองยังคงเป็ระบอบขุนนางซึ่งมีลำดับศักดิ์สูงกว่าคนสามัญทั่วไป
สามนิโคลัสน่าจะเป็สามัญชนที่เพิ่งจะไต่เต้าจนมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้นเขาจึงจำต้องเข้าชั้นเรียนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสังคมชั้นสูงได้
และข้อสุดท้ายนิโคลัสทำงานในอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ซึ่งในที่นี้น่าจะเป็ทนายความ
“ให้ตายสิ...”
เขาเพิ่งจะลาออกมาจากงานนี้แท้ๆขนาดถูกส่งมาอีกโลกยังต้องกลับมาเจอกับวิชาชีพเช่นนี้อีก
“พรุ่งนี้9.00 น ศาลอาญากลางแห่งเมืองยอร์ค ลูกความชื่ออันโตนิโอ”
ฟังจากน้ำเสียงของแมรี่ดูเหมือนว่านี่จะเป็เคสสำคัญ อันโตนิโอน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาสามัญไหนจะเป็คดีอาญาอีก
“แมรี่บอกว่าเรามีสำนวนคดีอยู่กับตัวสินะ”
เขาลุกขึ้นแล้วเริ่มมองหาแฟ้มสำนวนหลังเดินสำรวจภายในพักหนึ่ง เขาก็มาที่ห้องซึ่งอยู่ชั้นสองที่ดูเหมือนจะเป็ห้องทำงาน
แฟ้มเอกสารสีเหลืองถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะทำงานที่ด้านหน้าถูกเขียนไว้ว่า “คดีหมายเลขดำที่ 445/50 อัยการเขตประจำเมืองยอร์คโจทก์ - อันโตนิโอ มาร์เซโล่ จำเลย”
นิโคลัสนั่งลงเปิดแฟ้มเอกสารเบื้องหน้าและเริ่มอ่านสำนวนั้แ่หน้าแรกหากรวมตัวสำนวนและเอกสารหลักฐานที่เป็ลายลักษณ์อักษรทั้งหมดก็คงจะมีความหนาพอๆกับดิกชันนารี่เล่มใหญ่สักเล่มหนึ่งนี่ยังไม่นับรวมคำเบิกความพยาน และพยานหลักฐานอื่นที่ไม่เป็ลายลักษณ์อักษร
เพื่อที่ตนจะสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ไปได้เขาจะต้องศึกษาให้ท่องแท้ถึงพฤติการณ์ของคดีนี้รวมถึงลักษณะนิสัยและความสัมพันธ์ของเขากับอันโตนิโอ
หลังจากที่นั่งอ่านอยู่พักใหญ่นิโคลัสก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
อันตินิโอมาร์เซโล่ อายุ 35ปี คือลูกชายคนเดียวของผู้นำตระกูลมาร์เซโล่ ซึ่งเป็หัวหน้าแก๊ง ‘เล พูเกร์ทัวร์’ (le Prugatoire) หนึ่งในแก๊งมาเฟียที่มีอิทธิพลมาที่สุดในยอร์คว่ากันว่าหัวหน้าแก๊ง เล พูเกร์ทัวร์ และผู้นำตระกูลมาร์เซโล่ ‘ดอน มาร์เซโล่’ เป็ชายที่มีอำนาจและเส้นสายอยู่กับขุนนางชั้นสูงไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองยอร์คแต่เชื่อมโยงไปถึงเมืองหลวงไม่น่าแปลกใจที่แมรี่จะดูร้อนรนเช่นนั้นตอนที่หล่อนไม่สามารถติดต่อกับนิโคลัสได้
อันโตนิโอเป็เสือผู้หญิงเ้าของบ่อนพนันเคยมีคดีความเกี่ยวกับการลักลอบค้าของเถื่อนและถูกจับอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่กลับไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษ ในคดีนี้เขาถูกฟ้องในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราและฆาตกรรม ผู้ร้องทุกข์มีชื่อว่า นาย ‘เดวิด จอห์นพอลล์’ ซึ่งขณะนี้มีรายงานแจ้งว่าได้หายตัวไปแล้วกว่า2 อาทิตย์
พออ่านมาถึงตรงนี้นิโคลัสทรุดตัวลงกับพนังเบาะของเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก
...เขาไม่เพียงถูกส่งข้ามโลกมาเพื่อเป็ทนายความเพียงอย่างเดียวแต่ถูกส่งมาเป็ทนายชั้นเลวให้กับอาชญากรอีกเหรอเนี่ย
11.10.550
Nicolas Parlay
Crooked attorney