ที่พระราชวังราชอาณาจักรซานเตียเรส
“ท่านนายพล ท่านพ่อมีพระอาการเป็อย่างไรบ้าง?”
เ้าหญิงเทย่าถามนายพลอาแล็นหัวหน้าราชองค์รักษ์ที่ยืนถวายความเคารพองหญิงอยู่ที่ห้องโถงพระราชวัง ในขณะที่องค์หญิงยังคงเดินอย่างเร่งรีบขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง เพื่อไปยังห้องบรรทมของกษัตริย์วิเซรัส
“พระองค์ทรงฟื้นแล้วพะยะค่ะ แต่พระอาการยังคงไม่ดีขึ้น หมอหลวงกำลังถวายการรักษาอยู่พะยะค่ะ”
หัวหน้าราชองครักษ์บอกองค์หญิงขณะที่รีบเดินตามให้ทันเธอ
เ้าหญิงเทย่าเข้าไปในห้องบรรทมของพระบิดา ซึ่งมีองครักษ์และทหารหลวงจำนวนหนึ่งรอถวายการรับใช้ให้กับกษัตริย์วิเซรัส และหมอหลวงเพิ่งจะตรวจดูพระอาการเสร็จ ทันทีที่เห็นเ้าหญิงเทย่าพวกเขาทำการถวายความเคารพเธอโดยพร้อมเพรียงกัน
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อเป็อย่างไรบ้างเพคะ?”
เ้าหญิงเทย่าถามพระบิดาด้วยความห่วงใย
“ลูกหญิง พ่ออยากพบลูกอยู่พอดี”
กษัตริย์วิเซรัสเรียกเ้าหญิงเทย่าว่า ‘หญิง’ ซึ่งเป็ชื่อเล่นที่พระมารดาของเธอตั้งให้
“พระอาการของท่านพ่อดีขึ้นหรือยังเพคะ?”
“พวกท่านออกไปก่อน เรามีเื่จะพูดคุยกับธิดาของเราเป็การส่วนตัว”
พระองค์บอกกับทุกคนในห้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง บรรดาองครักษ์ ทหารหลวง และหมอหลวงจึงออกจากห้องบรรทมของพระองค์
เมื่อหัวหน้าราชองครักษ์ปิดประตูห้องบรรทมแล้ว กษัตริย์วิเซรัสจึงกำชับเ้าหญิงเทย่าเื่การสืบทอดราชบัลลังก์ปกครองอาณาจักรซานเตียเรสต่อจากพระองค์ รวมทั้งเื่ภัยคุกคามจากราชินีแคโรสผู้ปกครองอาณาจักรริปโปเซีย ซึ่งเ้าหญิงเทย่าก็ทราบเื่นี้เป็อย่างดี ทั้งยังสงสัยว่าราชินีผู้นี้มีส่วนในการตของพระมารดาของเธอเมื่อเจ็ดปีก่อน ซึ่งเป็เหตุให้พระบิดาของเธอเสียใจเป็อย่างมากจนล้มป่วยอยู่บ่อยครั้ง แต่มีเื่หนึ่งที่พระองค์บอกกับเธอและทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
“หากอาณาจักรซานเตียเรสจะต้องเผชิญกับเพทภัย ลูกหญิงจงหารือกับท่านโหรานิมิตเื่เทพธิดาแห่งโชค ท่านเทพธิดาอาจช่วยเหลืออาณาจักรของเราให้พ้นภัยได้”
“เพคะท่านพ่อ”
องค์หญิงรับปากทั้งที่ยังงุนงงกับสิ่งที่พระบิดากล่าว
หลังจากที่เ้าหญิงเทย่าเปิดประตูห้องบรรทมออกมา หมอหลวงได้เสนอให้ส่งกษัตริย์วิเซรัสไปเข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งกลางเมือง ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย องค์หญิงจึงได้เห็นชอบและติดตามไปเฝ้าอาการของพระบิดาอย่างใกล้ชิด
ในคืนนั้นอาการของกษัตริย์วิเซรัสได้ทรุดลงอีก บรรดาแพทย์ฝีมือดีหลายนายต่างช่วยกันถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถแต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น และกษัตริย์วิเซรัสเสด็จตในเวลาเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น
เวลาเก้าโมงเช้า ที่หน้าห้องบรรทมของเ้าหญิงเทย่า นายพลเคียทรี่ซึ่งมีตำแหน่งเป็ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในราชอาณาจักรซานเตียเรสบอกกับอามีลี่สาวใช้คนสนิทของเ้าหญิงเทย่า
“เรามาเพื่อขอเข้าเฝ้าองค์หญิง ด้วยมีเื่สำคัญที่จะต้องกราบทูลพระองค์”
“ดิฉันต้องขออภัยท่านนายพลด้วยค่ะ พระธิดาเพิ่งจะบรรทมเมื่อครู่นี้เอง ทรงอยู่เฝ้าพระอาการพระบิดามาทั้งคืน พอเสด็จกลับมาเมื่อเช้าก็ทรงพระกันแสงตลอด พระธิดาคงจะทรงเพลียจนบรรทมหลับไปค่ะ”
อามีลี่บอกนายพลเคียทรี่ด้วยความรู้สึกเห็นใจผู้เป็นาย
“งั้นหนูมารายงานเราด้วยนะเมื่อองค์หญิงตื่นจากบรรทม เราจะรออยู่ที่ห้องรับรองแขกชั้นล่าง”
นายพลเคียทรี่พูดจบก็เดินลงบันไดไปที่ห้องรับแขกเพื่อนั่งรอองค์หญิง
อามีลี่กลับเข้ามาในห้องบรรทมเ้าหญิงเทย่า เห็นว่าองค์หญิงยังหลับสนิทอยู่นางจึงไปจัดเตรียมชุดเสื้อผ้าไว้ให้นายหญิง
เวลาผ่านไปสองชั่วโมงกว่า เ้าหญิงเทย่าก็เริ่มตื่นจากบรรทม อามีลี่จึงรีบเข้าไปรายงานองค์หญิง
“พระธิดาเพคะ ท่านนายพลเคียทรี่มาขอเข้าเฝ้าพระธิดาเพคะ เห็นบอกว่ามีเื่สำคัญ ท่านรออยู่ที่ห้องรับรองแขกั้แ่เก้านาฬิกาแล้วเพคะ”
องค์หญิงเห็นเวลาบนนาฬิกาข้างเตียงเธอว่าตอนนี้ 11 โมง 20 นาทีแล้วจึงกล่าวกับอามีลี่
“อามีลี่ ลงไปดูให้ทีนะว่าท่านนายพลยังรออยู่รึเปล่า หากยังอยู่ก็เรียนท่านว่าอีก 15 นาทีเราจะไปพบ แล้วเชิญท่านทานอาหารกลางวันกับเราด้วย เชิญท่านนายพลอาแล็นกับท่านโหรานิมิตมาเพื่อทานอาหารและหารืองานกับเราด้วยนะ เราจะรีบอาบน้ำแต่งตัวก่อน”
“เพคะพระธิดา หม่อมฉันเตรียมฉลองพระองค์ไว้ให้พระธิดาแล้วเพคะ”
อามีลี่รีบไปดำเนินการตามคำสั่งของเ้าหญิงเทย่าทันที
เมื่อองค์หญิงมาถึงห้องรับรองแขก นายพลเคียทรี่ก็ลุกขึ้นถวายความเคารพเธอ
“กระหม่อมขอถวายบังคมพะยะค่ะ องค์หญิง และขอแสดงความอาลัยต่อการตของพระบิดาขององค์หญิงพะยะค่ะ พระองค์ทรงเป็กษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณอย่างเหลือล้นพะยะค่ะ”
“ขอบคุณท่านนายพล และขออภัยที่ทำให้ท่านต้องรอเรานาน ท่านมีเื่ด่วนอะไรกับเราหรือ?”
องค์หญิงกล่าวพร้อมทั้งนั่งลง
นายพลเคียทรี่กำลังจะนั่งพื้นแต่องค์หญิงบอกให้เขานั่งบนโซฟาตรงข้ามเธอ นายพลจึงปฏิบัติตาม
“สายของกระหม่อมในอาณาจักรริปโปเซียได้รายงานมาว่าราชินีแคโรสจะเสด็จไปเยือนอาณาจักรเวดิเซียในวันพรุ่งนี้ คาดว่าพระองค์มีพระราชประสงค์ที่จะทรงพยายามชักชวนกษัตริย์เมสโฟอิสให้ทรงร่วมมือกับพระองค์ในการทำากับเราพะยะค่ะ”
นายพลเคียทรี่รายงานด้วยท่าทางจริงจัง แต่เ้าหญิงเทย่ากลับไม่แสดงอาการตระหนกกับรายงานดังกล่าวแต่อย่างใด
“เราทราบแล้วล่ะท่านนายพล ท่านพ่อได้รับสั่งเื่นี้กับเราเมื่อวาน ก่อนที่ท่านจะเสด็จต”
“แล้วองค์หญิงมีพระประสงค์จะให้ทางเรารับมือกับฝ่ายนั้นอย่างไรพะยะค่ะ? การตขององค์เหนือหัวอาจทำให้ประเทศทั้งสองฉวยโอกาสร่วมมือกันทำากับเราได้พะยะค่ะ”
นายพลเคียทรี่ถามความเห็นเ้าหญิงเทย่า
“เมื่อองค์ราชินีแคโรสเสด็จไปเยือนกษัตริย์เมสโฟอิสได้ แล้วทำไมเราจะไปเยือนพระองค์บ้างไม่ได้ล่ะ? เราได้เชิญท่านนายพลอาแล็นและท่านโหรานิมิตมาทานอาหารตอนเที่ยงวันด้วยกัน ระหว่างนั้นจะได้หารือเื่ต่างๆ ไปด้วยเลย”
คำตอบของเ้าหญิงเทย่าเป็สิ่งที่นายพลเคียทรี่คาดไม่ถึง แม้ว่าเขาอยากจะคัดค้านเพราะการที่องค์หญิงไปเยือนประเทศคู่อริย่อมมีความเสี่ยงสูง แต่เขาก็จะรอฟังความเห็นของที่ปรึกษาทั้งสองขององค์หญิงดูก่อน
ทั้งอาณาจักรริปโปเซียของราชินีแคโรสและอาณาจักรเวดิเซียที่ปกครองโดยกษัตริย์เมสโฟอิส ต่างปกครองโดยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชซึ่งกษัตริย์หรือราชินีมีอำนาจสิทธิเด็ดขาด แตกต่างจากราชอาณาจักรซานเตียเรสซึ่งเ้าหญิงเทย่าเป็ผู้สืบราชบัลลังก์องค์ถัดไปที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย โดยกษัตริย์หรือราชินีเป็เสมือนที่ปรึกษาของฝ่ายบริหารและได้รับความเคารพด้วยฐานะที่สูงกว่าสามัญชนเพียงเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้ ทั้งราชินีแคโรสและกษัตริย์เมสโฟอิสต่างก็เกรงว่า ประชาชนในอาณาจักรของทั้งสองพระองค์ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะค่อนข้างยากจน จะได้รับอิทธิพลจากราชอาณาจักรซานเตียเรสที่มีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และประชาชนอยู่ดีกินดี จนเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองตามอย่างราชอาณาจักรซานเตียเรส อันจะเป็การลดทอนอำนาจของกษัตริย์ลงอย่างมาก ทั้งสองจึงเห็นว่าราชอาณาจักรซานเตียเรสเป็ประเทศคู่อริเสมอมา
นายพลเคียทรี่จึงเกรงว่า พระประสงค์ของเ้าหญิงเทย่าในการเจรจาเพื่อยับยั้งการเกิดาจะไม่เป็ผล ทั้งยังอาจเป็อันตรายต่อตัวองค์หญิงเอง