“แล้วทำไมแกไม่ไปคนเดียววะกว่าจะหาเวลาว่างได้เลยนะเว้ยฉันอยากนอนี้เีนั่งเล่นเกมไปวันๆมากกว่านะ”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาพลางล้มตัวลงนอนใส่โซฟาและเอาปิดหูไว้เพราะไม่อยากได้ยินเสียงถังหลิน
“นั้นนะสิกว่าจะหาวันหยุดยาวๆแบบนี้ได้นะน่ะอยากมากเลยนายก็รู้นิหว่า”ฉงติ่งกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับเมิ่งฮ่าว
“อืมมอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะที่พวกแกทำตัวว่างไปวันๆแบบนี้ก็เพราะใช้ข้ออ้างว่าจะไปเชียร์ฉันแข่งบาสนะไม่งั้นลุงเมิ่งกับลงฉงจะปล่อยพวกแกเล่นเกมและนอนไปวันๆอย่างี้เีสันหลังยาวแบบนี้รึไงวะ”ถังหลินกล่าวทวงบุญคุณออกมาช่วยไม่ได้ไอ้งานประมูลแบบนี้เข้าเคยเข้าที่ไหนดังนั้นต้องลากสองคนนี้ไปด้วยให้ได้!!
“เออแต่ก่อนอื่นฉันคิดว่าแกยังไม่มีสูทใส่หรอกอันนี้อันดับแรกเลยปรับลุคกันไม่ต้องห่วงฉันเตรียมไว้หมดแล้วรับรองแกถูกใจเพราะการแต่งตัวให้เขากับสถานที่ก็ถือว่าเป็การมีมารยาทอย่างหนึ่งในสังคม”เมิ่งฮ่าวเด้งตัวขึ้นมาพลางตบอกตัวเองเบาๆและกล่าวออกมาอย่างมันใจ
“เออไหนบอกไม่สนใจวะ”ฉงติ่งก้กล่าวออกมาอย่างงงๆๆเหมือนกัน
“เอาน่าๆดีเหมือนกันเพราะฉันก็ี้เีวิ่งไปวิ่งมาแล้วเหมือนกัน”ถังหลินกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วยกับความคิดของเมิ่งฮ่าวเพราะเขาก็ี้เีเหลือเกินที่จะวิ่งเต้นไปมาแต่ละร้าน
หลังจากนั้นรออีกแปปทางร้านสูท"แทรนด์ส" (Trands) ของต้าหยางกรุ๊ปก็มาวัดตัวและขนาดต่าง ๆของถังหลิน
“เอ๊ะว่าแต่ชื่อแบรนด์สูทนี้มันคุ้นๆจังวะ”ถังหลินกล่าวถามออกมาหลังจากคนวัดขนาดวัดเสร็จและออกไปแล้ว
“ก็แบรนด์ที่ท่านผู้นำใส่บ่อยๆนั้นแหละ”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาเพราะว่าถ้าเปิดทีวีต้องได้ยินชื่อแบรนด์นี้อยู่แล้วเพราะท่านผู้นำแกเป็ลูกค้าขาประจำละนะ
“ประธานพรรคคอมมิวนิสต์อะนะมิน่าละ”ถังหลินกล่่าวออกมาเบาๆ
“อ้อส่วนพวกเครื่องประดับอะไรแกก็เลือกเอาเลยละกันหลังจากนี้แกค่อยไปหาซื้อเอาฉันติดต่อไปเยอะเหมือนกันแต่่นี้ดันไม่มีคน้าขาย”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาพลางพลายมือไปทางด้านหนึ่งจนถังหลินและฉงติ่งมองอย่างงๆแต่ก็เดินไป
“ห้องนี้แหละห้องเก็บคลอเล็คชั่นต่าง ๆของฉัน”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาอย่างภูมิใจก่อนที่เจ่าตัวจะเปิดประตูเข้าไปพลางมีแสงสะท้อนแวววาวแยงตาออกมาจนถังหลินกับฉงติ่งต้องเอาแขนขึ้นมาบังตา
“โหววฉันก็มาบ่อยไม่ยักกะรู้ว่าแกมีห้องแบบนี้ด้วย”ฉงติ่งกล่าวออกมาหลังจากที่ตาของเขาปรับกับระดับความแวววาวได้แล้วเพราะภายในห้องนี้มีเครื่องประดับเพรชที่สะท้อนแสงแวววาวมากมายร้อนถึงนาฬิกาข้อมือไม่ขาดแม้แต่แหวนเพรชหรือพลอยไพลิน
“ฉันก็ได้ยินมาบ้างว่าแกชอบสะสมของอะไรพวกนี้จากลุงเมิ่งแต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้แค่ในนี้ก็ไม่ต่ำกว่าพันล้านแล้วมั่งดูท่าที่บอกว่าพวกตระกูลใหญ่ชอบซ่อนทรัพย์สมบัติดูท่าจะเป็เื่จริงแฮะ”ถังหลินกล่าวออกมา
“ฮ่าๆเอาน่าเดี่ยวสักวันแกก้เข้าใจเองแหละแต่ตอนนี้เชิญแกเลือกตามสบายเลยเพื่อน”เมิ่งฮ่าวหัวเราะออกมาก่อนที่เขาจะผายมืออกทั้งสองข้างและกล่าวบอกถังหลินว่าให้เลือกของที่ชอบออกไปได้เลย
“งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วละนะ”ถังหลินกล่าวออกมาก่อนเดินเลือกดูของอยู่ราวๆครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะได้ของที่ถูกใจและถูกจริตเขาเช่นนาฬิกาRichard Mille RM 56-01 และแหวนเพรช วงหนึ่งเป็รูปวงรี
“อ่าวเลือกสะนานเอาแค่นั้นเองเหรอวะ”เมิ่งฮ่าวกล่าวถามออกมา
“แค่นี้แหละฉันกลัวโดนดักปล้น”ถังหลินตอบกลับไป
สองวันต่อมา หลังจากถังหลินได้รับสูทและลองแต่งองทรงเครื่องแล้วมามองดูตัวเองในกระจกด้วยเบ้าหน้าฟ้าประทานมาให้และการเสริมแต่งเขาไปยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นไปอีก
“โอวโหวอย่างงี้สาวในงานที่ไหนจะมาสนใจฉันละนิ”ฉงติ่งกล่าวออกมาหลังจากเห็นถังหลินเดินออกมาจากห้อง
“ฉันบอกแล้วเวลาออกงานอย่าออกกับหมอนี้เห็นไหมกลบรัศมีเราหมด”เมิ่งฮ่าวบ่นออกมา
“โทษฉันไม่ได้นี้หว่าเพราะตอนเกิดมาคนมันก็หล่อแล้ว”ถังหลินกล่าวออกมาอย่างหยิ่งๆ
หลังจากนั้นก็ได้เวลาที่พวกเขาต้องออกเดินทางไปสะทีเพราะนี้ใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้ว
เมืื่อแสงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าทางเข้างานประมูลที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในรอบห้าปีหลังมานี้ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วโดยฉะเพราะตอนนี้ทางเข้าของงานประมูลซึ่งก็คือลานด้านหน้าของคฤหาสน์สไตล์จีนที่แพร่บรรยากาศเก่าแก่ออกมาหลังหนึ่ง!แออัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาแต่คตอนนี้ทุกคนกลับจับจ้องไปยังผู้ชายคนหนึ่งที่พึ่งเดินทางมาถึง
ไม่ว่าจะเป็หน้าตาที่ดูแล้วสะดุดตาเป็อย่างยิ่งเพราะองค์ประกอบบนใบหน้าที่จัดเรียงกันอย่างสวยงานและลงตัวอย่างกับฟ้าประธานมาให้และรวมถึงการแต่งตัวที่ดูแล้วเหมาะสมและลงตัวเป็อย่างยิ่ง!
“นั้นใช่เขารึเปล่าที่กำลังตกเป็กระแสอยู่ตอนนี้”ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งกล่าวกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆตน
“โอวเขามาด้วยจริงๆสินะ”ชายหนุ่มคนนี้กล่าวเบาๆก่อนที่เ้าตัวจะกระดกค็อกเทลที่อยุ่ในมือรวดเดียวและเดินไปทักทาย
“ฮ่าๆว่าไงสหายทั้งหลายไม่เจอกันนานเลยนะ”เขาหัวเราะออกมาพลางเดินเข้าไปกอดฉงติ่งและเมิ่งฮ่าว
“สืออวี่ฉันไม่ยักกะรู้ว่าพวกเราสองคนไปสนิทกับนายกันตอนไหนนะเนี่ย”เมิ่งฮ่าวกล่าวออกมาอย่างนิ่งๆ
“เอาน่าตอนนี้ไม่สนิทแต่เดียวหลังจากนี้ก็สนิทกันเองนั้นแหละโดยเฉพาะนาย”สืออวี่กล่าวออกมาก่อนที่เขาจะเน้นที่ถังหลินเป็พิเศษ
ถังหลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจพลางเมินเฉยไปเพราะเขารู้ว่าคนประเภทนี้ควรจัดการยังไง
“ว๊าเ็าจังนะเอาเถอะพวกนายคงรู้จักฉันอยู่แล้วฉันขออรุญาติแนะนำตัวคู่หมั้นหน่อยละกันนี้คือจ้าวไห่ฉิน”สืออวี่กล่าวออกมาอย่างสบายๆเขาไม่ได้โกรธกับท่าทางของถังหลินเลยแม้แต่น้อยยังไงสะพวกเขาก้ไม่ได้รู้จักมักจี่กันสะหน่อย!ก่อนที่จะแนะนำคู่หมั้นของตนออกมา
จนทั้งสามคนจึงหันไปมองตามมือของสืออวี่ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งใส่เดรชสีฟ้ายืนอยู่ข้างหลังเขาโดยที่สีเดรสนั้นเข้ากับเธอเป็อย่าวมากเพราะมันช่วยขัยเน้นความเปร่งประกายในตัวเธอเป็อย่างดี!
“ว่าแต่คุณเป็อะไรกับผู้จัดการทีมผมงั้นเหรอ”ถังหลินกล่าวถามออกไปเพราะเธอหน้าตาคล้ายจ้าวซืออย่างมาก
“โอ๊ะฉันพอเข้าใจแล้วละว่าทำไมสืออวี่ถึงบอกว่าหลังจากนี้เขาจะสนิทกับนายเป็พิเศษ”จ้าวไห่ฉิงกล่าวออกมาอย่างมีเลศใน
“ส่วนยัยหนูนั้นก็เป็น้องสาวฉันเองแหละ”จ้าวไห่ฉิงตอบคำถามของถังหลิน
ที่ถังหลินถามไม่ใช่ว่าจะเดาไม่ออกแต่เขาแค่อยากรู้ว่าเธอเป็คนตระกูลหลักหรือตระกูลรองต่างหาก!
“เฮ้ๆตาแก่จ้าวคงไม่ได้คิดจะหมั้นจ้าวซือกับถังหลินหรอกนะ”ฉงติ่งกล่าวออกมาอย่างสนใจ
“โป๊ะเช๊ะเลยสหายนายเดาถูกแล้วละ”สื่ออวี่ชี่นิวมาทางฉงติ่งและพูดออกมาว่าฉงติ่งนั้นพูดถูกต้องแล้ว
“เอาละงานประมูลจะเริ่มแล้วเราไปกันเถอะพวกนายคงได้นั่งข้างหน้าอยู่แล้วละ”จ้าวไห่ฉิงกล่าวตัดจบเพราะเื่นี้พ่อของเธอยังไม่ได้พูดกล่าวอย่างแน่ชัดก้แค่เปรยๆออกมาเท่านั้นไม่ควรพูดคุยต่อ
แต่ถังหลินตอนนี้ขมวดคิ้วแล้วเพราะเขาไม่พอใจตรงจุดนี้มากเพราะดูเหมือนกับว่าผุ้นำตระกูลจ้าวไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!พลางคิดในใจว่าตอนนี้เขาไม่ขาดอะไรเลยแต่ขาดอำนาจในมืออำนาจที่เอาไว้ใช้ขมขู่และต่อรอง!! แต่ตอนนี้ในเมื่อเขาไม่มีมันคงต้องยอมและไหลตามน้ำไปก่อน!
โต๊ะทางด้านหน้าที่จัดไว้เป็โซนเล็กๆนั้นตอนนี้ถูกจับจองไว้เป็ที่เรียบร้อยและไม่รู้ว่าเป็การบังเอิญหรือจงใจเพราะโต๊ะที่พวกเขาได้นั่งดันติดกันสะได้!
“ว่าแต่ที่นายมาเพราะสนใจในตัวคฤหาสน์หลังนี้งั้นเหรอ”สืออวี่หันมาถามถังหลินที่ตอนนี้นั่งอยู่ทางด้านขวาของตนและถัดไปจะเป็เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งส่วนทางด้านซ้ายมือของเขาจะเป็คู่หมั้นของเขาเองจ้าวไห่ฉิง
“ใช่แล้วละยังไงสะตอนนี้ฉันก็ยังไม่มีคฤหาสน์ในปักกิ่งเลยแม้แต่น้อย”ถังหลินกล่่าวออกมาเขาไม่ได้กลัวสืออวี่จะประมูลแข่งเลยแม้แต่น้อยถึงคฤหาสน์หลังนี้จะฟังดูดีเป็อย่างมากแต่มันก็แค่ระดับกลางเท่านั้นพอๆกับคฤหาสน์ของเมิ่งฮ่าวแต่สืออวี่คือผู้สืบทอดตระกูลสือคฤหาสน์ของตระกูลของเขาใหญ่กว่านี้ไม่รู้กี่เท่า!
“แล้วนายมาทำไมละคนระดับนายไม่น่ามางานประมูลขนาดกลางนะ”ถังหลินกล่าวถามออกมา
“เพราะว่าเ้าของคฤหาสน์หลังนี้มีบทกวีหนึ่งที่ฉัน้านะสิแต่เขาไม่ยอมขายให้แต่กลับเอาเข้างานประมูลครั้งนี้ฉันเลยมา”สืออวี่กล่าวตอบถังหลินไปเขา
“งั้นเหรอฉันก็สนใจของโบราณชิ้นอื่นๆด้วยเหมือกัน”ถังหลินกล่าวเบาๆเพราะเขาก็ได้รับแจ้งจากฉงติ่งมาก่อนแล้วเหมือนกันว่าการประมูลคฤหาส์นั้นจะเป็การประมูลรอบสุดท้ายส่วนการประมูลรอบอื่นๆนั้นดูเหมือนว่าจะเป็ของสะสมที่เ้าของคฤหาสน์หลังนี้เอามาใส่ไว้ในรายการไม่ว่าจะเป็ภาพวาดแจกันหรือมีแม้กระทั่งบทกวี!!
โดยที่คนโดยรอบอดมุมปากกระตุกไม่ได้อย่างกับว่าของทุกอย่างเป็ของพวกเขาสองคนแน่ๆอย่างงั้นแหละแต่ก็ช่วยไม่ได้ถ้าบอกว่าในงานประมูลครั้งนี้ใครมีเงินมากสุดก็ต้องเป็สองคนนี้อยู่แล้วอีกคนคือทายาทตระกูลสือผู้ร่ำรวยนับแสนล้านหยวนส่วนอีกคนก็ถือครองแบล็คการ์ดที่มีวงเงินไม่จำกัดของธนาคารโลกช่วยไม่ได้ที่จะทำให้พวกเขาหยิ่ง!