“สวัสดีนักเรียนทุกคน อาจารย์ชื่อว่าสริญญานะยินดีที่ได้รู้จักจ่ะ”หลังจากนั้นอาจารย์ก็ให้นักเรียนแนะนำตัวทีละคน ทีละเลขที่ั้แ่เลขที่ 1 ไล่ไปถึงเลขที่ 32 “เลขที่ 18 สวัสดีครับผมชื่อ คีตภัทร ชื่อเล่นว่าดีเจ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ในใจของฉันคิดว่าทำไมชื่อแปลกจัง คีตภัทร ไม่เคยได้ยิน ต่อมาเลขที่ 21 “สวัสดีเราชื่อ ประกายดาว ชื่อเล่นว่านับดาวนะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เมื่อเราแนะนำตัวเสร็จก็นั่งลงแต่มีคนหันมามองและทำหน้าเหมือนสงสัยในชื่อของเราเขาคงคิดเหมือนกันนะว่าแม่เป็นักดาราศาสตร์หรือเปล่าถึงตั้งชื่อลูกเป็ดาวดาว แล้วก็ดาว ซึ่งก็นั่นแหละค่ะ ไอคนสงสัยคงเป็ใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่ด.ช.คีตภัทรไอเราก็มองหน้ากลับประมาณว่าจะมองอะไรนักหนา หาเื่หรือไงเอาเป็ว่าไม่ถูกชะตาั้แ่วันแรกเลยล่ะค่ะ เมื่อแนะนำตัวจนครบ 32 คนแล้วอาจารย์ก็ได้ทำการจัดที่นั่งให้โดยการสุ่มที่นั่งไอเราก็ดันซวยได้ที่นั่งใกล้ๆกับด.ช.คีตภัทร ก็เอาเป็ว่าทำใจไปค่ะ 1 เทอมเดี๋ยวก็เปลี่ยนที่แล้ว เปิดเทอมวันแรกอาจารย์ก็ยังไม่ให้ทำอะไรมากตามประสาประถมวัย ทำความรู้จักเพื่อนๆที่นั่งใกล้ๆค่ะเราก็เลยต้องคุยกับด.ช.คีตภัทร “สวัสดีเราชื่อนับดาวนะหรือเรียกว่านับก็ได้” “อืมสวัสดีเราชื่อดีเจเรียกเจก็ได้ เออถามหน่อยสิ แม่เธอเป็นักดาราศาสตร์หรอชื่อเธอถึงได้มีแต่ดาวๆๆเหนี่ย” ในใจฉันคิดนายนี่มันกวนหรือกล้าเนี่ยถามคำถามแบบนี้ั้แ่ครั้งแรกที่คุยกันเลย“คือแม่เราทำงานธนาคาร ไม่ต้องถามถึงพ่อด้วยนะพ่อเราก็บัญชีเหมือนกันแต่ที่ชื่อเกี่ยวกับดาวเพราะแม่บอกว่าอยากแม่ฉันชอบดาวแล้วก็อยากให้ลูกของแม่เป็ประกายส่องสว่างสไวบนท้องฟ้าเหมือนกับดาวไงล่ะนอกจากนั้นนะดาวยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างด้วย ทั้งนำทางแล้วก็ยังเป็ความหวังด้วยนะ ว่าแต่นายเหอะทำไมถึงชื่อ คีตภัทร ชื่อแปลกจังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”ฉันถามกลับด้วยความสงสัย “คีตภัทรแปลว่าผู้เป็เลิศในการขับร้อง นี่ไงชื่อฉันก็เกี่ยวกับดนตรีทั้งนั้นแหละเหมือนชื่อเธอไงที่เกี่ยวแต่กับดาว” หลังจากที่เราคุยกันได้ซักพักก็เริ่มรู้สึกว่าเด็กคนนี้นิสัยดีกว่าที่คิดนะ
ตอนเราป.4 จะมีให้เลือกชมรม เราว่าเราเล่นกีฬาแบดมินตันเก่งเราเลยเลือกเข้าชมรมแบดมินตันส่วนเจเลือกเข้าชมรมฟุตบอล ก็ตามประสาเด็กผู้ชายแหละน้า ไม่บาสก็ฟุตบอล เราทั้ง2เล่นกีฬาค่อนข้างเก่ง เลยได้รับคัดเลือกเป็นักกีฬาโรงเรียนจึงทำให้ต้องกลับบ้านเย็นกว่าคนอื่นเพราะต้องฝึกซ้อมกีฬานี่เป็เหตุผลที่ทำให้เราเจอกันบ่อยกว่าเพื่อนๆคนอื่นๆในห้องเพราะหลังเลิกซ้อมพวกเราก็จะนัดไปกินข้าวกันก่อนกลับบ้าน ทำให้เราสนิทกันมากขึ้นแปลกดีนะจากตอนแรกไม่ค่อยถูกชะตาผ่านมาได้ไม่นานกลายเป็สนิทกันเฉยเลย่เวลานั้นที่เราเรียนหนังสือด้วยกัน เลิกเรียนก็ต้องแยกกันไปซ้อมกีฬาซ้อมเสร็จก็ไปกินข้าวด้วยกันแล้วค่อยแยกย้ายกันกลับบ้าน่นั้นเราเจอหน้ากันบ่อยมาก แทบจะบ่อยกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำเพราะว่าเราเจอกันเรียนก็ 8 ชั่วโมงแล้วไหนจะซ้อมกีฬาไหนจะกินข้าวเย็นคร่าวๆก็ประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวันแหละนะไหนจะต้องมาซ้อมกีฬาวันเสาร์ อาทิตย์อีก ขนาดวันหยุดสุดสัปดาห์ยังต้องเจอเลยไม่รู้ว่าเพราะเวลาที่เราใช้ด้วยกันมันมากเกินไป หรือเพราะว่าการที่ฉันได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันกับเขามันทำให้เห็นมุมดีๆของเขามากขึ้นเลยทำให้ฉันในวัย9 ขวบเริ่มมีอาการแอบชอบเป็ครั้งแรก เราทั้ง2ใช้ชีวิตกันแบบนี้ไปเรื่อยๆจนจบป.4 นั่นแหละน้าเวลา 1 ปีทำให้ฉันแอบชอบเจไม่น้อยเลย