ค่ำคืนที่หนาวเหน็บท่ามกลางฤดูหนาว ในโบสถ์เล็กๆในเขตชานเมืองเด็กน้อยวัยไม่เกิน5ขวบ กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างชั้นสองอย่างเงียบเฉียบจ้องมองดูหิมะสีขาวที่ตกปรอยๆลงมาจากท้องฟ้ายามคำคืน ภายในห้อง นอกจากเขาแล้วยังมีเด็กคนอื่นๆที่อายุไล่เลี่ยกันจนถึงเด็กที่โตกว่ากำลังนอนหลับอยู่ มันน่าแปลกที่เขายังสามารถต้านทานความง่วงยามค่ำคืนด้วยอายุเพียงแค่5ขวบเท่านั้น สายตาสีดำสนิทกวาดมองทัศนีย์ภาพภายนอกหน้าต่าง เด็กน้อยเห็นสิ่งก่อสร้างที่สูงวางตัวกันอย่างไม่เป็นระเบียบจนดูรกหูรกตาไปหมด นี่เป็นเพราะประชากรที่มากเกินไปและการก่อสร้างที่ไม่ได้มีการวางแผนไว้ให้ดี จนทำให้พื้นที่เขตนี้มีความสลับซับซ้อน ถนนวกวนไปมาจนสามาถหลงทางได้ง่ายทั้งในเขตนี้ยังมีประชากรอาศัยอยู่มาก ฉะนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงอาศัยอยู่กันอย่างแออัด มีเพียงผู้ที่มีฐานะดีหน่อยซึ่งจะย้ายเข้าไปอยู่ในเขตตัวเมืองที่มีระบบการจัดสรรที่ดีกว่า ย่านอันซ่อมซ่อแบบนี้ ลักษณะท่าทางของเด็กชายจะแตกต่างจากคนอื่นในวัยเดียวกัน ดวงตาสีดำสนิทดุจความลึกของมหาสมุท ส่อแววถึงความคิดความอ่านที่มากกว่าเด็กคนอื่นๆทั่วไป เขามองภาพนอกหน้าต่างจดจ่อกับผู้คนที่ยังคงอยู่ภายนอกนั้น เห็นคนทำความสะอาดถนนที่ต้องมาทำงานดึกดื่นจนเช้าเพื่อเงินไม่กี่เหรียญ เห็นแม้แต่คนไร้บ้านที่ต้องนอนตามตรอกซอยเล็กๆหรือแม้แต่ข้างถนน
ดวงตาของเด็กชายค่อยๆหม่นแสงลง ในโบสถ์แห่งนี้มีหลายสิบชีวิตอาศัยอยู่ นอกจากแม่ชีไม่กี่คนนอกนั้นคือเหล่าเด็กกำพร้าไร้บ้านหรือครอบครัวที่ถูกเก็บมาเลี้ยงดู ฐานะของโบสถ์นั้นไม่สู้ดีเท่าไหร่นอกจากเงินบริจาคอันน้อยนิด เด็กที่โตหน่อยจะต้องหางานทำเพื่อนำเงินมาซื้ออาหารแจกจ่ายพี่น้องในโบสถ์ให้อิ่มท้อง แม้แต่ตัวเขายังต้องเดินขายสิ่งของเล็กๆน้อยๆท่ามกลางแสงแดดบนถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนแออัด เด็กชายรู้สึกทุกข์ทรมานกับสภาพความเป็นอยู่ของตนอย่างมาก
'ที่นี้ไม่ใช่ที่ของข้า'เด็กชายร่ำร้องในใจ ตอนนั้นองเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผ่านสิ่งก่อสร้างต่างๆลอดเข้าไปในตัวเมืองจนเห็นปราสาทแห่งหนึ่งที่ตั้งโดดเด่นอยู่ใจกลาง
ตอนนั้นดวงตาของเด็กก็ทอประกายแสงแห่งความทะเยอทะยานและริษยาออกมา