999 ฉันต้องตาย บทที่ 6: การคำนวณความแค้น
(POV : คเชนทร์)
ผมจมดิ่งอยู่ในกองเอกสารอีกครั้ง หลังจากการกลับไปสู่ห้องทำงานที่คุ้นเคย แสงไฟนีออนสลัวๆ ทำให้ภาพถ่ายขาวดำบนผนังดูเหมือนจะขยับได้ในบางครั้ง
เื่ราวของเหยื่อรายแรก... กิ่งแก้ว... ถูกฉายซ้ำในหัวของผมอย่างชัดเจน ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแดน (ผู้ต้องสงสัย) เป็ไปตามรูปแบบที่ผมคาดการณ์ไว้เสมอ: ความรักที่เปลี่ยนเป็ความแค้น และ การใช้ความไว้วางใจเป็เครื่องมือ
ผมขยับแว่นสายตา เลื่อนรายงานการชันสูตรพลิกศพของกิ่งแก้วมาไว้ตรงหน้า
สาเหตุการเสียชีวิต: ภาวะปอดติดเชื้อเฉียบพลัน และหัวใจล้มเหลว
มันฟังดูธรรมดา... แต่ผมรู้ว่ามันคือผลลัพธ์ของ รูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า
"รูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า..." ผมพึมพำกับตัวเอง "นั่นคือจุดจบของเหยื่อ แต่ไม่ใช่จุดจบของคดี"
ผมหันไปมองมลที่นั่งอยู่เงียบๆ เธอพยายามควบคุมการไอที่ยังมีอยู่เป็ระยะๆ ร่างกายของเธอกำลังส่งสัญญาณของ ภาพที่ 666 ขึ้นไป อย่างชัดเจน
"คุณมลครับ" ผมเริ่มต้นอย่างช้าๆ พยายามให้คำพูดของผมมีความชัดเจนและกดดันที่สุด "เรามาโฟกัสที่ เงื่อนไขของผู้ถ่าย กันต่อ"
"คุณบอกว่า เปิ้ล ลูกพี่ลูกน้องของคุณ เป็คนที่รักการถ่ายรูปด้วยกล้องฟิล์มเก่าๆ เป็คนเดียวที่อยู่ใกล้ชิดคุณมาตลอด และอาจจะมีความอิจฉาในอดีต..."
"ในคดีของกิ่งแก้ว" ผมชี้ไปที่ภาพขาวดำบนผนัง "ผู้ที่ทำคือ แดน ซึ่งเป็คนรักที่ถูกลดฐานะเป็เพื่อน เขาถ่ายรูปเพราะความคับแค้นที่กิ่งแก้วรักเพื่อนสนิทของเขามากกว่า"
ผมมองมลอย่างเจาะลึก "คุณมลครับ... ใน่ที่คุณเด่นที่สุดในมหาวิทยาลัย... เปิ้ล มีความสัมพันธ์กับใครที่ทำให้เธอต้องเ็ป หรือมีความคับแค้นกับความรักของคุณบ้างไหม?"
มลเม้มปากแน่น ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือดลงไปอีก
"มี... มีคนหนึ่งค่ะ" มลตอบเสียงเบาหวิว "เพื่อนในกลุ่มของเรา... ชื่อ ภัทร... เปิ้ลสนิทกับภัทรมาก่อนหนู... แต่ภัทร... เขามาคบกับหนูในเวลาต่อมา"
ผมยกคิ้วขึ้น นั่นคือ จุดเชื่อมโยง ที่ชัดเจนที่สุด
"ความริษยา..." ผมพึมพำ "ความริษยาที่สั่งสมมานานจากคนใกล้ชิด ย่อมรุนแรงกว่าความแค้นจากคนแปลกหน้าเสมอ"
ผมหยิบปากกาเคมีสีแดงขึ้นมา แล้วเขียนเป็แผนผังง่ายๆ บนกระดานไวท์บอร์ดเก่าๆ
"นี่คือรูปแบบที่ชัดเจนครับ" ผมอธิบายอย่างเยือกเย็น "และกล้องปริศนานี้... ต้องถูกส่งต่อมาจาก ชายปริศนา ที่แต่งชุดคาวบอยคนนั้น"
ผมหันไปมองเพชรที่กำลังจดบันทึกอย่างตั้งใจ "คุณเพชร ข้อมูลเกี่ยวกับชายปริศนาเป็อย่างไรบ้างครับ?"
เพชรรีบวางปากกา "ผมไปสืบมาคร่าวๆ ครับพี่... ชายคนนั้นเป็ที่รู้จักในหมู่นักเรียนเก่ามานานแล้ว เขาไม่ใช่แค่คนบ้า แต่เขาเหมือนเป็ คนส่งสาร เขาจะปรากฏตัวในสถานที่ที่มี 'ความริษยา' ซ่อนอยู่ และจะมอบหรือขายกล้องฟิล์มเก่าๆ ให้กับคนที่กำลังจมอยู่ใน 'ความคับแค้น'"
"ดีมาก" ผมกล่าว "เขาไม่ได้มอบคำสาป แต่เขา มอบเครื่องมือ ให้กับคนที่พร้อมจะใช้มันอยู่แล้ว"
ผมกลับมามองมล "คุณมลครับ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องรู้... คุณเคยเห็นเปิ้ลใช้กล้องฟิล์มตัวใหม่ที่ดูเก่าแก่มากๆ บ้างไหม? ตัวที่ดูสกปรกและมีกลิ่นแปลกๆ?"
มลพยายามนึก ภาพของกิ่งแก้วใน Flashback คงกำลังวนเวียนในหัวเธอ
"หนู... หนูไม่แน่ใจค่ะ แต่หนูจำได้ว่าเปิ้ลเคยบ่นถึงกล้องเก่าๆ ตัวหนึ่งของเธอที่เธอรักมาก... เธอมักจะใช้มันถ่ายรูปหนูเสมอ... และหนูจำได้ว่ามันดู มืดทึม กว่ากล้องตัวอื่น"
ผมพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "นั่นแหละครับ 'อาวุธ' ที่เรากำลังตามหา"
ผมกลับไปที่กระดานไวท์บอร์ด และวาดลูกศรย้อนกลับจาก 'ความตาย' ไปยัง 'แรงจูงใจ'
"และนี่คือสิ่งที่ไม่มีใครรู้..." ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนเหมือนกระซิบ "ตามที่ผมเชื่อ... เมื่ออาถรรพ์ได้เริ่มต้นไปแล้ว และงานของมันยังไม่เสร็จสมบูรณ์ (คือเหยื่อไม่ตายในรูปที่ 999)... อาถรรพ์นั้นจะสะท้อนกลับต่อผู้ถ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"
"นั่นคือ การลงโทษ ที่กล้องมอบให้... ผู้ถ่ายจะไม่สามารถใช้ความแค้นของตนได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีผลกระทบ"
ผมจ้องไปที่มล ดวงตาของผมสื่อสารอย่างชัดเจนว่า นี่คือ ทางรอดเดียว ของเธอ
"คุณมลครับ... เราต้องหาทาง ยับยั้งการล้างรูปที่เก้าร้อยเก้าสิบเก้า... และที่สำคัญกว่านั้น... เราต้องหาทางให้ เปิ้ลเกิดความสำนึกผิด ก่อนที่เธอจะถ่ายรูปสุดท้าย เพื่อให้ กฎแห่งการสะท้อนกลับ ทำงานทันเวลา"
"ตอนนี้ผมกำลังสืบหาข้อมูลของเหยื่อรายอื่นๆ ที่รอดชีวิตหรือมีอาการสะท้อนกลับ เพื่อดูว่ากลไกนี้ทำงานอย่างไรบ้าง..." ผมหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มเย็นๆ
"คดีที่เกี่ยวข้องกับกล้องปริศนาและคำสาปเก้าร้อยเก้าสิบเก้านี้... ไม่ได้มีเพียงแค่สองคดีที่เรารู้เท่านั้น...!"
มลเลิกคิ้วขึ้นสูงราวกับไม่เชื่อที่ผมพูด แน่ล่ะ... คงจะไม่มีใครเชื่อและสนใจ นอกจากคน แบบผม ที่มีน้อยนิด..."
*โปรดติดตามตอนต่อไป*