.....
เมื่อเสียงตดและเสียง??? ของภาคินดังขึ้นมาอีกครั้ง มันจึงทำให้ชายที่จู่ๆก็โผล่พรวดออกมาตรงหน้าถึงกับหน้าซีดเผือก ชายคนนั้นแสดงสีหน้าที่บิดเบี้ยวออกมาอย่างรุนแรง พร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้อย่างรวดเร็ว
"**&^&%$#@!"
แล้วชายคนนั้นก็บ่นออกมาด้วยภาษาที่ไม่เข้าใจอีกครั้ง แต่ภาคินก็ไม่มีเวลามาสนใจกับคุณลุงตรงหน้ามากนัก เพราะเขาปวดท้องมากๆ และมันก็มากซะจนมีเสียงแปลกๆบางอย่างดังขึ้นมาเสริมเสียงตดอีกด้วย
"ผมทนไม่ไหวแล้ว!!!"
ภาคินะโออกมา พร้อมกับตั้งใจจะวิ่งไปยังพุ่มไม้ตรงหน้า แต่ทว่า..ทันทีที่ภาคินขยับปลายเท้าเพียงบางเบา มันก็เกิดเื่แปลกประหลาดขึ้น เมื่อร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว ที่เกินกว่าคนปกติทั่วไปจะมองเห็นได้
"วะวะวะว๊ากกกกกกกกกก!! มันเกิดอะไรขึ้นอีกว่ะเนี้ยยยยย!!!!!!"
เสียงตะโดนดังกึงก้องในขณะที่ยังวิ่งไปด้วย ภาคินในตอนนี้กำลังวิ่งตรงอยู่ในป่าที่ยังคงมืดมิด และมันก็มันมืดซะจนคนปกติไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้เลย แต่สำหรับภาคินในตอนนี้เขากลับวิ่งหลบหลีกต้นไม้ในป่าได้อย่างง่ายดาย เพราะเขาสามารถมองเห็นพวกมันได้ อย่างชัดเจน
"หยุดดดดดดๆๆๆ!!!!"
โครมมม!!!
ร่างที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่าจัง เนื่องจากยังไม่สามารถหลบมันได้ทัน แต่เื่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อร่างที่ชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างแรง แทนที่จะร้องออกมาด้วยความเ็ปแต่มัน..กลับไม่ใช่ เพราะภาคินในตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเ็ปอะไรเลยซักนิด แต่กลับกันต้นไม้ใหญ่กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงแทน เพราะโดนชนเข้าอย่างจังจนเกือบจะหักโค่นลงมาด้วยซ้ำ
"นี้มันเกิดอะไรขึ้น?" ในขณะที่ภาคินกำลังสับสนและมึนงงอยู่นั้น
กรรรรร!!!!!
จู่ๆเสียงขู่คำรามก็แววดังขึ้นมาจากด้านหลัง เสียงขู่ที่ดังออกมานี้แม้จริงแล้วมันเป็เสียงของหมาป่าตัวหนึ่ง ที่มีความสูงประมาณ1เมตร แถมทั่วทั้งร่างยังถูกปกคลุมไปด้วยขนสีดำสนิทที่ยากจะมองเห็นอีกด้วย
กรรรรร!!!!
เสียงขู่คำรามเริ่มดังขึ้นมาอีกครั้งเป็ระรอกๆ ทำให้รอบๆตัวของภาคินในตอนนี้ ค่อยๆปรากฏดวงตาสีแดงเืคู่แล้วคู่เล่าที่กำลังจ้องมองออกมาจากความมืดมิด และก็แน่นอนว่าเ้าของดวงตาพวกนี้ก็คือหมาป่า..ที่กำลังออกล่าเป็ฝูงนั่นเอง
"ไปชิ้วๆ!!!"
ภาคินที่โดนหมาป่ารุมล้อมก็ะโไล่ออกมาทันที เพราะปกติเวลาเขาโดนสุนัขจรจัดขู่ เขาก็จะไล่แบบนี้ออกมาและมันก็มักได้ผลทุกครั้ง
กรรร!!!
แต่รอบนี้ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผล เมื่อหมาป่าตัวโตเต็มวัยเริ่มกระโจนใส่ภาคินอย่างรวดเร็ว มันพุ่งเข้าไปแล้วใช้ฟันอันแหลมคมของมันงับเข้าไปที่คอของมนุษย์ตรงหน้าอย่างแม่นยำ
"โอ๊ยยยย!!!"
ภาคินถึงกับเผลอร้องออกมาทันทีเมื่อโดนหมาป่าขย้ำเขาที่คอ หมาป่าตัวนั้นงับเข้าที่คอได้ก็เริ่มออกแรงสบัดและกระชากเหยื่อของมันไปมาอย่างรุนแรง หมายจะให้ดับและต่ยลงภายใต้คมเขี้ยวของมัน
"เอ๋ง!!!!!!!!!!"
แต่ในขณะที่พวกหมาป่ากำลังได้เปรียบ จู่ๆตัวที่งับคออยู่ก็ร้องโหยหวนออกมา เมื่อภาคินในตอนนี้กำลังใช้มือเล็กๆค่อยๆง้างปากของหมาป่าออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาของหมาป่าตัวอื่นๆที่บัดนี้ ล้วนแต่แตกตื่นและเริ่มใ
"ทำไมมันกัดเราไม่เข้า? แล้วทำไมพวกมันถึงอ่อนแอขนาดนี้?"
และนี้ก็คือคำถามที่ดังขึ้นมาในหัวของภาคินในตอนนี้ แต่ถึงเขาจะสงสัยมากแค่ไหน แต่มันก็คงไม่ใช่เวลาที่จะต้องมาคิดมากนัก
"ฮึบ!!"
ร่างเล็กๆเริ่มเพิ่มแรงไปที่แขนทั้งสองข้างอีกเล็กน้อย มันจึงทำให้ปากของหมาป่าที่งับคออยู่ ถึงกับถูกฉีกกระชากออกมาอย่างง่ายดาย และหมาป่าตัวที่บุกเข้ามาตัวแรกก็ตกตายลงทันที ส่วนเหล่าหมาป่าที่เหลือเมื่อมองเห็นพวกพ้องของมันตายลง พวกมันก็ขู่คำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น แต่ภาคินก็ไม่ได้สนใจนักเพราะเขาทำเพื่อปกป้องตัวเอง และเป็พวกมันเองที่เขามาทำร้ายเขาก่อน
เอ๋ง!!!!!!!!
เมื่อตัวแรกผ่านไปภาคินก็พุ่งทะยานเข้าไปจับหมาป่าตัวที่สองเอา เขาจับไปที่คอของมันแล้วฟาดมันเข้ากับต้นไม้อย่างแรง จนหมาป่าตัวนั้นสิ้นใจลงในทันที พวกหมาป่าเริ่มเห็นว่าเหยื่อของมันในครั้งนี้แข็งแกร่งเกินไป พวกมันจึงเลิกล้มที่จะสังหารเหยื่อแล้วถอยออกไปทันที ส่วนภาคินที่เห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ตามไปทำร้ายพวกมัน เพราะเขาไม่ใช่คนที่โเี้ปานนั้น หลังจากที่ศัตรูถอยออกไปภาคินก็เริ่มสำรวจตัวเองช้าๆ ด้วยความแปลกใจและปนหวาดกลัวเล็กน้อย
"นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่น่ะ?..."
ที่จริงสาเหตุหลักๆที่เกิดขึ้นกับร่างกายของภาคินในตอนนี้ มันไม่ใช่เื่ที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรเลยเพราะโลกในปัจจุบันที่จากมานั้นมันมีแรงดึงดูด หรือสนามพลังแม่เหล็กของโลกที่รุนแรงกว่าต่างโลกนี้นับสิบเท่า หรือพูดง่ายๆก็คือต่างโลกนี้มีแรงดึงดูดของโลกเพียง10% เมื่อเทียบกับโลกปัจจุบันที่จากมา ดังนั้นร่างกายของภาคินที่เติบโตขึ้นที่โลกปัจจุบันั้แ่เด็ก จึงทำให้เขาคุ้นเคยกับโลกเดิมเป็อย่างดี
ดังนั้นหลังจากที่ถูกส่งมายังต่างโลกนี้ พลังของภาคินก็เพิ่มขึ้นมาเกือบสิบเท่า และไม่ใช่พลังเพียงอย่างเดียวที่ถูกเพิ่มขึ้นมามันยังรวมไปถึง สายตาที่ชัดเจนมากขึ้น จมูกที่สามารถรับรู้กลิ่นได้ดีขึ้น และยังรวมไปถึงหูที่ได้ยินเสียงต่างๆได้ชัดเจนขึ้น และยังไม่รวมไปถึงพลังสนามแม่เหล็กระดับสูง ที่ถูกบีบอัดเข้าในร่างกายของเมื่อครั้นตอนที่อยู่ในเครื่องทามแมชชีนอีกด้วย
ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมวันแรกที่มาถึง พลังนี้ถึงยังไม่แสดงผลออกมา ก็เพราะวันแรกๆที่มาถึงยังโลกนี้ร่างกายของเขากำลังอยู่ใน่ปรับตัวอยู่ แต่ในตอนนี้ร่างกายของภาคินได้รับการปรับเปลี่ยนเสร็จสับเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นความต่างต่างระหว่างสองโลกจึงค่อยๆเริ่มปรากฏออกมา
รุ่งเช้าของวันต่อมา..
และแล้วเมื่อยามเช้าของอีกวันมาถึง วันนี้คือวันที่ภาคินตัดสินใจแล้วว่าจะออกจากป่าแห่งนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เริ่มจากอันดับแรกคือการถอดเสื้อยืดออกมาเพื่อใช้เป็ที่เก็บผลแอปเปิ้ล และรวมถึงกระบอกใส่น้ำอีกหลายกระบอกด้วยกัน เมื่อการเตรียมตัวเสร็จสิ้นแล้ว เขาจึงวิ่งออกจากป่าอย่างรวดเร็ว
หลังจากวิ่งมาตลอดทั้งวัน ในที่สุดเบื้องหน้าในตอนนี้ก็เริ่มปรากฏเป็กำแพงเมืองสีเทา ที่มีความสูงหลายสิบเมตรขึ้นมา ภาคินที่มองเห็นจึงรีบวิ่งไปยังประตูเมือง ที่ๆมีผู้คนจำนวนมากกำลังต่อแถวกันอยู่
ทันทีที่มาถึงหน้าประตูเมืองร่างของชายหนุ่มวัย16ปี ก็กลายเป็จุดสนใจของผู้คนทันที เพราะภาคินมีเส้นผมสีดำ ซึ่งมันแตกต่างจากผู้คนที่กำลังยืนอยู่รอบๆตัวเขา ป็นอย่างมาก เพราะผู้คนส่วนใหญ่ที่นี้ล้วนมีเส้นผมสีทองหรือไม่ก็ขาวกันทั้งสิ้น ส่วนเมืองที่ภาคินกำลังจะเข้าไปนี้มีชื่อเรียกว่าเมืองนอริช เมืองนอริชเป็เมืองใหญ่ระดับ3 ซึ่งขึ้นชื่อเื่ค้าขายเป็อย่างมาก ดังนั้นตรงประตูเข้าเมืองทหารจึงไม่ได้ตรวจค้นอะไรมากนัก เพราะหลายๆคนที่มาล้วนเป็พ่อค้าแม่ค้าซะเป็ส่วนใหญ่ และภาคินที่แฝงตัวมากับกลุ่มพ่อค้า จึงสามารถเดินเข้าไปในเมืองได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
ภายในเมืองนอริช
เมืองนี้คือเมืองแรกที่ภาคินเจอหลังจากถูกส่งมายังต่างโลก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก เมืองที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของในตอนนี้เป็เมืองที่มีลักษณะไม่ต่างไปจากในหนังที่เขาเคยดูเลย
อาคารบ้านเรือนทุกหลังล้วนถูกสร้างขึ้นจากหิน มันเป็อาคารที่สวยงามในแบบฉบับของสถาปัตยกรรมอังกฤษ แถมยังมีทั้งรถม้าที่กำลังวิ่งโลกแล่นอยู่บนถนนสายหลักของเมืองส่วนสองฟากฝั่งของทางเดินล้วนต็มไปด้วยร้านค้ามากมายอีกด้วย
"สุดยอด..นี้เราถูกส่งมาที่ไหนกันแน่..?"
คำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบดังขึ้นมาซักพัก ภาคินจึงทำได้เพียงแอบฟังผู้คนภายในเมืองคุยกันอยู่นาน จนในที่สุดกก็รับรู้แล้วว่า คนต่างโลกนี้ใช่ภาษาอังกฤษในการพูดคุยสื่อสารกัน ในโลกปัจจุบันสมัยที่ภาคินจากมานั้น เด็กวัย8-9ขวบที่มีฐานะส่วนมากก็จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้หมด
และภาคินก็เป็หนึ่งในนั้นเช่นกัน เนื่องจากเขาเริ่มเรียนภาษาอังกฤษมาั้แ่อายุเพียงห้าขวบ โดยครูพิเศษมาสอนที่บ้านเกือบทุกวัน ดังนั้นมันจึงไม่แปลกเลยที่ภาคินจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้
"ไม่รู้เหรอกนะว่าถูกส่งมาที่ไหน? แต่สิ่งที่รู้คือเราจะไม่ยอมกลับไปเป็คนอดอยาก และเก็บขยะขายอีกต่อไปแล้ว!!"
ทันทีที่มาถึงเมืองนอริชภาคินก็เริ่มให้คำสัญญากับตัวเองทันที และอันดับแรกที่ต้องรีบทำในตอนนี้ก็คือ หาเงินเพราะหากไม่มีเงินก็จะไม่สามารถหาของอร่อยๆกินได้ และนี้คือสิ่งที่ภาคินคิดได้ในตอนนี้ หลังจากวางแผนคร่าวๆภาคินก็ค่อยๆเดินสำรวจตลาด เพื่อเช็คค่าเงินและราคาสิ่งขอโดยการเดินถามผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่หลายคน จนในที่สุดก็ได้ค่าเงินในสถานแห่งนี้มา ซึ่งค่าเงินในเมืองนี้จะใช้เป็แบบเหรียญ แบ่งออกเป็เหรียญทองแดง เงิน และทอง
และหลังจากเช็คจนแน่ใจแล้วภาคินก็หาที่ว่างที่พอจะนั่งได้ เขาจึงเอาเสื้อยืดเก่าๆของตัวเองวางลงบนฟื้น ก่อนจะค่อยๆนำผลแอปเปิ้ลออกมาบางส่วน เพื่อจะเริ่มทำการค้าขาย ส่วนการที่ภาคินตัดสินใจขายแอปเปิ้ลในตอนนี้ก็เพราะ ตอนแรกเขาไม่รู้ว่ามันต้องเดินใช้เวลาทางกี่วัน ถึงจะออกจากป่าได้ ดังนั้นเขาจึงได้เด็ดผลแอปเปิ้ลมาเกือบทั้งต้น แต่ตอนนี้มันกลับถึงเมืองเร็วกว่าที่คิด และหากทิ้งไว้นานกว่านี้ผลแอปเปิ้ลก็อาจจะเน่าเสียได้ ดังนั้นภาคินจึงตัดสินใจขายเพื่อหาเงินก้อนแรกของเขาทันที
"แอปเปิ้ลสดๆใหม่ๆครับ แอปเปิ้ลสดๆ!!!"
เมื่อแอปเปิ้ลพร้อมขาย ภาคินก็ะโออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น เพียงแค่การแหกปากเพียงครั้งเดียวของภาคิน มันถึงกับทำให้เสียงของพ่อค้า แม่ค้าคนอื่นๆที่ะโแข่งกันก่อนหน้านี้ ถูกเสียงะโของเขากลบฝังไปจนหมดสิ้นทันที
"ขายแอปเปิ้ลสดๆ เข้ามาดูก่อนเลยครับ!!!"
แต่ภาคินก็ไม่ได้สนใจพ่อค้าแม่ค้าคนอื่น เขายังคงะโแหกปากร้องต่อไปเรื่อยๆ.. หลังจากผ่านมาได้เพียงแค่15นาทีผลแอปเปิ้ลของภาคินก็ถูกขายออกไปจนหมดโดยพ่อค้าร้านใกล้ๆ ผลแอปเปิ้ลถูกขายออกไปลูกละสิบเหรียญทองแดง ซึ่งมันก็เป็ราคาปกติ เพราะภาคินนั้นแอบไปสอบถามราคาผลไม้มาหลายเ้าแล้วหลังจากที่ขายของหมด เขาก็มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองต่อทันที
"เห้อไปได้ซ่ะที เ้าบ้านั่นมันะโจนหูข้าชาไปหมดแล้ว รู้งี้ข้าน่าจะชื้อแอปเปิ้ลของมันให้หมดั้แ่แรกก็คงจะดี.."
พ่อค้าร้านข้างๆที่เหมาผลแอปเปิ้ลของภาคิน บ่นออกมาทันทีเมื่อเห็นภาคินกำลังเดินลับสายตาไป
…
"เราจะทำอะไรต่อดี? ตอนนี้ในหัวมันโล่งไปหมดเลย.." ตอนนี้ภาคินยังไม่มีจุดหมายที่แน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้จะเริ่มจากอะไรก่อนดี?
"ช่างเถอะตอนนี้หาที่ซุกหัวนอนก่อนกแล้วกัน.." ว่าแล้วภาคินก็เริ่มเดินหาที่พักตามในเมืองทันที เพราะตอนนี้มันก็ใกล้ จะค่ำแล้ว และการเดินหาก็ใช้เวลาอยู่นาน แต่สุดท้ายแล้วการหาบ้านพักคืนแรกภายในเมืองก็จบลงด้วยดี
"นี้สินะบ้านของเรา..?" ภาคินในตอนนี้กำลังมองบ้านหลังเล็กๆที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก บ้านหลังนี้มีเพียงห้องน้ำเล็กๆ ห้องนอนและห้องรับแขกเท่านั้น
ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย..
ก่อนหน้านี้หลังจากที่ภาคินเดินหาที่ซุกหัวนอนอยู่นาน เขาก็มองเห็นเห็นแผ่นป้ายเล็กๆ ที่ถูกห้อยเอาไว้ตามบานประตูโดยบนแผ่นป้ายมีใจความว่ามีบ้านให้เช่า บ้านเช่าพวกนี้จะอยู่ทางทิศใต้ของเมืองนอริช ซึ่งเป็ทิศที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่นัก บ้านพวกนี้ส่วนมากพ่อค้าแม่ค้าจะเช่าเอาไว้เก็บสินค้าเท่านั้น แต่สำหรับภาคินแล้วบ้านหลังเล็กๆพวกนี้ มันช่างดูใหญ่โตและสวยงามเป็อย่างมาก ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเช่ามันทันที ส่วนค่าเช่าบ้านพวกนี้จะคิดเป็รายวัน หรือตกวันละประมาณยี่สิบเหรียญเงิน เมื่อหาที่ซุกหัวนอนได้แล้ว ภาคินจึงค่อยๆเปิดประตูบ้านและค่อยๆเข้าไป
เอี๊ยดดดด...
เสียงบานประตูถูกเปิดออกอย่างช้าๆ สภาพภายในบ้านมันไม่มีอะไรเลยซักอย่าง มันโล่งไปหมด แต่ภาคินก็ไม่ให้ความสนใจมันมากนัก ขอแค่มีบ้านคอยกันแดดกันฝนได้เขาก็พอใจแล้ว
และแล้วมันก็ผ่านไปอีกวัน เมื่อความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุมเมืองนอริช ภายในเมืองตามร้านค้าหรือบ้านคนมีเงิน ก็จะเริ่มจุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่างกันแล้ว แต่สำหรับคนจนพวกเขาก็จะรีบเข้านอนทันทีเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เพราะพวกเขาไม่อยากสิ้นเปลืองไปกับค่าน้ำมันตะเกียง ส่วนในบ้านหลังเล็กๆ ภาคินก็ค่อยๆนอนลงไปบนพื้นที่แข็งและเย็นอีกครั้ง
"เหงาจังเลย....."
จู่ๆน้ำตาของภาคินก็ไหลรินออกมา เพราะกลางคืนมันเป็เวลาที่เงียบสงบ ดังนั้นมันจึงทำให้เขารู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยว เพราในตอนนี้ตัวเขานั้นไม่เหลือใครอีกแล้ว หลังจากที่ปลอบใจตัวเองอยู่นานร่างเล็กๆอันซ่อมซ่อก็ค่อยๆหลับไปในที่สุด
แต่..ภายหลังจากที่ภาคินเพิ่งจะหลับไปได้ไม่นาน จู่ๆแสงสีฟ้าก็ส่องสว่างจ้า อต่ทว่ามันกลับปรกาฏขึ้นเพียงเสี้ยววิก่อนที่มันจะหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับร่างของ??
บรืนนน!!!!!!
"โอ้ยย!!หนวกหูชะมัดคนจะนอน? เห้ย!!!?"
จู่ๆภาคินก็สดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงที่เขาได้ยินมันช่างคุ้นเคยซะเหลือเกิน และทันทีที่ตื่นขึ้นมาภาพๆแรกที่ภาคินมองเห็นก็คือ
"เห้ย!!!ทำไมเราถึงกลับมาอยู่ในสวนสาธารณะได้?"