ต้องขอโทษนะครับที่ทำให้เนื้อเื่มันดำเนินไปเร็ว (คิดเอง) เพราะหนึ่งเลยผมเป็คนยืดเนื้อเื่ไม่เป็สักหน่อย ฉะนั้นจะพัฒนานะครับ //ขอกำลังใจหน่อยเร็ว ฮิ้ว! -*-
---
เวลาผ่านไปถึงวันที่ 7
ณ ป่าการแข่งขันที่ 3 หน้าหอคอย ยามเช้าของวันได้ปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง กำลังแสดงใบหน้าขุ่นข้องหมองใจ หลังจากหลบหนีงูพิษเป็เวลานาน ต้องใช้โล่มนุษย์จำนวนมาก กว่าจะมาถึงที่นี่ได้
หลังจากรับรู้ว่า ลมปราณไม่ได้ถูกดูดออกไป ก็ทำให้บุรุษทั้ง 20 คนปรากฏใบหน้าผ่อนคลาย นับั้แ่ที่พวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลมา นี้เป็่เวลาที่ดีที่สุด ไม่ต้องบอกก็รู้ งูพิษนั่นคงอยู่ห่างจากเขามาก ไม่งั้นปราณฟ้าดินแถวนี้คงไม่เหลือ
"นี่ก็ได้เวลากลับแล้ว" หัวหน้ากลุ่ม ชุดสีม่วงพูดขึ้น
"ข้าว่ายังกลับไม่ได้หรอกนะ..." ชายคนหนึ่งชี้ที่เอวของตัวเอง พบว่าตราสัญลักษณ์นั้นได้ถูกทำลายกันไปหมด(ทุกคน)แล้ว หลงเหลือเพียงชายเกราะม่วงเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่
"เช่นนั้นเ้าก็แย่งกันเอง" หัวหน้ากลุ่มโยนตราสัญลักษณ์ 1 อันลงพื้น และทำลาย (ตรา) ของตัวเองหายไปในอากาศ
หลงเหลือสมาชิกเพียง 19 คนเท่านั้น
ทั้งหมดมองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย , มันขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะแข็งแกร่งมากที่สุดเท่านั้น
'ใครที่เร็วสุด ก็เป็ผู้ที่อยู่รอด'
ตูม! (เสียงพุ่งของคนจำนวนมาก)
ขณะเดียวกันในหอคอย
จางเซียนกำลังนั่งสมาธิหน้าแท่นด้วยความสงบ เขาสามารถแยกแยะและรับััได้สบาย ในเวลานี้เขาพบว่ามีเสียงการต่อสู้ด้านนอก และยังสามารถบ่งบอกได้ มีคนถึง 19 คนด้วยกันที่ต่อสู้กันอยู่ ส่วนอีกคนน่าจะตกตาย หรือไม่ก็หนีไปแล้ว
"เหตุใดถึงมาต่อสู้หน้าหอคอยของข้ากันนะ" หลังจากที่ได้ลอบสงสัยมาตั้งนาน เขาได้ใช้เนตรมรกตพบว่ารูปแบบของที่แห่งนี้มีอาคมกักกัน และให้ผู้ที่เข้ามาคนแรกมีสิทธิ์
"นี่คงเป็ทักษะที่สำนักัโลหิตอยากจะให้สินะ"
ชั่งไม่เหมาะกับคำว่าัจริงๆ
ชายหนุ่มส่ายหน้า
"หนึ่งในสิบเก้าคน จะมีสวะตัวไหนเยาะเย้ย ดูถูกข้าบ้างนะ" จางเซียนประกายอำมหิตออกมาไม่ปกปิด แกว่งดาบในมือไปมาจนเกิดเสียงตัดอากาศน่าขนลุก ในใจก็คิดจะสังหารอีกฝ่ายด้วยวิธีไหนดีที่ไม่เสียเวลา
อย่างไรก็ดี จางเซียนก็ได้ตัดผ่าน...กายสร้างลมปราณระดับ 1 เป็ระดับ 2 เรียบร้อยแล้ว การที่จะฆ่าอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป ทั้งยังไม่ต้องกลัว 'เสือหมอบัซ่อน' ที่พยายาม 'หุ้มหนังแกะในคราบหมาป่า'
นอกจากนี้ร่างกายของเขายังคล่องปรื๋อ และมีประสิทธิภาพมากกว่าปกติ นับว่าเป็อะไรที่ดียิ่งนักสำหรับ่เวลานี้ , นี่ยังไม่รวมการแก้ไขปริศนาพจนานุกรม ที่พึ่งรับรู้มาอีกด้วย
กล่าวโดยสรุป...หลังจากได้ดึงปราณเข้ามาในร่างกาย เขาพบว่าหนังสือพลิกชีวิตนี้ ได้ทำให้ปราณฟ้าดินมีความบริสุทธิ์และรวดเร็วอย่างน่าใจหาย ทำให้ไม่ถึงวันเขาสามารถดูดซับพลังได้สำเร็จ
ไม่สิ! ไม่ถึงครึ่งวันต่างหาก ปราณในนี่ก็หมดลง เหลือเพียงโอนถ่ายไปยังจุดต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เวลาเพียง 2 วันเขาสามารถก้าวผ่านระดับ 1 เป็ระดับ 2 ได้อย่างรวดเร็ว และเวลาที่เหลือก็เอาไปฝึกทักษะจนหมด ซึ่งวันสุดท้ายเขาไม่ได้ฝึก แต่เปลี่ยนเป็การหมุนเวียนลมปราณแทน
"เฮ้อ! ได้เวลาออกไปแล้วสินะ" จางเซียนเสยผมสะบัดหน้าไล่เศษหินออก เพราะขณะที่เขาฝึกทักษะนั้นได้ทำลายพื้นดินที่นี่ไปหลายแห่งเลยทีเดียว ทำให้เศษหินนั้นเรี่ยราด เกะกะระรานตา มากมาย
ตึกๆ ๆ ๆ
จางเซียนก้าวขาพรวดพราดด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ไม่นานประตูดังกล่าวก็เคลื่อนออกไป เผยให้เห็นแสงอรุณยามเช้าที่สาดส่องมา พร้อมกับใบหน้าอันมึนงงของเหล่ายอดยุทธ์ที่กำลังโหมรันกันอยู่
จางเซียนยกมือโบกไปมาคล้ายทักทาย ก่อนพูดว่า...
"กำลังกระดี๊กระด๊าเชียวนะ สนใจให้ข้าร่วมวงได้หรือเปล่า" สายตาอำมหิตฉายออกไป ไม่ทันตั้งตัวชายคนหนึ่งก็ตัวขาดครึ่งด้วยใบดาบสีเขียว ทุกคนหน้าซีดขาสั่นด้วยความกลัว เพราะบุรุษชุดสีน้ำตาลนั้นปล่อยแรงกดดันระดับ 2 ใส่ มีหรือที่ระดับ 1 จะคุมสติไว้ได้
"ม่าย ช่วยข้าด้วย อ้าก! "
"อย่าฆ่าข้า นี่มันฝันร้ายอันใดกัน ไม่นะ (ฉัวะ!) "
"ได้โปรดไว้ชีวิตข้า ข้าเป็คนของเซียนอี้หลี่ หากเ้าบังอา- (ผ้วก) "
ร่างของสิ่งมีชีวิตเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ขณะที่จางเซียนกำลังสนุกกับการฆ่าฟัน ในเวลานั้นเองสายตาเขาก็เห็นอะไรบางอย่างที่ไกลออกไปด้วยดวงตาสีเขียว
"หึ ดูเหมือนเวลาของข้าจะหมดแล้วสินะ" จางเซียนหยิบตราสัญลักษณ์ของตัวเอง และบนพื้นออกมาทำลาย แม้จะเป็อะไรที่สิ้นเปลือง แต่ใช่ว่าเขาจะอยากทำ อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้คนในนี่หลุดออกไป ประกาศให้คนอื่นรู้เื่ที่เขาสังหารคนอื่น ฉะนั้นต้องกำจัดให้สิ้นซากั้แ่ตรงนี้
ฟูม! พริบตาที่จางเซียนกลับไป ต้นไม้จำนวนมากก็ลอยขึ้นฟ้า
เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามา?
ก่อนหน้านี้ที่ลานผู้ชม
"เหตุใดกริมชูอี้ของเ้ายังไม่มาอีก? " เสียงชายแก่คนหนึ่งดังขึ้น เขาสวมชุดสีแดงไม่บอกก็รู้ เขาคือ 'จ้าวสำนักัโลหิต' นั่นเอง ขณะเดียวกันบนที่นั่งก็มี กริมชิง จ้าวสำนักั จ้าวสำนักไร้เงา และเซียนอี้หลี่เรียงตามลำดับ
ชายหนุ่มส่ายหน้าจนใจ เพราะตนนั้นก็แทบเอาตัวไม่รอดจากงูพิษนั้นเลย
แล้วน้องชายเขาจะเป็เช่นไร?
เซียนอี้หลี่ : "อย่ากังวลเลยท่านกริมชิง อีกเดี่ยวน้องชายของท่านก็คงมาถึงนั่นแหละ เขาเพียงแค่อยากให้เรารู้สึกเป็ห่วงเท่านั้นเอง" แม้จะเป็ศัตรูกัน แต่ด้วยคำพูดเชิงปลอบใจ ก็ทำให้กริมชิงอดไม่ได้ที่จะขอบคุณ
"ข้าเข้าใจท่านเซียนอี้หลี่" กริมชิงสุภาพกลับ จ้าวสำนักัโลหิตจึงพูดต่อ
"กริมชิงเอ้ย...กริมชูอี้กำลังอยู่ใน่ก่อร่างสร้างตัว อะไรๆ ก็ปล่อยมันไปเสียบ้าง เขาก็โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว จะให้เ้าปกป้องไปตลอดก็ไม่ได้ อีกไม่นานเ้ากับน้องชายก็จะได้เจอกันแล้ว ลดความห่วงใยเสียเถอะ" แม้จะพูดเช่นนั้น แต่อดไม่ได้ที่จะใจตกวูบ
"ขอบคุณท่านมาก ท่านจ้าวสำนัก...ข้าจะลองทำใจให้สงบเสียบ้าง" กริมชิงเอนกายพิงที่นั่งและหลับตาลง ขณะที่เวลาของวันที่ 7 กำลังลดลงทีละนิดอย่างไม่ถดถอย
เป็เวลาเดียวกันที่เซียนสิงขมวดคิ้วกล่าวในใจ
'มีโอกาสเป็ไปได้สูงที่ไอ้เด็กนั้นจะตายแล้ว' ข้อสันนิษฐานมากมาย แต่สมองกลับเชื่อมโยงไปยังชายหนุ่มนามว่าจางเซียนจนหมด ทำให้ชายแก่ที่ไม่เคยเดาพลาด รู้สึกหวาดกลัวความเ้าเล่ห์อีกฝ่ายอยู่ในใจ
"นั่น! มีคนมาแล้ว" เสียงผู้เชมบางคนดังขึ้นเข้าโสตประสาทกริมชิง ชายหนุ่มลืมตามองด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เมื่อพบกับชายหนุ่มชุดสีน้ำตาลหัวใจก็แทบแตกสลาย เพราะเป็เวลาเดียวกันที่นาฬิกาชีวิตหยุดลง
ครบวันที่ 7 แล้ว...
ตราสัญลักษณ์ไม่อาจทำงานได้ในเวลานี้?
"ม่าย! อ้าก...กริมชูอี้~" เสียงเกรี้ยวกราด กระวนกระวายใจดังทั่วทุกสารทิศ ผู้ที่ได้ยินแสดงอาการสงสารออกมา ขณะเดียวกันที่เซียนสิงมองเป้าหมายดังกล่าวด้วยแววตาวิเคราะห์
'หวังว่าข้าจะคาดการณ์ผิดไป...'
***
คุยกับนักเขียน
ทุกคนอาจจะสงสัยกันใช่ไหมล่ะครับว่า ทำไมจางเซียนของเราถึงไม่ใช้ทักษะ 'ิญญาอสรพิษ' ในการฆ่า นั่นเป็เพราะการแข่งขันต่อไปพี่จางคิดไม่ออกว่ามันจะรุนแรง ดุเดือดแค่ไหน ฉะนั้นจึงเก็บลมปราณเอาไว้ให้เต็มกำลัง และลุยพรวดพราดเลยทีเดียว
ขอบอกก่อนนะครับ การแข่งขันที่ 4 พี่จางของเราลำบากไม่น้อย และหากผมบรรยาย อธิบายได้ไม่ดีพอ ขออภัยด้วยนะครับ ผมจะพยายามต่อไป (ติเตียนด้วยนะครับ พอดีบางอย่างผมอาจจะตกหล่นไปบ้าง กระซิกๆ TT)