นาวีเดินตามอวิ๋นลัดเลาะเข้าไปในย่านที่พักอาศัยที่ทรุดโทรมที่สุดของเมืองซานเหอ กลิ่นอับชื้นและฝุ่นดินลอยอบอวล บ้านแต่ละหลังปลูกติดกันจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ จนกระทั่งอวิ๋นหยุดลงที่หน้ากระท่อมหลังเล็กที่มีผนังดินแตกร้าวและหลังคามุงจากที่เริ่มผุพัง
"ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้วครับ พร้อมกับอาจารย์ของข้าด้วย!" อวิ๋นร้องเรียกด้วยน้ำเสียงร่าเริงผิดกับบรรยากาศรอบข้าง
ภายในกระท่อมที่มืดสลัว นาวีมองเห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังพยายามยันกายลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่ ใบหน้าของนางซูบตอบ ิัซีดเหลืองและดูแห้งกร้าน แววตาที่หม่นแสงมองตรงมายังนาวีด้วยความซาบซึ้ง ขณะที่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อีกคนหลบอยู่หลังแม่ของนางด้วยความประหม่า
"อาฉางตง... ข้าขอบใจเ้ามากจริง ๆ ที่เมตตารับเ้าอวิ๋นเป็ศิษย์" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่า ก่อนจะหันไปหาลูกชาย "อวิ๋น... เ้าพาตัวเล็กออกไปเล่นข้างนอกก่อนเถอะ แม่มีเื่อยากคุยกับอาจารย์ของเ้าเพียงลำพัง"
เมื่ออวิ๋นและน้องสาวออกไปแล้ว ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ นาวีสังเกตอาการของนางอย่างเงียบเชียบ แววตาของนักวิเคราะห์มองเห็นเล็บที่เปราะบางและอาการมือสั่นน้อย ๆ ของนาง 'ไม่ใช่โรคติดต่อ... แต่เป็อาการของคนที่มีภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง'
"อาฉางตง... ข้ารู้ว่าลูกข้ามันหัวแข็ง แต่มันเป็เด็กดี" หญิงผู้นั้นกล่าวพลางไอเบา ๆ "ข้ากลัวว่าสังขารข้าจะอยู่ไม่ถึงวันที่เห็นมันเลี้ยงตัวได้ ข้าจึงอยากฝากฝังเ้า... ช่วยสั่งสอนมันให้มีวิชาเลี้ยงตัวได้ก็พอ ข้าขอบคุณเ้าจริง ๆ"
นาวีพยักหน้าเบา ๆ ด้วยสายตาที่มั่นคง "ท่านป้าพักผ่อนเถอะ ข้าสัญญากับเ้าอวิ๋นไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนเขาให้เป็คนใหม่ ท่านไม่ต้องกังวล"
หลังจากเดินออกมาจากกระท่อม อวิ๋นรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยแววตาเป็ประกาย นาวียื่นห่อเนื้อหมูที่เตรียมมาให้ พร้อมกับเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดแต่แฝงด้วยความหวังดี "อวิ๋น... เนื้อย่างเกลือสองไม้นี้ให้แม่และน้องสาวของเ้ากินเสีย ส่วนเนื้อทาซอสหม่าล่านี่... เ้ากินคนเดียวให้หมด"
อวิ๋นชะงักไปพลางทำหน้าฉงน เขาจ้องมองห่อเนื้อหม่าล่าที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ "แต่ท่านอาจารย์... ของอร่อยอย่างหม่าล่านี่ควรให้ท่านแม่ได้ลอง ข้าน้อยอยากให้นางได้ชิมรสชาติที่ดีที่สุด"
นาวีส่ายหน้าช้า ๆ "อวิ๋น... ร่างกายคนเราก็เปรียบเสมือนตะเกียงน้ำมัน หากตัวตะเกียงร้าวและไส้เทียนแห้งเหือดจนแทบดับมอด เ้าจะเติมเชื้อไฟแรง ๆ ลงไปทันทีไม่ได้ รสเผ็ดและชาของหม่าล่าเปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ มันช่วยกระตุ้นธาตุไฟและการไหลเวียนของเืในตัวคนหนุ่มอย่างเ้าให้ฮึกเหิม แต่มันกลับเป็พิษร้ายสำหรับคนที่ร่างกายทรุดโทรมจนเหลือเพียงลมหายใจรวยรินอย่างแม่ของเ้า"
"สิ่งที่แม่เ้า้าคือโอสถจากเนื้อและไขมันที่ย่อยง่าย เพื่อเข้าไปปะชุนส่วนที่สึกหรออย่างช้า ๆ หากนางกินหม่าล่าที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเข้าไป ลำไส้ที่บางราวกระดาษของนางจะถูกไฟจากเครื่องเทศแผดเผาจนทนไม่ไหว เ้าอยากให้แม่เ้าได้กินของรสเลิศเพียงชั่วครู่ แต่ต้องทุกข์ทรมานเจียนตายไปทั้งคืนงั้นรึ?"
อวิ๋นเบิกตากว้างพลางก้มหน้าลง "ข้า... ข้าน้อยมิได้คิดลึกซึ้งถึงเพียงนั้น ข้าเข้าใจแล้วครับ"
"กินให้หมดเสีย" นาวีตบไหล่ศิษย์ "เย็นนี้ไปช่วยข้าขายหมูย่างที่ตลาด ถ้าขายหมด ข้าจะแบ่งเนื้อที่เหลือกลับมาให้แม่กับน้องสาวเ้ากินเพิ่มในภายหลัง"
อวิ๋นรับคำสั่งก่อนจะรีบจัดการตามที่นาวีบอก ทั้งคู่เตรียมตัวและเดินทางกลับไปบ้านใหม่เพื่อแบกหมูที่เตรียมไว้มุ่งหน้าสู่ตลาดเมืองซานเหอ