เย็นวันรุ่งขึ้นธีระก็ขับรถฮอนด้าซิตี้สีขาวมารับธารากับธันยาอีกเช่นเคย หลังจากขึ้นมาแล้วปิดประตูรถแล้ว ผู้เป็อาก็มีท่าทีลังเล ยังไม่ยอมออกรถ
“ถ้าเอา ธารา ไปด้วยจะเป็อะไรมั้ยนะ” ธีระรำพึง แสดงว่างานนี้อาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง
“คิดซะว่าธาราอยู่ทีมเดียวกับเราไปก่อนเถอะค่ะ” ธันยาเสนอแนะ
“ให้ผมไปด้วยเถอะครับ” ธาราขอ ความอยากรู้อยากเห็นและความเป็ห่วงคนอื่นๆ ยังคงกวนใจเขา แต่อีกใจหนึ่งก็แอบคิดว่าคนใช้พลังไม่ได้แบบเขาไม่ควรไปเป็ตัวถ่วง
ธีระพยักหน้า “ก็ได้ หวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา ธารา เธอต้องทำตามคำสั่งของวัฒน์อย่างเคร่งครัด ในการดวลระหว่างนักลวงจิต นักหลอนประสาทคือผู้กุมชะตาความอยู่รอด หากจำเป็ต้องหนีก็อย่ามัวแต่ห่วงคนอื่น”
“คุณอาก็พูดซะน่ากลัวเชียว” ธันยาแย้ง “เราแค่จะไปหา พ่อค้าตลาดมืด กันเฉยๆ ไม่ใช่เหรอคะ เขาสนิทกับ สิงห์อมควันอยู่แล้วนี่ ก็เหมือนพวกเดียวกับเรานั่นแหละ”
ผู้เป็อายังไม่ตอบ กดเปิดปุ่มบนหน้าปัดวิทยุเพื่อเปิดเพลงอีกครั้ง เครื่องเสียงเริ่มบรรเลง “หยุดตรงนี้ที่เธอ”ของฟอร์ด(เพลงยุคที่ธีระกับน้าทอฝันมีอารมณ์ร่วมค่อนข้างมาก) ก่อนจะบอกกับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มว่า “เพลงเก่าไปก็บอกนะ เปลี่ยนได้”
“เต็มที่เลยค่ะอา เราสองคนเพลงอะไรก็ได้อยู่แล้ว”
รถเริ่มเคลื่อนตัวช้าๆ กลืนไปกับถนนหนทางและกระแสรถ เสียงร้องทุ้มเสน่ห์ของฟอร์ดสมัยยี่สิบปีก่อนทำหน้าที่สร้างความสุนทรีย์ทางอารมณ์ให้กับธีระจนต้องฮัมตาม ในทีมถือว่าแกร้องเพลงได้ตรงคีย์ที่สุดแล้วเวลาไปร้องคาราโอเกะด้วยกัน (ธาราไม่ยอมร้อง น้าทอฝันร้องเพี้ยนที่สุด) บทสนทนาเงียบจนเพลงบรรเลงไปจวนจะจบ ธีระจึงกลับมาเข้าเื่เดิมต่อ
“อาอาจจะติดนิสัยขี้ระแวง แต่นิสัยแบบนี้ก็ทำให้เรามีโอกาสรอดมากขึ้น อาอธิบายให้ชัดเจนก่อนดีกว่า พ่อค้าตลาดมืดอยู่ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจกับสิงห์อมควัน”
“สนิทกันเลยล่ะ” ธันยายังคงแย้ง
“โอเค สนิทก็ได้ แต่สนิทอย่างไม่เป็ทางการ” ผู้เป็อาแก้ให้ “อาจมีความผันแปรได้ตลอด เขาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายเครื่องรางให้กับคนนอกในขอบเขตพลังที่จำกัด การแอบขายอุปกรณ์ให้นักลวงจิตอย่างสิงห์อมควันผิดกฎพ่อค้าอยู่บ้าง แต่อุปกรณ์เ่าั้เป็แค่ เอ่อ… สมุนไพร เลยอะลุ่มอล่วยปล่อยขายได้ มันไม่ใช่เครื่องราง”
“สิงห์อมควันอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเราใช่มั้ยครับ” ธาราถาม จำได้ว่าพี่วิวัฒน์เคยพูดถึงชื่อนี้
“เป็ฝ่ายเราที่ถือว่าเป็ตัวแสบสำหรับอีกฝ่าย” ธันยาเสริม
“ถึงจะเป็คู่ค้าประจำของสิงห์อมควัน เราก็เราก็ต้องเผื่อใจไว้ก่อนเบาะแสความทรงจำของหนูแพรวลดาเมื่อวานชี้ว่ามาซื้อสร้อยจิตปฏิพัทธ์จากพ่อค้าตลาดมืด”
“แสดงว่าพ่อค้าตลาดมืดอาจจะหักหลังเราแล้วเข้ากับพวกไคโยเต้ใช่มั้ยคะ” ธันยาวิเคราะห์ตาม
“เขาไม่ได้หักหลังเพราะเขาไม่ได้เข้าฝ่ายเราแต่แรกอยู่แล้ว” ธีระว่า “ธุรกิจคือธุรกิจ หากฝั่งไคโยเต้ให้ผลประโยชน์ที่มากกว่า พ่อค้าตลาดมืดก็อาจจะไหลตามอีกฝ่ายไปได้ไม่ยาก หลังจากอาแจ้งไปเบื้องบนก็มีคำสั่งให้สิงห์อมควันหยุดปฏิบัติการชั่วคราว เพราะอาจเจอลูกเล่นสอดไส้มากับอุปกรณ์ได้”
“แต่หนูเห็นต่างนะคะคุณอา พ่อค้าตลาดมืดดูจะชอบความมั่นคงมากกว่า ผลประโยชน์ล่อตาไม่น่าจะทำให้เขาเขวไปได้ หากต้องแลกมาด้วยการตามล่าจากฝ่ายเรา คุณอาเคยสอนนี่คะ พ่อค้าที่ขึ้นทะเบียนกับเราจะได้รับการคุ้มครอง แต่ถ้าทำผิดขึ้นมาก็ตามตัวไม่ยาก เขาอุตส่าห์ปั้นธุรกิจมาได้ขนาดนี้ไม่น่าจะยอมมาเสี่ยงง่ายๆ”
“บางทีมันก็ไม่ตรงไปตรงมา” ธีระพูด “พ่อค้าตลาดมืดอาจจะรับเงินเพื่อช่วยสนับสนุนแผนการของไคโยเต้ในบางขั้นตอน ซึ่งบางทีเ้าตัวอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ากำลังช่วยใครอยู่ เหมือนโดนหลอกใช้”
“พ่อค้าตลาดมืดอาจจะโดนนักลวงจิตครอบงำได้มั้ยครับ” ธาราผู้คิดตามลองเสนอความคิดเห็น
“ยากมาก” ธีระตอบ “ยังไงเดี๋ยวเราจะได้รู้กัน อีกฝ่ายเป็แค่ช่างฝีมือ ขัดขืนก็จัดการไม่ยากเท่าไหร่ ธาราอาจจะได้เห็นฉากจับกุมระทึกใจเล็กน้อย … หากเื่ไปถึงขั้นนั้นนะ”
“ไม่มีอะไรหรอก ธารา” ธันยาพยายามพูดให้เขาสบายใจ “ช่างฝีมือคนเดียว พี่วัฒน์เอาอยู่อยู่แล้ว การขัดขืนเป็อะไรที่ไม่ฉลาดสำหรับเขา”
“เหมือนที่เธอพยายามสู้ราชินีน้ำแข็งวันนั้นไง” ผู้เป็อาเหน็บแนม
“แหมม คุณอาก็… แต่ยังไงหนูก็คิดว่าพ่อค้าตลาดมืดไม่ได้เกี่ยวข้องกับเื่นี้นะคะ พลังเงาไคโยเต้ที่อยู่ในสร้อยรุ่นนี้น่ากลัวก็จริง แต่ฝีมือการอัดและปลดปล่อยพลังค่อนข้างหยาบ ผิดมาตรฐานพ่อค้าตลาดมืดไปเยอะเลย”
การสนทนาเปลี่ยนเป็เื่จิปาถะเพื่อลดความตึงเครียดของบทสนทนา ธีระถามเื่บทเรียนที่อาจารย์ติวที่โรงเรียนวันนี้ ธาราแปลกใจที่อีกฝ่ายดูจะยังจำเนื้อหาแต่ละวิชาส่วนใหญ่ได้ ถกความรู้เื่ปิโตรเคมีและวิชาฟิสิกส์เื่กระแสไฟฟ้ากับธันยาอย่างออกรส หลายครั้งที่ผู้เป็อาแหะๆ สารภาพว่าความรู้เหล่านี้เริ่มคืนอาจารย์ไปบ้างแล้ว (แต่ธารารู้สึกว่าคุณอาธีระยังจำเนื้อหาส่วนใหญ่ได้มากกว่าเขาเสียอีก หลังจากวันที่ธาราตัดสินใจปล่อยวางเื่การเรียน เนื้อหาความรู้ที่เรียนมาก็ดูหายไปเป็ปลิดทิ้ง หรือไม่ก็ถูกเก็บไว้เพื่อดึงออกมาใช้ตอนสอบเท่านั้น เขาจึงแกล้งหลับเพื่อจะได้ไม่ต้องถูกดึงเข้าบทสนทนา) ธีระหักเลี้ยวรถมาทางซูเปอร์ไฮเวย์ ชิดขวาตีเข้าเลนที่ทอดตัวสู่อุโมงค์ทางลอดใต้สี่แยกใหญ่ชนิดที่ต้องรอไฟเขียวหลายนาทีหากไปในทางปรกติ ลอดผ่านทางแยกเส้นซูเปอร์ไฮเวย์ไปสามแยก ก่อนจะเลี้ยวขวาแยกหนึ่งซึ่งเป็ถนนเส้นเดียวกับสถานีรถไฟ เยื้องสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามสถานี ธีระเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ตรงผ่านตึกแถวเรียงรายก่อนจะเข้ามาเจอหอพักโทรมๆ ราคาถูกแห่งหนึ่ง ความสูงสี่ชั้น ทาสีเขียวเทอร์คอยที่มีรอยด่างดำของคราบสกปรก รา และหลายส่วนที่ลอกล่อน รถมอเตอร์ไซค์จอดเรียงรายด้านหน้าจนแทบจะล้นทางเข้า เนื่องจากเป็ซอยปิดและหอพักตั้งออกมาแยกตัวโดดๆ จึงมีที่ให้รถยนต์จอดได้อย่างเหลือเฟือ รถอีซูสุดีแมกซ์ของพี่วิวัฒน์จอดรออยู่ก่อนแล้ว เขายืนพิงท้ายกระบะรถคู่กับน้าทอฝัน วันนี้ทั้งสองแต่งชุดลำลองสบายๆ มาผิดกับเมื่อวาน น้าทอฝันสวมชุดเดรสสีชมพูลายจุดน่ารัก พี่วิวัฒน์สวมเสื้อยืดสีดำเพ้นท์ลายด่านายกรัฐมนตรีกับกางเกงยีน
“พร้อมมั้ยทอฝัน น้องวัฒน์” ธีระถามทันทีหลังจากทักทายสั้นๆ
“ตื่นเต้นนิดหน่อยครับ” พี่วิวัฒน์ยอมรับ “ถ้าเกิดต้องจับกุมขึ้นมาไม่รู้จะไหวหรือเปล่า”
“ไหวอยู่แล้วแหละน้องวัฒน์” น้าทอฝันตบหลังอีกฝ่ายให้กำลังใจ “แต่พี่ว่าน่าจะเป็การขอสอบปากคำธรรมดานะ คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรอก”
เมื่อเห็นว่าทุกคนพร้อม ธีระก็เดินนำหน้าเข้าหอพัก ประตูหน้าเป็บานกระจกเลื่อนติดสติกเกอร์ตัวหนังสือว่าห้องเช่ารายวัน-รายเดือนราคาถูก เดินผ่านเคาน์เตอร์ต้อนรับที่ไม่มีใครอยู่ ขึ้นบันไดไปสู่ชั้นสอง โถงทางเดินตรงมีประตูห้องเรียงรายอยู่สองข้าง บางห้องมีรองเท้าวางหน้าห้องระเกะระกะ พนักงานสาวใส่แบบฟอร์มบริษัทสินเชื่อสีฟ้าเดินลากเท้าผ่านทั้งหาคนโดยชำเลืองตามามองแวบหนึ่งก่อนจะเดินผ่านไปโดยไม่สนใจ เสียงโทรทัศน์แว่วดังออกมาจากบางห้อง ตีกับเสียงเพลงเชือกวิเศษของวงลาบานูนที่ดังออกมาจากอีกห้องหนึ่ง
“ธันยา เอาตัวตนแฝงของอาออกหรือยัง” ธีระหันมาถามหลานเพื่อความแน่ใจ
“อุ๊ย! ลืมค่ะ แป๊บนะคะ” ธันยารับคำก่อนจะหลับตารวมสมาธิดึงตึงตนแฝงกลับออกมาจากทุกคน “หนูใส่ตัวตนแฝงให้ทุกคนก่อนเริ่มงานจนชินไปแล้วค่ะ”
“นักแกะรอยััไวแบบนี้นี่เอง ผมยังไม่รู้ตัวเลยว่าสวมตัวตนค้างไว้อยู่” พี่วิวัฒน์พูด
ธีระเดินมาหยุดหน้าห้องหมายเลขสองศูนย์เจ็ด ทำสัญญาณมือบอกให้คนอื่นๆ ถอยห่างไปเล็กน้อย กระแอมไอเพื่อเช็คเสียงครั้งหนึ่งก่อนเคาะประตูห้องสามครั้งเน้นๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “สวัสดีครับ พ่อค้าตลาดมืด ผมรองหัวหน้าหน่วยฉายา ไซเรน เลขใบอนุญาตปฏิบัติงาน ก273859 ด้วยอำนาจของหน่วยปฏิบัติงานภาคสนาม ขอกระทำการสอบปากคำคุณพ่อค้าตลาดมืด นักธุรกิจรายใหญ่เลขที่ใบอนุญาต ข484822 เนื่องด้วยสภาวการณ์จำเป็บางอย่าง จึงทำการสอบปากคำด่วนโดยไม่ได้ขออนุญาตล่วงหน้า ขอความร่วมมือปิดระบบป้องกันสถานที่ของคุณชั่วคราวด้วยครับ”
เกิดความเงียบชะงักงันครู่หนึ่ง เสียงโทรทัศน์ และเสียงความเป็ไปจากห้องต่างๆ กลับขาดหายไปราวกับถูกย้ายมาอยู่ในห้องเก็บเสียงอย่างกะทันหัน ยกเว้นแต่เสียงเพลงเชือกวิเศษที่ยังดังก้องเหมือนแว่วออกมาจากปากถ้ำ น้าทอฝันบอกพี่วิวัฒน์ให้ดูอาธีระไว้เป็ตัวอย่างเพราะวันหน้าหัวหน้าหน่วยจะต้องทำหน้าที่เหล่านี้แทนทั้งหมด เสียงหญิงชราแหบแห้งดังออกมาจากหลังประตูนั้น
“กรุณาแสดงหลักฐานด้วย”
ธีระยิ้มให้บานประตูอย่างสุภาพ ก่อนจะหยิบบัตรนักศึกษาเก่าคร่ำซีดจางใบหนึ่งของตัวเองออกมาจากกระเป๋าอกเสื้อเชิ้ตของตน ฉับพลันที่ยืนมันเข้าหาประตู ตัวบัตรกลับเรืองแสงสีเขียวคล้ายกับเครื่องฉายแสงเลเซอร์
ธาราหันซ้ายแลขวาอย่างงงงวย ไม่รู้ว่าตัวเองและคนอื่นๆ มายืนอยู่สถานที่แห่งนี้ั้แ่เมื่อไหร่ บรรยากาศรอบข้างถูกสับเปลี่ยนหมดราวกับเล่นกล