บทที่ 16
แผนการป้องกัน
แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันสามสองลงมาบริเวณด้านล่างเมืองชายแดนแห่งนี้กำลังถูกปกคลุมไปด้วยออล่าความร้อนระอุ
ท่ามกลางการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องประตูเมืองขนาดใช้ได้ถูกปิดตายเอาไว้กำลังโดนทหารมากมายหลายร้อยคนพังทลายเข้ามา
ข้าสึกประชิดกำแพงเมืองยามนี้การต่อสู้ที่มันเกิดขึ้นดำเนินอย่างดุเดือดทางด้านทหารภายในรักษาการณ์ภายในตัวเมืองเองก็กำลังตอบโต้พวกทหารม้าของดินแดนชิงอย่างสุดตัว
ในยามนี้ดินแดนชิ่งนำทหารม้าประมาณ600 คนเดินทางเข้ามาประชิดภายในสถานที่แห่งนี้ตั้งใจจะพังทลายเข้าไปเพื่อทวงของสำคัญของตนเองขึ้นมา
รองแม่ทัพอู๋เสี่ยวกวนที่ยืนอยู่บริเวณ้ากำแพงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
ยามนี้คาดการณ์จากสายตาและประสบการณ์ที่ตนเองได้พบเจอมาคาดคะเนว่าถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปคงจะต้านเอาไว้ได้เพียงแค่หนึ่งวันหรือสองวันเท่านั้น
ทหารผู้ที่อยู่รายงานบริเวณด้านข้างกล่าวขึ้นมารายงานกับท่านรองแม่ทัพ“ รายงานท่านรองไหมครับตอนนี้กำแพงเมืองด้านหน้ากำลังโดนทหารเ่าั้บุกทลายเข้ามาเกรงว่าถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปคงจะต้านทานเอาไว้ได้ไม่กี่ช่วยยามอย่างแน่นอน ”
“ อย่างน้อยก็คงจะสามารถต้านทานมันเอาไว้ได้กระทั่งท้องฟ้านั้นมืดมิดใช่หรือไม่ถ้าเข้าสู่ใน่ยามราตรีบางทีพวกมันอาจจะล่าถอยไปข้อความเหนื่อยล้า ” อู๋เสี่ยวกวนไปถามกับทหารที่อยู่บริเวณด้านหลังของตนเอง
ทหารผู้นั้นแสดงใบหน้าเต็มไปด้วยความหนักใจก่อนที่มันจะพูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกันขอรับว่าจะสามารถต้านทานได้ถึงตอนนั้นหรือไม่”
“ หมายความว่าอย่างไร?”
“ ตอนนี้ทหารม้าของพวกมันทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องกำแพงเมืองของพวกเราแม้ว่าจะถูกปิดตายเอาไว้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถต้านทานได้ซักเท่าไหร่พวกมันลงมืออย่างดุดันราวกับฟ้าจะพยายามทลายกำแพงเมืองนี้ให้ได้ในวันนี้ ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอู๋เสี่ยวกวนก็รู้ได้ในทันทีว่าถ้ายังคงเป็เช่นนี้ต่อไปเมื่อแห่งนี้คงจะต้องโดนตีจนแตกพ่ายและก็ไม่สามารถยังมันได้ถึงหนึ่งวันอย่างแน่นอน
ยามนี้ผ่านไปเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้นสถานการณ์นั้นขับตกมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เรียบร้อยแล้ว
“ อย่างน้อยก็สองวันทำอย่างไรก็ได้ยื่นให้ปุ๊กมันอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ให้ได้นานที่สุดให้จดหมายจากม้าเร็วไปถึงเมืองหลวง” ตอนนี้มันตั้งใจจะทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะทำการหยุดพวกทหารเหล่านี้เอาไว้โดยที่ไม่สนแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง
แต่ในขณะที่บทสนทนานั้นกำลังเคร่งเคลียดเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากบริเวณด้านข้าง “ ถ้าเช่นนั้นลองแผนการของข้าดีหรือไม่ขอรับ”
อันที่มันดังขึ้นมาฟังดูแล้วคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นหูอู๋เสี่ยวกวนหันไปมองตรงบริเวณต้นเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อหันไปมองก็พบเห็นเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มที่ตนเองนั้นกล่าวเตือนให้หนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้ค่อยค่อยเดินตรงมาบริเวณด้านข้าง
เมื่อเห็นร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ดวงตาทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจใบหน้าหนังตื่นตระหนกพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นมา “ เ้ามาอยู่ที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร? ”
ผู้ที่ปรากฏกายออกมานั้นคือจางิแน่นอนว่าทางด้านของอู๋เสี่ยวกวนคิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะหนีไปตามคำแนะนำที่มันเก่าแล้ว
แต่ในยามนี้เห็นอีกฝ่ายปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าเลยรู้สึกประหลาดใจ
จางิยกยิ้มขึ้นที่บริเวณมุมปากพร้อมกับทำการกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “ ยังไม่ไปขอรับยามนี้เมืองชายแดนแห่งนี้กำลังโดนพวกทหารม้าหลายร้อยคนเข้ามาอบล้อมในเมื่อสถานการณ์เช่นนี้เค้าจะไปจากให้สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร”
“ แม้ข้าจะไม่เป็วรยุทธแต่ว่าข้าเองก็มีสัตว์อสูรที่พอใช้งานได้และเห็นเช่นนี้แต่ข้าเองก็มีสติปัญญาที่แหลมคมยิ่งกว่ากระบี่”
“ ใช้แผนการของข้าดูดีหรือไม่ขอรับอย่างน้อยก็สามารถทำให้ทหารม้าหลายร้อยคนของมันนั้นาเ็” เสนอแผนการขึ้นมาทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกประหลาดใจ
ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าจ้องมองยังสงสัยก่อนที่จะก้มใบหน้าแล้วคิดเล็กน้อยพลางค่อยๆเงยขึ้นมา “ ลองกล่าวออกมา? ”
“ ตอนนี้ผู้ต้องหาหลบหนีข้ามการพยายามจะทำลายกำแพงเมืองเข้ามาใช้เวลาไปกว่าครึ่งวันอย่างไรพวกมันเองก็ต้องรู้สึกเหนื่อยล้าพร้อมกับอากาศวันนี้เองก็เป็อากาศที่ร้อนระอุ”
“ ถ้าอยากจะทำให้พวกมันนั้นถอยหลังไปแล้วก็ถอยครับไปตั้งหลักพวกเราจำเป็จะต้องบั่นทอนความเหนื่อยล้าของมันให้มากขึ้น”
“ หมายความว่าอย่างไรที่เ้าอยากจะสื่อนั้นมีแผนการอะไรกันแน่?”
“ เปลวเพลิงขอรับอากาศ่นี้ถ้ามีเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาแน่นอนว่าพวกมันนั้นย่อมไม่สามารถทนได้อย่างไรร่างกายเองก็ต้องเหนื่อยล้าและยอมถอยไปเอง”
“ ทหารม้าเหล่านี้นั่งอยู่บนหลังม้าแม้ว่าพวกมันจะสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งใจนึก”
จางิจากนั้นเริ่มอธิบายแผนการทุกอย่างให้กับรองแม่ทัพกอู๋เสี่ยวกวนได้ฟัง
หลังจากที่ได้ฟังแผนการของเด็กหนุ่มผู้นี้แน่นอนว่ามันไม่เลวเลยทีเดียวในตอนนี้พวกทหารม้าเหล่านี้พยายามจะบุกทำลายกำแพงเมืองเข้ามาในด้านเดียว
เป็เพราะว่าประตูเมืองอีกด้านหนึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทางไปกำลังคนมีเพียงแค่ประมาณ600 มิสามารถอบล้อมเมืองได้ทั้งสี่ด้าน
แผนการที่คิดเอาไว้นั้นได้เริ่มขึ้นกองทหารประมาณ 50 คนสองกองได้เดินทางออกไปจากประตูเมืองทางด้านหลังเพื่อมิให้พวกมันสังเกตุเห็นใช้เวลาในการเดินทางเพียงผู้เดียวเท่านั้น
งั้นพวกมันเองก็ไปดักซุ่มอยู่ภายในป่าทางด้านซ้ายและขวาของกองกำลังทหารม้าที่กำลังพยายามทำลายกำแพงเมืองเข้ามา
เมื่อหน่วยประจำการดักซุ่มตรงบริเวณป่าสำเร็จพวกทหารที่อยู่บริเวณ้ากำแพงเมืองเตรียมบางอย่างมาตามคำพูดของท่านรองแม่ทัพ
โดยสิ่งที่นำออกมานั้นมันคือถังบางอย่างที่ใส่วัตถุของเหลวบางอย่างเอาไว้
วัตถุของเหลวที่มีกลิ่นฉุนพวกเขาตักเตรียมมาประมาณห้าถึง 10ถังใหญ่ๆ
หัวหน้าของกองกำลังทหารม้าของอาณาจักรชิงที่บุกมาถึงสถานที่แห่งนี้ใช้ดวงตาจ้องมองจากไกลๆมึนงงเป็อย่างมากว่าตอนนี้บริเวณ้ากำแพงเมืองตั้งใจจะทำอันใดกันแน่
ท่อนซุงถูกนำมาวางเรียงต่อกันเป็เหมือนกับเครื่องยิงหินในยุคสมัยโบราณ
หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาได้นำเอาถังที่บรรจุวัตถุของเหลวบางอย่างเอาไว้วางขึ้นไปบนท่อนไม้ที่ถูกทำเป็เครื่องยิงหิน
หลังจากนั้นพวกทหารก็ได้ทำการะโขึ้นไปบริเวณไม้อีกซักหนึ่งเพื่อให้ไม้อีกฝั่งนึงนั้นดีดตัวขึ้นโยนถังที่บรรจุของเหลวนั้นออกไป
ถังท่บรรจุของเหลวถูกโยนขึ้นไปบริเวณ้าอากาศหลังจากนั้นมันเองก็แตกออก
บางอย่างกระจายอยู่บนอากาศในขณะที่กำลังจะร่วงหล่นลงมาทันใดนั้นเองเหล่าทหารที่ยืนอยู่้ากำแพงเมืองนำธนูที่บริเวณปลายธนูนั้นติดไฟยิงขึ้นไปอย่างรวดเร็วกระทบเข้ากับวัตถุของหรือว่าเ่าั้
เพียงแค่เปลวเพลิงกระทบวัตถุของเหลวเ่าั้ลุกไหม้กระจายกลายเปลวเพลิงร่วงหล่นลงมาด้านล่าง
มันราวกับว่าเป็ฝนเปลวเพลิงที่ร้อนระอุยามตกลงมาด้านล่างกระทบกับร่างของเหล่าทหารมากมายที่กำลังทลายกำแพงเมืองเข้ามาพวกมันต่างพากันตระหนก
ทันใดนั้นเองทหารกองละ 50 คนที่ซุ่มอยู่บริเวณด้านข้างว่าจะเต้นทางซ้ายหรือทางขวาก็เริ่มทำการยิงลูกธนูออกไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาปรากฏกายออกมาพร้อมกับยิงลูกธนูไฟเข้าไปส่งเสริมโดยวัตถุของเหลวที่มันถูกโยนขึ้นไปก่อนหน้านี้มันคือน้ำมัน
ยามนี้เปลวเพลิงลุกไหม้พวกทหารที่พยายามทำร้ายประตูเมืองเข้ามาต่างพากันดิ้นพล่านพวกมันทำการกระจัดกระจายแตกทัพจนไม่เหลือขบวน
เห็นว่ากลยุทธ์วิธีที่สามารถใช้ได้ผลรองแม่ทัพอู๋เสี่ยวกวนแสดงใบหน้ายินดีใบหน้าของเขาในตอนนี้ทั้งตื่นเต้นทั้งยินดีที่แผนการนั้นสามารถใช้ได้ผล
เห็นพวกอาหารเ่าั้แตกกระจายไปตามส่วนต่างๆพวกมันวิ่งจนไม่เหลือรูปขบวนมันไปหาเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างแล้วกล่าว “ ดีมากแผนการของเ้าใช้ได้ ”
จางิทำการก้มศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อรับคำชมนั้นก่อนที่จะมองไปบริเวณด้านหน้า
ยามนี้ทหารนั้นทำการแตกกระจายขบวนของพวกมันนั้นไม่เป็รูปทรงเหมือนเมื่อก่อน
ร่างของสัตว์อสูรที่เป็หมาป่าสีดำสนิทพรุ่งทะยานออกมาจากภายในป่ากระโจนเข้าใส่พวกทหารเรานั้น
คือการย้ำอีกหนึ่งจางหมาป่าโลหิตทำตามคำสั่งเปิดโหมดไล่ล่าสังหารทหารที่กำลังกระจัดกระจายเ่าั้ได้อย่างง่ายดาย
จางิยิ้มแล้วคลิปภายในใจของตนเองแม้ว่าในชีวิตนี้ตัวของข้าจะมิเคยฝึกฝนกลยุทธ์และไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธแต่ใน่เวลาหลายปีที่อยู่ภายในวังกลศึกและาหลายหลายอย่างเขาศึกษาจนแตกฉาน
หาโลหิตไร่สังหารพวกทหารม้าเ่าั้อย่างต่อเนื่องไม่มีผู้ใดหยุดอสูรร้ายตอนนี้ได้
ในขนาดนั้นเองทหารประมาณ 100 คนที่ซุ่มอยู่ทางด้านซ้ายและขวาได้ร่วมมือแล้วก็ทำการโจมตีพวกทหารม้าที่แตกกระจายไม่เป็รูปขบวน
ในยามนี้จากการซ้ำที่าแเดิมหมาโลหิตไร่สังหารพวกทหารม้าเ่าั้อย่างต่อเนื่องไม่มีผู้ใดหยุดอสูรร้ายตอนนี้ได้
ในขนาดนั้นเองทหารประมาณ 100 คนที่ซุ่มอยู่ทางด้านซ้ายและขวาได้ร่วมมือแล้วก็ทำการโจมตีพูดทหารม้าที่แตกกระจายไม่เป็รูปขบวน
ในยามนี้จากการช้ำที่าแเดิมทหารม้าของทางด้านอาณาจักรชิงที่ส่งมาประชิดกำแพงเมืองสูญเสียไปกว่าหกส่วนจากกองกำลังทั้งหมด
นี่คือความสำเร็จและชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัยผู้ที่เป็ผู้นำของกองกำลังทหารม้าของอาณาจักรชิงมองเห็นถ้าไม่ดีกัดฟันแน่นอยู่บนหลังม้าแล้วก็ทำการกล่าวออกมาสองถอยทัพ
พวกมันถอยทัพออกจากบริเวณนั้นถอยรุ่นไปถึงอาณาจักรของตนเองที่อยู่ห่างไกลออกไปในที่สุดก็สามารถป้องกันกำแพงเมืองได้
[ ระบบ :เควส กระหายเื สำเร็จ ]
[ เงื่อนไขหมาป่าโลหิตสังหารมนุษย์ 50/50 คน]
[ ได้รับของรางวัล- สกิลกระหายเื[หมาป่าอสูร] ]
จบบท