“เมื่อแต่ละคนตัดสินใจแล้วข้าก็ไม่คิดจะขัดหรอก บ้านหลินมีความเมตตาเสมอพวกเ้าสี่คนแม่ลูกก็อยู่ที่บ้านของเราได้ตรงโต๊ะกินข้าวนั่นยังว่างไปนอนกันตรงนั้นเพราะสะใภ้สามกับเ้าสามถือว่าหย่าร้างกันแล้วจะให้นอนด้วยกันคงไม่ได้ บ้านข้าเหลือที่เพียงเท่านี้อย่างน้อยก็ดีกว่าคอกม้าคอกวัวใช่หรือไม่ สี่อีแปะต่อวันสามารถใช้ครัวที่บ้านได้แต่ไม่สามารถใช้วัตถุดิบและธัญพืชใดๆ ได้ทั้งนั้น ค้างคืนโรงเตี๊ยมก็ต้องจ่ายค่าอาหารที่บ้านหลินก็เช่นกัน”
หลินหยุนซีพยักหน้า อุตส่าห์จ่ายเงินค่าพักแต่ไม่วายต้องถูกตาเฒ่าเ้าเล่ห์เอาเปรียบให้นอนโต๊ะกินข้าว แต่นั่นก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะนางพูดเองว่าคอกวัวก็นอนได้
เมื่อเห็นว่าหลินหยุนซีไม่ขัดอะไร พ่อเฒ่าหลินก็หันมาพูดกับหลินต้วนเหรินและนางโจวชิวหยาถึงเื่การแยกบ้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดแม่เฒ่าหลินก็เอ่ยแทรกเสียก่อน
“เ้าใหญ่หากจะแยกบ้านก็ย่อมได้ แต่ก็จะไม่ได้เงินส่วนแบ่งกองกลางไม่ได้ธัญพืชใดๆ พวกเ้าไม่ต้องส่งเงินเข้ากองกลางอีกแต่สถานการณ์ของบ้านใหญ่กับของสะใภ้สามนั้นไม่เหมือนกัน บ้านใหญ่สามารถอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ต่อไปได้”
พ่อเฒ่าหลินมองหน้าแม่เฒ่าหลินอย่างไม่เข้าใจ แบบนั้นเรียกว่าแยกบ้านได้หรือ ลูกชายคนโตเขาก็มีเสี้ยวความรักให้แม้จะไม่มากเท่าลูกชายคนที่สี่
เมื่อเห็นสายตาของพ่อเฒ่าหลิน แม่เฒ่าก็เอ่ยอย่างอึกอักว่า “ที่เลือกให้พวกเขาอยู่บ้านต่อแต่ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองกลางก็ถือว่าข้ามีคุณธรรมมากแล้ว ข้าพยายามจะทำให้ปัญหามันไม่ใหญ่โต พูดก็พูดเถอะเมื่อคราวก่อนที่ลูกสี่กลับมาบ้านได้บอกกับข้าว่าจำเป็ต้องใช้เงินมากเพื่อการสอบครั้งนี้ ข้าก็เลย..ให้เงินลูกสี่ไปเกือบทั้งหมด”
พ่อเฒ่าหลินโกรธจนหนวดกระตุก เขาไม่รู้จะโกรธแม่เฒ่าหลินหรือลูกชายสุดที่รักมากกว่ากันดี
หลินเอ๋อชุนพอเห็นท่าทีของพ่อเฒ่าหลินเขาก็อยากจะกลายร่างเป็ฝุ่นผงไม่ให้บิดามองเห็น
“นี่เ้า!! ฮึ่ม! ที่แล้วมาแล้วก็แล้วกันไป เ้าไปเอาเงินที่เหลือออกมาทั้งหมด”
แม่เฒ่าหลินพยักหน้าแล้วรีบลนลานกลับเข้าห้องตัวเองเพื่อเอาเงินที่ซ่อนไว้ออกมา แม้นางจะลำเอียงให้หลินเอ๋อชุนมากเป็พิเศษแต่ก็ไม่ได้โป้ปดในเื่การแบ่งเงินแต่อย่างใด เงินที่นางนำออกมาในคราวนี้คือเงินเก็บทั้งหมดของบ้านหลินแล้วจริงๆ
“เงินเหลือเพียงเท่านี้ 32 ตำลึงกับอีก 4 เฉียน” แม่เฒ่าหลินหยิบกล่องไม้ใส่เงินส่งให้พ่อเฒ่าหลิน
ตอนนี้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกโดยเฉพาะหลินต้วนเหริน เขากับหลินไห่เทาออกไปทำงานแบกหามรับจ้างก่อสร้าง และหากวันไหนไม่มีงานก็จะไปออกเรือ รายได้เฉลี่ยต่อวันก็ตกวันละ 30-50 อีแปะแล้ว เหตุใดทั้งบ้านจึงเหลือเงินเพียงเท่านี้ นี่ยังไม่นับผ้าปักของสตรีในบ้านอีก หากจะบอกว่าเป็ค่ากินก็คงมิใช่เพราะอาหารก็ไม่ได้กินอิ่มอันใดอีกทั้งธัญพืชส่วนใหญ่ก็มาจากการทำไร่นาของคนในบ้าน
ท่าทางของคนบ้านใหญ่แตกต่างจากนางหลิวลี่ฮวาอย่างชัดเจน เพราะรายนี้สายตามีแต่ความโลภและความไม่พอใจเมื่อเห็นเงินในกล่องของแม่เฒ่าหลิน นางหลิวลี่ฮวาคิดไปแล้วว่าเงินพวกนี้คือเงินของครอบครัวนางมีเพียงครอบครัวบ้านสี่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้เงิน
พ่อเฒ่าหลินเห็นสายตาของลูกสะใภ้สี่ชัดเจน จึงได้เอ่ยถามออกมา “ไหนๆ บ้านใหญ่กับสะใภ้สามก็แยกตัวออกไปแล้ว แล้วบ้านสี่กับเ้าสามเล่าจะเอาอย่างไร”
“ท่านพ่ออย่าได้เอ่ยเช่นนี้เลยเ้าค่ะ ตัวข้าเป็เพียงสตรีต้องเชื่อฟังสามี แต่ข้ารู้ดีว่าท่านพี่ไม่มีทางเนรคุณผู้ให้กำเนิดหรอก บ้านสี่ของข้าจะอยู่ดูแลท่านพ่อและท่านแม่เอง” นางหลิวลี่ฮวาเอ่ยประหนึ่งว่าบ้านสี่ของนางนั้นดีที่สุด
ซึ่งคำกล่าวของนางหลิวลี่ฮวาแม้จะทำให้หลายคนไม่พอใจแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยเถียง เพราะว่าหากหลินเอ๋อชุนได้เป็ซิ่วไฉ่เขาน่าจะต้องมาดูแลบิดามารดาอยู่แล้ว
“ข้าก็จะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ขอรับ” หลินไห่เทาไม่คิดอะไรมาก อย่างไรเขาต้องอยู่ที่นี่เพราะจะได้ให้แม่เฒ่าหลินกับน้องชายสี่ช่วยหาภรรยาใหม่ให้
มีเพียงหลินต้วนเหรินที่ทนไม่ไหว เขาจ้องหน้านางหลิวลี่ฮวาสตรีหน้าเกลียดอย่างไม่ชอบใจนัก “น้องสะใภ้สี่พูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร แม้พวกข้าจะแยกบ้านออกไปอย่างไรพวกเราก็จะส่งเสียท่านพ่อและท่านแม่ ท่านพ่อท่านแม่ขอรับข้าขอถามพวกท่านเพื่อให้แน่ใจ ตัวข้าที่เป็บุตรคนโตของบ้านแท้จริงแล้วแยกบ้านไปก็ทำไม่ถูกแต่ภรรยาและลูกสาวข้าทนอยู่กับคนบางจำพวกไม่ได้จริงๆ ข้าจึง้าถามว่าท่านจะเลือกให้บ้านไหนเลี้ยงดู หากท่านเลือกบ้านน้องสี่ที่อนาคตจะได้เป็ซิ่วไฉ่หรือเป็ทหารยามข้าก็ไม่ขัด ตัวข้าจะได้ส่งเงินและธัญพืชมาตอบแทนท่านในแต่ละปีแทน แต่หากท่านพ่อท่านแม่ประสงค์จะอยู่กับข้า ข้าก็จะทำตามประสงค์แต่ข้าจะดูแลเพียงแต่พวกท่าน บ้านสี่กับน้องสามจะต้องแยกตัวออกไป”
หลินหยุนซีอยากปรบมือให้ลุงใหญ่ของนางมาก นางไม่เคยเห็นลุงใหญ่มีท่าทีเช่นนี้มาก่อนเลย คนแบบนี้นางชอบใจยิ่งนัก
พ่อเฒ่าหลินและแม่เฒ่าหลินคิดไม่ตกกับเื่นี้ หากว่าตามค่านิยมแล้วก็ไม่ค่อยมีผู้ใดแยกบ้าน แต่หากมีการแยกบ้านจริงๆ บิดามารดาก็ต้องอยู่กับบุตรชายคนโตของบ้าน แต่ว่า..บุตรชายคนโตของครอบครัวหลินนั้นเป็เพียงชาวไร่ชาวนาแม้จะขยันขันแข็งแต่จะเทียบเท่าว่าที่ซิ่วไฉ่อย่างบุตรคนที่สี่ของบ้านได้หรือ?
“ในเมื่อแยกบ้านกันแล้วก็ให้แยกบ้านกันหมดทั้งครอบครัวนี่ล่ะ พวกเ้าทั้งสามครอบครัวก็ให้ค่าดูแลเป็ธัญพืชหรือเงินรายปี เมื่อข้ากับอาฟางแก่ตัวลงไปกว่านี้พวกเ้าก็แวะเวียนมาดูแลหน่อยก็แล้วกัน ถึงเวลาตอนนั้นข้าค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะอยู่กับผู้ใด”
“ท่านพ่อ!” นางหลิวลี่ฮวาร้องเสียงหลง ที่พ่อเฒ่าหลินเลือกที่จะไม่อยู่กับบ้านไหนเลย อีกทั้งยังให้บ้านสี่ของนางแยกบ้านอีก นี่ไม่ใช่ว่าบ้านนางตกที่นั่งลำบากหรอกเหรอ ก่อนที่หลินเอ๋อชุนจะมีอาชีพนางจะเอาเงินจากที่ไหนใช้เล่า!
หลินหยุนซีค่อนข้างแปลกใจกับทางเลือกของพ่อเฒ่าหลิน ชายชราผู้นี้ดูเบาไม่ได้จริงๆ ไม่เหมือนกับแม่เฒ่าหลินที่ใจโอนเอียงไปทางบ้านสี่ พ่อเฒ่าหลินนั้นไม่ได้นำไข่มาใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ตะกร้าของบ้านใหญ่นั้นเป็ตะกร้าที่ค่อนข้างขยัน งานหนักไม่เกี่ยงแต่ก็จะไม่มีทางที่ตะกร้าจะพัฒนามากกว่านี้
ส่วนตะกร้าบ้านสี่นั้นในตอนนี้ยังไม่ทำงานและของในตะกร้าก็ต้องเติมเข้าไปเรื่อยๆ จนหมดเงินทองไปมากมาย แต่อนาคตตะกร้าบ้านสี่อาจขยายใหญ่จนทำให้พ่อเฒ่าหลินสบายมากขึ้น แต่ก็นะ เื่ในอนาคตมันบอกแน่นอนไม่ได้ หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเล่า บ้านสี่งานหนักไม่เอาเบาไม่สู้แบบนี้จะพึ่งพาได้อย่างไรกัน ดังนั้นทางเลือกของพ่อเฒ่าหลินจึงเรียกได้ว่าฉลาดสุดๆ น่าเสียดายที่พ่อเฒ่าหลินลืมตะกร้าของบ้านสาม อีกทั้งยังโยนสะใภ้สามทิ้งไป หากพ่อเฒ่าหลินได้รู้ว่าในอนาคตหลินหยุนซีจะเฉิดฉายไปทั่วแคว้น ก็ไม่รู้ว่าชายชราจะทำหน้าอย่างไร