“เพชรชมพู” เด็กหญิงวัย 12 ขวบ ผอมบางผิวขาวปากบางหน้าตาจิ้มลิ้มน่าทะนุถนอมเส้นผมและในตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอคู่นั้นกลับสดใสมีพลัง สงบนิ่ง และมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด เธอเป็เด็กหญิงจอมขยันมองโลกในแง่ดี ร่าเริงสดใส สู้ไม่ถอย บ่งบอกถึงการได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่ทางจิตรใจมาอย่างดีถึงแม้เธอจะเสียพ่อไปั้แ่อายุ 5 ขวบ แต่แม่ก็ไม่เคยทำให้เธอและน้องชายรู้สึกขาด แม่ผู้เป็ทั้งแม่และพ่อถึงแม้เงินเดือนครูประถมของแม่จะไม่ได้มากมายพอจะทำให้เราอยู่กันได้อย่างหรูหราแต่เราก็ไม่เคยจะอยากได้อะไรที่เกินตัว ด้วยความรักของแม่เรา 2 คนพี่น้องกินอิ่มนอนอุ่นเรียกได้ว่าโตมาแบบเด็กสุขภาพจิตรดีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของ ค่อนข้างเลือนรางจำได้ว่าพ่อเป็ผู้ชายผิวคล้ำตัวสูงใหญ่ใจดีเมื่อเธอ้ากำลังใจเธอจะหลับตาและคิดถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของพ่อมันจะทำให้มีพลังอบอุ่นใจและเข้มแข็งขึ้นพ่ออยู่ในหัวใจของเธอเสมอไม่เคยจากไปไหน
“เ้านิล” หรือนิลภัทร รดน้ำต้นทานตะวันหรือยัง เธอะโบอกน้องชายเสียงเจื้อยแจ้ว”อย่าเปิดปากถุงดำกว้างนักนะเดี๋ยวแสงจะเข้าใบมันจะเขียวซะหมด” เธอะโพลางผัดผักบุ้งและทอดไข่ดาวเป็อาหารเช้าให้ตัวเองและเ้าลิงทโมนตัวดำสมชื่อนิลภัทร น้องชายคนเดียวของเธอ ถึงเราจะเป็พี่น้องพ่อแม่เดียวกันแต่รูปลักษณ์กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เธอเองผิวขาวผอมบางและผมและตาสีน้ำตาลเหมือนแม่ ส่วนเ้าลิงนิล นั่นกลับได้ผิวคล้ำตาคมเข้มเหมือนพ่อแต่กระนั้นเ้าตัวที่เหมือนพ่อขนาดนั้นกลับไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อเลย เพราะตอนพ่อเสียไปเ้านิลยังเล็กนัก เ้านิลในตอนนี้อายุได้ 8 ขวบ เป็เด็กที่ทั้งอารมณ์ดีและกวนประสาทฉันที่หนึ่งเลย
“พี่เพชร” นิลไม่เข้าใจปลูกผักจะไปกลัวใบเขียวทำไมกินผักใบเหลืองๆเดี๋ยวก็ผอมแห้งตายกันพอดี นิลละเบื้อ..เบื่อพี่เพชร ก็ประคบประหงมไอ้เ้าต้นทานตะวันน้อยๆนี่อะไรกันนักหนา เ้าตัวดี บ่นกระปอดกระแปด หลังจากไปมุดถุงดำฉีดรดน้ำต้นอ่อนทานตะวันด้วยกระบอกฉีดเสร็จเรียบร้อยและนำกระบอกฉีดน้ำมาวางไว้บนชั้นวางกระบะเพาะต้นอ่อน ที่ฉันไปไหว้วานให้ลุงบุญภารโรงต่อชั้นวางถาดเพาะ แบบสี่ชั้น วางถาดได้สามถาดต่อชั้น โดยใช้เศษไม้ยูคาลิปตัสที่ ผอ.สั่งให้ตัดทิ้งมาทำลุงบุญฝีมือดีไม่น้อย เพราะชั้นไม้ดูแข็งแรงทนทานไม่แพ้ชั้นไม้ที่มีขายตามท้องตลาด
ฉันได้ทำการทดลองเพาะต้นอ่อนทานตะวันเอาไว้ขาย อาศัยความรู้จากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกมาจนเข้าใจตอนแรกๆก็เพาะต้นอ่อนไว้กินเองผัดน้ำมันหอยอร่อยเหาะ “นิลเอ้ย ไม่รู้อะไร ต้นอ่อนทานตะวันที่พอเหมาะกำกังกินกำลังขายได้จะเป็ต้นขนาด 2 ใบ ถ้าได้รับแสงมากเกินไปต้นจะแก่เร็วเกินไปใบที่ 3 ที่ 4 เริ่มงอกอายุการเก็บรับษาต้นอ่อนจะน้อยลงเสียเร็วขึ้น การสังเคราะห์แสงที่มากเกินไปทำให้สร้างคลอโรฟิลล์มากใบก็มีสีเขียวเข้มจะมีกลิ่นแรงและเหนียวหน่อยๆแต่ถ้าเราคุมแสงดีๆลำต้นตั้งตรงยาวสีเหลืองอ่อนๆ มันจะมีรสชาติหวานเวลาทานสด ๆ ดังนั้นถ้าเพาะให้ลำต้นออกเหลืองผัดกินก็ได้ทานสดก็อร่อย แถมเก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายๆ วันอีกต่างหาก ของเราดีมีคุณภาพ รสชาติอร่อย คนเขาก็จะติดใจแล้วกลับมาอุดหนุนเราบ่อยๆ ยังไงละ เ้าลิงนิล “อ๋ออออ.... เป็อย่างนี้นี่เอง เก่งจริงๆเลยนะเราตัวแค่เนี้ยะ พี่เพชรของนิลนี่เยี่ยมยอดที่หนึ่งเลย” เ้าลิงนิล ยิ้มตาหยี พร้อมยกนิ้วโป้งสองนิ้วชิดข้างแก้ม ชื่นชมพี่สาวของตัวเอง สองพี่น้องประสานเสียงหัวเราะกัน
หลังจากนั้นรีบทานข้าวเช้าแล้วไปโรงเรียนวันนี้แม่ไม่อยู่เพราะเป็เวรประจำรถรับส่งนักเรียน เพชรชมพู กับ นิลภัทรเดินไปโรงเรียนเองทุกวันเพราะพักอยู่ที่บ้านพักครูที่อยู่บริเวณรั้วโรงเรียนนั่นเอง เป็บ้านพักไม้อาจจะเก่าหน่อยแต่ก็อยู่สบายและปลอดภัย มีบริเวณรอบบ้านเล็กน้อยก็ปลูกผักสวนครัวเพื่อประหยัดเงินค่ากับข้าวแม่ฝึกให้เราช่วยตัวเองได้ เพชรชมพูเองถึงจะอายุแค่ 12 ขวบแต่ก็รับผิดชอบงานบ้านเองได้หลายอย่าง และดูแลน้องได้เป็อย่างดี เนื่องจากแม่เป็แม่เลี้ยงเดี่ยวรายได้จากเงินเดือนครูประถมทางเดียวบางครั้งก็ไม่พอยิ่งเวลาเปิดเทอมใหม่ปีนี้ฉันขึ้นชั้น มัธยม 1 พอดีเสื้อผ้าที่ใช้มาั้แ่ประถมก็ต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุด ส่วนนิลภัทรเองก็เป็เด็กที่โตไว เสื้อผ้าฉันใช้ครั้งละ3ปี ส่วนน้องชายโตวัยต้องเปลี่ยนชุดนักเรียน 2 ปีครั้ง ชุดนักเรียนของน้องจึงต้องซื้อครั้งละ 2 ชุดก็พออาศัยซักบ่อยๆ รีดบ่อยๆ ซึ่งก็พอประหยัดไปได้บ้างถ้าเป็วันธรรมดาฉันก็จะมีหน้าที่รีดผ้าให้น้องแต่ถ้าเป็เสาร์อาทิตย์แม่ก็จะเป็คนรีดเสื้อผ้าชุดชุดเครื่องแบบของเราทั้งสามคน ่บ่ายๆวันอาทิตย์หลังจากสอนพิเศษเสร็จแล้ว แม่ซึ่งมีฝีมือการทำขนมไทยและอาหารก็จะทำข้าวกล่องและขนมไปขายให้เพื่อนคุณครู และญาติๆ ครูที่อาศัยอยู่บริเวณบ้านพักครูข้างๆกัน ด้วยกันโดยรับออเดอร์ล่วงหน้า 1 วัน ดังนั้นเลิกงานจากโรงเรียนแม่ก็จะรีบขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าที่พ่อทิ้งไว้ให้ไปตลาดไปซื้อของมาจัดเตรียมไว้ พวกขนมไทย ทำทิ้งไว้ตอนกลางคืน ส่วนข้าวกล่องมาทำตอนเช้า เด็กๆ ก็คอยช่วยแม่ล้างผัก หั่นผักและทำอะไรเล็กๆน้อยๆตามแต่แม่จะสั่งให้ทำ
ทุกวันหลังเลิกเรียน เพชรชมพู จะรีบกลับบ้าน ระหว่างอาบน้ำก็คิดไปพลางๆวันนี้จะกินอะไรดี อาหารที่เธอทำมักจะเป็อาหารง่ายๆที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามฤดูและประเภทของผักสวนครัวที่เธอปลูก บ้านเรากินผักเก่งแม่ฝึกให้เธอและน้องกินผักเป็แทบจะทุกอย่าง แปลงผักสวนครัวข้างบ้านพักครูถึงจะไม่กว้างมากแต่เธอก็ปลูกผักได้หลากหลาย เพราะว่าปลูกลงในกระถาง ผักที่ปลูกมีจำพวก ผักบุ้ง กะหล่ำปลี มะเขือเทศ แตงกวา ถั่วผักยาว ผักกาดหอม ผักโขม หัวไชเท้า กวางตุ้ง มะเขือ แตงกวา ขิง ข่า ตะไคร้ พริกขี้หนู ต้นหอม ผักชี ก็มี เธอสนุกกับการปลูกผักใหม่ๆ พอๆ กับที่สนุกกับการค้นหาเมนูใหม่ๆ ตามประเภทผักต่าง ๆ
แม่เริ่มพาเธอปลูกผักสวนครัวั้แ่ 8 ขวบ ผักของเธออาจไม่สวยงามเหมือนผักในตลาดแต่ก็ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเธอและแม่หมักปุ๋ยและผสมยาไล่แมลงเองก็ตามสูตรที่มีเผยแพร่ทั่วไปตาม YouTube นั่นแหละอาจจะต้องขยันดูแล หรือ พ่นยาไล่แมลงบ่อยๆ หน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเธอมีเวลาเหลือเฟือ หลังเลิกเรียน และ วันหยุด เธอจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในแปลงผัก ไม่ก็อ่านหนังสือสนุกๆที่ยืมมาจากห้องสมุดโรงเรียน เธอมีอะไรต้องอ่านต้องทำวุ่นวายทั้งวัน ไหนจะงานบ้าน ไหนจะหนังสือที่ยืมมา ไหนจะแปลงผัก เวลาวันหยุดผ่านไปไวเหมือนโกหก ส่วนแม่วันธรรมดาหลังเลิกงานก็จะวุ่นวายกับการเตรียมข้าวกล่อง เตรียมทำขนม ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์ แม่ก็จะมีสอนพิเศษ แม่เป็ครูสอนภาษาไทย ดนตรีไทย และ นาฏศิลป์ ตัวเธอเองก็ต้องเรียนนาฏศิลป์กับแม่ ยิ่งเวลามีงานโรงเรียนต้องมีนางรำนางฟ้อนฉันก็ไม่เคยจะหนีได้พ้นสักที
ส่วนน้องชายตัวดี เ้านิลภัทร ก็จะมีหน้าที่หลักๆคือ รดน้ำต้นไม้ ล้างจาน และงานจิปาถะตามแต่จะเรียกใช้ แต่จะเรียกใช้เ้านิลนอกจากงานประจำต้องวางแผนและจองตัวล่วงหน้าไม่งั้นจะหาตัวไม่เจอ นู่นไม่ไปโผล่สนามบอล ก็สนามเปตอง ไม่ก็ไปนั่งตกปลา ปีนต้นไม้ตามเื่ตามราว บางวันกลับบ้านมามีรอยจ้ำๆแดงๆเต็มตัวสอบถามได้ความว่าไปปีนต้นมะม่วงเจอรังมดแดงร่วงใส่ทั้งรัง ดีนะที่คนไม่ตกต้นมะม่วงซะก่อน ยังมีหน้ามาอวดเก่งยิ้มโชว์ฟันขาว ดีนะนิลปีนคล่องไม่งั้นโดนรุมเยอะกว่านี้อีก แถมเ้าตัวยังคุยฟุ้งว่ามันคุ้มค่ามากนะพี่เพชร เพราะมะม่วงต้นนั้นมันสุกแล้วหวานอร่อยจริงๆ เ้าลิงเห็นแก่กินนี่ช่างซุกชนดีแท้ๆ
เพชรชมพูอาบน้ำเสร็จเธอแต่งชุดนอนง่ายๆเสื้อยืดเก่าๆ กับกางเกงขาสั้น เดอนออกจากห้องน้ำกะจะเดินไปเก็บแตงกวาในสวนมาผัดไข่กินกับน้ำพริกกะปิ “อ้าว!! แม่ทำไมวันนี้กลับไวแม่ไปซื้อของที่ตลาดมาแล้วเหรอคะ” เธอทักแม่ที่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ แม่กำกลังยืนทำกับข้าวหน้าเตาแก๊สในครัว แม่พูดทั้งที่มือกำลังทำอาหารง่วนอยู่ “พรุ่งนี้แม่ไม่ได้รับออเดอร์นะเพชร ป้ามุกดา โทรมาบอกแม่ว่าคุณยายไม่สบาย พรุ่งนี้วันเสาร์แม่ว่าจะไปเยี่ยมคุณยายที่โรงพยาบาลเพชรไปกับแม่ไหมละลูก” เธอตอบแม่ “เพชรว่าจะบอกแม่อยู่เลยว่าพรุ่งนี้จะขออนุญาตแม่เข้าไปในเมืองกะมะปรางคะ มะปรางเขาจะประกวดวาดภาพเลยชวนเพชรไปเดินซื้ออุปกรณ์วาดภาพในเมือง งั้นเดี๋ยวเพชรโทรบอกมะปรางก่อนนะคะ” เธอเดินเลยไปหยิบโทรศัพท์ตรงชั้นทีวีเครื่องเล็กหน้าบ้านเพื่อโทรบอกเพื่อนรัก “ เพชร เพชร ไม่เป็ไรลูกเพชรไปกับมะปรางเถอะ เดี๋ยวแม่ไปดูคุณยายก่อน คุณยายพูดคุยได้ปรกติน่าจะไม่เป็อะไรมากเดี๋ยวเพชรค่อยไปเยี่ยมคุณยายวันหลังละกันลูก พรุ่งนี้แม่ไปแต่เช้านะลูกเดี๋ยวจะพาน้องไปด้วย ตอนออกจากบ้าน อย่าลืมล็อกประตูหน้าต่าง ถอดปลั๊กหม้อข้าว แล้วอย่าลืมเอากุญแจไปใส่ไว้ใต้กระถางต้นมะลิหน้าบ้านนะลูก แล้วก็อย่ากลับเกิน 4 โมงเย็นนะลูกกลับมาถึงบ้านโทรหาแม่ด้วยละถ้าเพชรกลับก่อนนะ” แม่สั่งการซะยืดยาวเป็หางว่าว
“จ้าแม่ ไม่ลืมจ้า เพชรจะท่องตามแม่ได้อยู่แล้วเนี่ยแม่สั่งแบบเดิมเป๊ะๆเลยเพชรจะลืมได้ยังไง เพชรไปตามน้องมากินข้าวก่อนนะแม่”
ฉันพูดจบก็รับหลบฉากออกมาอย่างว่องไว ถ้าแม่ขว้างตะหลิวตามมารับรองไม่ทันฉันแน่นอน แต่ก็ยังทันได้ยินเสียงแม่บ่นตามมา
“ยังกะตัวเองออกจากบ้านบ่อยๆ อย่างนั้นแหละมาหาว่าแม่พูดซ้ำๆ ยัยเด็กคนนี้นี่” ฉันเดินหัวเราะออกจากบ้านอย่างสบายใจแม่บ่นบ้างจะได้ไม่เครียดจนเกินไป 55555
เวลาอาหารเย็นเป็เวลาของครอบครัว หลังจากที่เธอและน้องอาบน้ำ และทำการบ้านเสร็จเราจะทานอาหารพร้อมหน้ากัน ได้พูดคุยปรึกษาหารือหรือมีเื่อะไรก็จะมาเล่าสู่กันฟัง เธอถามแม่เื่ที่ป้ามุกดาโทรมาเื่ที่คุณยายป่วย เธอค่อนข้างเป็ห่วงเพราะเธอสนิทกับคุณยายมาก เธอชอบไปบ้านคุณยายเพราะบ้านคุณยายเป็บ้านสวนที่อยู่ท้ายหมู่บ้านมีพื้นที่ด้านหลังติดลำธารและูเา มีรั้วบ้านเป็ไม้ไผ่สาน ที่ดินเป็รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ แบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำสวนผลไม้ บ๊วย สาลี่ เชอลี่ดอย อีกครึ่งเป็ส่วนของที่พักอาศัย มีต้นพะยอมอยู่ข้างบ้านด้วย ตอนฤดูหนาวดอกพะยอมส่งกลิ่นหอม หน้าบ้านเป็พื้นที่โล่งคุณยายทำแปลงผักไว้หน้าบ้าน ตัวบ้านเป็ปูนผสมไม้ หน้าบ้านมีระเบียงไม้ขนาดใหญ่ตีไม้กั้นขึ้นมาเป็ที่นั่ง ตัวบ้านยกสูงจากพื้นเดินขึ้นบันไดเตี้ยๆ สามขั้น ประตูและหน้าต่างเป็ไม้แบบโบราณยังใช้กลอนประตูแบบเสียบอยู่เลย เธอชอบนอนมองผ้าม่าน สีขาวที่คุณยายและป้ามุกดาช่วยกันถักโครเชต์ลายดอกแก้วทั้งขอบบนและล่าง และปักดอกนูนเล็กๆ กระจายทั้งผืน เธอชอบนอนหนุนตักคุณยายฟังคุณยายเล่าเื่สมัยคุณยายสาวๆ เธอชอบจับเนื้อยานๆนิ่มๆตรงแขนคุณยาย คุณยายของเธอใจดี ชอบเก็บขนมและผลไม้ไว้ให้เธอกิน คุณยายอยู่กับป้ามุกดาสองคน ป้ามุกดาเป็พี่สาวคนโตของแม่ที่เป็โสดเลยอาสาอยู่เป็เพื่อนคุณยาย ในขณะที่น้องชายอีกสองคนซึ่งมีศักดิ์เป็ลุงของเธอ แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่จังหวัดอื่นค้าขายหนึ่งคน ส่วนลุงอีกคนเป็เกษตรอำเภอไปประจำอยู่จังหวัดอื่นเช่นกัน แม่เคยบอกว่าป้ามุกดาเป็พี่ที่ดีมากเพราะเสียสละไม่เรียนต่อเพื่อมาช่วยตากับยายทำไร่ทำสวนเพื่อส่งน้องๆ เรียน ซึ่งตอนนี้ไร่ที่ข้างๆบ้านยายไม่ได้ดูแลบำรุงอย่างจริงจังจึงไม่ได้ผลผลิตที่ดีพอเพื่อขายสักเท่าไหร่ แต่ ลุงๆ และแม่ของเธอ คอยช่วยกันส่งเสียเงินให้ป้ามุกดาเพื่อช่วยค่ายาค่าอาหารป้ามุกดาและยาย เธอและนิลภัทร เองตังใจไว้ว่าปิดเทอมนี้ก็จะไปอยู่บ้านสวน ช่วยป้ามุกดาดูแลคุณยาย และ สวนด้วย พอคิดว่าคุณยายไม่สบาย ฉันเองก็อดเป็ห่วงคุณยายไม่ได้ด้วยเหมือนกัน