ตอนที่ 114 ส่งวิทยานิพนธ์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันไม่คิดว่าเธอจะรีบร้อนขนาดนี้ เธอมาหาถูกคนแล้วฉันมีวิธีส่งผลงานไปยังนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าที่ง่ายกว่าจริงๆ ความจริงหากคนทั่วไปต้องการส่งผลงานของตนเองให้นิตยสารพิจจารณาพวกเขาต้องนำผลงานไปส่งที่สำนักงานด้วยตัวเองหรือส่งไปรษณีย์ไป แต่พวกเราเหล่านักวิชาการมีอะไรที่ง่ายกว่านั้น นั่นก็คือสำนักงานตัวแทน” ศาสตราจารย์บาร์เร็ตกล่าว
“มีสำนักงานตัวแทนอยู่ที่เมืองเจเฮริสหรอครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถาม
เมืองเจเฮริสมีความเจริญมากจริงๆ มันจึงไม่แปลกที่เมืองใหญ่แบบนี้จะมีสำนักงานตัวแทน หรือหากต้องการส่งนิตยสารชื่อดังก็อาจจะมีสำนักงานตัวแทนอยู่ที่นี่ด้วย และสถานที่ที่เมอร์ลินคิดว่าสำนักงานพวกนี้จะตั้งอยู่มากที่สุดก็คือ “อาคารสมาคมนักเวท”
เหมือนเขาจะลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป
แต่ถึงอย่างนั้นการที่เข้าหาศาสตราจารย์บาร์เร็ตก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์แต่อย่างใด
ศาสตราจารย์บาร์เร็ตพยักหน้าและเอ่ย “ใช่มีสำนักงานตัวแทนอยู่ที่เมืองนี้จริงๆ นอกจากนี้หากต้องการส่งผลงานไปยังนิตยสารอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งสมาคมนักเวทจะเป็นตัวแทนสำหรับทำเรื่องเหล่านี้ แต่ ...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งและเอ่ย “สำหรับนิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สมาคมนักเวท แต่สามารถส่งมันผ่านมหาวิทยาลัยโดยตรงได้ ที่ตั้งของมันอยู่บนชั้นเจ็ด ถึงอาคารของที่นี่จะกว้างไปหน่อย แต่ฉันเชื่อว่าเธอต้องหาเจออย่างแน่นอน”
“ประเทศออโรร่าต้องการสนับสนุนด้านวิชาการ นิตยสารวิชาการก็เป็นหนึ่งในแผนของพวกเขาเช่นเดียวกัน ดังนั้นมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่อยู่ในประเทศนี้จะมีสำนักงานที่ส่งผลงานให้กับนิตยสารโดยตรง แต่ผลงานเหล่านั้นจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะผลงานของนักศึกษามักจะได้รับการยอมรับที่น้อยมากอยู่แล้ว”
เมอร์ลินพยักหน้า
“อย่างนั้นหรอครับ”
ชายชรายิ้มและเอ่ยขึ้นอีก “แต่สำหรับผลงานของเธอ ฉันว่าต้องผ่านการพิจารณาอย่างแน่นอน”
ศาสตราจารย์บาร์เร็ตแสดงความชื่นชมออกมาอย่างชัดเจน
น่าเสียดายที่เด็กคนนี้ไม่ใช่คนของสาขานักเวท แต่กลับเป็นสาขารูนศาสตร์
ความจริงบาร์เร็ตต้องการที่จะชักชวนเด็กคนนี้ให้มาอยู่ในสาขานักเวทของตนเอง แต่อย่างที่รู้กันว่าคนของสาขารูนศาสตร์นั้นเป็นพวกที่พูดด้วยยากมากที่สุด โดยเฉพาะศาสตราจารย์ที่เป็นพวกรูนศาสตร์บริสุทธิ์
แม้จะมีสาขาอื่นๆ ที่คล้ายกันอย่างสาขาวัสดุคำนวณ สาขารูนค่ายกล สาขาเวทประยุกต์ หรือสาขารูนแปรธาตุ สาขาเหล่านี้ล้วนแยกมาจากสาขารูนศาสตร์ทั้งสิ้น แต่เป็นรูนศาสตร์ประยุกต์
กระทั่งรูนศาสตร์ประยุกต์ก็ยังได้รับการดูถูกจากรูนศาสตร์บริสุทธิ์ เพราะเหตุนี้จึงบอกได้ว่าพวกที่มาจากรูนศาสตร์บริสุทธิ์นั้นเป็นคนที่หัวดื้อมากแค่ไหน พวกเขาจะค้นหาแต่การคำนวณรูนศาสตร์เท่านั้น และดูถูกการนำการคำนวณรูนศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ เพราะนั่นคือการทำให้รูนศาสตร์แปดเปื้อน
เหมือนความคิดแบบนี้จะส่งต่อมาให้นักรูนศาสตร์มารุ่นต่อรุ่น
เพราะเหตุนี้บาร์เร็ตจึงไม่อยากจะยุ่งกับนักรูนศาสตร์ของสาขารูนศาสตร์เท่าไหร่
“ขอบคุณครับศาสตราจารย์” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
พวกเขาพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เมอร์ลินจะนำวิทยานิพนธ์ของเขาไปส่งยังชั้นเจ็ดของอาคาร ซึ่งมีสำนักงานส่งเอกสารทางวิชาการตั้งอยู่ที่นั่น
อาคารแห่งนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึงหนึ่งกิโลเมตรหรือหนึ่งพันเมตร นั่นหมายความว่าโถงทางเดินของแต่ละชั้นจะมีความยาว 3,141 เมตร
แต่เมอร์ลินไม่เชื่อว่าเขาจะไม่เจอคนที่อยู่บนชั้นเจ็ด และไม่เชื่อว่าคนที่อยู่ชั้นเจ็ดจะไม่รู้จักสำนักงานส่งวิทยานิพนธ์
ดังนั้นเขาจึงเดินทางไปที่นั่นโดยมีมาร์เทลตามมาด้วย
“นี่ได้เวลาเรียนของนายแล้วไม่ใช่หรอ?” เมอร์ลินหันไปถาม
“ช่างมันเถอะ โดดสักคาบหนึ่งก็แล้วกัน แต่นายต้องสอนเพิ่มให้ฉันด้วย” เคลบี้ยักไหล่แล้วเอ่ยอย่างสบายๆ
“ได้”
เมอร์ลินเดินไปต่อ เขาตรงไปที่ชั้นเจ็ด แน่นอนว่าเขาต้องพบกับผู้คน
ที่นี่มีทั้งนักศึกษาที่แต่งชุดเทาและชุดขาว นั่นหมายความว่าพวกเขาก็คือนักศึกษาปริญญาไดม่อนและปริญญาแพทตินั่มนั่นเอง
แม้คนกลุ่มนี้จะมีจำนวนที่น้อยมาก แต่ก็ยังพบได้ในชั้นนี้
“ขอโทษนะครับ” เมอร์ลินเดินเข้าหาชายหนุ่มชุดสูทสีเทาที่อยู่โถงทางเดิน
“มีอะไรอย่างนั้นหรอ?”
“ไม่ทราบว่าผมจะส่งวิทยานิพนธ์ได้ที่ไหน?” เมอร์ลินเอ่ยถาม
ชายหนุ่มคนนั้นหยุดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยจะมาส่งผลงานตนเอง แต่น่าจะได้รับการไหว้วานมาจากใครสักคน
การที่เห็นนักศึกษาอยู่ในชั้นนี้ แน่นอนว่าส่วนมากล้วนมาติดต่อเรื่องวิทยานิพนธ์ โดยเฉพาะนักศึกษาปริญญาไดม่อนและแพทตินั่ม
เขาหยุดคิดเรื่อยเปื่อยแล้วเอ่ยตอบออกไป “เธอต้องเดินย้อนกลับไปทางนี้อีกประมาณเจ็ดร้อยเมตรก็จะพบประตูสีเงินบานใหญ่ที่มีป้ายเขียนว่าสำนักงานจัดส่งวิทยานิพนธ์”
“ขอบคุณครับ” เมอร์ลินกล่าวขอบคุณแล้วเดินย้อนกลับไปทันที
“เห็นไหมฉันว่าเลี้ยวซ้ายนายก็ไม่เชื่อฉัน” เคลบี้เอ่ยออกมาทันทีเมื่อพบว่าเมอร์ลินเดินมาผิดทาง
ทว่าใบหน้าของเมอร์ลินกลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา ราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจในความผิดพลาดนี้และเขาจะทำแบบนี้เสมอ จนเคลบี้ต้องยอมแพ้ไป
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงสำนักงานจัดส่งวิทยานิพนธ์ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีคนอยู่มากนัก
แม้มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะมีนักวิชาการและนักศึกษาอยู่ไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าคนจะส่งวิทยานิพนธ์คึกคักเหมือนบรรยากาศในโรงอาหาร
เมอร์ลินรอคนข้างหน้าทำธุระอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเดินไปที่เคาน์เตอร์
“ผมต้องการส่งวิทยานิพนธ์เล่มนี้ไปที่นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าครับ” เมอร์ลินยื่นซองเอกสารของตนเองให้กับผู้หญิงผมดำที่อยู่ตรงหน้า
เธอสวมแว่นตารูปทรงทันสมัยในชุดสูทสีม่วง เห็นได้ชัดว่าเธอไม่มีผ้าคลุม เธอจึงไม่ใช้คณาจารย์ของมหาวิทยาลัย แต่เป็นพนักงานของที่นี่
“ได้จ้ะ นิตยสารเวทมนตร์ออโรร่าไม่มีค่าธรรมเนียมในการส่ง นักศึกษาเธอนำตรานักศึกษาของเธอมา” ผู้หญิงคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
จากนั้นก็นำเอกสารด้านในที่เป็นวิทยานิพนธ์ออกมาเพื่อตรวจสอบ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วนำพวกมันไปห้องที่อยู่ด้านหลัง
ไม่นานเธอก็ออกมาแล้วยื่นตรานักศึกษาคืนให้กับเมอร์ลิน
“เมื่อผลการพิจารณาออกมา พวกเราจะแจ้งให้เธอมาตรวจสอบที่นี่อีกครั้งหนึ่ง อ้อ ... อย่าลืมตรวจสอบการแจ้งเตือนผ่านตรานักศึกษาของเธอนะ” เธอยิ้มให้เมอร์ลินครั้งหนึ่งแล้วก้มหน้าทำงานของเธอต่อไป
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้มีท่าทางประหลาดใจแต่อย่างใดที่เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งส่งผลงานของตนเองไปตีพิมพ์ที่นิตยสารวิชาการ ราวกับว่าเธอได้เห็นเรื่องนี้มามากแล้วอย่างไรอย่างนั้น