ระยะทางที่ห่างออกไปทําให้เสียงที่ลอยมาตามลมแ่จางลงพื้นดินที่เป็แนวเนินช่วยบดบังร่างกายของบุรุษทั้งสองไว้โทนี่หันไปสบตากับเกตูลิโอ ชาวพื้นเมืองผู้นี้ก็เช่นเดียวกันกับเธอที่แสร้งทําเป็ง่วนอยู่กับการขนสัมภาระขึ้นจากเรือ แต่เมื่อสบตากันเข้าเกตูลิโอก็เพียงยักไหล่ ดวงตาเปล่งแววเสียใจอยู่ด้วย แต่มิได้พูดอะไรออกมา
โทนี่รู้สึกหนาวเยือกเย็นไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงกรรโชกของเควนทอลดังขึ้นอีกครั้งนั่นเป็น้ำเสียงที่บอกความกราดเกรี้ยวรุนแรง
“อะไรนะ”
แต่เธอมิได้ยินคําตอบจากกาเซียร์เนื่องจากอยู่ไกลเกินไป แถมยังมองไม่เห็นตัวด้วย แว่ว ๆแต่เสียงซักไซ้ไล่เลียงอย่างดุเดือดของเควนทอล ซึ่งกลบเสียงอ่อน ๆของกาเซียร์จนหมดสิ้น เพียงแต่ว่าในครั้งนี้มันมิได้ขึงขังเช่นในตอนแรกเท่านั้นแม้โทนี่จะรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ อยู่ แต่ธรรมชาติแห่งความเป็คนรักสงบ ทําให้เธอกล้ำกลืนฝืนใจตอนแรกก็เจอฝูงพีอุมส์เข้าที่หนึงแล้ว นี่ก็ยังต้องมาเจอรังแตนเข้าอีก
หลังจากนั้นก็ได้ยินเพียงเสียงพูดจาที่ค่อนข้างดังแว่ว ๆ มามันชัดเจนพอที่จะบอกให้รู้ถึงอารมณ์ของผู้พูด เพียงแต่จับใจความไม่ได้เท่านั้นแต่กระนั้นก็พอจะอ่านได้ว่า ขณะนี้เควนทอลเริ่มรับฟังคําพูดของน้องเขยบ้างแล้วโทนี่เหลือบตามองไปทางเกตูลิโอ อดแปลกใจที่เห็นรอยยิ้มฉายอยู่บนใบหน้าแม้จะเป็รอยยิ้มที่มิได้บอกถึงความมั่นใจอะไรนักโทนี่อดคิดไม่ได้ว่าบางทีเกตูลิโออาจจะสนุกกับการที่ได้เห็นเ้านายของตนสําแดงอารมณ์ออกมาและกําลังรอดูบทที่ดุเดือดกว่านั้นที่กําลังจะตามมาก็เป็ได้
เธอยิ้มตอบเขาด้วยสีหน้าสงบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แต่งให้รื่นเริงเข้าไว้
“รู้สึกว่าเป็การต้อนรับที่เหลือเกินจริงๆ นะ ฉันรู้สึกว่านอกจากตัวเองจะไม่ได้รับการต้อนรับแล้วยังถูกขับไล่ไสส่งอีกด้วย”
บางทีรอยยิ้มบนใบหน้าที่เกตูลิโออาจจะสนองในคําพูดของเธอก็เป็ได้ แต่แล้วเขากลับยักไหล่ ตอบเรียบ ๆ ว่า
“อย่าห่วงไปเลยครับซินยอร่าบางทีเื่ร้ายมันอาจจะกลายเป็ดีก็ได้ ฟังสิ...” เขาเอียงคอมองขึ้นไปบนตลิ่งอย่างใจจดใจจ่อเงี่ยหูฟังสิ่งที่เ้านายกับน้องเขยกําลังพูดกันอยู่ แต่เสียงพูดเลือนหายไปแล้ว “คุณหมอกําลังพาซินยอร์กาเซียร์เข้าไปในบ้านพักของท่านแล้วละครับถ้าเขาไม่อยากจะรับฟังละก็รับรองว่าไม่ทํายังงั้นแน่และถ้าคุณหมอรับฟังขึ้นมาเมื่อไหร่ รับรองได้ว่าเขาเป็คนมีเหตุผลคนหนึ่งทีเดียว”
โทนี่ไม่อาจจะคล้อยตามลําพูดประโยคนั้นได้ในทันทีทันใด
“ทำไมเขาต้อนรับผู้หญิงแบบนี้เสมอเลยหรือนี่” รอยยิ้มที่แต่งขึ้นมิได้บอกความเห็นขันเลยแม้แต่น้อย
เกตูลิโอเม้มปากเบือนกลับไปสนใจกับงานตรงหน้า
“ที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนเลวอะไรหรอก”เขาพูดขรึม ๆ “อย่างดีถ้าไม่พอใจขึ้นมาก็แค่หันหลังให้เท่านั้นแต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่เขาสุภาพด้วย ไม่ว่าเขาจะเป็คนยังไงก็ตามแต่กับแอนนาลูกสะใภ้ผมแล้ว เขาดีด้วยอย่างมากทีเดียวตอนที่แอนนาแต่งงานกับบราซลูกชายผมใหม่ ๆ แล้วมาเยี่ยมที่นี่คุณหมอไม่ได้หันหลังให้เลย”
ถึงแม้ว่าเควนทอลจะแสดงกิริยาดีกับผู้หญิงบางคนแต่เขาก็ไม่ได้เครดิตในเื่นี้จากเธอต้องนับว่าเป็เ้าบ้านที่ข่มขู่คุกคามและไร้เหตุผลอย่างที่สุดที่เธอเคยพอเห็นมา
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังข้องอยู่ในใจของโทนี่ยามนี้ก็คือเธอตอบคําถามตัวเองไม่ได้ว่าเคยเห็นใบหน้าที่บึ้งตึงแฝงไว้ด้วยแววเย้ยหยันเช่นนี้จากที่ไหนมาก่อนเธอไม่อาจจะตกลงปลงใจคล้อยตามความเห็นของเ้าหน้าที่สาวสํานักงานวาริกได้อย่างเต็มใจถึงความงามสง่าคมสันของผู้ชายคนนี้จะว่าไปแล้วท่าทางของเขาบอกลักษณะของคนที่เอาแต่ใจตัวเองมากกว่ามันเป็ความบ้าบิ่นอย่างที่เธอไม่เคยพบในใครมาก่อนแต่ก็เพราะริมฝีปากที่บอกอารมณ์กับโหนกแก้มที่สูงเด่นนั่นเองที่มันจําหลักอยู่ในความทรงจําอย่างแน่นเหนียวแม้จะไม่เคยได้พูดจาปราศรัยกับเขามาก่อนเลยก็ตามและมันข้องอยู่ในใจว่าเธอเคยพบเขาที่ไหนมาก่อนนะในเมนอสเมื่ออาทิตย์ก่อนใช่หรือไม่เพราะดูเหมือนเพิ่งจะเห็นกันเมื่อไม่นานมานี้เอง...
เป็การเสียเวลาเปล่าที่จะพะวงอยู่กับข้องใจที่หาคําตอบไม่ได้โทนี่ปัดคํารับรองในอัธยาศัยของเควนทอลที่เกตูลิโอยกยอออกไปเสียจากสมองหันกลับไปทางเรือเพื่อจะช่วยเกตูลิโอยกสัมภาระขึ้นบนท่าที่โคลงเคลงต่อโทนี่มิใช่คนที่วิ่งเข้าไปหาปัญหา ขณะเดียวกันก็มิใช่คนที่จะวิ่งหนีมันด้วย เธอได้ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าพร้อมที่จะเผชิญกับทุกปัญหาที่จะดาหน้ากันเข้ามาเธอรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนยอมใคร แต่ก็รังเกียจที่จะใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟันการกระทําเช่นนั้น มันเท่ากับเป็การทําลายความสําเร็จที่จะมีมาในวันข้างหน้าเพราะกว่าที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตความเป็อยู่ของพวกอินเดียนเผ่าซาร่าเธอต้องพบกับปัญหาและความยังยากมากมายหลายประการมาก่อนแล้วตราบใดที่นายแพทย์เควนทอลจะยอมอนุญาตให้เธออยู่ที่นี่ตราบนั้นแม้เขาจะหยาบหยามกับเธอสักปานใดเธอก็จะทนเพราะโทนี่รักงานเกินกว่าจะยอมให้มีอุปสรรคมาขัดขวางได้
เกตูลิโอยังไม่ยอมยกกระเป๋าเดินทางของโทนี่ขึ้นจากเรือเขาเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างไม่แน่ใจเลย
“ผมเอาของขึ้นหมดแล้วนอกจากของพวกนี้ของคุณนะครับ ซินยอร่า”
“เราจะเอาขึ้นด้วย”โทนี่ตอบอย่างเด็ดเดี่ยวเอื้อมไปลากหูกระเป๋าขึ้นมาวางบนท่าเมื่อมาถึงจุดนี้เธอจะยอมแพ้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเธอตระหนักดีว่าชีวิตในแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอนนี้จะแสดงความสํารวยอยู่ไม่ได้แต่แม้มันจะหยาบกระด้างสักเพียงใด ก็ยังไม่ถึงขนาดที่เควนทอลแสดงอยู่แต่นั่นแหละการที่ให้สัตว์ป่าเชื่องเหมือนสัตว์บ้านมันก็ออกจะเป็การหวังที่มากเกินไปลึกลงไปในใจเธอก็ประหวั่นอยู่แม้ว่าจะมีใบอนุญาตจากทางการอยู่ในกระเป๋าก็ตามแต่เื่ที่จะให้เธอออกไปจากที่นี่ง่ายๆ ก็เห็นจะเป็ไปไม่ได้เช่นกัน
แม้เวลาจะผ่านไปมากพอสมควรแต่เสียงเครื่องยนต์จากเรือลําที่ไทกับบาร์เนย์โดยสารมายังไม่ได้ยินอยู่ดี
“สงสัยว่าผมจะต้องไปเสียแล้วว่าทําไมถึงได้ช้ากันนัก”เกตูลิโอเอ่ยขึ้นหันไปมองทางลําน้ำที่สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้เขียวครึ้มอย่างร้อนใจสัมภาระทั้งหมดถูกขนขึ้นจากเรือเรียบร้อยแล้ว “เครื่องอาจจะเสียก็ได้มีแต่เรือลำของผมเท่านั้นที่เครื่องเชื่อใจได้”
เกตูลิโอกลับลงเรืออีกครั้งสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้น และพาเรือออกจากท่าต่อให้ไทกับบาร์เนย์พบอุปสรรคสักแค่ไหนก็เปรียบไม่ได้กับที่เธอกําลังประสบอยู่ในเวลานี้และอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าน่าเสียดายที่เพื่อนทั้งสองคนไม่ได้อยู่ช่วยเธอโต้คารมกับเควนทอล
หลังจากที่เกตูลิโอออกไปได้ไม่นานเสียงพูดของเควนทอลกับกาเซียร์ก็ดังขึ้นบอกให้รู้ว่าบุรุษทั้งสองได้เดินกลับมาที่ท่าเรืออีกครั้งหนึ่งแล้วโทนี่กอดกระเป๋าสะพายอยู่กับไหล่ไว้แน่นขึ้นไปบนตลิ่งด้วยสีหน้าสงบพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาที่กําลังจะเกิดขึ้นโทนี่รู้จักวิธีที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และการเสียอารมณ์ย่อมจะไม่ช่วยให้ดีขึ้นโดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้
ในท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเธอออกจะแปลกใจที่เห็นสีหน้าของกาเซียร์ดีขึ้นมาก หมายความว่าหลุยส์ เควนทอลเปลี่ยนใจแล้วหรือนี่ แต่สีหน้าของเขายังคงบึ้งตึงขรึมเคร่งอยู่เช่นเดิม
“เอ้า...งั้นก็ขึ้นมาสิ”เขากระชากเสียงสั่งยืนตระหง่านเงื้อมอยู่เหนือตลิ่งแม้คำสั่งนั้นจะเป็ภาษาอังกฤษ แต่น้ำเสียงก็มิได้สุภาพอย่างที่ควรจะเป็แฝงเจตนาเหยียดหยามไว้ด้วยซ้ำราวกับเขาจะคิดว่าเธอคงจะพูดภาษาปอร์ตุเกสได้ไม่ดีเท่าที่ควร และไม่อยากจะได้ยินภาษาปอร์ตเกสหลุดออกมาจากปากของโทนี่รอยยิ้มที่เธอพยายามแต่งไว้บนใบหน้าจึงไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงดวงตาก็หมางเมินมองเลยร่างโทนี่ไปเสียด้วยซ้ำ ราวกับเธอเป็หัวหลักหัวตอเธอคิดอย่างอ่อนใจ หรืออาจจะแสร้งทําเป็ว่า เธอไม่มีตัวตนอยู่ในที่นั้นเขาปฏิเสธที่จะยอมรับการปรากฏตัวของเธอ น้ำเสียงก็มิได้บอกการต้อนรับอะไร
แต่กระนั้นกาเซียร์ก็ยังเชื่อด้วยความมั่นใจว่าคําพูดเพียงแค่นั้นหมายถึงว่าเควนทอลยินดีให้เธอพักอยู่ได้แล้วโทนี่อยากรู้นักว่า กาเซียร์ไปทําท่าไหนเข้าเควนทอลจึงได้ยอมเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เื่ที่จะเอาชนะกันได้ง่าย ๆ เลย
เควนทอลถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นก้มลงจับหูกระเป๋าใบที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเกตูลิโอแบกขึ้นจากเรือมาวางไว้บนท่าขึ้นโทนี่จับตามองกล้ามเนื้อบนท่อนแขนอย่างไม่ตั้งใจ จากนั้นเควนทอลก็หันไปทางน้องเขยออกคําสั่งภาษาปอร์ตุเกสว่า
“แล้วคุณล่ะ ดิโอโกลดน้ำหนักตัวเองเสียด้วยลงไปแบกกระเป๋าของแม่นั่นขึ้นมา”
โทนี่เบิกตาโพลงแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลยว่าที่ได้ยินเขาเรียกเธอด้วยสรรพนามเช่นนั้นได้แต่ยืนตะลึงนิ่งงันด้วยความใ ดิโอโก กาเซียร์ ก็ใไม่แพ้กันสีหน้าของเขาตื่น ๆ เมื่อท้วงพี่ภรรยาว่า
“หลุยส์คุณคนนี้พูดภาษาปอร์ตุเกสได้นะ” ถึงแม้เขาจะพูดเสียงเบาแต่โทนี่ก็ยังได้ยิน
“ถ้างั้นก็ขอถอนสรรพนามที่เรียก”เควนทอลพูดห้วน ๆ อย่างไม่เต็มใจเลย “เอาละก็หวังว่าจะเป็...สุภาพสตรีก็แล้วกัน”ไม่มีท่าทีขออภัยในอากัปกิริยาของเขาเลยหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็พูดภาษาอังกฤษ โดยไม่แม้แต่จะมองมาทางโทนี่อีกเช่นกันกระแทกเสียงเยาะ ๆ ใส่กาเซียร์ “เอ้า...ว่าไงล่ะ ดิโอโกมารยาทคุณหายไปไหนหมด เห็นเวลาคอนสแตนเซียถืออะไรนิด ๆ หน่อย ๆคุณก็แทบจะค้อมตัวเข้าไปช่วยแบกให้ทุกที ไปแบกกระเป๋าเสื้อผ้าเขาขึ้นมาสิ”
โทนี่พยายามกล้ำกลืนคําพูดแสบๆ ลงไว้ บอกตัวเองว่าจะต้องไม่ลดตัวเองด้วยการใช้วาจาทํานองนั้น ถ้าหลุยส์ เควนทอล้าจะเรียกเธอนังนั่นในยามนี้รู้สึกว่าเธอจะมีทางปกป้องตัวเองได้น้อยมากแต่ก็มิได้หมายความว่าเธอจะปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปง่าย ๆ เช่นกันเธอจะต้องจัดการกับเขาด้วยวิธีของเธอต่อไป