แสงตะวันนอกหน้าต่างสาดส่องเล็ดลอดเข้ามาในเช้าวันใหม่ ทำให้ป๋ายเคอรีบปลุกภรรยาของเขาให้ตื่น ส่วนตนเองรีบเร่งลุกขึ้นนั่งลงหย่อนขาสวมใส่รองเท้าแล้วรีบไปล้างหน้าล้างตาที่อ่างน้ำ น้ำในยามเช้าช่างเย็นนักทำให้เขาสะดุ้งทุกทีแต่มันก็ช่วยให้เขาตื่นขึ้นอย่างดีได้เช่นกัน เมื่อเห็นว่าภรรยาลุกขึ้นและกำลังสวมใส่รองเท้าเขาก็ไปพลัดเปลี่ยนชุดแล้วนั่งรอภรรยาตนแต่งกายจนเสร็จ ถึงพากันไปเคาะเรียกห้องข้างๆทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับ จึงเปิดประตูเข้าไปแล้วก็พบเพียงข้าวของเขาจึงคาดการณ์ไว้ว่าพวกเด็กๆคงลงไปวิ่งเล่นจับหอยปูปลายามเช้ากัน ป๋ายเคอจึงชวนภรรยาถอดรองเท้าพับขากางเกงแล้วไปเดินเล่นริมชายหาด
คิก คิก ฮ่าๆๆๆ
เสียงหัวเราะสดใสร่าเริงของตัวเ้าเล็กกับหลี่หลิวและป๋ายรุ่ยฉีดึงดูดสายตาของป๋ายเคอและภรรยาได้เป็อย่างดี สองสามีภรรยามองไปเห็นพวกเขาปั้นดินทรายและเขียนอะไรบางอย่างอย่างสนุกสนาน
"น่าจะได้แล้วนะ ไปเร็วมันขึ้นมากันแล้ว"
หลี่หลิวมองไปที่พื้นทรายที่นางตามโรยเกลือไว้ตามรูบนพื้นทราย และตอนนี้มันก็มีแท่งๆโผล่หัวอวบอ้วนขึ้นมาโชว์ตัวเต็มไปหมด ทั้งสามคนช่วยกันดึงพวกมันขึ้นมาอย่างสนุกสนานและแข่งขันกันว่าใครเก็บได้มากที่สุด
หอยหลอดมากกว่าร้อยตัวพากันโผล่หน้าออกมาดูว่าใครกันที่เอาของมาใส่จนพวกมันต้องรีบออกจากรูจนแทบไม่ทัน พวกมันโผล่ตัวอวบอ้วนขึ้นมาเหนือพื้นทรายประมาณหนึ่งนิ้วยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสามเก็บกันอย่างมันมือ เมื่อเก็บหมดนางกับสองหนุ่มก็พากันเอาเกลือไปหยอดตามรูต่างๆทิ้งไว้เยอะกว่าตอนแรกหลายเท่า แล้วชวนกันไปหาปลาหมึกเผื่อว่ามันจะโดนคลื่นทะเลซัดเข้าฝั่งมาในยามค่ำคืนแล้วกลับลงไปทะเลไม่ทันจึงแอบซ่อนอยู่ตามโขดหินแนวชายฝั่งที่มีน้ำขังอยู่ไม่น้อย
"ใช่เ้าตัวนี้หรือไม่"
ป่ายรุ่ยฉีมองดูตัวประหลาด ที่มีขายั้วเยี้ยหัวกลมๆสีน้ำตาลเข้มมีจุดเล็กๆอยู่ตามตัวตามที่แม่นางน้อยได้บอกไว้
"ไหน ให้ข้าดูด้วย"
หลี่เฉินที่เปียกน้ำไปครึ่งตัวแล้ววิ่งตุ๊บป่องตัดหน้าหลี่หลิวไป ดูท่าการพาเ้าเล็กมาเล่นน้ำทะเลก่อนกลับบ้านคงทำให้เขามีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว
"เ้าอย่างวิ่งเร็วนักด้านหน้ามีโขดหินระวังจะรื่นเข้าให้"
หลี่หลิวเดินเร็วๆตามน้องชายไปและร้องบอกให้เขาระมัดระวัง
"โอ้โห พี่รองมันมีตาและพ่นอะไรดำๆออกมาได้ด้วยล่ะ"
เ้าเล็กที่จับหมึกสายยกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว หันไปโชว์ผลงานให้พี่รองแล้วยิ้มแป้น
"ดูเสื้อเ้าก่อนไหมฮ่าๆ"
หลี่หลิวเห็นหน้าน้องชายที่เปื้อนหมึกสีดำน้อยๆแต่เสื้อของเขากลับดำเป็รอยกระจายเกือบครึ่งตัว
"แล้วเ้านี่กินได้ไหมพี่รอง"
เ้าเล็กยังยิ้มร่าและในมือของเขามีขาของหมึกเลื้อยไปมาจนเขาจักจี้และขนลุกซู่
"ใช่ๆ เ้ากินมันได้ แต่เอามันใส่ถังอีกใบก่อนแล้วเติมน้ำลงไปด้วยเล็กน้อยมันจะได้ไม่ตายเร็วจนเกินไป"
เมื่อป่ายรุ่ยฉีได้ยินว่าใช่สิ่งที่นาง้า เขาจึงเอาถังไม้ตะแคงลงเพื่อตักน้ำจากบ่อน้ำข้างโขดหินใส่ลงไปเล็กน้อยแล้ววางถังลงก่อนที่จะไปจับเอาตัวลื่นๆออกจากหลี่เฉิน เมื่อปลาหมึกใมันจึงเกาะหนึบที่มือน้อยๆของหลี่เฉินจนแกะแทบไม่ออก หลี่เฉินเริ่มกลัวจนน้ำตาคลอในตอนที่ป๋ายรุ่ยฉีพยายามดึงมันออกเขารู้สึกเจ็บจึงร้องทักท้วงออกมา หลี่หลิวหัวเราะชอบใจแล้วมองพวกเขาดึงเ้าหมึกตัวปัญหาอยู่พักนึงแล้วจึงบอกว่าหมึกพวกนี้มันมีตัวดูดเล็กคอยเกาะอยู่ ดังนั้นรอให้มันคลายตัวแล้วค่อยเอาใส่ถังไม้ พอพวกเขาหยุดดึงปลาหมึกสายก็เริ่มขยับและคลายตัวก่อนจะล่วงลงถังไม้ที่มีน้ำเล็กน้อยดังจ๋อมเบาๆ หลี่เฉินนั่งเกาะถังไม้มองมันที่หลุดลงถังอย่างสงสัยที่แท้ตามขายาวๆของมันมีตัวดูดเยอะถึงเพียงนี้ หมึกสายกับหลี่เฉินจ้องตากันอยู่สักครู่ก่อนมันจะมุดหัวลงไปหลบในน้ำ
"เจอแล้วๆ"
ป๋ายรุ่ยฉีจับหัวกลมของมันแล้วรีบวิ่งเอามาใส่ถังน้ำที่มีหลี่เฉินนั่งมองพิจารณาหมึกสายอยู่
"ว้าวว มันตัวใหญ่กว่าที่ข้าเจอเยอะเลย"
เ้าเล็กเห็นมึกตัวใหญ่กว่าของตนจึงร้องทักออกมา หากเมื่อครู่เ้าตัวนี้ดูดเอาคงเจ็บไม่น้อยเลยทีเดียว ยังดีที่เจอตัวเล็กๆก่อน
ป๋ายรุ่ยฉีสลัดมันลงถังไม้อย่างง่ายดายแล้วยิ้มอย่างพอใจก่อนจะรีบไปหาต่อ หลี่เฉินเห็นลุงป๋ายและภรรยาเดินมาจึงเดินไปขอให้พวกท่านช่วยเก็บหอยหลอดที่หยอดเกลือให้ พร้อมทั้งบอกวิธีเก็บว่าต้องรีบดึงให้เร็วก่อนจะวิ่งกลับไปที่โขดหินน้อยใหญ่แล้วหาปลาหมึกต่อ
หลี่หลิวใช้โอกาสนี้ตักน้ำทะเลเข้าตรงหลุมที่เหมือนอ่างน้ำในมิติจนเต็มแล้วแอบเอาปลาหมึกกุ้งและหอยปูที่พึ่งเก็บมาได้ใส่ลงไปในบ่อนั้น มันมีขนาดกว้างได้สามวาแต่ลึกแค่สองคืบเองเท่านั้นส่วนปูหอยก่อนหน้านั้นมันยังคงแข็งแรงดีนางจึงใส่ลงไปรวมกัน
"ต่อไปพวกเ้าก็อยู่ที่นี่นะ"
หลี่หลิวนั่งย่อตัวลงคุยกับสัตว์น้ำนับกว่าสิบชีวิตแล้วออกไปล่าปูอลาสก้ามันใส่เพิ่มอีก จนตอนมีปูอลาสก้าอยู่สิบตัว ปลาหมึกมากกว่าสิบตัว หอยเป๋าฮื้อมากกว่าสามสิบและกุ้งัทั้งตัวเล็กใหญ่อีกสิบกว่าตัว พอหันไปดูโขดหินนางก็คิดแล้วว่ามันวางไม่ถูกตำแหน่งหากย้ายมันมาวางใกล้น้ำทะเลบ่อนี้คงจะดีไม่น้อย พอนางคิดเท่านั้นแหละโขดหินสี่ห้าอันก็ย้ายมาวางเรียงรายกันจนนางต้องอุทานออกมา
"มารดาเถอะ ข้าขนแตงโมและผักตั้งมากมายไปกองรวมกัน แถมยังต้องกลิ้งตุ่มน้ำขนาดใหญ่นั่นมาตั้งไว้ข้างบ่อน้ำในมิติอีก ทำไมข้าไม่คิดได้เร็วกว่านี้นะ"
นางโวยวายในมิติอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคิดว่าบ่อน้ำทะเลนี้มีขนาดความยาวมากกว่ายี่สิบเมตรและกว้างห้าสิบเมตรลึกประมาณหัวเข่า พอนางคิดจัดสรรเสร็จบ่อนี้ก็กว้างขึ้นมาแต่น้ำในบ่อยังเท่าเดิมนางจึงต้องออกไปนอกมิติและคอยดึงน้ำในทะเลมาเติมจนเต็ม
"ตอนนี้ข้าไม่จำเป็ต้องเข้าออกมันบ่อยๆอีกแล้วแค่จับของที่้าแล้วก็ส่งมันเข้าไปในที่ๆ้าได้เลย ช่างเป็อะไรที่ดีเช่นนี้นะ"
"เ้ามาทำอันใดอยู่ริมทะเลเดี๋ยวก็เปียกหมดหรอกไหนเ้าว่าไม่อยากตัวเปียกไงเล่า"
ป๋ายรุ่ยฉีไม่เห็นแม่นางน้อยที่โขดหินพอหันมาเจออีกทีนางก็ยืนแล้วก้มลงเอามือแตะที่คลื่นน้ำทะเลเขาจึงเดินไปหานาง
"ตอนนี้ข้าอยากเล่นแล้ว"
นางหัวเราะกลบเกลื่อนอย่างเคอะเขิน ก่อนจะรีบวิดน้ำใส่ป๋ายรุ่ยฉีจนเขาเสื้อเปียกแล้วเกิดาวิดน้ำทะเลใส่กัน หลีเฉินเห็นพวกพี่ๆเล่นสนุกจึงรีบวิ่งไปแจ่มอย่างสนุกสนาน ป๋ายเคอเห็นบุตรชายที่ยิ้มยากและคงความสงบเสงี่ยมไว้อย่างดีทว่ามาบัดนี้เขากลับมีใบหน้าเปื้อนยิ้มแถมยังฉีกยิ้มกว้าง และวิ่งเล่นหัวเราะอย่างสนุกสนาน สองสามีมองหน้ากันจนน้ำตาซึมพวกเขาไม่ได้เห็นบุตรชายมีความสุขเช่นนี้มานานมากแล้ว พวกเขามองเด็กๆเล่นน้ำและคุกเข่าเก็บหอยหลอดที่ผลุบๆโผล่ๆด้วยใบหน้าดีใจ ช่างเป็โอกาสที่ดีจริงๆที่ได้มาในคราวนี้ ทั้งบรรยากาศและรอยยิ้มเสียงหัวเราะที่อบอุ่นสดใสมันจะเป็ภาพความทรงจำที่งดงามสำหรับพวกเขาตลอดไป
"พอแล้วๆข้าเริ่มหนาวเ้าค่ะ"
หลี่หลิวที่เปียกโชกทั้งตัวร้องประท้วงเพราะหากเล่นนานในอากาศที่เริ่มเย็นเช่นนี้อาจจะเป็ไข้ได้ พวกหอยกุ้งปูก็ได้มาครบแถมยังยกน้ำทะเลโขดหินดินทรายเข้าไปก็มากพอแล้ว นางจึงประกาศหยุดาริมน้ำลง
"คิกๆ พี่รองๆครั้งหน้าเรามากับพี่ป๋ายรุ่ยฉีอีกนะขอรับ ข้าชอบที่นี่มากเลย ข้ายังอยากจับหมึกกับหอยหลอดพวกนั้นอีกขอรับ"
หลี่เฉินใช้มือขาวอวบของเขาออดอ้อนออเซาะจนพี่รองต้องตกปากรับคำ แล้วมองไปที่ป๋ายรุ่ยฉีอย่างคาดหวัง
"เ้าตัวแสบ เ้าไม่ต้องไปมองพี่ป๋ายรุ่ยฉีเช่นนั้นเลย หากคราวหน้าเรามาพี่ป๋ายของเ้าก็ต้องมานำทางให้พวกเราอยู่ดี ใช่ไหมเ้าคะ"
หลี่หลิวหันมาฉีกยิ้มให้ป๋ายรุ่ยฉีอย่างคาดหวัง ครั้งหน้าข้าต้องมาหาของไปขายอีกหวังว่าเขาจะเต็มใจมาเป็เพื่อนข้ากับน้องชายนะ
"ข้าย่อมยินดีอยู่แล้ว ขอแค่พวกเ้าเอ่ยปากข้าจะพาพวกเ้ามาอีกอย่างแน่นอน"
"เย้!! ครั้งหน้าค่อยเจอกันใหม่นะทะเล ลาก่อนนะ"
เ้าเล็กะโโลดเต้นอย่างยินดีจนน้ำข้างๆกระเด็นใส่หลี่หลิวและป๋ายรุ่ยฉีไปด้วย สองสามีมองหน้ากันเมื่อเห็นภาพนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นจากการเก็บหอยหลอดและเดินไปถือถังไม้ที่มีปลาประหลาดขายาวยัวเยียพันกันด้วยความใ
"อุ้ย!! ท่านพี่ตัวอะไรน่าเกลียดน่ากลัวข้าขนลุกไปหมดแล้วเ้าค่ะ"
ป๋ายฮ่าวเยว่มองไปที่ถังใหญ่ที่มีหมึกสายนับสิบๆตัวและหอยเป๋าฮื้อที่มากจนตาลาย
"เ้าพูดเช่นนี้ หากนางทำอาหารที่แสนโอชามาเ้าอาจเป็คนแรกที่อยากจะลิ้มลองมันก็เป็ได้"
ป๋ายเค่อถือถังปลาหมึกขนาดใหญ่และถังหอยหลอด แล้วพูดกับภรรยาที่ถือถังหอยหลอดจนแทบล้นยิ้มกริ่มใส่ภรรยาด้วยความรักใคร่
"หึ! ก็ใครบอกให้ดรุณีน้อยผู้นั้นทำอะไรก็อร่อยไปเสียทุกสิ่งอย่างเล่า"
นางแปะปากแล้วกลับมายิ้มพร้อมหัวเราะต่อกระชิบกับสามี จนแทบกล่าวได้ว่าเหมือนพวกเขามาฮันนีมูนกันยังไงยังงั้น
"เราไปอาบน้ำอาบท่าแล้วกินอาหารเช้ากันเถอะ ไม่ใช่ว่าชาวบ้านกลุ่มนั้นจะมารอแล้วหรอกนะ"
ป๋ายรุ่ยฉีเอ่ยปากก่อนจะอุ้มเอาหลี่เฉินและจับมือถือแขนหลี่หลิวอย่างสนิทสนมแล้วเดินไปหาผู้เป็พ่อ ฉากนี้ทำให้ใครที่พบเห็นต่างยิ้มอย่างมีความสุขแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องระยิบระยับตามท้องทะเล เมฆสีส้มอ่อนท้องฟ้ากระจ่างใสยิ่งทำให้ภาพที่เห็นดูอบอุ่นยิ่งขึ้น ถึงจะหนาวมากแต่พวกเขาก็สนุกมากเช่นกัน พวกเขารีบกลับห้องพักแล้วไปล้างเนื้อตัว หลี่หลิวให้หลี่เฉินอาบน้ำก่อนโดยมีป๋ายรุ่ยฉีคอยอาบให้ น้ำอุ่นที่ทางโรงเตี๊ยมตักใส่ถังมาเทใส่อ่างไว้ให้ช่างน่านอนแช่เสียจริงๆ
"หลี่หลิวเ้ามาอาบห้องป้าก่อนเถอะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา เอาชุดไปเปลี่ยนด้วย เดี่ยวลุงกับป้าจะมารออยู่ห้องนี้อาบเสร็จแล้วค่อยมานะ ไม่ต้องรีบๆ"
ป๋ายฮ่าวเยว่เดินมาเคาะประตูก่อนจะเปิดแล้วเอ่ยปากบอกนาง พอเห็นนางรีบหยิบเสื้อผ้าจึงทักนางด้วยกลัวว่านางจะหกล้มเอา นางจึงหันหน้าน้อยๆมาก้มหัวให้แทนคำคำขอบคุณที่ติเตือน แล้วเดินไปที่ห้องข้างๆอย่างระมัดระวัง
"ดูนางสิ ยังเด็กอยู่แท้ๆมีสัมมาคารวะดีจริงๆ"
"พี่สาวข้าเก่งที่สุดเลยล่ะขอรับ"
เสียงน้อยน้อยดังออกมาจากห้องอาบน้ำที่มีฉากกั้นไว้อยู่ ทำให้ป๋ายเคอหัวร่ออย่างพอใจ ช่างเป็เด็กที่รักพี่สาวมากเสียจริง
"ใช่ๆพี่สาวเ้าเก่งที่สุด"
ป๋ายเคอยิ้มแย้มแบบนี้มาแต่เช้าจนเขาอยากหยุดจะเวลาไว้ส่ะทีนี่ ไม่อยากกลับไปเหนื่อยกับการงานอีกเลย เวลาแห่งความสุขนั้นสั้นนัก มันช่างเป็ความจริงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
หลี่หลิวถอดเสื้อผ้ากองไว้ก่อนจะล้างตัวแล้วลงไปแช่อ่างน้ำ พอนึกได้ว่าท่านลุงป๋ายกับภรรยายังไม่ได้ล้างเนื้อตัวนางจึงรีบออกจากอ่างน้ำอย่างน่าเสียดาย
แอดดดด
เสียงประตูเปิดออกหลี่หลิวยิ้มหวานก่อนจะเดินเข้าห้องพักของตนแล้วบอกว่านางอาบเสร็จแล้ว พร้อมบอกสองสามีภรรยาให้ไปล้างเนื้อตัว
"งั้นป้าไปล้างเนื้อตัวก่อนนะ"
ป๋ายฮ่าวเยว่ลุกขึ้นและเรียกสามีทางสายตาให้ตามนางไป
"เอาล่ะเสื้อผ้าชุดนี้กลับไปค่อยซักก็แล้วกัน"
นางเอาเสื้อผ้าที่เปียกใส่ตระกร้าขนาดเล็กที่นำมาด้วย
"ท่านพี่ข้าอาบเสร็จแล้ว"
เ้าตัวเล็กวิ่งล่อนจ้อนออกมาจากห้องอาบน้ำที่มีฉากกั้นไว้
"น้องเล็กเ้าอาบเสร็จแล้วรึ มาๆพี่รองจะเช็ดตัวให้เ้า"
หลี่หลิวเช็ดตัวให้เ้าเล็กจนแห้งสนิทแล้วสวมใส่เสื้อผ้าให้เขา พอมองไปที่ฉากกั้นที่ยังคงเงียบกริบจึงเข้าใจว่าป๋ายรุ่ยฉีอาบน้ำท่าพร้อมน้องเล็กแต่ไม่ได้เอาชุดไปเปลี่ยนด้วย นางจึงชวนน้องเล็กลงไปสั่งอาหารรอที่ชั้นล่าง
"ไปกันเถอะ เราไปสั่งอาหารรอด้านล่างกัน"
"ขอรับ พี่ป๋ายข้าไปรอด้านล่างนะขอรับ"
"ได้เดี๋ยวข้าตามลงไป"
พอหลี่เฉินเอ่ยคำ ก็ได้ยินเสียงตอบรับกลับมาจากฉากกั้นทันที
หลี่หลิวยิ้มมุมปากไม่คิดว่าเขาจะเขินอายนางได้ถึงเพียงนี้ ชายหนุ่มยุคนี้ถือว่าเป็คนที่ถือเนื้อตัวรักษาพรหมจรรย์ได้เป็อย่างดีและมีความอดทนสูง ในขณะที่นางเช็ดเนื้อตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องชายจนเสร็จ เขายังคงอดทนรอด้วยความใจเย็นมันช่างหาได้ยากนักในยุคสมัยที่นางเคยอาศัยอยู่ และคงมีแค่กลุ่มคนส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เป็เช่นนี้
เมื่อประตูห้องปิดลงและเสียงเท้าก้าวออกห่างไปไกลแล้ว ป๋ายรุ่ยฉีรีบเดินออกจากฉากกั้นแล้วไปลงกรประตู ก่อนที่จะรีบหาเสื้อผ้าเพื่อเตรียมมารอไว้ใส่ก่อนจะรีบเช็ดเนื้อตัวจนแห้ง
"อากาศเย็นเช่นนี้ดีที่แม่นางน้อยพาน้องชายนางลงไปก่อน มิเช่นนั้นข้าคงต้องนั่งแช่น้ำในอ่างจนตัวซีดเป็แน่"
ป๋ายรุ่ยฉีแต่งกายจนเสร็จแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาไม่เคยที่จะต้องเร่งรีบแต่งตัวเช่นนี้มาก่อนเลยเขาได้แต่หัวเราะให้กับตัวเองที่ซุ่มซ่าม หากเขานำเสื้อผ้าไปวางไว้ข้างอ่างก่อนค่อยอาบน้ำคงจะไม่เป็เช่นนี้
หลี่หลิวสั่งอาหารเช้ารอสี่ห้าอย่างจากเสี่ยวเอ้อ แล้วจิบชานั่งรอก่อนที่หนานจ้านจะพาบุตรทั้งสี่มาที่โรงเตี๊ยมหลังจากกินหมั่นโถวคนล่ะลูกแล้ว
"พวกท่านมาเร็วไปหน่อย ท่านลุงป๋ายกับท่านป้ายังเตรียมตัวไม่เสร็จเลย"
"ไม่เป็ไรๆ พวกข้ารอได้ขอรับ"
หนานจ้านตอบด้วบรอยยิ้ม ถึงพวกเขาจะผิวสีแทนการแต่งกายดูโทรมๆแต่ถือว่ามารยาทดีเลยทีเดียว
หลี่หลิวเรียกเสี่ยวเอ้อและสั่งอาหารอีกสามอย่างพร้อมข้าวสวยให้พ่อลูกได้กิน ถึงหนานนจ้านจะบอกว่าไม่เป็ไรเพราะพวกเขากินมาแล้ว แต่หลี่หลิวบอกว่าเดินทางไกลปากท้องต้องอิ่ม เขาจึงรับอาหารมื้อนี้ไว้แล้วกินกับความครอบครัวจนน้ำตาซึม นานแค่ไหนแล้วที่พวกเขาไม่ได้รับการปฎิบัติที่เท่าเทียมเช่นนี้ อาจบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่าไม่เคยมีนายจ้างที่ใจดีเช่นนี้มาก่อนเลยก็ว่าได้ ห้าพ่อลูกกินจนอิ่มท้องจนเลอเสียงดังหลี่เฉินหัวเราะแล้วบอกว่า
"นั่นไงเล่า เห็นไหมขอรับ คนอื่นกินอิ่มก็เลอเช่นกันเหมือนกับข้าเลย ทีนี้เวลาข้ากินอิ่มพี่รองต้องไม่ทักข้าแล้วนะขอรับ"
เ้าเล็กหัวเราะเสียงสดใส แล้วคีบเนื้อปลาให้พี่ป๋ายของเขาอย่างสนิทสนม ใครที่ไม่รู้ต่างก็คิดว่าพวกเขาเป็ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น เพราะพวกเขาดูเอาใจใส่บุตรสาวและบุตรชายเป็อย่างดี
"เ้าก็กินให้มากเวลาเดินทางจะได้ไม่บ่นหิว"
หลี่หลิวคีบเนื้อและผักให้น้องเล็กแล้วยิ้มบางๆ น้องชายที่นางบำรุงมาอย่างดีตอนนี้มีเนื้อหนังที่สมบูรณ์ใครเห็นก็ต้องเหลียวหลังกลับมามอง ด้วยความหล่อเหลาเอาการั้แ่ยังเล็กทั้งใบหน้านี้ ตานี้ จมูกนี้ทุกอย่างช่างลงตัวกันได้อย่างเหมาะเจาะ หากเขาโตขึ้นข้าคาดว่าคงมีสาวน้อยสาวใหญ่มาทอดสะพานให้อีกมากเป็แน่
เมื่อหลี่หลิวกินมื้อเช้าจนอิ่มหน่ำนางก็นำพาตัวเล็กๆที่สวมเสื้อผ้าตัวเก่าสีซีดคลุมด้วยผ้าคลุมตัวใหม่สีฟ้าอ่อนเดินไปจ่ายค่าอาหารและค่าที่พัก จากนั้นนางก็เอ่ยปากบอกว่าจะไปดูม้าของนางเสียหน่อยแล้วปล่อยให้พวกเขากินต่อไป
"อาหารที่โปรดปรานของพวกเ้ามาแล้ว"
หลี่หลิวที่สามารถเสกของออกมากลางอากาศได้ยื่นหัวผักกาดให้ม้าทั้งสองของนางก่อนจะดึงน้ำออกมาเติมใส่ถังน้ำของพวกมัน น้ำสายหนึ่งไม่รู้ว่าไหลมาจากไหนแต่มันโผล่ออกมากลางอากาศและเติมถังน้ำดื่มของม้าจนเต็ม หลี่หลิวคลี่ยิ้มหากนางทำแบบนี้ั้แ่แรกนางคงไม่ต้องยกเทน้ำให้เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ใบหน้าน้อยๆของนางแสดงความเ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่รู้ตัว น้ำจากบ่อในมิติทะยานขึ้นเหนือฟ้าและโปรยปรายลงที่แปลงผักและพืชผลของนางมีบางส่วนที่ล่วงหล่นไปโดนน้ำทะเลบ้างจึงทำให้พวกสัตว์ทะเลดี๊ด๋ากันอย่างพอใจ สาหร่ายทะเลที่ว่าตัดออกมาแล้ววางกองไว้ส่วนหนึ่งแผ่รากฝังดินลงไปและค่อยๆขยายพันธ์อย่างช้าๆ พวกหอยที่เกาะอยู่โขดหินพากันอ้าปากกว้างเพื่อรับสายฝนที่ไหลหลั่งลงมาอยู่ครู่หนึ่ง หลี่หลิวเห็นว่าด้านในมิติแปลงผักของนางถูกรดจนชุ่มดีแล้วจึงดึงน้ำในบ่อกลับไปตามเดิม และไม่ได้สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของสัตว์ทะเลของนางเลยแม้แต่นิด