ฉู่หลินเฟิงรวบรวมความกล้าบอกความคิดนี้ให้หลินเยี่ยนและเจียงซินฟัง
[ศิษย์พี่ห้าเป็อัจฉริยะล่ะ! เอาตามนี้เลย!]
เจียงซินตื่นเต้นเป็อย่างมาก นางชูมือขึ้นสูงเพื่อแสดงความเห็นด้วย ฉู่หลินเฟิงจึงยื่นมือไปแตะประสานฝ่ามือกับนางด้วยความดีอกดีใจ "ศิษย์พี่รองท่านดูสิ แม้แต่ศิษย์น้องเล็กยังสนับสนุนข้าขนาดนี้ ต้องไม่มีปัญหาแน่นอน!"
หลินเยี่ยน "การมอบตัวจะช่วยลดโทษ แต่ไม่มีเงินรางวัลให้"
เื่นี้ทำอะไรฉู่หลินเฟิงไม่ได้ "ถ้าอย่างนั้นข้าจะแกล้งทำเป็ถูกท่านจับได้ แล้วท่านก็ส่งตัวข้าให้ทางการ แบบนี้ท่านก็จะได้รับเงินรางวัล แล้วพวกเราค่อยนำมาแบ่งกัน"
วันนี้ศิษย์น้องห้าดูจะหัวดีเป็พิเศษ
หลินเยี่ยนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะหาคำพูดมาโต้ตอบได้ "ทางการไม่ได้ประกาศรางวัลตลอดเวลา หากผู้กระทำผิดซ้ำถูกจับได้ โทษสูงสุดอาจถึงขั้นปะาชีวิต"
ฉู่หลินเฟิงรีบเปลี่ยนท่าทีเป็เด็กดีทันที "ถ้าอย่างนั้นข้าจะเลิกทำก่อนที่จะถูกตัดสินปะาชีวิตขอรับ"
หลินเยี่ยน "เ้าอาจจะถูกผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นตีจนตายในระหว่างการไล่ล่า ก่อนที่จะถูกจับตัวได้เสียอีก คนที่จ้องมองใบประกาศรางวัลไม่ได้มีแค่ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นทองคำเท่านั้น ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขติญญาก่อกำเนิด หรือแม้แต่ขอบเขตแปลงเทพจำนวนไม่น้อยก็หาเงินด้วยวิธีนี้"
ความฮึกเหิมที่อยากจะลองเสี่ยงของฉู่หลินเฟิงมอดดับลงทันที เมื่อถูกกดดันด้วยระดับพลังของผู้ล่าเงินรางวัลระดับสูงเ่าั้
เขากลับไปเฝ้าทางบ้านเพื่อเร่งให้จ่ายเงินประกันอุบัติเหตุจะดีกว่า เจียงซินไม่ได้กลัวผู้ล่าเงินรางวัลระดับสูงเหล่านี้ แต่นางกลัวศิษย์พี่ห้าจะถูกลูกหลง จึงจำต้องยอมทิ้งเคล็ดลับการรวยทางลัดที่ทำรายได้วันละล้านด้วยความปวดใจ นางสูดน้ำมูกแล้วถอนหายใจยาว
[ขาดทุนยับเยินเลย]
"ศิษย์น้องเล็ก สิ่งนี้ให้เ้า" หลินเยี่ยนหยิบถุงศิลาิญญาออกมาแล้ววางลงในอ้อมอกของนาง
เจียงซินกวาดสายตามองด้วยความสงสัย และพบว่าข้างในมีศิลาิญญาระดับสูงหนึ่งหมื่นสองพันก้อนพอดีพอดี
[ศิษย์พี่รองให้สิ่งนี้กับข้าทำไมกัน?]
เ้าตัวเล็กเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ นางเอียงคอจ้องมองหลินเยี่ยนด้วยความฉงน หลินเยี่ยนจึงยิ้มให้นางและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แบบนี้รวมกันแล้วก็ยังเป็ศิลาิญญาระดับสูงแปดหมื่นก้อน ไม่มีใครหักค่าธรรมเนียม อย่าเสียใจไปเลยนะ"
ขอบตาของเจียงซินพลันร้อนผ่าว
[ศิษย์พี่รองใจดีที่สุดเลย แต่ข้ารับสิ่งนี้ไว้ไม่ได้ ศิษย์พี่รอง คืนท่านเ้าค่ะ]
เจียงซินพยายามดันถุงศิลาิญญาที่หลินเยี่ยนเพิ่งส่งให้กลับคืนไป
[ค่าธรรมเนียมไม่ใช่ศิษย์พี่รองเป็คนหัก จะให้ศิษย์พี่รองมาเติมให้ได้อย่างไรกัน? วันหน้าข้าจะหาศิลาิญญาได้อีกเยอะแยะ ไม่ขาดแคลนแค่หนึ่งหมื่นสองพันก้อนนี้หรอก!]
อารมณ์ของเจียงซินมาเร็วและไปเร็วเช่นกัน นางชูศิลาิญญาขึ้นหนึ่งก้อน วางลงบนมือของหลินเยี่ยน จากนั้นหยิบก้อนที่สอง วางลงบนมือของฉู่หลินเฟิง ในใจยังคงพึมพำไม่หยุด
[ศิษย์พี่รองหนึ่งก้อน ศิษย์พี่ห้าหนึ่งก้อน ข้าหนึ่งก้อน]
ศิลาิญญาระดับสูงเก้าก้อนจากสิบก้อนถูกนางแบ่งออกไป จนสุดท้ายเมื่อเห็นว่าเหลืออีกหนึ่งก้อน เจียงซินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วปล่อยซิวโก่วออกมาจากฝ่ามือ
[ซิวโก่วก็มีความดีความชอบ ก้อนนี้ให้มัน]
นางโยนศิลาิญญาออกไปด้วยมือน้อย ๆ ซิวโก่วแม้จะไม่อยากทำแต่ก็ะโขึ้นรับศิลาิญญาได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้า แล้วคาบมาวางไว้ในฝ่ามือของเจียงซิน เจียงซินจึงหัวเราะคิกคัก
[เด็กดี สิ่งนี้ให้เ้านะ]
นางโยนศิลาิญญาไปที่คอของซิวโก่ว บนร่างที่เลือนรางของซิวโก่วปรากฏกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมา กลายเป็ถุงย่ามใบเล็ก ๆ ศิลาิญญาตกลงไปในย่ามอย่างแม่นยำ ย่ามแขวนอยู่อย่างมั่นคงบนคอของซิวโก่ว ซิวโก่วชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อตระหนักได้ว่าศิลาิญญาก้อนนี้เป็ของมัน
มันรู้สึกปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูก
เมื่อเห็นมือน้อย ๆ อวบ ๆ ของเจียงซินยื่นออกมา ซิวโก่วก็รีบยื่นหัวเข้าไปหาแต่โดยดี ยอมให้เจียงซินลูบหัวสองสามทีอย่างว่าง่าย ศิลาิญญาในย่ามส่องแสงระยิบระยับ ทำให้ซิวโก่วรู้สึกเขินอายพิกล
เ้านายสุนัขใจกว้างขนาดนี้ ต่อไปมันจะแอบคิดเื่ฆ่านางได้อย่างไรกัน?
ซิวโก่วที่จู่ ๆ ก็ร่ำรวยขึ้นมาตกอยู่ในความสับสนอย่างหนัก มันมุดกลับเข้าไปในฝ่ามือของเจียงซิน พร้อมกับส่ายหางไปมาอย่างกระวนกระวาย
เจียงซินเริ่มแบ่งศิลาิญญาระดับสูงหกหมื่นแปดพันก้อนในถุง เดิมทีส่วนนี้ควรจะมีส่วนของซิวโก่วด้วย แต่ซิวโก่วรีบหนีไปเร็วเกินไป เจียงซินจึงคิดว่ามันเห็นศิลาิญญาเป็เพียงเศษดิน จึงไม่กล้านำ เศษดิน ไปให้ซิวโก่วจนดูเป็การดูิ่อีก
[ในโลกนี้มีซิวโก่วที่ไม่ชอบศิลาิญญาเลยจริง ๆ หรือนี่? ซิวโก่วต้องอยากเก็บศิลาิญญาไว้ให้ข้าแน่ ๆ ช่างแสนดีเหลือเกิน]
ยิ่งคิดเจียงซินก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเก็บสมบัติล้ำค่าได้ ส่วนหลินเยี่ยนและฉู่หลินเฟิง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่านางเก็บผีมาเลี้ยงชัด ๆ
เ้าหมาโง่นั่นเห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดคิดว่าจะมีศิลาิญญาแบ่งให้มันต่อ ใคร ๆ ก็ดูออกว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้มีความคิดทรยศอย่างเห็นได้ชัด ที่ยังอยู่ได้ก็เพราะถูกพลังของเจียงซินกดเอาไว้ มีเพียงเด็กคนนี้เท่านั้นที่ดูไม่ออก และยังจมอยู่ในความสุข อีกอย่าง ซิวโก่วอย่างไรเสียก็เป็สัตว์ประหลาดจากแดนิญญาปีศาจ วิธีการบำเพ็ญเพียรแตกต่างจากผู้บำเพ็ญทั่วไป ไม่รู้ว่าศิลาิญญาจะมีประโยชน์กับมันหรือไม่
เจียงซินไม่ได้คิดเื่เหล่านี้ นางฮัมเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุข พร้อมกับแบ่งศิลาิญญาให้ศิษย์พี่ทั้งสอง
[ศิษย์พี่รองหนึ่งก้อน ศิษย์พี่ห้าหนึ่งก้อน ข้าหนึ่งก้อน ศิษย์พี่รองหนึ่งก้อน ศิษย์พี่ห้าหนึ่งก้อน ข้าหนึ่งก้อน]
นางนับทีละก้อน แบ่งทีละก้อน จนหลินเยี่ยนต้องเอามือกุมขมับ ในถุงนี้มีศิลาิญญาระดับสูงทั้งหมดหกหมื่นแปดพันก้อน หากแบ่งตามวิธีของศิษย์น้องเล็กคงต้องแบ่งกันไปจนถึงปีหน้าเป็แน่?
"ศิษย์น้องเล็ก ให้ข้าจัดการเถิด" หลินเยี่ยนหยิบถุงศิลาิญญาเปล่าออกมาสองใบ แล้วแบ่งศิลาิญญาออกเป็สามส่วนเท่า ๆ กัน
เจียงซินเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
[ว้าว ศิษย์พี่รองเก่งจัง ทำแบบนี้ก็ได้ด้วยหรือนี่?]
หลินเยี่ยนรู้สึกว่าการที่นางไม่รู้ว่าทำแบบนี้ได้ต่างหากที่น่าแปลก ศิษย์น้องเล็กดูเหมือนจะแตกต่างจากคนทั่วไป แต่ในบางด้านนางก็ไม่ต่างจากเด็กคนอื่น ๆ เลย หลินเยี่ยนจดจำจุดนี้ไว้ เพื่อเตือนตัวเองว่าห้ามปฏิบัติกับนางเหมือนผู้ใหญ่ เพียงเพราะเขาสามารถได้ยินเสียงในใจของเจียงซินได้
...
หลังจากเที่ยวเล่นในเมืองหลวงชิวเย่ได้ไม่กี่วัน ก็ถึงวันที่องค์หญิงน้อยจะจัดงานเลี้ยงฉลองครบหนึ่งเดือน ทั้งสองฝ่ายนัดหมายกันว่าจะพบกันที่หน้าพระราชวัง แต่เมื่อเลยเวลานัดหมาย ผู้าุโใหญ่ก็ยังไม่ปรากฏตัว หลินเยี่ยนไม่สามารถติดต่อผู้าุโใหญ่ได้ จึงเริ่มรู้สึกกังวล
"ข้าลองถามศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักของผู้าุโใหญ่แล้ว พวกเขาบอกว่าผู้าุโใหญ่ออกเดินทางไปั้แ่เช้า ปกติแล้วควรจะถึงตั้งนานแล้ว"
ฉู่หลินเฟิงถือหยกสื่อสารด้วยความสงสัย เขากลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางผ่านวิถีเมฆาจาก...สำนักเทียนสุ่ยมายังเมืองหลวงชิวเย่ จึงไปสอบถามที่จุดรับส่งผู้เดินทาง เส้นทางเมฆาปลอดภัยดี ผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนที่ออกเดินทางทีหลังผู้าุโใหญ่ต่างก็มาถึงกันหมดแล้ว แต่กลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้าุโใหญ่
เมื่อเห็นว่างานเลี้ยงใกล้จะเริ่ม ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองยิ่งร้อนใจ ทั้งกังวลว่าผู้าุโใหญ่จะประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง และกังวลว่าการไปร่วมงานสายจะดูเป็การเสียมารยาท แขกที่ทยอยเข้าสู่พระราชวังเริ่มบางตาลง หลินเยี่ยนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะหยิบกระดองเต่าออกมา
ผู้าุโใหญ่อยู่ในขอบเขตผสานกายา ด้วยพลังบำเพ็ญเพียงขอบเขตแก่นทองคำการจะคำนวณโชคชะตาของผู้บำเพ็ญขอบเขตผสานกายานั้นเป็เื่ยากยิ่ง แต่ในสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ มีเพียงต้องลองเสี่ยงดู
หลินเยี่ยนเริ่มทำนายอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้าก็ได้ผลลัพธ์ สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ทันที "คำทำนายระบุว่าผู้าุโใหญ่ถูกคุมขังและตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ยิ่ง"
ฉู่หลินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก "ผู้าุโใหญ่พลังบำเพ็ญสูงส่งถึงเพียงนั้นใครจะสามารถทำร้ายท่านได้?"
หลินเยี่ยนเริ่มคำนวณอีกครั้ง ทันใดนั้นเกิดเสียง "ปัง!" ดังสนั่น กระดองเต่าแตกละเอียด สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม "อีกฝ่ายมีพลังบำเพ็ญสูงเกินไป ข้าไม่สามารถคำนวณได้ ขนาดพลังบำเพ็ญขอบเขตผสานกายาของผู้าุโใหญ่ข้ายังคำนวณได้แต่กลับไม่สามารถคำนวณอีกฝ่ายได้เลย หรือว่าคนที่คิดร้ายต่อผู้าุโใหญ่ในครั้งนี้จะเป็ผู้บำเพ็ญขอบเขตข้ามทัณฑ์?"
ฉู่หลินเฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกน่ากลัว "พวกเรารีบติดต่อท่านอาจารย์เถิด!"
นี่ไม่ใช่เื่ที่พวกเขาจะจัดการได้ ต้องรีบติดต่อเจียงอีเฉินทันที ทว่าในขณะที่หลินเยี่ยนเพิ่งหยิบหยกสื่อสารออกมา ข่งซวินเสนาบดีกรมอาญาที่เคยพบกันเมื่อไม่กี่วันก่อนพลันเดินตรงเข้ามาถามด้วยท่าทางดุดันว่า "พวกเ้าเป็ศิษย์สำนักเทียนสุ่ยใช่หรือไม่?"
เมื่อนึกถึงท่าทีที่เขามีต่อสำนักเทียนสุ่ย ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนต่างผงะถอยหลังไปพร้อมกัน ไม่กล้ายอมรับ "ผู้าุโมีธุระอันใดหรือขอรับ?"
"รีบตามข้ามาเดี๋ยวนี้!" ข่งซวินคว้าตัวหลินเยี่ยนแล้วลากออกไปข้างนอก
ในเมืองหลวงชิวเย่ห้ามบิน หลินเยี่ยนถูกลากไปอย่างงุนงง "ผู้าุโจะพาข้าไปที่ใดขอรับ?"
ข่งซวิน "คุก!"
หลินเยี่ยน 'คุกหรือ?'
คนที่อยากจะบุกคุกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อกอบโกยเงินรางวัลคือศิษย์น้องห้ากับศิษย์น้องเล็ก แล้วไฉนต้องจับเขาไปด้วยเล่า?