บทที่ 19 ลุงฉ่ำ!!
แสงไฟหน้ารถกระบะสี่ส้มสลัวทอดส่องพาดผ่านลานดินหน้าบ้านไม้สองชั้นของผมจนเห็นฝุ่นละอองลอยละล่องเป็นสายสะท้อน แสงไฟส่องกระทบใบหน้ากรำแดดลายกระของไอ้ฉ่ำ เพื่อนสนิทของผมตั้งแต่สมัยวัยหนุ่มฉกรรจ์ที่นั่งไขว่ห้างพ่นควันบุหรี่ใบจากมวนโตลอยพุ้งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้เงาต้นมะม่วงใหญ่ แววตาคมกริบของมันหรี่มองจ้องทะลุหน้าต่างกระจกหน้ารถเข้ามาจับผิดพฤติกรรมของผมกับบีที่นั่งเบียดใกล้ชิดกันจนเนื้อเต้าหน้าอกสะใภ้เบียดไหล่หนาของผมอย่างเกรงกริ่ง
"ผัวขา... ลุงฉ่ำแกจ้องเราแปลกๆ ค่ะ... บีกลัวจังเลย แกจะรู้เรื่องของเราไหมคะคุณพ่อ" บีกระซิบเสียงพร่าเบาหวิวตัวสั่นเทาด้วยความกลัวระทึกขวัญ สองมือบางของเธอรีบถอยห่างดึงผ้าถุงผืนหนามาคลุมเข่าขาวปัดกวาดร่องรอยผมเผ้ายุ่งเหยิงให้เรียบร้อยอย่างลนลาน
"ทำใจดีๆ ไว้บีจ๋า เดี๋ยวพูดยังไงพ่อจะคุยเอง บีเดินก้มหน้าเดินก้าวขึ้นบ้านไปก่อนเลยนะลูก อย่าทำตัวมีพิรุธเด็ดขาด" ผมกระซิบสั่งเสียงเรียบข่มอารมณ์เครียดในอกพยายามปรับแววตาให้เป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นเปิดประตูรถกระบะก้าวเท้าเหยียบย่ำลงผืนดินเหนียวลานบ้านเดินลุยความมืดเข้าไปหาเพื่อนสนิท
"อ้าว... ไอ้ฉ่ำ ลมอะไรหอบมึงมานั่งเล่นที่หน้าบ้านกูมืดๆ ค่ำๆ ปานนี้วะ มึงมาทำไมไม่โทรมาบอกก่อนล่ะเพื่อน" ผมแสร้งแสยะยิ้มเดินก้าวไปหาลุงฉ่ำพรางคว้าขันตักน้ำล้างเท้าตรงตุ่มน้ำข้างบันไดขึ้นบ้านมาล้างโคลนเลนเปียกแฉะตามง่ามนิ้วเท้าพรางทำท่าทางเป็นปกติ
ไอ้ฉ่ำพ่นควันบุหรี่ใบจากสีเทาหม่นออกมาทางจมูก กลิ่นยาเส้นฉุนกึกโชยลอยเข้าจมูกชวนแสบคอ แววตาเล่ห์เหลี่ยมของมันขยับมองจ้องตามร่างบางของบีที่เดินเร่งฝีเท้าก้มหน้าก้มตาก้าวเดินขึ้นบันไดไม้บ้านไม้ไปอย่างรวดเร็วจนสะโพกอวบกลมสั่นสะเทือนผ้าถุง แววตาของมันกระสับกระส่ายด้วยความโลภกามพึงใจ
"กูก็ไม่มีธุระอะไรใหญ่โตหรอกไอ้... กูแค่จะมาขอยืมขวานผ่าฟืนอันใหญ่ของมึงไปใช้ผ่าไม้สะเดาหลังบ้านเสียหน่อย ขวานบ้านกูมันขึ้นสนิมฟันไม่เข้า... แต่กูนั่งรอมึงอยู่นานสองนาน รถกระบะมึงขากลับจากในเมืองทำไมมันช้านักวะไอ้... กูเห็นมึงขับรถเลี้ยวผ่านทางเปลี่ยวข้างป่ากระถินแวบๆ ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว นึกว่ารถมึงเสียแวะจอดข้างทางเสียอีกแน่ะ" ไอ้ฉ่ำแสยะยิ้มเอ่ยคำพูดจาเลียบเคียงจับผิด แววตาของมันมีเลศนัยชวนให้หัวใจผมเต้นโครมครามรัวด้วยความตื่นเต้นเสียวระทึก
ผมยืนอึ้งไปอึดใจหนึ่ง หัวใจแกว่งไกวด้วยความกลัวว่าความลับชู้สาวจะแตกโพ้นออกไป ยิ่งเป็นสังคมชนบทต่างจังหวัดที่ชาวบ้านปากสว่างโพทนากันไว ยิ่งกลัวเรื่องจะไปถึงหูไอ้โอที่ไปทำงานต่างประเทศจนบ้านพังพินาศ ผมสูดลมหายใจดึงความกล้าแล้วแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แสร้งขยับตัวล้างหน้าเพื่อเบี่ยงเบนสายตาหิวกระหายจับผิดของเพื่อนรัก
"อ๋อ... พอดีกูแวะจอดนอนเช็คยางล้อหลังน่ะ ยางมันอ่อนร่อนพิกัดขยับส่ายสั่น กูก็เลยต้องจอดเช็คความเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย... แล้วขวานที่มึงว่ามันวางพิงอยู่ข้างโอ่งมังกรหลังโรงเก็บของโน่น มึงเดินไปหยิบเอาเองเถอะมืดแล้วกูเหนื่อยอยากพักผ่อน"
ยามนั้น บีที่ก้าวเดินขึ้นบ้านไปแล้วพลันขยับเดินลงบันไดไม้นำขันน้ำอลูมิเนียมใส่น้ำเย็นเฉียบโรยแป้งร่ำหอมชื่นใจเดินก้าวลงมาส่งมอบให้แขกผู้มาเยือนตามมารยาทชนบท แววตาของสะใภ้สาวแสนสวยหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตาไอ้ฉ่ำ มือบางประคองจับขันน้ำสั่นเทาระริกจนน้ำใสในขันกระฉอกไหวสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวใต้ถุนบ้านอย่างเห็นได้ชัด ขาเรียวขาวของสะใภ้สั่นพั่บๆ จนกระโปรงผ้าถุงไหวเอน
ไอ้ฉ่ำขยับมือหนาดำกร้านล่ำสันเอื้อมไปรับขันน้ำอย่างเชื่องช้า นิ้วมือสากๆ ของมันจงใจลากแตะลูบสัมผัสหลังมือบางนุ่มของสะใภ้สาวแผ่วเบาจนบีสะดุ้งตัวโยนหน้าแดงซ่านด้วยความตกใจปนขยะแขยงตื่นกลัว
"ขอบใจมากนะอีน้องบี... มือไม้สั่นปานนี้เหนื่อยจากการนั่งรถคันเก่ายกร่องหนีฝุ่นเหนื่อยล่ะสิท่า... รักษาสุขภาพตัวดีๆ นะน้องบี ผัวอยู่ไกลเมืองนอกเมืองนา มีเรื่องเดือดร้อนอะไรบอกลุงฉ่ำคนนี้ได้เสมอนะจ๊ะ ลุงยินดีช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดถึงเตียงเลยล่ะฮ่าๆๆ" ไอ้ฉ่ำยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดอึกๆ พ่นน้ำลายลงดิน แววตาสลัวของมันวาวโลจน์ขยับจ้องเนินนมเต้าโตส่ายสั่นของสะใภ้อย่างกระหายลามก
"ค่ะ... ลุงฉ่ำ... ขอบคุณค่ะ..." บีกระซิบตอบเสียงสั่นเครือรีบดึงมือบางกลับก้าวหลบฉากหนีขึ้นบันไดบ้านไปทันทีราวกับกลัวภัยร้ายคลืบคาน
ผมจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเพื่อนรัก แววตาของผมเริ่มว้าวุ่นแผ่รังสีไม่พอใจขบกรามแน่น "ไอ้ฉ่ำ มืดค่ำปานนี้แล้วเมียมึงไม่คอยแย่แล้วเรอวะ รีบเอาขวานไปผ่าไม้ฟืนเถอะ กูอยากปิดไฟขึ้นบ้านนอนพักผ่อนแล้วล่ะ" ผมเอ่ยตัดบทน้ำเสียงขรึมเย็นชาพยายามไล่ทางอ้อม
ไอ้ฉ่ำดึงขันน้ำออกจากปากพ่นน้ำลายลงดินแล้วลุกขึ้นยืนเหยียดกายเต็มความสูงพยักหน้ารับคำ "เออๆ... กูกลับละไอ้ มึงนี่ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวหวงสะใภ้เป็นบ้า... กูแค่แซวเล่นตามประสาเพื่อนบ้านน่า... นอนเถอะนอนให้เต็มอิ่มล่ะ... เผื่อยามค่ำคืนนี้มึงจะลุกขึ้นมาซักผ้าเปียกกลางดึกอีกฮ่าๆๆ" มันขยิบตาแฝงเลศนัยหัวเราะเยาะทิ้งท้ายสะพายขวานก้าวเดินออกจากลานบ้านมุ่งตรงกลืนหายไปกับความมืดมิดรอบทิศ
ผมก้าวเดินขึ้นบันไดไม้บ้านกวาดขาล็อคกลอนประตูไม้อย่างแน่นหนา ดับไฟตะเกียงและไฟนีออนสลัวจนภายในบ้านมืดมิด บีที่ยืนคอยอยู่หลังฉากผ้าม่านฝาบ้านรีบก้าวโผขยับเข้ามากอดซบผมแน่นหนา สองแขนเรียวกอดรัดเอวผมน้ำตาร่วงนองแก้มสวยไหลหยดสะเปะสะปะเปียกชื้นเป้าเสื้อคอกลมของผม
"พ่อขา... ลุงฉ่ำแกต้องรู้เรื่องของเราแน่ๆ เลยค่ะ แกพูดจาแฝงปริศนาแอบดูเราซักผ้า ซักผ้าที่ว่ามันหมายถึงมีอะไรกันเปียกแฉะชัดๆ เลยค่ะคุณพ่อ บีกลัวเหลือเกินค่ะ กลัวแกจะเอาไปป่าวประกาศให้ไอ้โอและชาวบ้านรู้ เรื่องของเราต้องแตกพังทลายแน่ๆ เลยค่ะผัวขา..." บีร้องไห้คร่ำครวญตัวสั่นงันงกสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
ผมก้มลงนั่งกอดร่างนิ่มของสะใภ้ไว้ในอ้อมกอดอุ่น สัมผัสถึงแผ่นหลังเปียกชื้นเหงื่อและความเหน็ดเหนื่อยของคนกรุงที่ต้องมาแบกรับความลับสุดลึกในป่าชนบทนี้ ผมนึกย้อนไปถึงวันแรกที่โอพาบีก้าวเดินเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ บีสวมชุดทันสมัยของคนเมือง ขาวผ่องสะดุดตาโดนใจผมตั้งแต่แรกพบ สบสายตากันทีไรแก่นกายพ่อก็สั่นสะท้านไม่น่าเชื่อ สุดท้ายโอก็บินไปทำงานเมืองนอก ทิ้งเมียรักให้เปล่าเปลี่ยวจนเกิดสัมพันธ์สวาทขัดศีลธรรมแต่แสนเสียวกับพ่อผัวอย่างผมจนถอนตัวไม่ขึ้น
บีขยับตัวทรุดลงกับแคร่ไม้ไผ่ในมืดกุมมือลูบหัวเข่าผมร้องไห้สะอื้น "บีเสพติดควยยักษ์ของผัวไปแล้ว บีรักผัวที่สุด... แต่บีไม่อยากถูกจับได้ บีกลัวโดนตราหน้าตราโทษบาปกรรม..."
"ไม่ต้องร้องไห้นะบีจ๋า พ่ออยู่ตรงนี้เพื่อนอกไอ้ฉ่ำมันจะรู้จริงรึเปล่ามันก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรหรอกลูก... มันอาจจะแค่แกล้งพูดสุ่มหยั่งเชิงดูท่าทีเราเฉยๆ ก็ได้... บีทำใจให้สบาย นอนหลับเถอะนะลูกคนสวยของพ่อ" ผมปลอบพลางอุ้มพยุงร่างอวบนุ่มไปนอนบนฟูกกกผืนเก่าของเรา คืนนั้นไม่มีฉากรักใดๆ มีเพียงความกังวลและความหวาดกลัวที่โอบล้อมกายใจ ยิ่งลมหนาวพัดผ่านช่องลมฝาบ้านไม้ ส่งเสียงหอนหวีดหวิวสลับกับเสียงนกเค้าแมว ยิ่งส่งอารมณ์กระสับกระส่ายหวาดกลัวปกคลุมจนนอนไม่หลับทั้งคู่
รุ่งเช้าวันถัดมา ผมลุกตื่นแต่ตีสามเพื่อเตรียมอุปกรณ์กรีดยาง ทั้งไฟฉายสวมหัว มีดกรีดยาง และถังรองน้ำยาง ก้าวเดินลุยละอองหมอกหนาเย็นลงไปสวนยางพาราเพื่อทำงานตามปกติ ทว่าในหัวกลับครุ่นคิดว้าวุ่นใจเป็นบ้า ยามเดินกลับเข้าบ้านตอนสาย เห็นบียังคงนอนอมทุกข์ตัวสั่นขยับตัวทำความสะอาดบ้านอยู่ในห้องส้วมซึมและโอ่งข้างบ้านอย่างเหนื่อยอ่อน
"บีจ๋า... วันนี้บ่ายแก่ๆ บีแอบเดินไปรอพ่อที่ *สวนผลไม้ท้ายบ้าน* โน่นนะลูก สวนตรงนั้นร่มรื่นมีต้นมะม่วงต้นขนุนบังแดดเงียบสงบเย็นสบาย พ่อจะหอบเสื้อผ้าไปคุยปลอบใจและหาทางแก้ไขเรื่องไอ้ฉ่ำให้บีเองนะลูกคนสวย อย่าคิดมากเลยนะจ๊ะ" ผมกระซิบสั่งพลางลูบหน้าผากเกลี้ยงเกลาของบีอย่างอ่อนโยน
บีพยักหน้ารับคำเบาๆ แววตาเริ่มมีประกายความหวังผ่อนคลายความตึงเครียดลงบ้าง "ค่ะคุณพ่อ... บีจะไปรอผัวที่สวนผลไม้ท้ายบ้านค่ะ บีอยากได้อ้อมกอดอุ่นๆ ของผัวช่วยปลอบประโลมใจให้หายกลัวค่ะ... บีไม่อยากคิดมากฟุ้งซ่านอยู่ในบ้านนี้คนเดียวเลยค่ะผัวขา" บีกระซิบตอบแววตาหวานซึ้งรักใคร่
ทว่า... ในช่วงบ่ายวันนั้น ขณะที่ผมก้าวเดินเลี่ยงมุมบ้านไม้สอดส่องสายตารอบลานบ้านเพื่อเตรียมเดินลัดเลาะดงหญ้ามุ่งตรงไปสวนผลไม้ตามนัด...
ผมกลับเหลือบเห็นใบจากมวนบุหรี่ถูกทิ้งตกอยู่ข้างรั้วบ้านไม้ลามปามเป็นรอยรอยเท้าเหยียบดินเหนียวแฉะเป็นรอยลึกแอบซุ่มซ่อนอยู่หลังพุ่มป่ากล้วยใหญ่ข้างกำแพง รอยเท้าขนาดใหญ่สวมรองเท้าบูทยางพาราเก่าของชาวสวนปาล์ม... ซึ่งรอยและเศษบุหรี่ใบจากกลิ่นฉุนกึกนั้นมันช่างเหมือนของลุงฉ่ำไม่มีผิดเพี้ยน!... หัวใจผมเต้นระทึกขวัญรัวเป็นกลองรบไอ้ฉ่ำมันแอบซุ่มฟังสะกดรอยตามพฤติกรรมคำพูดจานัดหมายนัดแนะของผมกับบีอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เช้าแล้วรึนี่!... มันจงใจแอบตามเราไปที่สวนผลไม้แน่ๆ คราวนี้ความลับลามกของเราคงต้องเจอปัญหาชวนเสียวสันหลังวาบและระทึกขวัญสะท้านจนผมลนลานตื่นตระหนกสุดขีดวิ่งก้าวเร่งตามไปทันที!